- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 464 มองทะลุถึงแผนการที่ซ่อนอยู่
บทที่ 464 มองทะลุถึงแผนการที่ซ่อนอยู่
บทที่ 464 มองทะลุถึงแผนการที่ซ่อนอยู่
บทที่ 464 มองทะลุถึงแผนการที่ซ่อนอยู่
“ถ้ารวมทั้งข้อมูลเปิดเผยและไม่เปิดเผยโดยรวมแล้วพวกมันก็น่าจะมีอุปกรณ์ระดับทองมากกว่า 300,000 ชุดสินะครับ” ลู่หยางกล่าว
“ใช่ ภายใน 5 วันพวกเขาจะมีอุปกรณ์ระดับทอง 300,000 ชุด ยิ่งไปกว่านั้นลิ่วเจียยังซื้อหนังสือสกิลเวทมนตร์กึ่งต้องห้าม 50 เล่มมาสนับสนุนในสงครามครั้งนี้ด้วย” ฮั่นจงกล่าว
“โชคดีจริง ๆ ที่พวกเรารู้ตัวเร็ว ไม่อย่างนั้นคราวนี้ผมคงพ่ายแพ้อย่างยับเยินแน่” ลู่หยางถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“นายมีวิธีรับมือแล้วงั้นเหรอ?” ฮั่นจงกล่าว
“ไม่ต้องห่วงครับอาจารย์ ผมพอมีวิธีที่จะเอาชนะหวังเถิงได้ หลังจากนี้ผมจะทำให้พวกเขาได้รู้เองว่าการใช้เงินแก้ปัญหา มันไม่ใช่วิธีการที่ไร้เทียมทานขนาดนั้น” ลู่หยางกล่าว
ในระหว่างที่ลู่หยางกำลังพูดคุยกับฮั่นจง โลวาลิทก็ถูกนักรบหมาป่าลดพลังชีวิตอย่างรวดเร็วจนทำให้ในตอนนี้มันเหลือพลังชีวิตเพียงแค่ 1 ล้านหน่วยเท่านั้น
หลังจากวางสายลู่หยางก็หลับตาลงเพื่อพักผ่อน ซึ่งหลังจากที่สถานะการเชื่อมต่อฟื้นขึ้นมาเป็น 96% เขาจึงลองขยับแขนขยับขาและพบว่าการเคลื่อนไหวที่ติดขัดส่วนใหญ่เริ่มหายไปจนหมดแล้ว
ระบบ: คุณได้สังหารโลวาลิทสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 69,898 หน่วย
ลู่หยางเงยหน้ามองไปทางยักษ์ตัวสีม่วงขนาดใหญ่ที่กำลังล้มลง ก่อนที่เขาจะรีบหันไปพูดกับมู่ยี่ที่อยู่ใกล้ ๆ
“รีบไปเก็บดราก้อนสเลเยอร์แอโร่มาเร็วเข้า”
“ครับพี่” มู่ยี่ตอบรับก่อนที่เขาจะวิ่งไปยังศพของโลวาลิทด้วยความตื่นเต้น
ขณะเดียวกันหลังจากพวกนักรบหมาป่าสังหารโลวาลิทเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็แยกย้ายกันกลับไปประจำตำแหน่งของตัวเองปล่อยให้ดราก้อนสเลเยอร์แอโร่, อุปกรณ์ระดับทอง 2 ชิ้นและไอเท็มต่าง ๆ อีกอย่างมากมายถูกทิ้งไว้กับพื้น
มู่ยี่รีบเก็บทุกสิ่งกลับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะวิ่งมาหาลู่หยางด้วยความตื่นเต้น
“ผมเก็บมาหมดแล้วครับ”
“นายไปทำภารกิจเอาหัวใจอสูรนักล่ามาได้เลย เดี๋ยวฉันจะช่วยไปหาวัตถุดิบสำหรับการอัปเกรดหัวใจอสูรนักล่าเป็นระดับ 2 ให้” ลู่หยางกล่าว
“ได้ครับ” มู่ยี่ตอบ
หลังจากนั้นทั้งสองก็เดินทางกลับไปยังเมืองซิลเวอร์มูน ก่อนที่มู่ยี่จะแยกไปทำภารกิจเพื่อเอาหัวใจอสูรนักล่า ขณะที่ลู่หยางแยกออกไปนอกเมืองเพื่อหาวัตถุดิบในดันเจียนต่าง ๆ
—
23:30 น.
