เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 484 ชัยชนะอันยิ่งใหญ่

บทที่ 484 ชัยชนะอันยิ่งใหญ่

บทที่ 484 ชัยชนะอันยิ่งใหญ่


บทที่ 484 ชัยชนะอันยิ่งใหญ่

ลู่หยางมองศพของทั้งคู่โดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ เพราะในชาติที่แล้วทั้งสองคนนี้ไม่ได้มีส่วนร่วมในการจัดการกับกิลด์ของเขา ดังนั้นลู่หยางจึงไม่ได้มีความแค้นกับสกายโดเมนวอริเออร์และบลูสกายเป็นการส่วนตัว

ขณะเดียวกันเมื่อกองกำลังบลูคริสตัลและสกายโดเมนสูญเสียหัวหน้าทีมไปจนหมดแล้ว ถึงแม้พวกเขาจะมีกองกำลังอยู่เกือบ 100,000 คน แต่กองกำลังพวกนั้นก็ตกอยู่ในความวุ่นวายจนไม่สามารถที่จะสร้างอันตรายให้กับบลัดบราเธอร์ได้เลย

นอกจากนี้ช่วงเวลาที่ลู่หยางโจมตียังเป็นช่วงเวลาตอนกลางคืน เมื่อมันได้มีแสงสว่างส่องออกมาจากรอบ ๆ เนิน มันจึงทำให้ดูเหมือนทั่วทุกที่มีสมาชิกของบลัดบราเธอร์ยืนมองสนามรบแห่งนี้อยู่ สมาชิกของทั้งสองกิลด์ที่ไม่รู้สถานการณ์ที่แท้จริงจึงทำได้เพียงพยายามป้องกันตัวเองอย่างหมดกำลังใจ

ลู่หยางกลับขึ้นไปยืนบนยอดเนินพร้อมกับพูดกับแบล็คเฟลมที่อยู่ข้าง ๆ

“แบ่งกลุ่มนักเวทต้องห้ามกลุ่มนะ 20 คน ใช้เวทมนตร์ต้องห้ามถล่มพวกมันได้เลย”

“ได้ครับ” แบล็คเฟลมสั่งให้นักเวทไฟ 60 คนก้าวเท้าออกไปด้านหน้า ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มท่องคาถาขึ้นมาพร้อมกัน

เมฆดำหน้าทึบปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่ในอีก 30 วินาทีต่อมาเหล่าบรรดานักเวทต้องห้ามจะท่องคาถาของตัวเองจนเสร็จ

เมเทโอเชาเวอร์!

ราตรีอันมืดมิดถูกย้อมไปด้วยแสงสีแดงอันน่าหวาดกลัว วินาทีต่อมาฝนดาวตกก็ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าและทำให้ทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของศัตรู

“เวทมนตร์ต้องห้าม! ทุกคนหนีเร็วเข้า”

“พวกหัวหน้าตายกันหมดแล้วพวกเรารีบหนีกันก่อนเถอะ”

“พยายามรักษาอุปกรณ์ของตัวเองเอาไว้ อย่าให้พวกมันเอาอุปกรณ์ของเราไปได้เด็ดขาด”

เวทมนตร์ต้องห้ามทั้ง 60 บทครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่า 1,200 เมตร การโจมตีในครั้งนี้จึงปกคลุมผู้เล่นจากทั้งสองกิลด์ไปมากกว่า 1 ใน 3

เมื่อต้องเจอกับเวทมนตร์ต้องห้ามเป็นจำนวนมาก สมาชิกของทั้งสองกิลด์ก็ไม่สามารถอยู่ในสนามรบได้อีกต่อไป พวกเขาจึงกระจายตัวกันหลบหนีโดยไม่สนใจที่จะทำการต่อสู้อีกต่อไปแล้ว

“ไล่ฆ่าพวกมันให้หมด!” เจียงเจ๋อตะโกนออกคำสั่งพร้อมกับวิ่งไล่ฆ่าศัตรูที่กำลังวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต

“ฆ่ามัน!” ซุนหยูออกคำสั่งให้ทีมของตัวเองไล่ตามศัตรูด้วยเช่นกัน

ในคืนนั้นเนินหมาป่าดำได้เต็มไปด้วยเมฆสีแดง, ฝนดาวตก, เปลวเพลิงที่ลุกไหม้ไปทั่วทุกที่และเหล่าบรรดาทหารที่ไล่ตามสังหารศัตรูไปจนทั่ว ทำให้ภาพทั้งหมดมีความสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อราวกับว่ามันเป็นผลงานชิ้นเอกของจิตรกรชื่อดังคนหนึ่ง

ฮั่นเมิ่งยืนมองสถานการณ์ในสนามรบด้วยความประทับใจ ก่อนที่เธอจะใช้กล้องของระบบบันทึกภาพอันงดงามนี้เอาไว้เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

