- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 473 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 9
บทที่ 473 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 9
บทที่ 473 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 9
บทที่ 473 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 9
ในเวลานี้ขอแค่ใครมีชุดอุปกรณ์ระดับทอง 200,000 ชุด พวกเขาก็มีความสามารถมากพอที่จะยึดป้อมปราการได้ทุกป้อม ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงอุปกรณ์ชุดทอง 300,000 ชุดที่ลิ่วเจียได้เตรียมเอาไว้ให้กับพวกเขาเลย
“เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว แกพยายามพูดถ่วงเวลารอให้โซลออฟอีเทอนิตี้ยกทัพมาช่วยแกใช่ไหม?” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
แบล็คบลัดชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า
“โซลออฟอีเทอนิตี้กำลังยกทัพ 20,000 คนมาที่นี่แค่อีก 10 นาทีพวกเขาก็จะมาถึงแล้ว ถึงแกจะเอาชนะพวกฉันได้ แต่แกก็ไม่มีทางต้านรับกองกำลังพวกนั้นได้หรอก”
“ขอแค่ไม่มีแก โซลออฟอีเทอนิตี้ก็ไม่มาที่นี่แล้ว” ลู่หยางกล่าว
“แกหมายความว่ายังไง?” แบล็คบลัดถามด้วยความตกใจ
ลู่หยางส่ายศรีษะไปมาก่อนจะถามว่า
“แกทำสัญญาขายกิลด์กับหวังเถิงเอาไว้แล้วใช่ไหม?”
“เออ ฉันทำ แล้วยังไงล่ะ?” แบล็คบลัดกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว
“เขาบอกว่าเขาจะสนับสนุนเงินให้แกเพื่อแลกกับหุ้นบางส่วน แต่ยังคงให้แกเป็นคนดูแลกิลด์ต่อไปใช่ไหม?” ลู่หยางถาม
“ใช่” แบล็คบลัดตอบ
“หลังจากกลับไปแกก็ดูสัญญาของตัวเองให้ดี ๆ หลังจากการต่อสู้ในครั้งนี้กิลด์ของแกก็จะกลายเป็นกิลด์ของลิ่วเจียโดยสมบูรณ์ เงินทุนที่พวกมันให้มาก็จะกลายเป็นเงินทุนที่พวกมันเอาไว้ใช้เอง ส่วนตัวแกก็จะถูกไล่ออกจากกิลด์โดยไม่มีสิทธิ์จะกลับไปมีส่วนร่วมอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว” ลู่หยางกล่าว
“อย่ามาพูดจาไร้สาระ!” แบล็คบลัดตะโกนด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“แกลองดูเงื่อนไขข้อที่ 17 ในสัญญาสิ สิ่งที่พวกแกลงนามเอาไว้มันไม่ใช่สัญญายุติธรรม แต่มันคือการเดิมพันที่พวกแกไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย” ลู่หยางกล่าว
แบล็คบลัดรีบเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาตรวจดูสัญญาอย่างสงสัย ก่อนที่เขาจะได้พบเงื่อนไขข้อที่ 17 ที่ระบุไว้ว่าหากหัวหน้ากิลด์ทำให้กิลด์ขาดทุนเกินครึ่งหนึ่งของเงินลงทุนที่นายทุนได้ให้มา ผู้ถือหุ้นใหญ่ของกิลด์ก็มีสิทธิ์ยึดอำนาจในการจัดการกิลด์อย่างเด็ดขาด โดยที่หัวหน้ากิลด์คนเดิมไม่มีสิทธิ์คัดค้านใด ๆ ได้เลย
