- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 481 เนินหมาป่าดำ
บทที่ 481 เนินหมาป่าดำ
บทที่ 481 เนินหมาป่าดำ
บทที่ 481 เนินหมาป่าดำ
“คราวนี้ลิ่วเจียติดกับดักของตัวเองแล้ว ทั้งบลูคริสตัลและสกายโดเมนต่างก็รู้เรื่องที่เขาอยู่เบื้องหลังการขึ้นราคาวัตถุดิบ พวกเขาเลยยกทัพกลับไปแล้ว ดังนั้นแกเลิกคาดหวังที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาเถอะ” ลู่หยางกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา
บลัดไทแรนท์ตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก
10 นาทีต่อมา
ฉิงชาง, เซี่ยหยู่เว่ย, ไป๋ฉือ, ถูเฟิงและสมาชิกแกนหลักคนอื่น ๆ ก็เข้ามาภายในหอคอยที่ลู่หยางกำลังนั่งรออยู่
“หัวหน้า พวกเราจัดการทุกคนหมดแล้วครับ” ฉิงชางรายงาน
“คราวนี้ได้อุปกรณ์มาเท่าไหร่?” ลู่หยางถาม
“ชุดอุปกรณ์ระดับทองเกือบ 40,000 ชุดและชุดอุปกรณ์ระดับเงินอีกมากกว่า 50,000 ชุดครับ” ถูเฟิงตอบ
หากมันได้รวมกับอุปกรณ์ที่พวกเขายึดมาได้ในก่อนหน้านี้ มันก็หมายความว่าศึกกับ 4 กิลด์ใหญ่พวกเขาได้รับอุปกรณ์ชุดทองมามากกว่า 70,000 ชุด
ด้วยอุปกรณ์ชุดทองที่เพิ่มมาจากการยึดอุปกรณ์ของศัตรูนี่เอง มันจึงทำให้อุปกรณ์ระดับทองของฝ่ายเขาเพิ่มขึ้นเป็น 170,000 ชุดแล้ว ขณะที่อุปกรณ์ระดับทองของทางฝ่าย 4 กิลด์ใหญ่ก็ลดลงมาเหลือประมาณ 170,000 ชุดเท่า ๆ กัน
“ฝากกลับไปบอกหวังเถิงด้วยว่าฉันจะทำศึกตัดสินกับเขานอกเมืองเซนต์กอลล์พรุ่งนี้เช้า” ลู่หยางหันไปกล่าวกับบลัดไทแรนท์ ก่อนที่เขาจะจุดลูกไฟขึ้นมาภายในมือและยิงออกไปอย่างรวดเร็ว
เบลซซิงเบิร์ส!
บลัดไทแรนท์เสียชีวิต!
“หัวหน้า พรุ่งนี้พวกเรายังต้องรบกันอยู่อีกใช่ไหมครับ?” บิทเทอร์เลิฟถามอย่างตื่นเต้น
“ไม่ใช่พรุ่งนี้แต่เป็นตอนนี้เลยต่างหาก ฉิงชางนำกองกำลังผู้เล่นชุดเงินทั้งหมดรักษาการณ์อยู่ในป้อมปราการ ส่วนคนที่เหลือนำทีมตามฉันมาที่ป้อมปราการสกายมิสท์ ตอนนี้กองหนุน 100,000 คนของบลูคริสตัลและสกายโดเมนมาถึงแล้ว”
“บลูคริสตัลกับสกายโดเมนมากันยังไงครับ?” โจวเทียนหมิงถามอย่างสงสัย
“พวกมันรีบวิ่งมากัน 6 ชั่วโมงเต็ม ๆ” ลู่หยางกล่าว
สิ่งที่ลู่หยางบอกบลัดไทแรนท์เมื่อสักครู่เป็นการให้ข้อมูลลวงเท่านั้น นับตั้งแต่บลูคริสตัลกับสกายโดเมนเริ่มออกเดินทาง ลู่หยางก็ได้รับข่าวมาจากฮั่นจงและจินปู้ฮวนพร้อม ๆ กัน
“พวกมันวิ่งกันมา 6 ชั่วโมงยังจะมีแรงรบเหลืออยู่อีกหรอกครับ?” ซุนหยูถาม แล้วถึงแม้การวิ่งภายในเกมจะไม่ได้ใช้พลังกาย แต่การวิ่งนาน ๆ มันก็ทำให้สภาพจิตใจอ่อนล้าได้เหมือนกัน
