เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 477 การตัดสินใจของหัวหน้ากิลด์ทั้งสี่

บทที่ 477 การตัดสินใจของหัวหน้ากิลด์ทั้งสี่

บทที่ 477 การตัดสินใจของหัวหน้ากิลด์ทั้งสี่


บทที่ 477 การตัดสินใจของหัวหน้ากิลด์ทั้งสี่

เผ่าเอลฟ์

สำนักงานแห่งหนึ่งในเมืองโกลด์โรยอลตี้

ลิ่วเจียกำลังจัดการเรื่องการส่งมอบกิลด์ เมื่อเขาได้รับรายงานจากหวังเถิงเขาก็เผยรอยยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า

“ดูเหมือนว่าฉันจะรีบร้อนเกินไปหน่อยสินะ ตอนนี้พวกเขาเป็นยังไงบ้าง?”

“ตอนนี้หัวหน้ากิลด์ทั้ง 4 คนอารมณ์ร้อนมากจนไม่ยอมทำสงครามเพื่อพวกเราอีกแล้ว ไม่ทราบว่าผมควรจะทำยังไงต่อดีครับ?” หวังเถิงถาม

“บอกพวกเขาว่าเราจะใช้อำนาจตามสัญญาให้พวกเขารวมกิลด์เข้าด้วยกัน ภายในกิลด์ใหม่จะมีการจัดแบ่งออกเป็น 4 ทัพแล้วพวกเขาที่เป็นหัวหน้ากิลยังคงมีสิทธิ์บริหารคนของตัวเองเหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนจากหัวหน้ากิลด์กลายเป็นรองหัวหน้ากิลด์ ถ้าพวกเขาตกลงก็ให้รวมกิลด์กันตอนนี้เลย แต่ถ้าหากพวกเขาปฏิเสธก็เรียกอำนาจการควบคุมกิลด์มาจากพวกเขาซะ” ลิ่วเจียกล่าว

หวังเถิงวางสายไปก่อนจะพูดคำสั่งของลิ่วเจียให้พวกแบล็คบลัดฟัง

“ล้อเล่นหรือยังไง?! ฉันยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้” บลัดไทแรนท์ปฏิเสธในทันที

“งั้นก็ดี ทุกคนมาอยู่เถียงกับฉันอยู่ที่นี่แหละ หลังจากลู่หยางเอาชนะโซลออฟอีเทอนิตี้ได้แล้วเขาจะต้องยกทัพไปตีป้อมสกายมิสท์กับป้อมแบล็คร็อคต่อแน่ ๆ หลังจากเสียป้อมปราการไปความน่าเชื่อถือของพวกนายก็จะลดลง ตอนนั้นถึงแม้ฉันจะดึงอำนาจการบริหารมาจากพวกนาย แต่มันก็คงจะไม่มีสมาชิกกิลด์คนไหนกล้าออกมาโต้แย้ง” หวังเถิงกล่าว

สำหรับสมาชิกกิลด์ทั่ว ๆ ไปมันไม่มีใครมาสนใจหรอกว่าใครจะเป็นหัวหน้ากิลด์ สิ่งที่พวกเขาสนใจมากที่สุดคือผลประโยชน์ของตัวเอง เพราะท้ายที่สุดตอนที่ทุกคนรับสมัครสมาชิกกิลด์มาพวกเขาก็ใช้ผลประโยชน์เป็นตัวล่อ

ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังยืนกรานในจุดยืนของตัวเอง เครื่องสื่อสารของบลัดไทแรนท์ก็ดังขึ้นมา

“หัวหน้า ลู่หยางนำกองกำลัง 290,000 คนมาที่หน้าป้อมปราการของพวกเราแล้วครับ” ดีม่อนบลัดกล่าว

หวังเถิงรีบมองไปทางบลัดไทแรนท์แล้วพูดขึ้นมาอย่างได้ใจว่า

“รีบ ๆ รวมกิลด์เข้าด้วยกันเถอะ หลังจากนั้นทุกคนก็ยังมีสิทธิ์ดูแลกองกำลังของตัวเองอยู่เหมือนเดิมไม่ใช่เหรอ?”