1 ชั่วโมงต่อมา

เซี่ยหยู่เว่ย, ไป๋ฉือและโจวเทียนหมิงเพิ่งจะนำกองกำลังผู้เล่นชุดทอง 110,000 คนเดินทางมาจนถึงสนามรบ

“หัวหน้า นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ?” ไป๋ฉือถามด้วยความสับสนเมื่อเห็นสนามรบที่ถูกทำลายจนยับเยิน

“บลูคริสตัลกับสกายโดเมนมาถึงที่นี่เร็วกว่าที่เราคาดการณ์เอาไว้ พวกฉันจึงจำเป็นจะต้องปะทะกับพวกมันก่อนที่พวกนายจะมาถึง” ลู่หยางกล่าว

ทุกคนต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

“แล้วตอนนี้พวกมันหายไปไหนหมดแล้วคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถามด้วยความประหลาดใจ

“พวกเราชนะแล้ว ซุนหยูกับเจียงเจ๋อกำลังนำกองกำลังไล่ล่าพวกมันอยู่ ฉันก็ไม่รู้ว่าทั้งสองคนหายไปไหนแล้วเหมือนกัน หลังจากออกคำสั่งไล่ล่าพวกเขาก็ยังไม่กลับมาเลย” ลู่หยางกล่าว

“ชนะแล้วเหรอ?” ไป๋เหลิงอุทานอย่างตกตะลึง

“ใช่ ชนะแล้ว” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หลังจากที่ชายหนุ่มพูดจบ ซุนหยูกับเจียงเจ๋อก็นำกองกำลังกลับมาในระยะไกล เมื่อพวกเขาเห็นพวกเซี่ยหยู่เว่ยที่กำลังมาถึง ซุนหยูก็กล่าวขึ้นมาด้วยความภาคภูมิใจว่า

“พวกพี่มาช้าเกินไป พวกผมเลยจัดการพวกมันไปหมดแล้ว”

“เก่งนักนะ” เมื่อได้เห็นท่าทางของซุนหยู เซี่ยหยู่เว่ยก็อดไม่ได้ที่จะเขกกะโหลกน้องชายคนนี้ไปทีหนึ่ง

“โอ๊ยพี่! ผมผิดไปแล้ว” ซุนหยูรีบยกมือขึ้นมากุมหัวอย่างน่ารัก

ทุกคนต่างก็ส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาอย่างตลกขบขัน

“พวกเราสองคนช่วยกันนับอุปกรณ์ระหว่างเดินทางกลับ คราวนี้พวกเรายึดอุปกรณ์ระดับทองมาได้เกือบ 15,000 ชุด” เจียงเจ๋อกล่าว

“พวกมันหนีรอดไปได้กี่คน?” ลู่หยางถาม

“น่าจะแค่ไม่กี่ร้อยคน” เจียงเจ๋อตอบ

“คราวนี้หวังเถิงคงจะทำอะไรไม่ถูกแล้วสินะ ส่วนพวกบลัดไทแรนท์ก็คงจะไม่เหลือความหวังอีกต่อไป” ไป๋ฉือกล่าว

“เอาล่ะทุกคนนำทีมกลับไปพักผ่อนได้ พรุ่งนี้พวกเราจะรบในศึกครั้งสุดท้าย ก่อนจะขับไล่พวกหวังเถิงออกไปจากเมืองเซนต์กอลล์ด้วยกัน” ลู่หยางกล่าว

“ครับ/ค่ะ” ทุกคนต่างก็พยักหน้ารับด้วยความตื่นเต้น เพราะถ้าหากพวกเขาทำสำเร็จพวกเขาก็จะไม่เหลือศัตรูภายในเมืองเซนต์กอลล์อีกต่อไป

กองกำลังบลัดบราเธอร์กลายเป็นแสงสีขาวกลับไปพักผ่อนภายในเมือง ซึ่งนอกเหนือจากผู้เล่นที่ต้องเข้าเวรป้องกันป้อมปราการแล้ว ส่วนที่เหลือต่างก็ออฟไลน์ออกไปพักผ่อนกันหมด

อีกด้านหนึ่ง

หวังเถิงกำลังนั่งรอสกายโดเมนวอริเออร์กับบลูสกายอยู่ภายในเมือง ซึ่งหลังจากมองนาฬิกาของระบบเขาก็ได้พบว่าตอนนี้เป็นเวลา 22:00 น.แล้ว

“ทุกคนเข้าไปรวมตัวกันในพื้นที่พิเศษ พวกเราจะต้องวางแผนกับสกายโดเมนวอริเออร์และบลูสกายเพื่อการรบในวันพรุ่งนี้เช้า” หวังเถิงกล่าวด้วยสีหน้าอันตื่นเต้น