“ตอนนี้พวกมันอยู่ที่ไหนแล้วครับ?” เจียงเจ๋อถาม
ลู่หยางเปิดแผนที่ 3 มิติขึ้นมาบนโต๊ะ ก่อนที่เขาจะชี้ไปยังจุดบรรจบระหว่างพุ่งราบและเนินเขาตรงบริเวณทิศตะวันออกของป้อมปราการฟลาวเวอร์
“อีก 1 ชั่วโมงทั้ง 2 กิลด์นั้นจะมารวมกันที่เนินหมาป่าดำ พวกเราจะต้องเคลื่อนที่ออกไปก่อนเพื่อเตรียมทำการซุ่มโจมตี”
“ดูเหมือนพี่น้องของเราจะได้อุปกรณ์เพิ่มกันอีกแล้วสินะ” บิทเทอร์เลิฟกล่าว
ทุกคนส่งเสียงหัวเราะออกมา
“ให้กองกำลังคอยเฝ้าอยู่บนกำแพงเอาไว้ให้ดี ขับไล่ทุกคนที่อยู่ในรัศมี 100 เมตรออกไปให้หมด อย่าปล่อยให้ใครเข้ามาสอดแนมพวกเราใกล้ ๆ ได้เป็นอันขาด” ลู่หยางสั่งการ
สาเหตุที่ลู่หยางต้องทำแบบนี้เพื่อป้องกันไม่ให้หวังเถิงรู้ว่าภายในป้อมปราการมีกองกำลังคอยป้องกันอยู่เท่าไหร่ เพราะถ้าหากอีกฝ่ายรู้ว่าพวกเขากำลังยกทัพไปบุกซุ่มโจมตี หวังเถิงก็อาจจะนำกำลังบุกเข้ามาโจมตีป้อมปราการด้วยเช่นกัน ในเวลานั้นแม้แต่เขาก็อาจจะรักษาป้อมปราการเอาไว้ไม่ได้
“ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมจะนำทีมลาดตระเวนที่ป้อมคริมสันด้วยตัวเอง เมื่อพวกมันเห็นผมพวกมันก็จะคิดว่าพวกเรายังคงผลัดเวรกันป้องกันป้อมปราการอยู่เหมือนเดิม” ฉิงชางกล่าว
“มีนายคอยปกป้องป้อมปราการฉันก็วางใจ ฝากบอกพี่น้องทุกคนเอาไว้ด้วยว่าแม้พวกเขาจะต้องอยู่เฝ้าป้อมปราการ แต่พวกเขาก็จะได้รับคะแนนกิลด์ด้วยเหมือนกัน ฉันจะไม่ทอดทิ้งใครเอาไว้ข้างหลัง ตราบใดก็ตามที่พวกเขายังคงทุ่มเทให้กับกิลด์” ลู่หยางกล่าว
ฉิงชางพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
“พวกนายจัดทัพเอาไว้ให้พร้อม สงครามครั้งนี้น่าจะเป็นสงครามครั้งสุดท้ายในเมืองเซนต์กอลล์แล้ว หากพวกเราจัดการบลูคริสตัลและสกายโดเมนได้สำเร็จ ทั้ง 4 กิลด์ใหญ่จะกลายเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อน ในเวลานั้นหวังเถิงจะต้องบีบให้พวกมันออกไปจากเมืองเซนต์กอลล์แน่”
“แต่ถ้าพวกเราแพ้ บลูคริสตัลกับสกายโดเมนก็จะเข้าเซฟจุดเกิดภายในเมืองได้สำเร็จ ในเวลานั้นพวกเราก็จะต้องเผชิญหน้ากับกองกำลัง 6 กิลด์พร้อม ๆ กัน โดยกองกำลังของพวกมันคือกองกำลังผู้เล่นชุดทอง 270,000 คนและกองกำลังผู้เล่นชุดเงินอีกมากกว่า 300,000 คน ซึ่งฉันคาดการณ์ว่าพวกเราคงจะต้องสูญเสียป้อมปราการทั้งหมดในเมืองเซนต์กอลล์ไปแน่ ๆ ดีไม่ดีพวกเราจะสูญเสียป้อมปราการไซแอนวูฟในเผ่าสัตว์อสูรไปด้วย”
“พี่น้องทั้งหลายนี่คือศึกครั้งสุดท้าย ขอให้ทุกคนสู้ตายเพื่อปกป้องกิลด์ของเราไว้!”
“ครับ/ค่ะ” แกนหลักทุกคนพยักหน้ารับพร้อมกัน
ชัยชนะในก่อนหน้านี้ทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลาย แต่หลังจากได้ยินคำพูดของลู่หยางและนึกถึงความสำคัญของศึกในครั้งนี้ มันก็ทำให้ทุกคนกลับไปเตรียมทัพด้วยสีหน้าอันจริงจัง
ไม่นานกองกำลังผู้เล่นชุดทอง 170,000 คนก็เตรียมความพร้อมที่จะเคลื่อนทัพ หลังจากที่แม่ทัพได้บอกถึงความสำคัญของศึกในครั้งนี้ แววตาของทุกคนต่างก็มีความดุดันไม่ต่างไปจากฝูงหมาป่าที่กำลังรอคอยตะครุบเหยื่อ
ทุกคนทำการเทเลพอร์ตไปยังป้อมปราการฟลาวเวอร์ตามคำสั่ง ก่อนจะเริ่มรวมพลตรงบริเวณลานกว้างด้านนอกเมือง
“พี่น้องทั้งหลาย! นี่คือศึกครั้งสุดท้ายแล้ว ขอแค่พวกเราจัดการ 2 กิลด์นี้ได้ พวกเราก็จะได้รับชัยชนะอย่างแท้จริง” ลู่หยางประกาศดังกึกก้อง
“ฆ่ามัน!” ผู้เล่นทั้ง 170,000 คนตะโกนขึ้นมาพร้อมกัน
“ทุกคนเคลื่อนทัพได้!” เหล่าบรรดาแม่ทัพต่างก็เริ่มนำทัพของตัวเอง
ตอนนี้ท้องฟ้ามืดแล้ว แสงจันทร์บนฟากฟ้าก็ถูกเมฆบดบังทำให้ลู่หยางเคลื่อนที่ไปยังเนินหมาป่าดำท่ามกลางค่ำคืนอันมืดมิด
“พี่ครับ นักข่าวจากสถานีโทรทัศน์ช่องซินเฟิงอยากจะขอสัมภาษณ์พี่หน่อย เธอเลยฝากผมมาถามว่าพี่จะมีเวลาว่างเมื่อไหร่?” ฮั่นเฟยส่งข้อความมาถามลู่หยาง
ชายหนุ่มกำลังจะปฏิเสธ แต่เขาก็ได้เผยรอยยิ้มพร้อมกับตอบกลับไปว่า
“บอกนักข่าวคนนั้นว่าสงครามวันนี้จบลงแล้ว ฉันกำลังเฉลิมฉลองกับลูกน้องในกองทัพอยู่ ถ้าเธอยินดีช่วยส่งคำท้าไปถึงหวังเถิงแทนฉันหน่อย ฉันหวังว่าหวังเถิงจะมาทำศึกตัดสินกับฉันในวันพรุ่งนี้ โดยฝ่ายที่พ่ายแพ้จะต้องยอมออกจากเมืองเซนต์กอลล์แต่โดยดีและมอบป้อมปราการให้กับฝั่งผู้ชนะทั้งหมด”
“ผมจะไปบอกเธอเดี๋ยวนี้เลยครับ” ฮั่นเฟยตอบโดยที่เขาเข้าใจความหมายของลู่หยางได้ในทันที
—
ขณะเดียวกันช่องแชทโลกของทางฝั่งเผ่ามนุษย์ก็กำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย เพราะมันไม่มีใครคาดคิดว่ากิลด์ของพวกบลัดไทแรนท์ที่มีความได้เปรียบเหนือกว่าจะได้รับความพ่ายแพ้ต่อลู่หยางอย่างยับเยินขนาดนี้
“บลัดไทแรนท์นี่มันเป็นพวกหลงตัวเองจริง ๆ คิดได้ยังไงที่มารับสัมภาษณ์ในระหว่างเดินทางไปรบ การทำแบบนั้นเท่ากับการเปิดเผยตำแหน่งของตัวเองสมควรแล้วที่พวกเขาพ่ายแพ้ให้กับลู่หยางแบบนี้”
“ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมแบล็คบลัดกับออทัมสปริงถึงถูกซุ่มโจมตีในทุ่งราบได้ 2 กิลด์นี้ไม่ได้ส่งหน่วยลาดตระเวนออกไปสืบข่าวทางด้านหน้าก่อนเหรอ?”
