- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 465 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 1
บทที่ 465 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 1
บทที่ 465 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 1
บทที่ 465 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 1
“พวกเราต้องใช้เหยื่อแบบไหนเหรอคะถึงจะทำให้พวกโซลออฟอีเทอนิตี้ปฏิเสธไม่ได้” เซี่ยหยู่เว่ยถาม
“หากฉันใช้หัวใจอสูรนักล่าเป็นเหยื่อล่อ มันพอจะน่าสนใจบ้างไหมล่ะ?” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มอย่างลึกลับ
“หัวใจอสูรนักล่า!”
ทุกคนต่างก็อุทานขึ้นมาด้วยความตกตะลึง
“หัวหน้า คุณได้หัวใจอสูรนักล่ามาแล้วเหรอครับ?” บิทเทอร์เลิฟกล่าวอย่างตื่นเต้น
นับตั้งแต่ที่ทางผู้พัฒนาได้ประกาศออกมาว่าภายในแต่ละเผ่าพันธุ์จะมีไอเท็มพิเศษเฉพาะแต่ละอาชีพซุกซ่อนอยู่ในแต่ละเผ่าพันธุ์ มันก็ทำให้ผู้เล่นทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์พยายามออกตามหาไอเท็มเหล่านั้นอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งบางคนก็ถึงขั้นเสนอเงิน 30 ล้านเครดิตเพื่อซื้อไอเท็มพิเศษเหล่านั้นมา แต่พวกเขาก็ยังไม่เคยรู้ข่าวว่าใครครอบครองไอเท็มพิเศษเหล่านั้นเลย นอกเสียจากลู่หยางที่เป็นหัวหน้ากิลด์ของพวกเขาและผู้เล่นอีกไม่กี่คนที่อยู่ในเซิฟเวอร์ยุโรป
“เป็นไง? ของชิ้นนี้พอจะล่อให้พวกมันออกมาได้ไหม” ลู่หยางถามอีกครั้ง
“พอครับ/ค่ะ!” ทุกคนต่างก็ตอบรับขึ้นมาพร้อมกัน
ไอเท็มพิเศษแต่ละชิ้นมีความสามารถที่จะทำให้ผู้เล่นพัฒนาความแข็งแกร่งได้อย่างก้าวกระโดด เพียงแค่พวกเขาลองจินตนาการว่าตัวเองจะมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับเดียวกันกับลู่หยาง ไม่ว่าจะเป็นโซลออฟอีเทอนิตี้หรือบลัดไทแรนท์ก็คงจะไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ไปอย่างแน่นอน
—
16:00 น. ของวันถัดไป
ห้องประชุมภายในป้อมปราการสกายมิสท์
หวังเถิง, โซลออฟอีเทอนิตี้, บลัดไทแรนท์, แบล็คบลัดและออทัมสปริง ผู้ซึ่งเป็นผู้นำของกิลด์ซันเซ็ตกำลังนั่งพูดคุยกันอย่างอารมณ์ดี ซึ่งก่อนหน้านี้หวังเถิงก็เพิ่งนำชุดอุปกรณ์ระดับทองกลับมายังป้อมปราการสกายมิสท์ 230,000 ชุด
“หวังเถิง คุณคืออัจฉริยะจริง ๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณจะให้สกายโดเมนวอริเออร์กับบลูสกายคอยสร้างอุปกรณ์อย่างเปิดเผย แต่อีกมุมหนึ่งกลับให้กิลด์ซันเซ็ตกับร้านตีเหล็กทั้งหมดภายในเมืองนอร์ทวินด์ช่วยกันสร้างอุปกรณ์อย่างลับ ๆ ด้วยอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นมาอีก 200,000 ชุดนี้ ลู่หยางจะต้องตกใจจนทำอะไรไม่ถูกแน่ ๆ” บลัดไทแรนท์กล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ
“แผนนี้ไม่ใช่ความคิดของฉันแต่มันเป็นความคิดอันชาญฉลาดของนายน้อยลิ่วต่างหาก ฉันก็แค่ทำตามคำสั่งของเขาเท่านั้นเอง” หวังเถิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“คุณชายลิ่วเป็นคนที่สุดยอดจริง ๆ” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าว
“สงครามครั้งนี้เราจะแสดงให้ลู่หยางได้เห็นว่าพลังของเงินมันเป็นสิ่งที่แข็งแกร่งมากแค่ไหน ในน้อยลิ่วได้ทุ่มเงินกว่า 700 ล้านเพื่อครอบครองเมืองทางฝั่งของเผ่าเอลฟ์และใช้เงินอีกกว่า 400 ล้านเพื่ออุปกรณ์พวกนี้ ซึ่งฉันก็คือคนที่ได้รับหน้าที่นำทรัพยากรเหล่านี้ไปจัดการลู่หยางให้ยับเยิน” หวังเถิงกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ทุกคนต่างก็ส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาอย่างยินดี
“ในระหว่างที่ฉันไม่อยู่ พวกนายพัฒนากันไปถึงไหนแล้ว?” หวังเถิงถาม
“ก่อนหน้านี้ลู่หยางมุ่งเป้าไปที่ฉือมู่ทำให้พวกเราเก็บเลเวลกันได้อย่างไม่มีอุปสรรค ตอนนี้กองกำลังหลักของผมทั้ง 60,000 คนมีเลเวลเพิ่มขึ้นเป็น 31- 33 กันแล้ว ส่วนกองกำลังอีก 30,000 คนก็มีเลเวลเพิ่มขึ้นเป็น 30 แล้วเหมือนกัน” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าว
“กองกำลังของผมก็มีผู้เล่นเลเวล 30 ขึ้นไป 70,000 คนแล้ว” บลัดไทแรนท์กล่าว
“ของผมมีกองกำลังผู้เล่น 30 ขึ้นไป 50,000 คน” แบล็คบลัดกล่าว
“ทางฝั่งผมก็มีกองกำลังผู้เล่นเลเวล 30 ขึ้นไป 50,000 คนด้วยเหมือนกัน” ออทัมสปริงหัวหน้ากิลด์ซันเซ็ตกล่าว
“รวมแล้วเรามีกองกำลังผู้เล่นเลเวล 30 ขึ้นไป 260,000 คนสินะ หากเราได้อุปกรณ์จากสกายโดเมนวอริเออร์กับบลูสกายมา ไม่ว่ายังไงลู่หยางก็ไม่มีทางรอดพ้นจากเงื้อมมือพวกเราไปได้” หวังเถิงกล่าว
ทุกคนต่างก็เผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างมั่นใจและคิดว่าในสงครามครั้งนี้พวกเขาไม่มีวันได้รับความพ่ายแพ้
กองกำลังจำนวน 260,000 คนนี้นับเพียงแต่ผู้เล่นเลเวล 30 ขึ้นไปเท่านั้น แต่อย่าลืมว่าในกองกำลังของพวกเขายังมีผู้เล่นเลเวล 25 ขึ้นไปที่สวมใส่อุปกรณ์ระดับเงินอยู่ด้วย ทำให้กองกำลังทั้งหมดมีจำนวนของผู้เล่นอยู่เกินกว่า 400,000 คน
“พวกเราจะไปจัดการกับลู่หยางมันก่อนเลยดีไหมครับ?” แบล็คบลัดพูดเสนอ
ทุกคนต่างก็หันไปมองหวังเถิงพร้อม ๆ กัน แม้แต่โซลออฟอีเทอนิตี้ก็รู้สึกว่าตอนนี้ลู่หยางไม่มีทางจะสู้พวกเขาได้
ตอนแรกหวังเถิงตั้งใจจะรออีก 5 วันเพื่อให้ได้รับอุปกรณ์ระดับทองเพิ่มเติมมาอีก 70,000 ชุด แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ตัดสินใจอะไร เซาธ์โคสท์ก็รีบวิ่งเข้ามาในห้องประชุมด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ทำไมจู่ ๆ ถึงพรวดพราดเข้ามาแบบนี้” บลัดไทแรนท์กล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ขอโทษด้วยครับ แต่ตอนนี้มันเกิดเรื่องใหญ่แล้ว” เซาธ์โคสท์กล่าวอย่างเร่งรีบ
“มีเรื่องอะไร?” หวังเถิงกล่าวอย่างไม่พอใจ
“ตอนนี้หัวใจอสูรนักล่าได้ปรากฏตัวขึ้นมาแล้วครับ” เซาธ์โคสท์ตอบ
“อะไรนะ?! นายหมายถึงไอเท็มพิเศษที่อยู่ในระดับเดียวกันกับหัวใจแห่งเทพอสูรใช่ไหม?” หวังเถิงลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้ด้วยความตกใจ
“ใช่ครับ” เซาธ์โคสท์กล่าวพร้อมกับพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
“มันอยู่ที่ไหน? เล่ารายละเอียดมาเดี๋ยวนี้” บลัดไทแรนท์พูดด้วยเสียงสั่น ซึ่งเขาก็รู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะระงับอารมณ์ตัวเองไม่อยู่