“แล้วยังไงล่ะ? ถึงฉันจะแพ้แกในครั้งนี้และเสียอุปกรณ์ระดับทองไป 10,000 ชุด อย่างน้อยฉันก็มีโอกาสจะกลับมาสู้กับแกได้ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง” แบล็คบลัดกล่าว
ลู่หยางมองไปยังแบล็คบลัดด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเวทนา เพราะในชาตินี้ลิ่วเจียก็ยังคงใส่เงื่อนไขในสัญญาเอาไว้เหมือนอย่างในชาติก่อน ซึ่งมันเป็นเงื่อนไขที่ทั้งไร้จรรยาบรรณและมีจุดประสงค์ที่จะเอาเปรียบหัวหน้ากิลด์ตั้งแต่แรก
“หากฉันเดาไม่ผิด ลิ่วเจียคงจะเสนอเงินลงทุนให้แก 5,000 ล้านและสนับสนุนอุปกรณ์ชุดทองให้กับแก 50,000 ชุดใช่ไหม?” ลู่หยางถาม
“ใช่” แบล็คบลัดตอบ
“แกรู้ไหมว่าตอนนี้ราคาวัตถุดิบของชุดอุปกรณ์ระดับทองเลเวล 30 ดีดขึ้นไปสูงขนาดไหนแล้ว เท่าที่ฉันเช็คราคามาเมื่อกี้ราคาของพวกมันดีดขึ้นไปเป็น 30 เหรียญทองต่อ 1 ชุด ซึ่งมันเพิ่มขึ้นไปจากเดิมถึง 10 เท่า” ลู่หยางกล่าว
ชุดเซ็ตอุปกรณ์ 1 ชุดประกอบไปด้วยอุปกรณ์ 8 ชิ้น เพื่อรับมือกับสงครามในครั้งนี้ลู่หยางจึงได้ติดต่อไปหาพ่อค้าวัตถุดิบเจ้าใหญ่หลายรายเพื่อเตรียมพร้อมจะซื้อวัตถุดิบมาผลิตอุปกรณ์เพื่อทำสงครามกับหวังเถิงจนถึงที่สุด
อย่างไรก็ตามทางพ่อค้าก็ได้ตอบกลับมาว่าราคาของชุดอุปกรณ์ระดับทองดีดขึ้นสูงกว่าเดิมเป็น 10 เท่าแล้วทำให้วัตถุดิบสำหรับชุดอุปกรณ์ระดับทอง 1 ชุดมีมูลค่าสูงถึง 30 เหรียญทอง
ลู่หยางสามารถคาดเดาได้ในทันทีว่าลิ่วเจียจะต้องอยู่เบื้องหลังการขึ้นราคาวัตถุดิบครั้งนี้อย่างแน่นอน เพราะในชาติก่อนเขาเคยมีประวัติทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง
“แกจะบอกว่าถ้าฉันเสียชุดระดับทองไป 10,000 ชุด มันก็เท่ากับฉันทำกิลด์ขาดทุนไป 3,000 ล้านใช่ไหม?!” แบล็คบลัดกล่าวอย่างร้อนใจ
“แบล็คบลัด แกลองคิดดูให้ดีว่าถึงแม้วันนี้แกจะสามารถยึดป้อมปราการทั้ง 3 ป้อมของฉันไปได้ แต่แกคิดว่าฉันจะยอมปล่อยแกไปง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ? ถึงแม้ฉันจะไม่สามารถยึดคืนป้อมปราการจากแกมาได้ก็จริง แต่ฉันสามารถซุ่มโจมตีทำลายกองกำลังของแกได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้นมันเป็นเพราะหวังเถิงที่เปิดเผยเนื้อหาของสัญญาให้ฉันรู้ ไม่ว่าจะดูยังไงเขาก็ตั้งใจจะแย่งกิลด์ไปจากแกอยู่แล้ว” ลู่หยางกล่าว
ถึงแม้เขาจะสูญเสียป้อมปราการทั้ง 3 แห่งของเมืองเซนต์กอลล์ไปจริง ๆ แต่เขาก็ยังมีสมาชิกกิลด์อีก 290,000 คนและมีป้อมปราการในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์อีก 4 ป้อม ดังนั้นเขาจึงมีพื้นที่มากพอให้ถอยร่นกลับไปตั้งหลักได้ แล้วมันก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาย่อมมีความสามารถมากพอที่จะตอบโต้กลับมาอย่างรุนแรง
ในที่สุดแบล็คบลัดก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าลิ่วเจียต้องการให้พวกเขาต่อสู้กับลู่หยาง โดยหวังว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียว ในเวลานั้นอีกฝ่ายก็จะสามารถเข้ามายึดครองกิลด์ของพวกเขาได้ตามสัญญา
