- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 478 สังหารหมู่ยกป้อมปราการ
บทที่ 478 สังหารหมู่ยกป้อมปราการ
บทที่ 478 สังหารหมู่ยกป้อมปราการ
บทที่ 478 สังหารหมู่ยกป้อมปราการ
พวกโซลออฟอีเทอนิตี้ทั้ง 4 คนยืนงงอยู่กับที่ เพราะสิ่งที่พวกเขาคาดการณ์เอาไว้คือลู่หยางสมควรจะบุกโจมตีพวกเขาในทันที แต่จู่ ๆ อีกฝ่ายกลับสั่งให้ลูกน้องของตัวเองพักผ่อนอยู่นอกป้อมปราการของพวกเขาอยู่เฉย ๆ
“แกทำแบบนี้มันหมายความว่ายังไง?!” แบล็คบลัดตะโกนถามอย่างร้อนใจ
เนื่องจากเมื่อสักครู่พวกเขาพึ่งปลุกขวัญกำลังใจลูกน้องทุกคนว่าถ้าหากพวกเขาพ่ายแพ้ในศึกครั้งนี้ พวกเขาก็จะเสียอำนาจในการควบคุมไป สมาชิกภายในกิลด์จึงเต็มไปด้วยความฮึกเหิม เพราะต้องการจะช่วยเหลือหัวหน้ากิลด์ของตัวเอง อย่างไรก็ตามถ้าหากลู่หยางไม่ลงมือโจมตี มันก็จะทำให้ความฮึกเหิมเหล่านี้ลดหายไปตามกาลเวลา
อย่างไรก็ตามลู่หยางก็ไม่สนใจแบล็คบลัดเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่เขาจะเดินไปนั่งพักพร้อม ๆ กับลูกน้องทั้ง 290,000 คนอย่างสบายอารมณ์
หลังจากผ่านศึกใหญ่มาหลายครั้งสมาชิกของบลัดบราเธอร์ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าลู่หยางไม่มีทางนำพาพวกเขาไปสู่ความพ่ายแพ้ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังไม่เคยเห็นลู่หยางวางกลยุทธ์ที่ผิดพลาด ดังนั้นไม่ว่าหัวหน้ากิลด์ของพวกเขาจะสั่งการอย่างแปลกประหลาดสักแค่ไหน แต่สุดท้ายมันก็จะจบลงด้วยชัยชนะของพวกเขาเสมอ
เมื่อเวลาผ่านไปขวัญกำลังใจของสมาชิก 4 กิลด์ใหญ่ที่พึ่งพ่ายแพ้มาเมื่อเช้าก็ลดต่ำลงไปเรื่อย ๆ แต่ในทางกลับกันขวัญกำลังใจในกองกำลังของลู่หยางกลับค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้น
10 นาที
20 นาที
...