เมื่อกี้มีทีมผู้เล่น 20 คนเข้ามาเก็บเลเวลในทุ่งดอกไม้แดงนอกป้อมสกายมิสท์ ซึ่งเป็นพื้นที่ในการดูแลของพวกเรา หลังจากคนของเราเข้าไปเจรจามันก็เกิดความขัดแย้งขึ้นมา โดยผู้เล่นกลุ่มนั้นมีฝีมือที่ดีมากทำให้คนของเราเสียชีวิตไปมากกว่า 100 คน”
“ทางหัวหน้าหน่วยจึงส่งคน 1,000 คนไปล้อมรอบพวกเขาเอาไว้ทำให้พวกเราสังหารพวกมันไปได้แล้ว 19 คนเหลือนักธนูเพียงคนเดียว แล้วมันก็คือคนที่ครอบครองหัวใจอสูรนักล่าอยู่ครับ” เซาธ์โคสท์พยายามเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“แล้วนายแน่ใจได้ยังไงว่ามันครอบครองหัวใจอสูรนักล่าอยู่จริง ๆ?” บลัดไทแรนท์ถามพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ภายในทีมที่ส่งออกไปจัดการกับผู้เล่นกลุ่มนี้มีโจรชั้นยอดจากกองกำลังหลักพวกเราถูกส่งออกไปด้วย 3 คน ตอนแรกพวกเขาสามารถลอบเข้าไปใกล้นักธนูและเกือบจะสังหารเขาลงไปได้แล้ว แต่ในทันใดนั้นหนึ่งในสมาชิกของทีมพวกมันก็ตะโกนออกมาว่าให้ทุกคนปกป้องนักธนูคนนี้เอาไว้ อย่าปล่อยให้หัวใจอสูรนักล่าดรอปออกไปได้” เซาธ์โคสท์กล่าว
“มีวีดีโอเหตุการณ์ไหม?” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าว
เซาธ์โคสท์พยักหน้าก่อนที่เขาจะเปิดวีดีโอบนหน้าจอของห้องประชุม
ภายในวีดีโอนักธนูเผ่ามนุษย์คนหนึ่งกำลังเคลื่อนที่บนทุ่งดอกไม้แดงด้วยความรวดเร็ว โดยมีกองกำลัง 1,000 คนกำลังไล่ล่าอยู่ในระยะไกล แต่ทันใดนั้นนักธนูคนนี้ก็ทำการง้างธนูโจมตีอย่างกะทันหันและทำการสังหารหัวหน้าหน่วยที่กำลังบัญชาการอยู่ห่างออกไปถึง 2 กิโลเมตร
“มันจะต้องเป็นหัวใจอสูรนักล่าแน่ ๆ หัวหน้าหน่วยของเราเป็นพาลาดินชุดทองที่มีพลังชีวิตมากกว่า 10,000 หน่วย การที่มันสามารถสังหารหัวหน้าหน่วยของเราได้ด้วยลูกศรเพียงดอกเดียวแถมยังสามารถโจมตีในระยะไกลได้ขนาดนี้ ผลลัพธ์มันก็เหมือนกับวีดีโอที่ทางตัวเกมเคยเปิดโชว์ของผู้เล่นฝั่งยุโรปคนนั้นเลย” บลัดไทแรนท์กล่าวพร้อมกับทุบกำปั้นลงบนโต๊ะ
“ส่งคนไปเอามันมาเดี๋ยวนี้” หวังเถิงสั่งด้วยความตื่นเต้น
ทันใดนั้นเองเซาธ์โคสท์ก็แสดงสีหน้าออกมาอย่างลำบากใจ ก่อนที่เขาจะมองไปทางหวังเถิงและบลัดไทแรนท์
“นักธนูคนนั้นมันกำลังมุ่งหน้าไปทางป้อมปราการฟลาวเวอร์และอีก 10 นาทีมันก็จะเข้าสู่พื้นที่ของพวกลู่หยางแล้ว หากพวกเราเลือกที่จะไล่ล่านักธนูคนนั้นต่อไป บางทีพวกเราก็อาจจะปะทะกับพวกลู่หยางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ”
“ปะทะก็ปะทะสิ! ด้วยกำลังที่เรามีในตอนนี้พวกเราไม่จำเป็นจะต้องกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น” บลัดไทแรนท์กล่าวด้วยความดุดัน
แบล็คบลัดหันไปมองหวังเถิง ก่อนจะพูดเสนอขึ้นมาว่า
“คุณหวัง ทำไมพวกเราถึงไม่ใช้โอกาสนี้ยึดป้อมฟลาวเวอร์ของมันมาเลยล่ะครับ”
“ความคิดดี! ถ้าเรายึดป้อมนี้มาได้แล้วเอาไปให้สกายโดเมนวอริเออร์หรือบลูสกาย ในเวลานั้นมันก็จะช่วยเสริมกำลังในศึกครั้งต่อไปได้มากยิ่งขึ้น” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าวสนับสนุน