- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 482 ของขวัญจากศัตรู
บทที่ 482 ของขวัญจากศัตรู
บทที่ 482 ของขวัญจากศัตรู
บทที่ 482 ของขวัญจากศัตรู
“นายแน่ใจนะว่าพวกมันทั้ง 100,000 คนเดินทางมาจนถึงที่นี่แล้วจริง ๆ?” ลู่หยางถามด้วยความประหลาดใจ
“แน่ใจครับ ตอนนี้ผมกับพวกฮั่นหยูกำลังช่วยกันตรวจสอบว่าพวกมันทั้ง 100,000 คนเป็นกองกำลังผู้เล่นชุดทองหมดเลยหรือเปล่า” ฮั่นชาตอบ
“ทำไมพวกมันถึงมาเร็วขนาดนี้?” ลู่หยางพึมพำขึ้นมาเบา ๆ
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับหัวหน้า?” โจวเทียนหมิงถาม
“กองกำลัง 100,000 คนของบลูคริสตัลกับสกายโดเมนห่างจากพวกเราไปไม่ถึง 10 นาที พวกมันเคลื่อนทัพมาได้เร็วกว่าที่ฉันคาดการณ์ไว้” ลู่หยางกล่าว
“คงเป็นเพราะพวกมันได้รับข่าวความพ่ายแพ้ของพวกบลัดไทแรนท์ในช่วงเช้า พวกมันจึงใช้คัมภีร์เพิ่มความเร็วเร่งเดินทางมาที่นี่แน่ ๆ” เจียงเจ๋อกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว
“น่าจะเป็นแบบนั้น” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับพยักหน้า
“แล้วพวกเราจะเอายังไง จะสู้หรือจะถอย?” เจียงเจ๋อถาม
“สู้สิ ถ้าเรารอจนถึงพรุ่งนี้ท้ายที่สุดพวกเราก็เป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้อยู่ดี บอกทุกคนให้เตรียมตัวกันให้พร้อม” ลู่หยางกล่าวด้วยแววตาอันเป็นประกาย
“ครับ” เจียงเจ๋อพยักหน้ารับก่อนจะรีบไปบอกให้ลูกน้องของตัวเองเตรียมความพร้อม
“เปิดกล้องหันไปทางพวกมันหน่อย ฉันต้องการจะเห็นสถานการณ์ของฝั่งตรงข้าม” ลู่หยางติดต่อไปหาฮั่นชา
“ได้ครับ” ฮั่นชาพยักหน้ารับ ก่อนที่เขาจะหันกล้องถ่ายภาพบลูคริสตัลกับสกายโดเมนให้ลู่หยางดูในทันที
—
ปลายเนินหมาป่าดำ
บลูสกาย หัวหน้ากิลด์บลูคริสตัลและสกายโดเมนวอริเออร์ หัวหน้ากิลด์สกายโดเมนกำลังนำทัพเดินไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง
ตอนแรกพวกเขาได้จัดแถวเดินทัพ 50 แถว โดยมีผู้เล่นถือโคมไฟอยู่ริมทั้งสองด้านและตรงกลางเพื่อให้เกิดแสงสว่างในระหว่างที่พวกเขากำลังเดินทางมาที่นี่
อย่างไรก็ตามในตอนนี้แถวภายในทัพก็ไม่ค่อยเป็นระเบียบอีกต่อไปแล้ว เพราะผู้เล่นหลาย ๆ คนเดินแตกแถวตามอำเภอใจและสภาพทุกคนก็ค่อนข้างที่จะอิดโรย
“หัวหน้า พวกเราเดินทางกันมา 6 ชั่วโมงแล้วนะครับ พวกเรายังจะต้องเดินไปอีกนานแค่ไหนเหรอ?” ผู้เล่นคนหนึ่งที่เดินตามหลังสกายโดเมนวอริเออร์ถามอย่างเหนื่อยล้า
“ใจเย็น ๆ อีก 2 ชั่วโมงพวกเราก็จะถึงป้อมปราการฟลาวเวอร์แล้ว คราวนี้พวกเราโชคดีมากเพราะถ้าหากพวกเรายึดป้อมสกายมิสท์และป้อมฟลาวเวอร์ได้สำเร็จ พวกเราก็จะตั้งหลักในเมืองเซนต์กอลล์ได้อย่างสบาย ๆ” สกายโดเมนวอริเออร์กล่าว