60 นาที
ลู่หยางยังคงพักผ่อนอย่างสบายใจแม้ว่าเวลาจะล่วงเลยผ่านไปนานนับชั่วโมงแล้วก็ตาม
—
เหงื่อเม็ดใหญ่เริ่มไหลออกมาจากศีรษะของบลัดไทแรนท์และเขาก็กำลังมองไปทางลู่หยางอย่างร้อนใจ
“พวกเราควรนำกำลังออกไปโจมตีลู่หยางเลยดีไหม? ถึงรออยู่แบบนี้มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก” แบล็คบลัดกล่าวด้วยสีหน้าอันบิดเบี้ยว
โซลออฟอีเทอนิตี้ส่ายศีรษะแล้วพูดว่า
“เราห้ามนำกองกำลังออกจากป้อมปราการอย่างเด็ดขาด ทุกคนสังเกตไหมว่าในบรรดาแม่ทัพทั้ง 7 คนของลู่หยางมันมีแม่ทัพคนหนึ่งหายตัวไป”
“ใครเหรอ?” ออทัมสปริงถามเพราะเขาไม่ค่อยรู้จักสมาชิกภายในกิลด์ของลู่หยางมากนัก
“ฉิงชางหายไป มีใครเห็นเขาบ้างไหม?” โซลออฟอีเทอนิตี้ถามพร้อมกับขวดคิ้ว
ทันใดนั้นแบล็คบลัดกับบลัดไทแรนท์ก็นึกขึ้นมาได้ว่าฉิงชางได้หายไปจากข้างกายของลู่หยางแล้วจริง ๆ ยิ่งไปกว่านั้นในบรรดาแม่ทัพของลู่หยาง ฉิงชางก็คือคนที่มีความซื่อสัตย์มากที่สุด ดังนั้นคนคนนี้ไม่มีทางจะทรยศต่อลู่หยางอย่างเด็ดขาด
“พวกมันจะต้องวางแผนอะไรอยู่สักอย่างแน่ ๆ” แบล็คบลัดกล่าว
—
“หัวหน้า คุณให้ฉิงชางนำกองกำลังหลัก 13,000 คนไปไหนงั้นเหรอครับ?” ไป๋เหลิงถามอย่างสงสัย เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าฉิงชางหายไปไหนด้วยเหมือนกัน
“พวกนายรู้ไหมว่าทำไมตอนที่ฉันได้คำสั่งโจมตีป้อมปราการแบล็คร็อคในตอนแรกฉันจึงคิดจะมอบมันให้คนอื่นในทันที” ลู่หยางถาม
“เพราะว่าในตอนนั้นพวกเราแข็งแกร่งไม่พอครับ” ไป๋เหลิงกล่าว
ลู่หยางส่ายศรีษะ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นและสั่งการว่า
“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม พวกเราจะเริ่มโจมตีแล้ว”
ท่าทางของลู่หยางทำให้ทุกคนเต็มไปด้วยความสับสน แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังลุกขึ้นไปจัดทัพตามคำสั่งในทันที
—
เมื่อโซลออฟอีเทอนิตี้และแบล็คบลัดเห็นลู่หยางเริ่มเคลื่อนไหว มันก็ทำให้พวกเขาขนลุกไปทั่วทั้งตัว
“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม ศัตรูกำลังจะเริ่มโจมตีแล้ว” โซลออฟอีเทอนิตี้ตะโกนสั่ง
กองกำลังนักเวท, นักธนู, นักรบโล่และนักบวชที่เก่งกาจที่สุดของทั้ง 4 กิลด์ได้ถูกนำมารวมตัวกันที่กำแพงป้อมปราการทางทิศตะวันออก โดยพวกเขามีจำนวนอยู่มากกว่า 200,000 คนและทางด้านในป้อมก็ยังมีกองกำลังคอยสนับสนุนพวกเขาอยู่อีก 300,000 คน
“แบล็คเฟลมกองกำลังนักเวทของนายพร้อมแล้วหรือยัง?” ลู่หยางถาม
“พร้อมแล้วครับ” แบล็คเฟลมกล่าวพร้อมกับนำนักเวท 140 คนขึ้นมายืนข้างลู่หยาง ซึ่งในกลุ่มนี้ก็ได้รวมถึงมู่หยู, ฉวนเถาและเซาธ์วินด์ด้วย
ปัจจุบันนักเวทต้องห้ามทั้ง 140 คนยังไม่เคยลงมือพร้อมกันในเขตของเผ่ามนุษย์มาก่อน แล้วมันก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงการใช้เวทมนตร์ต้องห้ามพร้อม ๆ กันเพื่อถล่มป้อมปราการ
ลู่หยางมองไปยังพวกโซลออฟอีเทอนิตี้ที่ยืนอยู่บนกำแพง โดยในตอนนี้หัวใจของเขากำลังปั่นป่วน เพราะมันถึงเวลาที่เขาจะได้ชำระแค้นจากสิ่งที่ทั้งสองคนได้ทำเอาไว้กับเขาในชาติก่อน
“ในเมื่อพวกคุณเลือกจะเป็นสุนัขรับใช้ของลิ่วเจีย วันนี้ฉันก็จะช่วยสงเคราะห์พวกคุณที่เลือกเส้นทางนี้เอง” ลู่หยางตะโกนเสียงดัง
“ถ้าแกกล้าก็บุกเข้ามา อย่ามัวแต่พูดจาไร้สาระ” แบล็คบลัดตะโกนด่า
“ลู่หยางถึงแม้คุณจะพยายามยั่วยุพวกเราแต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก ไม่ว่ายังไงพวกเราก็ไม่มีทางออกจากป้อมปราการไปรบกับคุณทางด้านนอกอย่างเด็ดขาด” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าว
“หัวหน้าตอนนี้ทุกคนเตรียมตัวพร้อมแล้ว ขอผมนำทัพไปโจมตีพวกมันเถอะ” ไป๋ฉือกล่าว
“ผมด้วย” บิทเทอร์เลิฟกล่าวเสริม
…
แม่ทัพทั้ง 6 ต่างก็ขอให้พวกเขาออกรบพร้อม ๆ กัน ลู่หยางจึงมองไปยังพวกโซลออฟอีเทอนิตี้ด้วยแววตาอันดุดัน ก่อนจะตะโกนขึ้นมาว่า
“แบล็คเฟลมใช้เวทมนตร์ต้องห้ามถล่มใส่ป้อมปราการได้เลย”
“ครับ” แบล็คเฟลมรับคำสั่งก่อนที่เขาจะนำนักเวทไฟ 60 คนออกมา
“ใช้เมเทโอเชาเวอร์ตั้งเป้าหมายไปที่ยอดกำแพง จับคู่นักเวท 2 คนตั้งเป้าหมายไปที่พื้นที่เดียวกัน!”
นักเวทไฟทั้ง 60 คนเริ่มร่ายเวทขึ้นมาพร้อมกันและถึงแม้กำแพงจะมีความยาวกว่า 6 กิโลเมตร แต่พื้นที่ครึ่งหนึ่งของกำแพงกลับตกอยู่ในรัศมีของเมเทโอเชาเวอร์จากนักเวททั้ง 60 คน
“ไป๋ฉือ บิทเทอร์เลิฟ” ลู่หยางกล่าว
“ครับ” ทั้ง 2 ตะโกนตอบรับอย่างตื่นเต้น
“นำทัพบุกโจมตีได้เลย” ลู่หยางสั่ง
“ได้ครับ พวกเราจะเอาป้อมกลับมาให้หัวหน้าเอง” ไป๋ฉือกับบิทเทอร์เลิฟพูดขึ้นมาพร้อมกัน ก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันไปนำทัพของตัวเอง
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเริ่มนำโจมตีบนท้องฟ้าก็ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆดำและสายลมแรง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” แบล็คบลัดอุทานอย่างสับสน
“แย่แล้ว! พวกมันคิดจะใช้เวทมนตร์ต้องห้าม! ทุกคนรีบหาที่หลบเร็วเข้า ทีมนักบวชเตรียมตัวรักษาเต็มที่” โซลออฟอีเทอนิตี้ตะโกนสั่ง
10 วินาทีต่อมาฝนดาวตกก็พุ่งลงมาจากบนท้องฟ้าถล่มยอดกำแพงที่พวกโซลออฟอีเทอนิตี้เคยยืนสั่งการอยู่