ลู่หยางรวบรวมวัตถุดิบจำเป็นสำหรับการอัปเกรดหัวใจอสูรนักล่าได้เรียบร้อยแล้ว ส่วนทางด้านมู่ยี่ก็ทำภารกิจจนได้รับหัวใจอสูรนักล่ามาแล้วด้วยเช่นกัน
มู่ยี่เข้าไปทำการอัปเกรดหัวใจอสูรนักล่าภายในวิหารหมาป่าสวรรค์ ซึ่งหลังจากที่เขาได้เห็นสถานะของมันที่เพิ่มขึ้นมาจากการอัปเกรดเป็นระดับ 2 เขาก็รีบติดต่อไปหาลู่หยางด้วยความตื่นเต้น
“โอ้โหพี่! ไอเท็มชิ้นนี้มันช่วยทำให้ระยะการยิงธนูของผมเพิ่มขึ้นเป็น 500 เมตรและถ้าหากผมชาร์จพลังเต็มที่ระยะการโจมตีสูงสุดของผมก็จะเพิ่มเป็น 2 กิโลเมตร!”
“เยี่ยมมาก! คืนนี้พอแค่นี้ก่อน ออกจากเกมไปพักผ่อนกันดีกว่า” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลังจากชายหนุ่มพูดคุยกับมู่ยี่จนเสร็จ เซี่ยหยู่เว่ยก็ติดต่อเข้ามาหาเขา
“หัวหน้า พวกเรารวมตัวกันครบแล้วค่ะ คืนนี้คุณจะเข้าประชุมด้วยไหมคะ?”
“เดี๋ยวฉันเข้าไป” ลู่หยางตอบ
หลังพูดจบชายหนุ่มก็ทำการเทเลพอร์ตกลับไปยังป้อมปราการคริมสันในทันที ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปภายในห้องประชุม
ฉิงชาง, เซี่ยหยู่เว่ย, สามพี่น้องตระกูลไป๋, โจวเทียนหมิง, บิทเทอร์เลิฟ, เจียงเจ๋อ, ซุนหยูและคนอื่น ๆ ต่างก็รีบลุกขึ้นต้อนรับเมื่อได้เห็นลู่หยางเดินเข้ามา
“นั่งลงได้ วันนี้พวกเราจะไม่คุยถึงสถานการณ์อื่น แต่เรามีประเด็นจะพูดกันอยู่เพียงแค่เรื่องเดียว” ลู่หยางกล่าว
“เรื่องอะไรเหรอ?” เจียงเจ๋อถามด้วยความสงสัย
“ศึกตัดสินกับหวังเถิง” ลู่หยางกล่าว
“ศึกตัดสิน?!” ทุกคนต่างก็หันมองไปทางลู่หยางด้วยความตกใจ
“ใช่ คราวนี้เราจะตัดสินกับหวังเถิงและฉันก็ต้องการให้พวกมันออกไปจากเมืองเซนต์กอลล์จนไม่สามารถกลับมาได้ภายในครึ่งปี” ลู่หยางกล่าว
“แต่ตอนนี้อุปกรณ์ยังสร้างไม่เสร็จนะ อย่างเร็วก็ต้องรอจนกว่าจะถึงคืนพรุ่งนี้” ถูเฟิงกล่าว
“ไม่ต้องห่วง ถึงพวกเราจะไม่พร้อมแต่พวกมันก็ไม่พร้อมด้วยเหมือนกัน ตอนนี้ทางตัวเกมเพิ่งจะปรับเปลี่ยนหลอดค่าประสบการณ์มาใหม่ทำให้คนส่วนใหญ่ยังอยู่ที่เลเวล 30 กว่า ๆ ดังนั้นพวกเราจะใช้แผนสู้กันตรง ๆ โดยไม่คำนึงถึงเรื่องของเลเวล” ลู่หยางกล่าว
ถูเฟิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
“แผนการนี้พอจะเป็นไปได้ หวังเถิงกำลังเร่งสร้างอุปกรณ์อยู่ 100,000 ชุด หากพวกเราเริ่มเปิดฉากต่อสู้ในวันพรุ่งนี้ ทางฝั่งพวกเขาก็จะมีอุปกรณ์ไม่ครบด้วยเหมือนกัน”
ลู่หยางเผยรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า
“ไม่ใช่แค่ 100,000 ชุดหรอก ฉันเพิ่งคิดได้ว่าหวังเถิงวางกับดักพวกเราเอาไว้ ไหนทุกคนลองเดาดูซิว่าพวกเราลืมเรื่องอะไรไป?”