พวกบลัดไทแรนท์ต่างก็รีบเข้าไปยังพื้นที่พิเศษในทันที เพราะพวกเขาต่างก็รู้ดีว่าการรบในวันพรุ่งนี้คือความหวังครั้งสุดท้ายของพวกเขาแล้ว

หวังเถิงเดินไปนั่งที่หัวโต๊ะของห้องประชุม ขณะที่พวกบลัดไทแรนท์ทั้ง 4 คนไปนั่งรอหัวหน้ากิลด์ทั้งสองทางด้านซ้าย

แสงสว่าง 2 จุดปรากฏขึ้นพร้อม ๆ กัน ก่อนที่สกายโดเมนวอริเออร์กับบลูสกายจะปรากฏตัวในพื้นที่พิเศษด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอึดอัด

“น้องชายคราวนี้ต้องเหนื่อยพวกนายแล้วสินะ ถึงพวกนายจะต้องวิ่งมากว่า 6 ชั่วโมงเต็ม ๆ แต่พวกนายวางใจได้เลยตราบใดก็ตามที่พวกเราได้รับชัยชนะ ฉันจะแบ่งป้อมปราการ 2 ป้อมให้กับพวกนายอย่างแน่นอน” หวังเถิงกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

สกายโดเมนวอริเออร์เผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างขมขื่น ในขณะที่บลูสกายยังคงก้มหน้าอย่างเงียบงัน

บลัดไทแรนท์กับโซลออฟอีเทอนิตี้กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดมากยิ่งกว่า เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งสองคนดูถูกทั้งสองกิลด์นี้มาโดยตลอด แต่ในตอนนี้พวกเขากลับต้องขอความช่วยเหลือจากทั้งสองคน

“น้องชายถ้าพวกเราชนะในศึกวันพรุ่งนี้ ฉันก็จะถือว่าฉันได้ติดค้างหนี้บุญคุณพวกนายแล้ว หากในอนาคตพวกนายมีเรื่องอะไรขอให้มาหาฉันได้ทุกเมื่อ ตราบใดก็ตามที่ฉันสามารถช่วยเหลือได้ฉันก็เต็มใจที่จะช่วยเหลือพวกนายอย่างเต็มที่” บลัดไทแรนท์กล่าวหลังจากพยายามปรับท่าทางให้กลับมาดูสง่างามอีกครั้งหนึ่ง

“ประธานบลัดไทแรนท์ไม่จำเป็นจะต้องสุภาพขนาดนั้น ความจริงแล้ว…” สกายโดเมนวอริเออร์พูดอ้ำอึ้งด้วยความอึดอัด

หวังเถิงเริ่มสัมผัสถึงความผิดปกติได้ในทันที ก่อนที่เขาจะเริ่มถามด้วยน้ำเสียงอันเคร่งเครียด

“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”

สกายโดเมนวอริเออร์กับบลูสกายอึดอัดจนพูดอะไรไม่ออก และในที่สุดหลังจากที่พวกเขาได้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของพวกบลัดไทแรนท์และสีหน้าอันจริงจังของหวังเถิง บลูสกายจึงจำใจพูดความจริงออกไปว่า

“ขอโทษด้วยครับ แต่พวกเราสองคนช่วยอะไรพวกคุณไม่ได้แล้ว”

“พวกนายหมายความว่ายังไง?” หวังเถิงถามพร้อมกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“พวกเราเพิ่งถูกบลัดบราเธอร์ซุ่มโจมตี กองกำลังทั้ง 100,000 คนของพวกเราถูกฆ่าตายเกือบทั้งหมด แม้แต่พวกเราสองคนก็ถูกฆ่าตายด้วยเหมือนกัน” บลูสกายตอบด้วยความรู้สึกผิด

พวกบลัดไทแรนท์ทั้ง 4 คนต่างก็รู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า ก่อนที่พวกเขาจะทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ด้วยสภาพราวกับคนไร้วิญญาณ ขณะที่หวังเถิงกำลังเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

“พวกนาย 2 คนว่ายังไงนะ?!” หวังเถิงถามย้ำอีกครั้ง

“พวกผมเดินทางมาเร็วกว่ากำหนด 1 ชั่วโมง แต่พวกเราก็ยังถูกกองกำลัง 200,000 คนของลู่หยางซุ่มโจมตีบนเนินหมาป่าดำ ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังใช้เวทมนตร์ต้องห้าม 60 คนถล่มพวกเราจนย่อยยับ หากจะโทษเรื่องนี้ก็ต้องโทษทั้ง 4 กิลด์ที่สงครามเมื่อเช้าพวกเขายังทำให้ลู่หยางเหลือเวทมนตร์ต้องห้ามเอาไว้ใช้งานเยอะขนาดนี้” บลูสกายพยายามแก้ตัว

โยนความผิดเฉยเลย 5555

จบบทที่ บทที่ 484 ชัยชนะอันยิ่งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว