เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 466 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 2

บทที่ 466 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 2

บทที่ 466 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 2


บทที่ 466 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 2

หวังเถิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซึ่งในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้ว่าการคว้าหัวใจอสูรนักล่ามาจะช่วยเพิ่มความไว้วางใจจากลิ่วเจียและจะช่วยลดคำครหาที่มีต่อตัวเขาได้อีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นในตอนแรกลิ่วเจียคิดว่าการใช้เงินซื้อกิลด์ขนาดใหญ่มา มันก็จะทำให้พวกเขาครอบครองป้อมปราการได้ง่าย ๆ แต่การปรากฏตัวของลู่หยางได้เปลี่ยนแปลงแผนการของพวกเขาไปอย่างสิ้นเชิง

ซึ่งหลังจากการต่อสู้ครั้งที่ผ่าน ๆ มาพวกเขาก็ได้เข้าใจแล้วว่าหากพวกเขาต้องการจะเอาชนะลู่หยาง พวกเขาก็จำเป็นจะต้องรวมกำลังกิลด์ที่พวกเขาครอบครองในเผ่ามนุษย์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน แต่ปัญหาคือกิลด์เหล่านี้พัฒนาอยู่กันคนละเมือง แล้วพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะเทเลพอร์ตไปช่วยเหลือกันได้ง่าย ๆ

การเทเลพอร์ตผู้เล่นคนหนึ่งข้ามเมืองจำเป็นจะต้องใช้เงินหลายเหรียญทอง และมันก็ไม่ต้องพูดถึงการเทเลพอร์ตผู้เล่นทั้งกองทัพว่ามันจะต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลมากแค่ไหน ด้วยเหตุนี้วิธีการที่ดีที่สุดในการเทเลพอร์ตกองกำลังเสริมขนาดใหญ่คือการยึดป้อมปราการและเปลี่ยนป้อมปราการเหล่านั้นให้กิลด์ในเมืองอื่นได้ยึดครอง

“ตอนนี้พวกเราสามารถเรียกรวมกองกำลังได้กี่คน?” หวังเถิงถาม

“ช่วงนี้คนส่วนใหญ่ของเรากำลังออนไลน์ ผมเชื่อว่าพวกเราสามารถเรียกรวมกองกำลังได้มากกว่า 90% ครับ” บลัดไทแรนท์ตอบ

โซลออฟอีเทอนิตี้, แบล็คบลัดและออทัมสปริงต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

หวังเถิงสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ ก่อนที่เขาจะพูดออกมาว่า

“สั่งให้ทุกคนกลับมารวมตัวที่ป้อมปราการและทำการแจกอุปกรณ์ชุดทองของเราออกไป บอกให้ทุกคนเตรียมทำศึกใหญ่โดยเร็วที่สุด!”

ห้องประชุมภายในป้อมปราการฟลาวเวอร์

ลู่หยาง, ถูเฟิง, เจียงเจ๋อ,ฉิงชาง, สามพี่น้องตระกูลไป๋, บิทเทอร์เลิฟ, ซุนหยู, สกายวูฟ, โจวเทียนหมิงและแบล็คเฟลมกำลังชมวิดีโอที่ฮั่นเฟยส่งมา

ก่อนหน้านี้ลู่หยางเริ่มรวบรวมกองกำลังในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์อย่างลับ ๆ ก่อนที่พวกเขาจะส่งกองกำลังเหล่านั้นเดินทางมายังป้อมปราการฟลาวเวอร์โดยไม่มีใครทันได้สังเกตเห็น

นอกจากนี้เซี่ยหยู่เว่ย, เจียงเจ๋อและซุนหยูยังได้เรียกกองกำลังผู้เล่นเลเวล 30 ขึ้นไปมาได้ 100,000 คน ทำให้ในตอนนี้ลู่หยางสามารถเรียกรวมกำลังพลได้เป็นจำนวนกว่า 290,000 คนแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นลู่หยางยังสั่งห้ามไม่ให้สมาชิกภายในป้อมออกจากเกมหรือใช้เครื่องมือสื่อสารใด ๆ ซึ่งถ้าหากใครทำการฝ่าฝืนคนเหล่านั้นจะถูกไล่ออกจากกิลด์ในทันที