บลัดไทแรนท์มองไปทางโซลออฟอีเทอนิตี้แต่อีกฝ่ายกลับก้มหน้าลงไม่พูดอะไร แม้แต่ทางออทัมสปริงและแบล็คบลัดก็ยังคงก้มหน้าเงียบอยู่เหมือนเดิม ซึ่งมันเห็นได้ชัดเลยว่าทั้ง 3 กิลด์ไม่ต้องการจะไปรบกับลู่หยางเพื่อปกป้องป้อมปราการของเขา

ท้ายที่สุดความสูญเสียในตอนนี้พวกเขาก็ยังสามารถกู้เงินจากธนาคารมาชดใช้ค่าเสียหายเพื่อไม่ให้สูญเสียกิลด์ของตัวเองไปได้ แต่ถ้าหากพวกเขาสูญเสียอุปกรณ์ไปมากกว่านี้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะไม่มีทางหวนคืนกลับมาได้อีกแล้ว

บลัดไทแรนท์เผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างขมขื่น ก่อนที่เขาจะพูดว่า

“ดีม่อนบลัด นายยังยอมรับฉันว่าเป็นหัวหน้านายอยู่สินะ”

“ใช่สิครับ ที่ผมเล่นเกมนี้ก็เพราะตามคุณมานั่นแหละ” ดีม่อนบลัดกล่าว

“ดีมาก ถ้าอย่างนั้นก็นำลูกน้องทุกคนกลับมาที่เมืองเซนต์กอลล์ ส่วนป้อมสกายมิสท์ฉันไม่เอามันแล้ว!” บลัดไทแรนท์ร้องคำรามด้วยความโกรธ

หวังเถิงรีบลุกยืนขึ้นในทันที ก่อนที่เขาจะชี้นิ้วไปยังบลัดไทแรนท์ด้วยความโกรธ

“นี่แกบ้าไปแล้วงั้นเหรอ?!”

“ใช่ ฉันบ้าไปแล้ว ถ้าแกอยากจะเอากิลด์ของฉันไปฉันก็จะปกป้องกิลด์ของตัวเองเอาไว้อย่างสุดกำลัง ฉันจะออกจากเกมไปหาเงินมาชดใช้พวกแกเดี๋ยวนี้ ถึงแม้จะต้องกู้เงินตลอดชีวิตแต่ฉันก็จะไม่ยอมยกกิลด์ให้กับพวกแกอย่างเด็ดขาด” บลัดไทแรนท์ยืนหยัดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะออกจากเกมไปในทันที

หวังเถิงนิ่งอึ้งไปสักพัก ก่อนที่เขาจะมองไปทางโซลออฟอีเทอนิตี้ที่อยู่ใกล้ ๆ

“ผมก็เหมือนกัน หากคุณคิดจะยึดกิลด์ของเรา ผมก็ไม่สนใจเรื่องป้อมปราการอะไรแล้วผมจะรีบออกไปหาเงินมาชดใช้ให้กับพวกคุณเดี๋ยวนี้” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม

ไม่ว่ายังไงกิลด์ของพวกเขาก็คือกิลด์ขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งเซิฟเวอร์ ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้อยู่เมืองเซนต์กอลล์ก็ไม่เป็นไร เพราะมันยังมีเมืองใหม่ที่ทางตัวเกมเพิ่งเปิดให้บริการขึ้นมาถึง 12 แห่ง หลังจากนี้พวกเขาย่อมมีกำลังครอบครองป้อมปราการ 1-2 แห่งได้อย่างสบาย ๆ และธนาคารก็คงจะยินดีให้พวกเขากู้เงินด้วยเช่นกัน

“อย่าเพิ่งไป! ฉันจะรีบติดต่อคุณชายเดี๋ยวนี้” หวังเถิงรีบพูดขัดเมื่อได้เห็นว่าสถานการณ์ดำเนินไปไกลกว่าที่เขาได้คาดการณ์เอาไว้มาก

ขณะที่หวังเถิงกำลังปวดหัวกับพวกโซลออฟอีเทอนิตี้ ลู่หยางก็นำกองกำลังขึ้นไปยังกำแพงป้อมปราการสกายมิสท์แล้ว

“นี่มันอะไรกันเนี่ย? ทำไมถึงไม่มีใครคอยป้องกันป้อมปราการเลย” ไป๋เหลิงกล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นมาเกาหัว

“หัวหน้าข้างในป้อมก็ไม่มีศัตรูอยู่เหมือนกันครับ” ฉิงชางวิ่งเข้ามารายงาน

“บลัดไทแรนท์กับหวังเถิงแตกหักกันแล้วงั้นเหรอเนี่ย” ลู่หยางกล่าว

“สายลับพึ่งแจ้งมาว่าบลัดไทแรนท์มีคำสั่งให้ดีม่อนบลัดถอนกำลังออกจากป้อมสกายมิสท์กลับเมืองเซนต์กอลล์ทั้งหมด ส่วนบลัดไทแรนท์ก็ออฟไลน์ออกจากเกมไปแล้วครับ” ถูเฟิงกล่าว