“พวกเราจะทำแบบนี้จริง ๆ เหรอ? หวังเถิงสั่งให้พวกเราแอบเข้าเมืองในตอนกลางคืนแล้วค่อยไปทำศึกตัดสินกับลู่หยางพรุ่งนี้เช้านะ” บลูสกายกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ตอนแรกหวังเถิงก็บอกว่าจะมอบอำนาจการดูแลกิลด์ให้กับพวกเราโดยไม่เข้ามายุ่งไม่ใช่เหรอ แล้วดูสิ่งที่พวกมันทำกับพวกบลัดไทแรนท์สิ หลังจากจบสงครามครั้งนี้กิลด์ของพวกบลัดไทแรนท์คงจะถูกรวมเข้าด้วยกันแน่ ๆ” สกายโดเมนวอริเออร์กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“พอคิดถึงเรื่องนี้มันก็น่าโมโหจริง ๆ เอาเป็นว่าพวกเราแอบลอบโจมตีป้อมสกายมิสท์กับป้อมฟลาวเวอร์ในคืนนี้แล้วแบ่งกันดูแลคนละป้อม หลังจากที่พวกเราครอบครองป้อมปราการเอาไว้ได้แล้ว ในตอนนั้นหวังเถิงก็จะทำอะไรพวกเราไม่ได้อีกต่อไป” บลูสกายกล่าวพร้อมกับพยักหน้า
“หลังจากจบสงครามหวังเถิงจะต้องบอกให้ทั้ง 4 กิลด์นั้นรวมกิลด์กันแน่ ๆ แต่ฉันจะเสนอให้หวังเถิงแบ่งกำลัง 2 กิลด์มารวมกับกิลด์ของพวกเราสองคน ตอนนั้นนายก็อย่าลืมสนับสนุนฉันด้วยล่ะ” สกายโดเมนวอริเออร์กล่าวอย่างได้ใจ
“แบบนั้นแหละดีกับพวกเราที่สุดแล้ว” บลูสกายกล่าวพร้อมกับพยักหน้า
ฮั่นชายืนอยู่ห่างจากหัวหน้ากิลด์ทั้งสองคนไปเพียงแค่ 15 เมตร เขาจึงได้ยินบทสนทนานี้อย่างชัดเจน แม้แต่ลู่หยางที่อยู่ภายในสายก็ได้ยินบทสนทนาด้วยเช่นกัน
“ไอ้พวกจิ้งจอกเจ้าเล่ห์” ลู่หยางพึมพำขึ้นมาเบา ๆ และเขาก็สามารถทำความเข้าใจได้ในทันทีว่าสาเหตุที่ทั้งสองกิลด์ยกกองกำลังมาในตอนนี้เพราะพวกเขามีแผนการเป็นของตัวเอง
“ให้พวกผมจัดการกับสองคนนี้เลยดีไหมครับ?” ฮั่นชาถาม
หากพวกฮั่นชาทั้ง 12 คนลงมือ บลูสกายกับสกายโดเมนวอริเออร์จะต้องตายอย่างแน่นอน แต่การทำแบบนั้นมันก็จะทำให้ทั้งกองทัพถูกสั่งให้ถอยกลับด้วยเช่นกัน และพวกเขาก็จะรอจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้าเพื่อทำตามคำสั่งของหวังเถิง
“อย่าเพิ่งรีบร้อน นายลองเดินสำรวจต่อไปฉันอยากจะดูการจัดรูปแบบทัพของพวกมัน” ลู่หยางกล่าว
“ได้ครับ” ฮั่นชาตอบรับก่อนจะเริ่มเดินไปสังเกตกระบวนทัพของศัตรู
ผู้เล่นทั้ง 100,000 คนที่เดินทางมานี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นกองกำลังผู้เล่นชุดทอง ยิ่งพวกเขาเดินอยู่ภายใต้แสงจากโคมไฟคริสตัล มันก็ยิ่งทำให้ออร่าจากชุดเกราะของพวกเขาโดดเด่นมากเป็นพิเศษ
แถวแรกนักเวท
แถวที่ 2 นักเวท
แถวที่ 3 นักเวท
…
20 แถวแรกต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นนักเวทด้วยกันทั้งหมด
“พวกมันนี่หาที่ตายจริง ๆ” ลู่หยางกล่าวด้วยแววตาอันเป็นประกาย
หลังจากวางสายเขาก็หันไปพูดกับเจียงเจ๋อและซุนหยูที่อยู่ข้าง ๆ
“บอกหน่วยพิเศษให้เตรียมตัวให้พร้อม พวกเราจะโจมตีเผด็จศึกพวกมันในครั้งเดียว”
“นายมีแผนดี ๆ แล้วเหรอ?” เจียงเจ๋อถามเมื่อได้เห็นสีหน้าอันมั่นใจของลู่หยาง
“บลูคริสตัลกับสกายโดเมนทำข้อผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการเดินทัพต่อหน้าของพวกเราแล้ว เพราะพวกมันกล้าวางหน่วยนักเวทที่สำคัญที่สุดเอาไว้ในแถวหน้าของกองทัพ ในเมื่อพวกมันเอาของขวัญมาเสิร์ฟให้ขนาดนี้ ฉันจะไม่รับเอาไว้มันก็ดูจะใจร้ายเกินไปหน่อย” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาอย่างเย็นชา
“เอานักเวทไว้แถวหน้าสุด? พวกมันจะทำแบบนั้นไปทำไม แบบนี้ถ้าถูกศัตรูบุกโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว พวกมันก็จะเสียกำลังโจมตีที่ดีที่สุดไปหมดเลยนะ” เจียงเจ๋อกล่าวอย่างประหลาดใจ