“ลิ่วเจีย! หวังเถิง! ไอ้พวกสารเลว!” แบล็คบลัดร้องคำรามด้วยความเคียดแค้น
“ตอนนี้ฉันคิดว่าแกควรกลับไปหาทางแก้ปัญหาของตัวเองจะดีกว่า หากแกไม่มายุ่งกับฉันอีกฉันก็จะไม่ไปยุ่งกับแกด้วยเหมือนกัน ตอนนี้ฉันยังไม่ได้บอกใครเรื่องเนื้อหาสัญญานอกจากแก แต่ถ้าแกมาสร้างปัญหาให้กับฉันอีกเมื่อไหร่แล้วล่ะก็ในเวลานั้นฉันจะจัดการกับแกเป็นคนแรก”
“เอาล่ะ ตอนนี้แกควรจะต้องกลับไปทำเรื่องส่งมอบกิลด์ให้กับหวังเถิง แล้วฉันเชื่อว่าหวังเถิงน่าจะเตรียมสัญญาฉบับใหม่เอาไว้ให้กับแกตั้งแต่เมื่อหลายวันก่อนแล้ว” ลู่หยางกล่าว
แม้ในใจเขาจะโกรธแค้นลิ่วเจียมากแค่ไหน แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่มีความคิดที่ฉลาดมากทีเดียว เพราะไม่ว่ากิลด์ภายใต้สังกัดของเขาจะชนะหรือแพ้สงคราม แต่ท้ายที่สุดลิ่วเจียก็จะกลายเป็นผู้ชนะในเรื่องผลประโยชน์ เพราะเขาสามารถเข้าควบคุมกิลด์ได้ทั้งหมด
แบล็คบลัดยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความกลัวเป็นเวลานาน
ฉิงชางขี่สิงโตเพลิงวิ่งมาจากในระยะไกล ก่อนที่เขาจะมาหยุดอยู่ใกล้ ๆ กับลู่หยาง
“หัวหน้า พวกเราจัดการกับออทัมสปริงเรียบร้อยแล้วครับ คราวนี้พวกเราได้อุปกรณ์ระดับทองมาประมาณ 80,000 ชิ้น”
นี่คือแหล่งทุนที่ใหญ่ที่สุดของลู่หยาง เพราะถ้าหากพวกเขาสามารถเอาชนะการต่อสู้ได้ พวกเขาก็จะได้รับอุปกรณ์ระดับทองกลับมาเป็นจำนวนมาก
“กองทัพของแบล็คบลัดแตกกระเจิงออกไปจนหมดแล้ว สามพี่น้องตระกูลไป๋กำลังนำทีมเก็บอุปกรณ์คาดว่าพวกเราน่าจะได้อุปกรณ์ระดับทองไม่น้อยกว่า 90,000 ชิ้น” เจียงเจ๋อกล่าว
“เอาของพวกนั้นให้ถูเฟิงกระจายอุปกรณ์ให้สมาชิกในกองทัพเพื่อสร้างกองกำลังชุดทองขึ้นมาใหม่” ลู่หยางกล่าว
“แบบนี้หลังจากพวกเราผ่านสมรภูมิไปอีกเพียงแค่ไม่กี่ครั้ง ทุกคนในกองทัพก็คงจะได้สวมชุดทองกันหมดแล้วสินะ” เจียงเจ๋อกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทุกคนต่างก็ส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาอย่างยินดี
“ช่วยไม่ได้ พวกเขามีผู้บัญชาการที่ไม่ได้เข้าใจเกมอย่างหวังเถิง และหัวหน้ากิลด์หลาย ๆ คนภายใต้สังกัดของเขาก็หยิ่งยโสมากจนเกินไป” ลู่หยางกล่าว
“แล้วเราจะทำยังไงกับเขาดี?” เซี่ยหยู่เว่ยถามขณะมองไปทางแบล็คบลัด
“แบล็คบลัด ฉันขอส่งนายที่นี่เป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนี้อย่ากลับเข้ามาภายในเกมอีกเลย ออกไปใช้ชีวิตทำงานอย่างสุจริตแล้วนายจะได้ใช้ชีวิตในช่วงที่เหลืออย่างสงบสุข” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับเรียกเปลวไฟขึ้นมาภายในมือ จากนั้นเขาก็ทำการยิงลูกไฟเข้าใส่ศีรษะของแบล็คบลัดอย่างแม่นยำ
-12,686 (คริติคอล)
แบล็คบลัดเสียชีวิต!