“โซลออฟอีเทอนิตี้ยังมีสมองอยู่ใช่ไหม?! กองกำลัง 100,000 คนของเขาต้านทานลู่หยางไม่ถึง 20 นาทีได้ยังไง คราวนี้ทั้ง 4 กิลด์ใหญ่ได้จบเห่แน่”
[ช่องแชทโลก] นักข่าวช่องซินเฟิง เฉียวเหมิงเหมิง: สถานีของเราเพิ่งได้รับสารล่าสุดจากประธานลู่หยาง โดยเขาฝากนักข่าวของเราประกาศคำท้าไปยังคุณหวังเถิงอย่างเป็นทางการว่าพรุ่งนี้เช้าเขาต้องการจะทำศึกตัดสินที่หน้าเมืองเซนต์กอลล์ โดยผู้แพ้จะต้องส่งมอบป้อมปราการในเมืองทั้งหมดและยอมออกจากเมืองไปแต่โดยดี ไม่ทราบว่าคุณหวังเถิงและประธานกิลด์ทั้ง 4 ต้องการจะรับคำท้าหรือไม่?
ทันใดนั้นช่องแชทโลกก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นนี้อย่างเมามันในทันที
“หัวหน้ากิลด์ 4 คนนั้นขวัญฝ่อไปหมดแล้วมั้ง พวกเขายังจะกล้าออกมาทำสงครามอีกงั้นเหรอ?”
“พรุ่งนี้เช้ามีเรื่องสนุก ๆ ให้ดูอีกแล้ว มารอดูกันสิว่าหัวหน้า 4 กิลด์นั้นจะทำตัวเป็นเต่าหัวหดให้คนด่าหรือจะกล้าออกไปตาย”
…
—
ขณะเดียวกันบลัดไทแรนท์, โซลออฟอีเทอนิตี้, แบล็คบลัดและออทัมสปริงต่างก็นั่งอยู่บนโซฟาภายในห้องทำงานของหวังเถิงอย่างนิ่งเงียบ โดยสีหน้าของทุกคนก็มีอาการที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก
“ไหนพวกนายลองบอกมาซิว่าพวกเราควรจะจัดการกับสถานการณ์นี้ยังไง?” หวังเถิงถามด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา หลังจากที่เขาได้รับสารท้ารบจากลู่หยางในช่องแชทโลก
ทั้ง 4 คนต่างก็ก้มหน้าลงโดยไม่พูดอะไร แม้กระทั่งบลัดไทแรนท์ที่เคยมีอาการแข็งกระด้างก็กำลังนั่งตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
หวังเถิงตบโต๊ะเสียงดังสนั่นถึงกับทำให้หัวหน้ากิลด์ทั้ง 4 สะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ
“พวกนายมีกำลังพลรวมกันเกือบ 500,000 คน แต่กลับรักษาป้อมปราการเอาไว้ไม่ได้สักป้อม พวกนายลองเปิดช่องแชทโลกขึ้นมาดูคอมเมนต์พวกนั้นเอาก็แล้วกัน ทุกคนต่างก็กำลังด่าว่าพวกเราเป็นพวกโง่หรือไม่ก็พวกขี้ขลาดกันหมดแล้ว”
“นี่ไม่ใช่ความผิดของพวกเรา ใครจะไปรู้ว่าใต้ป้อมแบล็คร็อคจะมีอุโมงค์ลับที่ทำให้ฉิงชางนำกองกำลังชุดทอง 20,000 คนแอบลอบโจมตีลับหลังพวกเราได้” โซลออฟอีเทอนิตี้พยายามพูดแก้ตัว
“ถ้าอย่างนั้นพวกนายก็ไปชิงป้อมปราการกลับมาสิ!!” หวังเถิงร้องคำรามด้วยความโกรธ
ทั้ง 4 คนนั่งก้มหน้าด้วยความหวาดกลัว เพราะวันนี้เพียงวันเดียวพวกเขาพ่ายแพ้ไปถึง 3 ศึกและสูญเสียป้อมปราการไปถึง 2 ป้อม มันจึงทำให้ขวัญกำลังใจของทุกคนตกต่ำลงถึงขีดสุดและไม่มีใครมีความกล้าที่จะลงไปในสนามรบอีกต่อไปแล้ว
