- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 466 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 2
บทที่ 466 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 2
บทที่ 466 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 2
บทที่ 466 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 2
หวังเถิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซึ่งในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้ว่าการคว้าหัวใจอสูรนักล่ามาจะช่วยเพิ่มความไว้วางใจจากลิ่วเจียและจะช่วยลดคำครหาที่มีต่อตัวเขาได้อีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นในตอนแรกลิ่วเจียคิดว่าการใช้เงินซื้อกิลด์ขนาดใหญ่มา มันก็จะทำให้พวกเขาครอบครองป้อมปราการได้ง่าย ๆ แต่การปรากฏตัวของลู่หยางได้เปลี่ยนแปลงแผนการของพวกเขาไปอย่างสิ้นเชิง
ซึ่งหลังจากการต่อสู้ครั้งที่ผ่าน ๆ มาพวกเขาก็ได้เข้าใจแล้วว่าหากพวกเขาต้องการจะเอาชนะลู่หยาง พวกเขาก็จำเป็นจะต้องรวมกำลังกิลด์ที่พวกเขาครอบครองในเผ่ามนุษย์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน แต่ปัญหาคือกิลด์เหล่านี้พัฒนาอยู่กันคนละเมือง แล้วพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะเทเลพอร์ตไปช่วยเหลือกันได้ง่าย ๆ
การเทเลพอร์ตผู้เล่นคนหนึ่งข้ามเมืองจำเป็นจะต้องใช้เงินหลายเหรียญทอง และมันก็ไม่ต้องพูดถึงการเทเลพอร์ตผู้เล่นทั้งกองทัพว่ามันจะต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลมากแค่ไหน ด้วยเหตุนี้วิธีการที่ดีที่สุดในการเทเลพอร์ตกองกำลังเสริมขนาดใหญ่คือการยึดป้อมปราการและเปลี่ยนป้อมปราการเหล่านั้นให้กิลด์ในเมืองอื่นได้ยึดครอง
“ตอนนี้พวกเราสามารถเรียกรวมกองกำลังได้กี่คน?” หวังเถิงถาม
“ช่วงนี้คนส่วนใหญ่ของเรากำลังออนไลน์ ผมเชื่อว่าพวกเราสามารถเรียกรวมกองกำลังได้มากกว่า 90% ครับ” บลัดไทแรนท์ตอบ
โซลออฟอีเทอนิตี้, แบล็คบลัดและออทัมสปริงต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
หวังเถิงสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ ก่อนที่เขาจะพูดออกมาว่า
“สั่งให้ทุกคนกลับมารวมตัวที่ป้อมปราการและทำการแจกอุปกรณ์ชุดทองของเราออกไป บอกให้ทุกคนเตรียมทำศึกใหญ่โดยเร็วที่สุด!”