“เขาจะต้องรีบออกไปหาเงินมาใช้หนี้แน่ ๆ” ไป๋หูกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“บลัดไทแรนท์คงจะตัดสินใจเด็ดขาดแล้วสินะ ในเมื่อเขายกป้อมปราการให้กับเรา ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไม่จำเป็นจะต้องเกรงใจ ทิ้งคนรักษาป้อมเอาไว้ 5,000 คน ส่วนคนที่เหลือตามฉันมาที่ป้อมแบล็คร็อค” ลู่หยางกล่าว

หากเขาสามารถยึดป้อมปราการทั้งหมดของเมืองเซนต์กอลล์ได้ ในเวลานั้นถึงแม้ลิ่วเจียจะรวมกิลด์ในเมืองนอร์ทวินด์เข้าด้วยกันได้สำเร็จ แต่พวกเขาก็จะสูญเสียเส้นทางในการเดินทัพกลับเข้าเมืองเซนต์กอลล์

การเทเลพอร์ตฟรีที่ทางระบบมอบให้ในครั้งนี้มีผลเฉพาะผู้เล่นที่ต้องการเทเลพอร์ตออกจากเมืองเก่าไปยังเมืองใหม่เท่านั้น หากพวกเขาต้องการจะเทเลพอร์ตจากเมืองนอร์ทวินด์มายังเมืองเซนต์กอลล์ ทุกคนก็ยังจำเป็นจะต้องจ่ายค่าเดินทางเป็นเงินสูงถึง 5 เหรียญทองอยู่ดี

ขณะเดียวกันถึงแม้กิลด์ของพวกบลัดไทแรนท์จะมีปัญหา แต่ปัญหานี้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบถึงแก่นของกิลด์ การที่พวกเขายังคงอยู่ในเมืองเซนต์กอลล์จึงยังคงเป็นปัญหาหลัก ซึ่งในระหว่างที่ลู่หยางนำทัพเขาก็คิดหาวิธีแก้ไขเรื่องนี้ไปด้วย

ในอีกด้านหนึ่ง

ลิ่วเจียพยายามเลือกใช้วิธีประนีประนอมมากที่สุด โดยเขาได้ให้คำมั่นกับหัวหน้ากิลด์ทั้ง 4 ในพื้นที่พิเศษด้วยตัวเองว่าขอแค่พวกเขาสามารถรักษาป้อมปราการแบล็คร็อคเอาไว้ได้ พวกเขาก็ไม่จำเป็นจะต้องรวมกิลด์เข้าด้วยกัน

“ถ้าคุณพูดมาแบบนี้ตั้งแต่แรกเรื่องมันก็จบตั้งนานแล้ว” แบล็คบลัดกล่าวอย่างไม่พอใจ

“ลู่หยาง ฉันจะต้องฆ่าแกให้ได้!” บลัดไทแรนท์พูดอย่างเจ็บใจ เพราะเขาต้องสูญเสียป้อมปราการสกายมิสท์ให้ลู่หยาง โดยที่อีกฝ่ายไม่จำเป็นจะต้องพยายามเลยแม้แต่นิดเดียว

“ทุกคนมารวมที่ป้อมปราการของฉันก่อนเถอะ พวกเราจะได้จัดทัพเตรียมต้อนรับลู่หยางด้วยกัน” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าว

หัวหน้ากิลด์อีก 3 กิลด์พยักหน้ารับ โดยในตอนนี้พวกเขาไม่ได้มีความหยิ่งผยองเหมือนกับในตอนเช้าอีกต่อไปแล้ว

เมื่อเช้าทั้ง 4 กิลด์ยังมีอุปกรณ์ระดับทองรวมกันถึง 260,000 ชุด แต่หลังจากที่พวกเขาได้รับความพ่ายแพ้ มันก็ทำให้พวกเขาเหลืออุปกรณ์ระดับทองอยู่เพียงแค่ 210,000 ชุดเท่านั้น

ขณะเดียวกันทั้งฝ่ายของลู่หยางแต่เดิมมีอุปกรณ์ระดับทองเพียงแค่ 100,000 ชุด แต่หลังจากศึกใหญ่ 3 ครั้งเมื่อช่วงเช้า มันจึงทำให้พวกเขาสามารถยึดอุปกรณ์ได้มากกว่า 40,000 ชุดและทำให้พวกเขามีกองกำลังผู้เล่นชุดทองเพิ่มขึ้นมาเป็น 140,000 คน

