- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 474 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 10
บทที่ 474 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 10
บทที่ 474 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 10
บทที่ 474 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 10
ทุ่งดอกไม้แดง
โซลออฟอีเทอนิตี้นำกองกำลังผู้เล่นชุดทอง 90,000 คนและผู้เล่นชุดเงิน 70,000 คนเคลื่อนที่เข้าสู่สนามรบอย่างเต็มกำลัง อย่างไรก็ตามหน่วยสอดแนมที่พวกเขาส่งออกไปล่วงหน้าต่างก็ถูกทหารของลู่หยางสังหารจนหมด พวกเขาจึงไม่รู้สถานการณ์เบื้องหน้าเพียงแต่เขาสัมผัสได้ว่าด้านหน้ามีเหตุการณ์ผิดปกติ
“แบล็คบลัด สถานการณ์ของนายเป็นยังไงบ้าง? ช่วยตอบฉันด้วย” โซลออฟอีเทอนิตี้ส่งข้อความไปหาแบล็คบลัดเป็นครั้งที่ 3
10 วินาทีต่อมา แบล็คบลัดก็ส่งข้อความตอบกลับมาในที่สุด
“พี่ชาย พวกเรามีปัญหาแล้ว ไอ้ลิ่วเจียกับหวังเถิงมันกำลังหลอกใช้พวกเราอยู่”
“นายหมายความว่ายังไง?!” โซลออฟอีเทอนิตี้ถามอย่างสับสน
แบล็คบลัดเพิ่งทำการตรวจสอบตามคำพูดของลู่หยางและได้พบว่าทุกสิ่งเป็นไปอย่างที่อีกฝ่ายได้บอกเขาไว้ทุกประการ เพราะราคาข้อมูลวัตถุดิบของอุปกรณ์ระดับทองในตลาดได้ถูกเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นชุดละ 30 เหรียญทองแล้วจริง ๆ
“พวกมันตั้งใจจะยึดกิลด์ของพวกเราตั้งแต่แรก” แบล็คบลัดตอบกลับด้วยความคับแค้น ก่อนที่เขาจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้โซลออฟอีเทอนิตี้ฟัง
“น้องชายไหน ๆ พวกเราก็มาถึงจุดนี้แล้วพวกเราก็จะต้องสู้กันหลังชนฝา ไม่อย่างนั้นพวกเราก็ต้องเสียกิลด์ของตัวเองไป” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าว
“ทั้งกองกำลังของฉัน, กองกำลังของออทัมสปริงและกองกำลังของบลัดไทแรนท์ต่างก็ถูกทำลายไปจนหมดแล้วเหลือเพียงกองกำลังของคุณเพียงกองกำลังเดียวเท่านั้น นอกจากนี้พวกเรายังสูญเสียอุปกรณ์ชุดทองแต่มากกว่า 20,000 ชุดและอุปกรณ์พวกนั้นมันก็ถูกเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์ของลู่หยางจนหมดแล้ว” แบล็คบลัดตอบ
“อะไรนะ?! กองกำลังทั้ง 3 ถูกทำลายหมดแล้วอย่างนั้นเหรอ?!” โซลออฟอีเทอนิตี้ถามกลับด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“ฉันไม่กล้าบอกความจริงกับหวังเถิง ฉันจึงรายงานกลับไปว่าพวกเรากำลังต่อสู้กับพวกลู่หยางอย่างยากลำบาก อีกเรื่องหนึ่งที่พวกเราผิดพลาดไปคือกองกำลังชุดทองของลู่หยางไม่ได้มีเพียง 30,000 คน แต่มีจำนวนอยู่มากกว่า 100,000 คนต่างหาก” แบล็คบลัดกล่าว
“ทุกคนหยุด ถอยกลับไปตั้งหลักใหม่เดี๋ยวนี้!” โซลออฟอีเทอนิตี้ตะโกนสั่งการอย่างร้อนใจ
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?” เฉ่อยู่ที่อยู่ข้าง ๆ ถามอย่างสับสน
“กองกำลังของบลัดไทแรนท์, ออทัมสปริงและแบล็คบลัดถูกลู่หยางจัดการไปจนหมดแล้ว ตอนนี้มันเหลือเพียงกองกำลังของเราเพียงแค่กิลด์เดียว การเดินทัพต่อไปมีเพียงแต่พยายามฆ่าตัวตาย สั่งให้ทุกคนถอยทัพกลับไปโดยด่วน” โซลออฟอีเทอนิตี้สั่ง