แม้โซลออฟอีเทอนิตี้จะพยายามตะโกนบอกทุกคนแล้ว แต่พื้นที่บนกำแพงเป็นเพียงพื้นที่โล่ง ๆ ไม่มีสถานที่ให้หลบซ่อนตัว และถึงแม้พวกเขาอยากจะหนีแต่ด้วยตัวของพื้นที่ก็ทำให้ทุกคนต้องเบียดเสียดกัน มันจึงทำให้ไม่มีใครสามารถหนีออกจากระยะของฝนดาวตกได้เลยแม้แต่คนเดียว
“พาลาดินรีบเปิดออร่าต้านทานเวท”
“นักบวชรีบรักษาเร็วเข้า”
…
เสียงตะโกนดังไปทั่วทั้งกำแพงและเนื่องจากนักเวท 2 คนได้รับคำสั่งให้โจมตีซ้อนทับในตำแหน่งเดียวกัน มันจึงทำให้ความถี่ในการโจมตีเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัว
ในที่สุดสมาชิกของ 4 กิลด์ใหญ่ก็ไม่สามารถทนรับความเสียหายได้ไหว มันจึงทำให้พวกเขาเริ่มเสียชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ และก่อให้เกิดช่องว่างในแนวป้องกัน
“ทุกคนบุก!” ไป๋ฉือและบิทเทอร์เลิฟต่างก็ตะโกนสั่งการขึ้นมาพร้อม ๆ กันเมื่อพวกเขาได้เห็นจุดอ่อนของศัตรู
กองกำลังผู้เล่นชุดทอง 40,000 คนบุกเข้าโจมตีป้อมปราการอย่างพร้อมเพียงกัน ซึ่งทันทีที่พวกเขามาถึงใต้กำแพงทุกคนต่างก็พร้อมใจกันโยนเชือกเพื่อปีนขึ้นไปยังด้านบน
“ตามฉันมา!” ไป๋ฉือนำทัพปีนกำแพงขึ้นไปเป็นคนแรก โดยมีไป๋หูและไป๋เหลิงตามหลังมาติด ๆ
ทางฝ่ายบิทเทอร์เลิฟก็เริ่มปีนกำแพงด้วยเช่นกัน ทำให้กองกำลังทั้ง 40,000 คนปีนขึ้นไปบนกำแพงด้วยความรวดเร็ว
เมื่อพวกโซลออฟอีเทอนิตี้เห็นสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดี พวกเขาก็รีบหนีเข้าไปในหอคอยเพื่อไม่ให้ประสบพบกับหายนะ
“ลู่หยาง มันมีนักเวทต้องห้ามมากขนาดนี้ได้ยังไงแล้วหน่วยนักเวทต้องห้ามของพวกเราล่ะ ทำไมถึงไม่ตอบโต้พวกมันกลับไปบ้าง?” บลัดไทแรนท์ถาม
“ตอนทำสงครามที่ทุ่งดอกไม้แดงนักเวทต้องห้ามทุกคนถูกซุนหยูใช้อินทรีสายฟ้าฆ่าตายในระหว่างร่ายเวทมนตร์ แม้ตอนนี้นักเวททุกคนจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาแล้ว แต่คูลดาวน์เวทมนตร์ต้องห้ามยังต้องรออีก 4 ชั่วโมง” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าว
“4 ชั่วโมงเลยเหรอ?!” บลัดไทแรนท์ชกเข้าที่กำแพงอย่างรุนแรง
“หัวหน้า พวกมันบุกเข้ามาแล้วพวกเราควรจะทำยังไงกันดีครับ?” อินแชนติ้งดีม่อนวิ่งเข้ามาถาม
โซลออฟอีเทอนิตี้มองเหตุการณ์ด้านหน้าอย่างหมดหนทาง เพราะด้านนอกเต็มไปด้วยฝนดาวตกที่โจมตีมาอย่างแน่นหนา ทำให้แค่การเดินไปบนกำแพงยังเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ มันจึงไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงการป้องกันศัตรูที่กำลังบุกเข้ามาเลย
“อดทนเอาไว้ อีก 30 วินาทีถึงแม้จะต้องใช้วิธีส่งคนออกไปตาย แต่เราก็ต้องป้องกันป้อมปราการเอาไว้ให้ได้” บลัดไทแรนท์ตะโกนสั่ง
ยื้อออออออออสุด ๆ