“ถึงคุณจะพูดเรื่องพวกนี้ไปมันก็ไม่มีประโยชน์ คุณบอกมาได้เลยว่าพวกเราจะต้องทำอะไรต่อไป ขอแค่คุณไม่ยึดกิลด์ของพวกเราไปคุณจะให้พวกเราทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ” บลัดไทแรนท์กล่าวอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“พรุ่งนี้คือโอกาสสุดท้าย ตอนนี้กองกำลังชุดทอง 100,000 คนของบลูคริสตัลกับสกายโดเมนเดินทางมาใกล้จะถึงแล้ว อีก 2 ชั่วโมงพวกเขาจะผ่านป้อมปราการฟลาวเวอร์และเดินทางเข้ามาภายในเมืองกลางดึกคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าฉันหวังว่าพวกนายจะนำกองกำลังจัดการลู่หยางด้วยกัน ถ้าคราวนี้พวกนายยังเอาชนะลู่หยางไม่ได้ ถึงฉันไม่ต้องบอกทุกคนก็น่าจะรู้นะว่าฉันจะทำอะไร” หวังเถิงกล่าว
“ครั้งนี้พวกเราจะต้องชนะแน่นอน” บลัดไทแรนท์กล่าวด้วยแววตาอันเป็นประกาย
โซลออฟอีเทอนิตี้, แบล็คบลัดและออทัมสปริงต่างก็พยักหน้ารับพร้อมกัน
“ลู่หยาง แกอยากจะทำศึกตัดสินใช่ไหม?! ได้เลย ฉันกำลังหาวิธีหลอกให้แกตายใจอยู่พอดี พวกนายทั้ง 4 คนส่งข้อความไปในช่องแชทโลกซะว่าพวกเราจะทำศึกตัดสินกับพวกมันในวันพรุ่งนี้เช้า” หวังเถิงกล่าว
“ได้ครับ” ทั้ง 4 พยักหน้ารับพร้อมกัน
[ช่องแชทโลก] บลัดไทแรนท์: ฉันขอประกาศในนามของบลัดเติสตี้ขอรับคำท้าของลู่หยางทำศึกตัดสินที่นอกเมืองเซนต์กอลล์ในวันพรุ่งนี้ คนที่พ่ายแพ้จะต้องออกจากเมืองเซนต์กอลล์ไป ส่วนคนที่ได้รับชัยชนะจะได้รับสิทธิ์ในการควบคุมป้อมปราการภายในเขตเมืองทั้งหมด
[ช่องแชทโลก] โซลออฟอีเทอนิตี้: ...
…
หัวหน้ากิลด์ทั้ง 4 ประกาศในช่องแชทโลกพร้อม ๆ กันสร้างความตื่นตระหนกขึ้นมาในช่องแชทอีกครั้งหนึ่ง
—
ลู่หยางกำลังนำทีม 60,000 คนที่เสริมความเร็วด้วยเจ้าแห่งลมของซุนหยูและคัมภีร์เพิ่มความเร็วมุ่งตรงไปยังเนินหมาป่าดำ
“นี่พวกมันคิดว่าวิธีการแบบนี้จะเอามาใช้หลอกฉันได้จริง ๆ งั้นเหรอ?” ลู่หยางกล่าวหลังจากได้เห็นข้อความของพวกบลัดไทแรนท์
“ผมอยากจะเห็นสีหน้าของพวกมันหลังจากที่พวกเราจัดการกับบลูคริสตัลและสกายโดเมนจนหมดจริง ๆ” บิทเทอร์เลิฟกล่าว
ทุกคนต่างก็ส่งเสียงหัวเราะออกมา
เนินหมาป่าดำเป็นแผนที่เลเวล 35 ที่พื้นที่ในบริเวณนี้ไม่ได้เป็นเนินสูงมากนัก อย่างไรก็ตามภูมิประเทศของเนินหมาป่าดำก็ค่อนข้างพิเศษมาก เพราะมันมีหลุมเตี้ย ๆ กระจายอยู่ทั่วทั้งเนินและถูกปกคลุมไปด้วยต้นหญ้าสีเขียว
หลุมพวกนี้มีความสูงเพียงแค่ 10 เมตรและเนื่องจากพื้นที่เนินเขาที่ค่อนข้างลาดเอียง มันจึงทำให้ผู้เล่นสามารถปีนเข้าออกหลุมได้อย่างง่ายดาย
“ทุกคนเข้าไปซุ่มภายในหลุมพวกนั้นซะ ส่วนฮั่นชานำหน่วยลาดตระเวนออกไปสอดแนมศัตรูทางด้านหน้า” ลู่หยางกล่าว
“ครับ” ฮั่นชาตอบรับก่อนจะนำพวกฮั่นหยูเดินลึกเข้าไปในแผนที่
หลังจากที่ฮั่นชาเดินออกไปไม่ถึง 10 นาที เขาก็รีบส่งข้อความมารายงานลู่หยางด้วยความรวดเร็ว
“พี่ครับ กองกำลัง 100,000 คนของบลูคริสตัลกับสกายโดเมนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้แล้วครับ”