“พวกมันคงคิดจะใช้นักเวทพวกนั้นจัดการกับกองกำลังของเราที่ปกป้องป้อมปราการสกายมิสท์เอาไว้ จากนั้นพวกมันก็จะใช้นักเวทพวกนี้ควบคุมจุดฟื้นคืนชีพเพื่อไม่ให้พวกเราพลิกสถานการณ์กลับมาได้ ความจริงแผนแอบโจมตีป้อมปราการในช่วงที่การป้องกันหละหลวมแบบนี้ก็เป็นแผนการที่ดี แต่น่าเสียดายที่พวกมันไม่ได้รู้เลยว่าพวกเรานำกองกำลังมาซุ่มโจมตีเอาไว้ก่อนแล้ว” ลู่หยางกล่าว
“พวกเราจะไปเรียกคนมาเดี๋ยวนี้เลย” เจียงเจ๋อกับซุนหยูหันมาสบตากัน ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
ซุนหยูมีหน่วยพิเศษอินทรีสายฟ้า 100 คน ขณะที่เจียงเจ๋อก็มีหน่วยพิเศษนักรบคลั่ง 50 คนด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ในบรรดาผู้เล่นที่ตามลู่หยางมายังมีนักเวทต้องห้ามของแบล็คเฟลมอยู่อีก 140 คน ซึ่งในจำนวนนั้นมันก็มีนักเวทถึง 60 คนที่พร้อมจะใช้เวทมนตร์ต้องห้ามออกมาตลอดเวลา พวกเขาจึงไม่ต่างไปจากปืนใหญ่เคลื่อนที่เลยแม้แต่นิดเดียว
“ศัตรูส่งหน่วยลาดตระเวนออกมาหรือเปล่า?” ลู่หยางถามฮั่นชา
“ผมยังไม่เห็นนะครับ ถ้าให้เดาในพื้นที่แถบนี้พวกมันคงจะยังไม่ส่งหน่วยลาดตระเวนออกไป เพราะมันยังอยู่ห่างจากป้อมปราการสกายมิสท์อีกกว่า 2 ชั่วโมง อย่างเร็วที่สุดมันก็น่าจะต้องรออีกประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนที่พวกมันจะเริ่มส่งหน่วยลาดตระเวนออกไปสำรวจพื้นที่ทางด้านหน้า” ฮั่นชาตอบ
เมื่อลู่หยางคิดตามมันก็ดูสมเหตุสมผลจริง ๆ เพราะเนื่องมาจากพวกบลูสกายต้องเดินทางในระยะไกล พวกเขาจึงไม่ได้ส่งหน่วยลาดตระเวนออกไปสำรวจพื้นที่ด้านหน้า ความจริงในช่วงเวลานี้ของเกม มันก็คงจะมีเพียงแค่ผู้เล่นที่ผ่านสงครามมาอย่างโชกโชนอย่างเขาเท่านั้นจึงจะมีความคิดที่จะส่งหน่วยลาดตระเวนออกไปตรวจสอบเส้นทางตลอดเวลาแบบนี้
“ตามดูพวกมันเอาไว้อย่างใกล้ชิด ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงให้รีบติดต่อฉันทันที”
หลังจากวางสายลู่หยางก็ตรวจสอบผู้เล่นที่คอยซุ่มอยู่ตามหลุมต่าง ๆ ด้วยตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งหลังจากที่พวกเขาเตรียมตัวกันเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็เริ่มมองเห็นกองกำลังของบลูคริสตัลกับสกายโดเมนเดินมาจากระยะไกล
“พวกมันมาถึงแล้วครับ” ฮั่นชาส่งข้อความหาลู่หยาง
ชายหนุ่มมองไปยังแสงไฟด้านหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
แม้ครั้งนี้เขาจะต้องใช้กองกำลัง 60,000 คนเผชิญหน้ากับศัตรู 100,000 คน แต่ด้วยความได้เปรียบทางด้านภูมิประเทศและประสบการณ์ในการบัญชาการรบมาแล้วเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน มันก็ทำให้ลู่หยางมีความมั่นใจว่าพวกเขาจะได้รับชัยชนะ
กองกำลังของศัตรูเดินใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ซึ่งหลังจากที่เวลาผ่านพ้นไปประมาณ 5 นาที ลู่หยางที่คอยซุ่มโจมตีก็มองเห็นใบหน้าของบลูสกายกับสกายโดเมนวอริเออร์ซึ่งอยู่แถวหน้าได้อย่างชัดเจน