เซี่ยหยู่เว่ยโบกมือให้สัญญาณ เหล่าบรรดานักเวทจึงทำการปล่อยเวทมนตร์เข้าใส่กองทหารคุ้มกันของแบล็คบลัด และทำให้พวกเขาทั้ง 300 คนเสียชีวิตโดยไม่คิดจะตอบโต้เลยแม้แต่น้อย
“หัวหน้า ทำไมเขาถึงยอมให้คุณฆ่าง่าย ๆ แบบนั้นเหรอครับ?” ไป๋เหลิงถามด้วยความสงสัยหลังจากที่เขาเพิ่งกลับมาจากสนามรบในแนวหน้า
เซี่ยหยู่เว่ยอธิบายสถานการณ์ทั้งหมดให้ไป๋เหลิงฟัง
“นี่มันกล้าลงนามในสัญญาเอาเปรียบแบบนั้นได้ยังไง?!” ไป๋เหลิงกล่าว
“พวกเขาประมาทคิดแต่เพียงว่าลิ่วเจียเป็นคนโง่ที่ใช้เงินโดยไม่คิด แต่พวกเขาลืมไปว่าตระกูลลิ่วเป็นนักธุรกิจมาหลายรุ่น การล่อลวงของพวกเขาจึงไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมองเห็นได้ง่าย ๆ แม้กระทั่งในช่วงสุดท้ายพวกเขาก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังจะสูญเสียทุกสิ่งที่พวกเขาเพียรพยายามสร้างมาให้กับคนอื่น” ลู่หยางกล่าว
“แบล็คบลัดพอจะยังมีโอกาสอยู่บ้างไหมคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม
“เขาไม่เหลือโอกาสแล้ว ลูกน้องที่จงรักภักดีกับเขาทั้งหมดต่างก็ได้ลงนามในสัญญากับหวังเถิงเพื่อแลกกับอุปกรณ์ระดับทอง นั่นเท่ากับว่าทุกคนได้ลงนามในสัญญาทาสที่ถึงแม้จะอยากหยุดแต่พวกเขาก็หยุดไม่ได้ วิธีการเดียวที่จะทำให้พวกเขาสามารถจะดิ้นรนต่อไปได้ก็คือพวกเขาต้องเอาชนะพวกเราให้ได้เท่านั้น” ลู่หยางกล่าว
“ฮ่า ๆ ๆ” ทุกคนต่างก็หัวเราะขึ้นมาพร้อม ๆ กันเพราะไม่ว่าใครก็รู้ดีว่าเรื่องเอาชนะพวกเขามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
“พวกโซลออฟอีเทอนิตี้จะมาถึงสนามรบในอีก 5 นาทีครับ” ฮั่นเฟยส่งข้อความมาหา
“ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม โซลออฟอีเทอนิตี้ยกทัพมาแล้ว พวกเรามารอต้อนรับเขากันเถอะ” ลู่หยางกล่าว
จากข้อมูลที่ถูเฟิงสืบทราบมา ภายในกองทัพของโซลออฟอีเทอนิตี้มีนักเวทต้องห้ามอยู่ 50 คนซึ่งถือว่ากองกำลังนี้เป็นกองกำลังที่คุกคามลู่หยางได้มากที่สุด