แม้ทางฝั่ง 4 กิลด์ใหญ่จะดูเหมือนมีความได้เปรียบมากกว่า แต่พวกเขาก็เพิ่งได้รับความพ่ายแพ้มาทำให้ขวัญกำลังใจของลูกน้องภายในทีมอยู่ในช่วงตกต่ำ ยิ่งไปกว่านั้นหากพวกเขาได้รับความพ่ายแพ้แล้วลู่หยางแย่งชิงอุปกรณ์จากพวกเขาไป ความสูญเสียที่พวกเขาได้รับมันก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นและถ้าหากว่าลิ่วเจียเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา พวกเขาก็อาจจะต้องสูญเสียกิลด์ของตัวเอง ดังนั้นหัวหน้ากิลด์ทั้ง 4 จึงตัดสินใจที่จะคอยป้องกันเพียงแค่อย่างเดียว

อีกประการหนึ่งคือทั้ง 4 คนรู้สึกว่าถ้าหากลู่หยางโจมตีป้อมปราการไม่สำเร็จ ในเวลานั้นพวกเขาก็อาจจะได้รับอุปกรณ์ระดับทองกลับคืนมาบางส่วน

บนกำแพง

“ฉันจะแบ่งกองกำลังออกไปป้องกันประตูทั้ง 4 ทิศ ขอให้ทุกคนรออยู่ภายในเขตเมืองก่อน หากลู่หยางเริ่มโจมตีจากทิศไหนก็ขอให้ทุกคนนำกำลังไปเสริมยังทิศนั้น” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าว

“ได้ ไม่มีปัญหา” บลัดไทแรนท์ตอบรับก่อนจะรีบนำกำลังไปเตรียมการในทันที

2 ชั่วโมงต่อมา

ลู่หยางนำทัพมาจนถึงประตูทิศตะวันออกของป้อมแบล็คร็อค ก่อนที่เขาจะยืนมองไปทางโซลออฟอีเทอนิตี้ที่ยืนอยู่บนกำแพง

“ประธานโซลออฟอีเทอนิตี้ พวกเราได้เจอกันอีกแล้วนะ”

“อย่ามัวแต่พูดเรื่องไร้สาระเลย ศึกครั้งนี้เป็นศึกตัดสินระหว่างคุณกับพวกเราทั้ง 4 กิลด์ ลิ่วเจียได้ให้สัญญากับพวกเราแล้วว่าตราบใดก็ตามที่เรารักษาป้อมปราการนี้ไว้ได้ เขาก็จะไม่รวมพวกเราทั้ง 4 กิลด์เข้าด้วยกัน” โซลออฟอีเทอนิตี้มองไปยังลู่หยางด้วยแววตาอันเย็นชา

หลังจากนั้นไม่นานบลัดไทแรนท์, แบล็คบลัดและออทัมสปริงก็ปรากฏตัวขึ้นบนกำแพงพร้อมกัน

“ลู่หยาง ถ้าแกกล้าก็บุกเข้ามาสิ!” แบล็คบลัดตะโกนด่า

“พวกคุณ 3 คนทำให้ฉันผิดหวังจริง ๆ เดิมทีฉันก็คิดว่าพวกคุณจะทำเพื่อกิลด์ของตัวเองแม้จะต้องออกไปกู้เงินและแยกตัวออกจากลิ่วเจีย แต่อย่างน้อยพวกคุณก็จะสามารถรักษากิลด์ของตัวเองไว้ได้ แต่สุดท้ายพวกคุณก็ยังคงเป็นแค่สุนัขรับใช้ที่ยังคงเลือกเลียแข้งเลียขาลิ่วเจียต่อไปสินะ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับส่ายศีรษะไปมา

ใบหน้าของออทัมสปริงเริ่มซีดเผือดในทันที ก่อนที่เขาจะตะโกนขึ้นมาว่า

“เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว! ถ้าอยากได้ป้อมก็บุกเข้ามาถ้าขี้ขลาดก็ไสหัวออกไป!!”

ลู่หยางนั่งบนหลังสิงโตเพลิงอย่างสบายอารมณ์พร้อมกับพูดออกไปว่า

“พวกคุณไม่มีเวลาแต่ฉันมีเวลาทั้งวัน ฉันรู้ว่าตอนนี้พวกคุณกำลังร้อนใจกันอยู่แค่ไหน เอาเป็นว่าฉันจะรออยู่ตรงนี้เฉย ๆ ก็แล้วกัน”

เมื่อได้รับคำสั่งเซี่ยหยู่เว่ย, ซุนหยูและแม่ทัพคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไปสั่งให้สมาชิกทีมของตัวเองเริ่มพักผ่อน

เอางี้เเลยเหร๊อ!!

จบบทที่ บทที่ 477 การตัดสินใจของหัวหน้ากิลด์ทั้งสี่

คัดลอกลิงก์แล้ว