แม้ว่าโซลออฟอีเทอนิตี้จะไม่ค่อยฉลาดในเรื่องการคำนวณนัก แต่เขาก็สามารถบวกเลขได้อย่างง่ายดาย ก่อนหน้านี้แบล็คบลัดบอกว่าลู่หยางมีกองกำลังชุดทองอยู่ 100,000 คน หากมันได้รวมกับชุดทองที่ลู่หยางเพิ่งได้รับไปจากการสังหารผู้เล่นทั้ง 3 กองกำลัง มันก็จะทำให้กองกำลังชุดทองของศัตรูเพิ่มขึ้นเป็น 120,000 คนได้อย่างง่ายดาย
ขณะเดียวกันกองกำลังของเขาก็มีผู้เล่นชุดทองอยู่เพียงแค่ 90,000 คน ไม่ว่าเขาจะพยายามมองจากมุมไหน การสู้รบในครั้งนี้มันก็ไม่มีทางที่เขาจะเอาชนะลู่หยางได้เลย
“ทำไมยังไม่ยอมออกไปกระจายคำสั่งอีก!” โซลออฟอีเทอนิตี้ตะโกนอย่างเร่งรีบเมื่อเห็นว่าเฉ่อยู่ยังไม่ยอมขยับไปไหน
“ตอนนี้ไม่ทันแล้วครับ กองทัพของลู่หยางมาถึงแล้ว” เฉ่อยู่ชี้นิ้วไปด้านหน้าด้วยความหวาดกลัว
เมื่อโซลออฟอีเทอนิตี้เงยหน้าขึ้นมามอง เขาก็ได้เห็นกองกำลังของลู่หยางกำลังเคลื่อนทัพมาตามแสงอาทิตย์ยามเย็น กองกำลังนี้เป็นกองกำลังจำนวน 290,000 คนที่กำลังเคลื่อนทัพมาอย่างเป็นระเบียบ แล้วชุดเกราะของพวกเขาก็ตัดกับดอกไม้สีแดงที่อยู่บนพื้นและแสงอาทิตย์ที่อยู่ด้านหลังกลายเป็นภาพที่สวยงาม
ลู่หยางขี่สิงโตเพลิงนำทัพไปด้านหน้า ซึ่งในระหว่างนั้นเขาก็หันไปยิ้มให้กับเหล่าบรรดาแม่ทัพของตัวเอง
“พวกนายรู้ไหมว่าการฆ่าศัตรูตอนไหนสนุกที่สุด?”
“ตอนไหน?” เจียงเจ๋อถาม
“ตอนที่กองทัพของศัตรูกำลังย่ามใจแล้วเข้ามาให้พวกเราฆ่าทีละคนเหมือนกับในตอนนี้ยังไงล่ะ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
นี่คือกลยุทธ์ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดในชาติก่อน แต่สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็ไม่ใช่เพราะฝ่ายตรงข้ามเป็นคนที่โง่เขลา เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่ากองกำลังที่แข็งแกร่งกว่าย่อมสามารถจัดการกับกองกำลังที่อ่อนแอกว่าได้อย่างง่ายดาย
อย่างไรก็ตามความประมาทก็เป็นหนทางไปสู่ความตาย เมื่อไหร่ก็ตามที่ศัตรูถูกเหยื่อที่น่าสนใจหลอกล่อเอาไว้ พวกเขาก็จะกระโจนเข้าหาเหยื่อกันทีละคนเพื่อแย่งชิงผลงานของตัวเอง น่าเสียดายที่ในตอนสุดท้ายมันกลับกลายเป็นพวกเขาถูกฆ่าตายกันไปทีละคน
คราวนี้ลู่หยางได้อาศัยความหยิ่งผยองในจิตใจของศัตรูในการทำลายกองกำลังของหวังเถิงลงไปทีละกอง เพราะด้วยความประมาทคิดว่าฝ่ายตัวเองมีความได้เปรียบมากกว่ากองกำลังของบลัดไทแรนท์ แบล็คบลัด, ออทัมสปริงและโซลออฟอีเทอนิตี้จึงไม่ได้เคลื่อนทัพมาพร้อมกัน
ด้วยช่องว่างของเวลาที่ทัพแต่ละทัพเคลื่อนที่มาแตกต่างกันเพียงแค่เล็กน้อยนี่เอง มันจึงเป็นโอกาสทำให้ลู่หยางสามารถจัดการกับศัตรูทีละกองทัพได้อย่างง่ายดาย
“ตอนนี้กองกำลังของบลัดไทแรนท์อยู่ห่างจากพวกเราไป 19 นาที” ถูเฟิงกล่าว
“หมายความว่าพวกเรามีเวลาต่อสู้ตั้ง 19 นาทีเลยสินะ” ลู่หยางตอบ
“หัวหน้า ดูเหมือนโซลออฟอีเทอนิตี้ตั้งใจจะหนีครับ” ฉิงชางกล่าว
“ในหมู่ลูกน้องของหวังเถิง โซลออฟอีเทอนิตี้ถือว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุด น่าเสียดายที่สหายร่วมรบของเขาเป็นพวกโง่เง่ามากจนเกินไป ถึงแม้เขาอยากจะหนีตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้ว ซุนหยู โจวเทียนหมิงนำกองกำลังไปปิดล้อมพวกมันเอาไว้ซะ” ลู่หยางสั่งการด้วยรอยยิ้ม