—
ห้องประชุมภายในป้อมปราการฟลาวเวอร์
ลู่หยาง, ถูเฟิง, เจียงเจ๋อ,ฉิงชาง, สามพี่น้องตระกูลไป๋, บิทเทอร์เลิฟ, ซุนหยู, สกายวูฟ, โจวเทียนหมิงและแบล็คเฟลมกำลังชมวิดีโอที่ฮั่นเฟยส่งมา
ก่อนหน้านี้ลู่หยางเริ่มรวบรวมกองกำลังในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์อย่างลับ ๆ ก่อนที่พวกเขาจะส่งกองกำลังเหล่านั้นเดินทางมายังป้อมปราการฟลาวเวอร์โดยไม่มีใครทันได้สังเกตเห็น
นอกจากนี้เซี่ยหยู่เว่ย, เจียงเจ๋อและซุนหยูยังได้เรียกกองกำลังผู้เล่นเลเวล 30 ขึ้นไปมาได้ 100,000 คน ทำให้ในตอนนี้ลู่หยางสามารถเรียกรวมกำลังพลได้เป็นจำนวนกว่า 290,000 คนแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นลู่หยางยังสั่งห้ามไม่ให้สมาชิกภายในป้อมออกจากเกมหรือใช้เครื่องมือสื่อสารใด ๆ ซึ่งถ้าหากใครทำการฝ่าฝืนคนเหล่านั้นจะถูกไล่ออกจากกิลด์ในทันที
ในวีดีโอมู่ยี่กำลังวิ่งหลบหนีสมาชิกจากบลัดเติสตี้ประมาณ 800 คน โดยกลุ่มผู้เล่นเหล่านั้นถูกทิ้งระยะห่างออกไปมากกว่า 500 เมตร
“หัวหน้า คนนี้คือใครงั้นเหรอครับ? ฝีมือของเขาดีมากเลย” บิทเทอร์เลิฟถามด้วยความสงสัย
“เขาคือมู่ยี่เป็นน้องชายของฉันเองและเขาก็ยังเป็นคนดูแลธุรกิจของฉันในเผ่าหมาป่าด้วย” ลู่หยางตอบด้วยรอยยิ้ม
คำตอบนี้ทำให้ทุกคนมองไปทางลู่หยางด้วยความตกตะลึง เพราะพวกเขาไม่คิดว่าหัวหน้ากิลด์คนนี้จะทำการซุกซ่อนผู้เชี่ยวชาญชั้นยอดเอาไว้อีกคน ท้ายที่สุดพวกเขาก็เคยเห็นพวกฮั่นอิ่ง, มู่หยู, เสี่ยวเหลียงและกลุ่มนักฆ่าอีก 12 คนสร้างความหวาดกลัวให้กับพวกฉือมู่มาแล้ว ตอนนี้ทุกคนจึงเริ่มสงสัยว่าแท้ที่จริงลู่หยางได้ซ่อนความลับเอาไว้อีกเยอะแค่ไหน
“ตอนนี้หวังเถิงคงรู้แล้วว่ามู่ยี่ครอบครองหัวใจอสูรนักล่าอยู่ พวกเรามารอดูกันดีกว่าว่าหลังจากนี้เขาจะเริ่มเคลื่อนไหวยังไง” ฉิงชางกล่าว
เหตุการณ์นี้ทำให้เจียงเจ๋อกับเซี่ยหยู่เว่ยรู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้าง เพราะถ้าหากแผนการครั้งนี้ล้มเหลว พวกเขาก็อาจจะต้องบุกโจมตีป้อมปราการของบลัดไทแรนท์โดยตรง
“ตอนนี้บลัดไทแรนท์, โซลออฟอีเทอนิตี้, แบล็คบลัดและกิลด์ซันเซ็ตได้เรียกรวมสมาชิกของตัวเองกลับป้อมปราการแล้ว” ถูเฟิงกล่าวหลังจากที่เขาได้รับรายงานจากสายลับ
“เยี่ยม! พวกมันติดกับแล้ว!” ทุกคนต่างก็ร้องตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น
“กองทัพทั้งหมดเตรียมตัวให้พร้อม พวกเราจะเริ่มมุ่งหน้าไปยังทุ่งดอกไม้แดง!” ลู่หยางสั่งการอย่างหนักแน่น
"วัยเยาว์” คือของขวัญล้ำค่าในชีวิตของทุก ๆ คน เพราะวัยนี้คือวัยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง เต็มเปี่ยมไปด้วยความกระหายใคร่รู้ เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นในการต่อสู้และเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
ทุกคนที่อยู่ในวัยเยาว์ต่างก็เคยล้วนใฝ่ฝันถึงการได้ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แน่นอนว่าการทำสิ่งเหล่านั้นให้ถูกจดจำไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่าย ๆ อย่างไรก็ตามในครั้งนี้สมาชิกทุกคนของบลัดบราเธอร์ต่างก็รู้ดีว่าพวกเขามีโอกาสที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตำนานที่ผู้เล่นทุกคนจะต้องจดจำ
บนกำแพงป้อมปราการฟลาวเวอร์
ลู่หยางมองไปยังกองกำลัง 290,000 คนที่อยู่ด้านล่างพร้อมกับกล่าวออกไปว่า
“ฉันโชคดีมากที่มีพวกคุณเลือกร่วมเดินทางไปกับฉันไม่ได้เลือกจะกลายเป็นทาสของเงินแล้วย้ายไปรวมฝั่งกับหวังเถิง”
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้หวังเถิงได้รับสมัครผู้เล่นเข้าไปในกิลด์ในสังกัด โดยเสนอชุดอุปกรณ์ระดับทองเลเวล 30 ให้ฟรี ๆ แต่ผู้เล่นที่สมัครเข้าร่วมกิลด์เหล่านี้จะต้องลงนามในสัญญาโดยมีข้อกำหนดทำงานให้กับหวังเถิงราวกับเป็นทาสคนหนึ่งเลยทีเดียว
“หลาย ๆ คนเคยมาพูดกับฉันว่า ‘ลู่หยางนายยอมแพ้ซะเถอะ ทางตัวเกมเปิดเมืองใหม่ทางฝั่งมนุษย์มาให้ตั้ง 12 เมือง ด้วยความสามารถที่นายมีนายสามารถย้ายไปพัฒนาที่เมืองไหนก็ได้ ทำไมจะต้องดันทุรังสู้กับนายทุนใหญ่อย่างลิ่วเจียด้วย’”
ลู่หยางหยุดพูดไปครู่หนึ่งพร้อมกับกวาดสายตามองผู้เล่นทั้ง 290,000 คนที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งในแววตาของทุกคนต่างก็สงสัยว่าทำไมเขาจะต้องยืนหยัดต่อสู้กับลิ่วเจียจนถึงที่สุด
“นั่นสิครับหัวหน้า ทำไมคุณถึงตัดสินใจแบบนั้น?” ผู้เล่นด้านล่างคนหนึ่งอดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้
ลู่หยางมองไปยังผู้เล่นคนนั้นด้วยแววตาอันแน่วแน่ ก่อนที่เขาจะประกาศออกไปเสียงดังว่า
“เพราะฉันต้องการจะบอกทุกคนว่าเซคคัลเวิลด์คือเกมของพวกเราไม่ใช่เกมของนายทุน ที่นี่คือสถานที่ที่พวกเราทุกคนควรเพลิดเพลินอย่างสนุกสนาน ไม่ใช่สถานที่ที่เราจะต้องกลายเป็นทาสทำงานให้นายทุนพวกนั้น!”
“ทุกคนลองไปดูสัญญาของผู้เล่นที่ได้รับชุดอุปกรณ์ระดับทองจากหวังเถิงให้ดี ๆ สัญญานั้นมันเป็นสัญญาทาสชัด ๆ ถ้าพวกเรายังต้องทำงานหนักภายในเกมทั้ง ๆ ที่มันเป็นช่วงเวลาที่ควรผ่อนคลายแล้วแบบนี้พวกเรายังจะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขได้จริง ๆ เหรอ?”
“ฉันเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่นี่ก็เคยมีประสบการณ์ในเกมออนไลน์เกมอื่น ๆ มาบ้างแล้ว ลองคิดดูสิว่าในเกมเหล่านั้นหากมีกลุ่มอื่นมาผูกขาดทรัพยากรผลที่ตามมามันจะเป็นยังไง ราคาสินค้าภายในเกมจะถูกผูกขาดแพงขึ้นไม่หยุดเลยใช่ไหม ทุกคนอยากจะเห็นเซคคัลเวิลด์ได้กลายเป็นเกมแบบนั้นหรือเปล่า?”
“ไม่ครับ/ค่ะ” ผู้เล่นทั้ง 290,000 คนส่ายหัวไปมาอย่างพร้อมเพรียง
ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องการผูกขาดทรัพยากรมาก่อนเลย แต่หลังจากได้ฟังเหตุผลของลู่หยางแล้วลองคิดตามพวกเขาก็นึกถึงประสบการณ์เล่นเกมในอดีต
ทุกสิ่งเป็นไปอย่างที่ลู่หยางได้พูดเอาไว้จริง ๆ ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ทรัพยากรภายในเกมถูกควบคุมโดยกลุ่มผู้เล่นเพียงแค่ไม่กี่คน ในเวลานั้นราคาของไอเท็มก็จะถูกปั่นอย่างรุนแรงแล้วทำให้ผู้เล่นธรรมดาแทบจะไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้อีกต่อไป
“หัวหน้าแล้วพวกเราควรจะทำยังไงกันดี? แต่เกมนี้มีนายทุนเข้ามาเยอะเลยไม่ใช่เหรอครับ” ผู้เล่นคนหนึ่งตะโกนถาม
“เราก็แค่ต้อง ‘สู้’ กับพวกมัน หากใครคิดจะมาทำลายเกมที่พวกเรารัก พวกเราก็จะต่อต้านพวกมันจนถึงขีดสุด ก่อนหน้านี้พวกเราเคยต่อต้านบลัดไทแรนท์, แบล็คบลัดหรือแม้กระทั่งโซลออฟอีเทอนิตี้ไปแล้ว ตอนนี้พวกมันทั้ง 3 คนได้มารวมตัวกันอยู่ภายใต้การปกครองของหวังเถิง ถึงแม้กองกำลังของพวกมันจะพัฒนาขึ้นมาแข็งแกร่งกว่าเดิม แต่ทุกคนเชื่อจริง ๆ เหรอว่าพวกเราจะสู้กับพวกมันไม่ได้”
“ไหน ลองตอบฉันมาดัง ๆ ซิว่าทุกคนสู้หรือไม่สู้?!” ลู่หยางกล่าวอย่างหนักแน่น
“สู้!” ผู้เล่นทั้ง 290,000 คนตะโกนตอบพร้อมกัน
“ใช่ พวกเราจะต้องสู้ สาเหตุที่ฉันเรียกรวมทุกคนมาในวันนี้ก็เพราะหวังเถิงกำลังจะนำกองทัพทาส 400,000 คนของมันบุกเข้ามายังป้อมปราการของเรา พวกมันคิดจะข่มขู่เอาเปรียบเราเหมือนที่เคยทำในอดีต พวกมันคิดจะแย่งป้อมของเรา, แย่งบอสของเรา, แย่งอุปกรณ์ของพวกเรา ไหนทุกคนลองบอกฉันทีว่าพวกเราควรจะต้องทำยังไง!?”
“สู้!” ทุกคนตะโกนเสียงดังกึกก้อง
ทุกคนต่างก็นึกถึงประสบการณ์อันเลวร้ายในอดีตที่พวกเขาเคยถูกโซลออฟอีเทอนิตี้, บลัดไทแรนท์และแบล็คบลัดแย่งชิงทุกสิ่งของพวกเขาไป กลุ่มคนเหล่านี้ทั้งผูกขาดพื้นที่เก็บเลเวล, แย่งชิงบอสและฆ่าผู้เล่นคนอื่นอย่างไร้เหตุผล มันจึงทำให้ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านขึ้นมาภายในใจของทุกคน
“เยี่ยมมาก! เอาล่ะทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม วันนี้พวกเราจะทำสงครามตัดสินกับพวกหวังเถิงและขับไล่พวกมันออกไปจากเมืองของเรา!” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก
ไม่กี่นาทีต่อมาประตูทั้ง 4 ทิศของป้อมฟลาวเวอร์ก็ถูกเปิดออก ขณะที่เหล่าบรรดาแม่ทัพนำกองกำลังออกมารวมตัวกันยังบริเวณประตูทิศใต้ จากนั้นพวกเขาก็มุ่งหน้าตรงไปยังทุ่งดอกไม้แดงซึ่งถูกกำหนดให้กลายเป็นสมรภูมิของสงครามในครั้งนี้