“ลืมเรื่องอะไรเหรอคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถามด้วยความสงสัย
“พวกเราลืมตรวจสอบกิลด์ซันเซ็ตไปยังไงล่ะ ไหนมีใครรู้ข่าวบ้างว่าตอนนี้กิลด์ซันเซ็ตกำลังทำอะไรอยู่?” ลู่หยางถาม
“หัวหน้ากำลังหมายความว่าหวังเถิงใช้ให้กิลด์ซันเซ็ตสร้างอุปกรณ์ให้กับพวกเขาอยู่ใช่ไหมครับ?” ฉิงชางกล่าว
ลู่หยางพยักหน้ารับและพูดว่า
“ใช่ เมื่อกี้ฉันส่งให้คนไปตรวจสอบมาแล้วว่าร้านตีเหล็กทั่วทั้งเมืองนอร์ทวินด์ถูกจ้างให้ทำการผลิตอุปกรณ์อย่างเต็มกำลัง แม้แต่ช่างตีเหล็กอิสระก็ยังถูกเกณฑ์เข้าไปทำงานในกิลด์ซันเซ็ต โดยพวกเขากำลังเร่งสร้างอุปกรณ์ระดับทองจำนวน 200,000 ชุด”
“200,000 ชุด!” ทุกคนต่างก็อุทานด้วยความตกใจ
“หากรวมอุปกรณ์ 100,000 ชุดที่พวกเขาเปิดเผยออกมาและอุปกรณ์อีก 200,000 ชุดที่พวกเขากำลังปิดบังเอาไว้ มันก็หมายความว่าความจริงแล้วพวกนั้นกำลังเตรียมอุปกรณ์ 300,000 ชุดเพื่อมาทำสงครามกับพวกเราสินะคะ” หลานอวี่กล่าว
“ใช่ ภายใน 5 วันนี้หวังเถิงจะมีอุปกรณ์ระดับทองพร้อมจะทำสงครามกับเรา 300,000 ชุด” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับพยักหน้า
“หวังเถิงมันคิดจะใช้เงินทุนบดขยี้พวกเราสินะ” บิทเทอร์เลิฟกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ตอนนี้หวังเถิงกำลังทำให้เราตายใจ โดยการส่งอุปกรณ์ระดับทองแค่ 80,000 ชุดไปให้กับโซลออฟอีเทอนิตี้และบลัดไทแรนท์ หากพวกเรานั่งรออีก 5 วัน ในเวลานั้นฉันคงจะต้องพาทุกคนกลับไปตั้งรับที่เมืองซีเอ็มเพอเรอร์แล้วล่ะ” ลู่หยางกล่าว
“หัวหน้าคิดวิธีการจัดการกับพวกมันเอาไว้แล้วหรือยังครับ?” ไป๋เหลิงถาม
“พวกเราจะทำการบุกยึดป้อมปราการแบล็คร็อคและป้อมปราการสกายมิสท์แล้วทำการกวาดล้างพวกมันออกไป” ลู่หยางกล่าว
“หัวหน้าสั่งการมาได้เลยครับว่าพวกเราจะต้องทำอะไร” ฉิงชางกล่าว
“ใช่ค่ะ หัวหน้าสั่งการมาได้เลย” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวอย่างมุ่งมั่น
ลู่หยางเปิดแผนที่ 3 มิติขึ้นมาบนโต๊ะประชุม ก่อนที่เขาจะชี้นิ้วไปยังทุ่งดอกไม้แดงที่อยู่ใกล้กับป้อมปราการสกายมิสท์
“ฉันต้องการจะเปิดศึกกับหวังเถิงที่นี่”
เมื่อได้ฟังคำพูดของลู่หยาง มันก็ทำให้ทุกคนอดจะขมวดคิ้วขึ้นมาไม่ได้
“ตรงนั้นมันเป็นพื้นที่โล่งไม่ใช่เหรอ? ฉันคิดว่าการต่อสู้กับพวกนั้นตรง ๆ มันจะทำให้พวกเราเสียเปรียบมากจนเกินไป” เจียงเจ๋อกล่าว
ลู่หยางทำการหยิบหนังสือสกิลเอิร์ธเควคดราก้อน 21 เล่ม, ทามสเปสบาเรีย 18 เล่ม, เวทมนตร์กึ่งต้องห้ามเอิร์ธเชค แล้วเวทมนตร์ต้องห้ามที่แท้จริงแบล็คโฮลมาวางไว้ลงบนโต๊ะ
“ตราบใดก็ตามที่มีของพวกนี้ ฉันก็สามารถเปลี่ยนพื้นที่ราบให้กลายเป็นภูเขาได้ตามต้องการ” ลู่หยางกล่าวอย่างแน่วแน่
“หัวหน้า คุณไปเอาหนังสือสกิลพวกนี้มาจากไหน?” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวด้วยความตื่นเต้น
“ฉันไปเอาพวกมันมาจากแผนที่เลเวล 60 โดยสกิลพวกนี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงภูมิประเทศได้” ลู่หยางกล่าว
หลังจากได้ฟังคำอธิบายทุกคนต่างก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“แต่ปัญหาก็คือพวกเราจะล่อพวกมันมาที่นี่ได้ยังไง? ช่วงนี้โซลออฟอีเทอนิตี้กับบลัดไทแรนท์ระวังตัวมาก พวกมันแทบจะสั่งให้ลูกน้องของตัวเองไม่ให้โผล่มาในเมืองเซนต์กอลล์เลยด้วยซ้ำ เท่าที่ฉันได้ข่าวมาพวกมันแค่ทำการเก็บเลเวลอยู่ใกล้ ๆ ป้อมของตัวเอง” เจียงเจ๋อกล่าว
“ไม่ต้องห่วง พวกเราก็แค่ต้องใช้เหยื่อที่พวกมันปฏิเสธไม่ได้ก็พอ”