ในวีดีโอมู่ยี่กำลังวิ่งหลบหนีสมาชิกจากบลัดเติสตี้ประมาณ 800 คน โดยกลุ่มผู้เล่นเหล่านั้นถูกทิ้งระยะห่างออกไปมากกว่า 500 เมตร

“หัวหน้า คนนี้คือใครงั้นเหรอครับ? ฝีมือของเขาดีมากเลย” บิทเทอร์เลิฟถามด้วยความสงสัย

“เขาคือมู่ยี่เป็นน้องชายของฉันเองและเขาก็ยังเป็นคนดูแลธุรกิจของฉันในเผ่าหมาป่าด้วย” ลู่หยางตอบด้วยรอยยิ้ม

คำตอบนี้ทำให้ทุกคนมองไปทางลู่หยางด้วยความตกตะลึง เพราะพวกเขาไม่คิดว่าหัวหน้ากิลด์คนนี้จะทำการซุกซ่อนผู้เชี่ยวชาญชั้นยอดเอาไว้อีกคน ท้ายที่สุดพวกเขาก็เคยเห็นพวกฮั่นอิ่ง, มู่หยู, เสี่ยวเหลียงและกลุ่มนักฆ่าอีก 12 คนสร้างความหวาดกลัวให้กับพวกฉือมู่มาแล้ว ตอนนี้ทุกคนจึงเริ่มสงสัยว่าแท้ที่จริงลู่หยางได้ซ่อนความลับเอาไว้อีกเยอะแค่ไหน

“ตอนนี้หวังเถิงคงรู้แล้วว่ามู่ยี่ครอบครองหัวใจอสูรนักล่าอยู่ พวกเรามารอดูกันดีกว่าว่าหลังจากนี้เขาจะเริ่มเคลื่อนไหวยังไง” ฉิงชางกล่าว

เหตุการณ์นี้ทำให้เจียงเจ๋อกับเซี่ยหยู่เว่ยรู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้าง เพราะถ้าหากแผนการครั้งนี้ล้มเหลว พวกเขาก็อาจจะต้องบุกโจมตีป้อมปราการของบลัดไทแรนท์โดยตรง

“ตอนนี้บลัดไทแรนท์, โซลออฟอีเทอนิตี้, แบล็คบลัดและกิลด์ซันเซ็ตได้เรียกรวมสมาชิกของตัวเองกลับป้อมปราการแล้ว” ถูเฟิงกล่าวหลังจากที่เขาได้รับรายงานจากสายลับ

“เยี่ยม! พวกมันติดกับแล้ว!” ทุกคนต่างก็ร้องตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“กองทัพทั้งหมดเตรียมตัวให้พร้อม พวกเราจะเริ่มมุ่งหน้าไปยังทุ่งดอกไม้แดง!” ลู่หยางสั่งการอย่างหนักแน่น

"วัยเยาว์” คือของขวัญล้ำค่าในชีวิตของทุก ๆ คน เพราะวัยนี้คือวัยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง เต็มเปี่ยมไปด้วยความกระหายใคร่รู้ เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นในการต่อสู้และเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง

ทุกคนที่อยู่ในวัยเยาว์ต่างก็เคยล้วนใฝ่ฝันถึงการได้ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แน่นอนว่าการทำสิ่งเหล่านั้นให้ถูกจดจำไม่ใช่เรื่องที่จะทำกันได้ง่าย ๆ อย่างไรก็ตามในครั้งนี้สมาชิกทุกคนของบลัดบราเธอร์ต่างก็รู้ดีว่าพวกเขามีโอกาสที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตำนานที่ผู้เล่นทุกคนจะต้องจดจำ

บนกำแพงป้อมปราการฟลาวเวอร์

ลู่หยางมองไปยังกองกำลัง 290,000 คนที่อยู่ด้านล่างพร้อมกับกล่าวออกไปว่า

“ฉันโชคดีมากที่มีพวกคุณเลือกร่วมเดินทางไปกับฉันไม่ได้เลือกจะกลายเป็นทาสของเงินแล้วย้ายไปรวมฝั่งกับหวังเถิง”

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้หวังเถิงได้รับสมัครผู้เล่นเข้าไปในกิลด์ในสังกัด โดยเสนอชุดอุปกรณ์ระดับทองเลเวล 30 ให้ฟรี ๆ แต่ผู้เล่นที่สมัครเข้าร่วมกิลด์เหล่านี้จะต้องลงนามในสัญญาโดยมีข้อกำหนดทำงานให้กับหวังเถิงราวกับเป็นทาสคนหนึ่งเลยทีเดียว

“หลาย ๆ คนเคยมาพูดกับฉันว่า ‘ลู่หยางนายยอมแพ้ซะเถอะ ทางตัวเกมเปิดเมืองใหม่ทางฝั่งมนุษย์มาให้ตั้ง 12 เมือง ด้วยความสามารถที่นายมีนายสามารถย้ายไปพัฒนาที่เมืองไหนก็ได้ ทำไมจะต้องดันทุรังสู้กับนายทุนใหญ่อย่างลิ่วเจียด้วย’”

ลู่หยางหยุดพูดไปครู่หนึ่งพร้อมกับกวาดสายตามองผู้เล่นทั้ง 290,000 คนที่อยู่ด้านล่าง ซึ่งในแววตาของทุกคนต่างก็สงสัยว่าทำไมเขาจะต้องยืนหยัดต่อสู้กับลิ่วเจียจนถึงที่สุด

“นั่นสิครับหัวหน้า ทำไมคุณถึงตัดสินใจแบบนั้น?” ผู้เล่นด้านล่างคนหนึ่งอดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้

ลู่หยางมองไปยังผู้เล่นคนนั้นด้วยแววตาอันแน่วแน่ ก่อนที่เขาจะประกาศออกไปเสียงดังว่า

“เพราะฉันต้องการจะบอกทุกคนว่าเซคคัลเวิลด์คือเกมของพวกเราไม่ใช่เกมของนายทุน ที่นี่คือสถานที่ที่พวกเราทุกคนควรเพลิดเพลินอย่างสนุกสนาน ไม่ใช่สถานที่ที่เราจะต้องกลายเป็นทาสทำงานให้นายทุนพวกนั้น!”

“ทุกคนลองไปดูสัญญาของผู้เล่นที่ได้รับชุดอุปกรณ์ระดับทองจากหวังเถิงให้ดี ๆ สัญญานั้นมันเป็นสัญญาทาสชัด ๆ ถ้าพวกเรายังต้องทำงานหนักภายในเกมทั้ง ๆ ที่มันเป็นช่วงเวลาที่ควรผ่อนคลายแล้วแบบนี้พวกเรายังจะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขได้จริง ๆ เหรอ?”

“ฉันเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่นี่ก็เคยมีประสบการณ์ในเกมออนไลน์เกมอื่น ๆ มาบ้างแล้ว ลองคิดดูสิว่าในเกมเหล่านั้นหากมีกลุ่มอื่นมาผูกขาดทรัพยากรผลที่ตามมามันจะเป็นยังไง ราคาสินค้าภายในเกมจะถูกผูกขาดแพงขึ้นไม่หยุดเลยใช่ไหม ทุกคนอยากจะเห็นเซคคัลเวิลด์ได้กลายเป็นเกมแบบนั้นหรือเปล่า?”

“ไม่ครับ/ค่ะ” ผู้เล่นทั้ง 290,000 คนส่ายหัวไปมาอย่างพร้อมเพรียง

ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องการผูกขาดทรัพยากรมาก่อนเลย แต่หลังจากได้ฟังเหตุผลของลู่หยางแล้วลองคิดตามพวกเขาก็นึกถึงประสบการณ์เล่นเกมในอดีต

ทุกสิ่งเป็นไปอย่างที่ลู่หยางได้พูดเอาไว้จริง ๆ ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ทรัพยากรภายในเกมถูกควบคุมโดยกลุ่มผู้เล่นเพียงแค่ไม่กี่คน ในเวลานั้นราคาของไอเท็มก็จะถูกปั่นอย่างรุนแรงแล้วทำให้ผู้เล่นธรรมดาแทบจะไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้อีกต่อไป

“หัวหน้าแล้วพวกเราควรจะทำยังไงกันดี? แต่เกมนี้มีนายทุนเข้ามาเยอะเลยไม่ใช่เหรอครับ” ผู้เล่นคนหนึ่งตะโกนถาม

“เราก็แค่ต้อง ‘สู้’ กับพวกมัน หากใครคิดจะมาทำลายเกมที่พวกเรารัก พวกเราก็จะต่อต้านพวกมันจนถึงขีดสุด ก่อนหน้านี้พวกเราเคยต่อต้านบลัดไทแรนท์, แบล็คบลัดหรือแม้กระทั่งโซลออฟอีเทอนิตี้ไปแล้ว ตอนนี้พวกมันทั้ง 3 คนได้มารวมตัวกันอยู่ภายใต้การปกครองของหวังเถิง ถึงแม้กองกำลังของพวกมันจะพัฒนาขึ้นมาแข็งแกร่งกว่าเดิม แต่ทุกคนเชื่อจริง ๆ เหรอว่าพวกเราจะสู้กับพวกมันไม่ได้”

“ไหน ลองตอบฉันมาดัง ๆ ซิว่าทุกคนสู้หรือไม่สู้?!” ลู่หยางกล่าวอย่างหนักแน่น

“สู้!” ผู้เล่นทั้ง 290,000 คนตะโกนตอบพร้อมกัน

“ใช่ พวกเราจะต้องสู้ สาเหตุที่ฉันเรียกรวมทุกคนมาในวันนี้ก็เพราะหวังเถิงกำลังจะนำกองทัพทาส 400,000 คนของมันบุกเข้ามายังป้อมปราการของเรา พวกมันคิดจะข่มขู่เอาเปรียบเราเหมือนที่เคยทำในอดีต พวกมันคิดจะแย่งป้อมของเรา, แย่งบอสของเรา, แย่งอุปกรณ์ของพวกเรา ไหนทุกคนลองบอกฉันทีว่าพวกเราควรจะต้องทำยังไง!?”

“สู้!” ทุกคนตะโกนเสียงดังกึกก้อง

ทุกคนต่างก็นึกถึงประสบการณ์อันเลวร้ายในอดีตที่พวกเขาเคยถูกโซลออฟอีเทอนิตี้, บลัดไทแรนท์และแบล็คบลัดแย่งชิงทุกสิ่งของพวกเขาไป กลุ่มคนเหล่านี้ทั้งผูกขาดพื้นที่เก็บเลเวล, แย่งชิงบอสและฆ่าผู้เล่นคนอื่นอย่างไร้เหตุผล มันจึงทำให้ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านขึ้นมาภายในใจของทุกคน

“เยี่ยมมาก! เอาล่ะทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม วันนี้พวกเราจะทำสงครามตัดสินกับพวกหวังเถิงและขับไล่พวกมันออกไปจากเมืองของเรา!” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก

ไม่กี่นาทีต่อมาประตูทั้ง 4 ทิศของป้อมฟลาวเวอร์ก็ถูกเปิดออก ขณะที่เหล่าบรรดาแม่ทัพนำกองกำลังออกมารวมตัวกันยังบริเวณประตูทิศใต้ จากนั้นพวกเขาก็มุ่งหน้าตรงไปยังทุ่งดอกไม้แดงซึ่งถูกกำหนดให้กลายเป็นสมรภูมิของสงครามในครั้งนี้

จบบทที่ บทที่ 466 ศึกทุ่งดอกไม้แดง 2

คัดลอกลิงก์แล้ว