“ได้ครับ” ซุนหยูและโจวเทียนหมิงรับคำสั่ง ก่อนที่พวกเขาจะนำกองกำลัง 60,000 คนไปล้อมรอบศัตรูเอาไว้
เจ้าแห่งลมของซุนหยูสามารถช่วยเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ของกองทัพได้ถึง 200% มันจึงทำให้กองกำลังของเขาสามารถไล่ตามกองกำลังของโซลออฟอีเทอนิตี้ได้อย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกันโซลออฟอีเทอนิตี้ก็ตั้งใจจะสละกองกำลังบางส่วนเพื่อให้กองกำลังส่วนใหญ่ถอยหนีกลับไปได้สำเร็จ แต่เมื่อเขาได้เห็นกองกำลังของซุนหยูและโจวเทียนหมิงวิ่งไล่ตามมาด้วยความรวดเร็ว มันจึงทำให้เขาไม่สามารถถอยทัพกลับได้อีกต่อไป
“ทุกคนเตรียมโจมตี!” โซลออฟอีเทอนิตี้ตะโกนสั่งการ ก่อนจะเริ่มจัดทัพเป็นรูปวงกลมขนาดใหญ่ โดยที่ภายในมีการจัดกองกำลังเป็นรูปสี่เหลี่ยมอย่างเป็นระเบียบ
ลู่หยางเริ่มนำทีมเข้ามาในระยะ 50 เมตรด้วยเช่นกัน ซึ่งมันเป็นระยะที่นักธนูระดับสูงของทั้งสองฝั่งสามารถโจมตีเข้าใส่กันได้
ฟิ้ว!
พลธนูของฝั่งโซลออฟอีเทอนิตี้ยิงลูกศรเข้ามาเตือนลู่หยาง
“แกทำแบบนี้หมายความว่ายังไง?” โซลออฟอีเทอนิตี้ตะโกนถาม
“ทัพของคุณจัดรูปแบบได้อย่างเป็นระเบียบมากเลยทีเดียว หากฉันต้องการจะโจมตีมันคงจะต้องใช้เวลามากกว่าครึ่งชั่วโมงกว่าที่ฉันจะทำลายกองกำลังของคุณลงไปได้” ลู่หยางกล่าว
“นี่คือรูปแบบทัพที่ฉันศึกษามาเป็นอย่างดีและแกคือคนแรกที่ได้เห็นรูปแบบทัพนี้ในสนามรบ” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“คุณรู้ไหมว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 2 ต่างกันยังไง?” ลู่หยางถาม
“แกหมายความว่ายังไง?” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ในสงครามโลกครั้งที่ 1 เยอรมันเอาชนะรัสเซียและบุกฝรั่งเศส แต่ทางฝรั่งเศสได้สร้างป้อมปราการป้องกันมีทั้งป้อมปืน, รั้วลวดหนามและระเบิดคอยป้องกันอยู่อย่างเต็มที่ ถึงแม้เยอรมันจะสูญเสียกองกำลังไปนับล้านคน แต่พวกเขาก็ไม่มีความคืบหน้าในการบุกโจมตีเลยแม้แต่นิดเดียว มันจึงกลายเป็นแนวป้องกันมาจิโนต์ในที่สุด” ลู่หยางกล่าว
“แกต้องการจะสื่ออะไรกันแน่?” โซลออฟอีเทอนิตี้ถามโดยสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดี
“เดี๋ยวคุณก็จะรู้ในอีกไม่ช้า กองกำลังนักเวทดินเริ่มสร้างแนวดินห่างออกไป 200 เมตร” ลู่หยางสั่งการ
นักเวทดินทั้ง 21 คนเดินมาด้านหน้าและเริ่มร่ายเวทพร้อม ๆ กันก่อให้เกิดเสาหินทรงกระบอกสูง 60 เมตร 21 ต้นบริเวณด้านหลังกองกำลังโซลออฟอีเทอนิตี้ห่างไป 200 เมตรและกลายเป็นแนวกำแพงดินที่มีความยาวมากกว่า 1 กิโลเมตร
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของกำแพงดินนี้ได้แบ่งกองกำลังของโซลออฟอีเทอนิตี้เป็น 2 ส่วนในทันที และทำให้กองกำลังผู้เล่นชุดทอง 90,000 คนที่เขาภาคภูมิใจถูกตัด 1 ใน 3 ไว้ด้านหน้า โดยที่กองกำลังอีก 2 ใน 3 ถูกขวางอยู่หลังกำแพงดิน
“ไป๋ฉือ, ฉิงชางและเซี่ยหยู่เว่ยนำกองกำลังโจมตีทางด้านหน้า ส่วนแบล็คเฟลมนำกองกำลังนักเวทต้องห้าม 20 คนปล่อยเวทมนตร์ต้องห้ามจู่โจมทางด้านหลัง” ลู่หยางตะโกนสั่ง
“ฆ่ามัน!” ฉิงชางชูดาบไปด้านหน้า ก่อนที่เขาจะนำกองกำลังบุกเข้าโจมตีศัตรูอย่างกล้าหาญ
กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึงงงงง