เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 463 เบื้องหลังความสงบ

บทที่ 463 เบื้องหลังความสงบ

บทที่ 463 เบื้องหลังความสงบ


บทที่ 463 เบื้องหลังความสงบ

ในชีวิตก่อนมีผู้เล่นที่ได้ค้นพบบัคในการเผชิญหน้ากับบอสตัวนี้ ซึ่งบัคที่เขาพูดถึงในที่นี้มันก็ไม่ใช่บัคเสียทีเดียว เพราะทางผู้พัฒนาออกมายอมรับแล้วว่ามันคือเรื่องปกติที่มีความเกี่ยวพันกับเนื้อเรื่องภายในเกม

ตามกฎของเกมหาก A ใช้สกิลประเภทพุ่งชนเข้าใส่ B และ B ได้ใช้สกิลประเภทเทเลพอร์ตหลบหนีผิดจังหวะ ทางตัวเกมจะคำนวณผลของทักษะให้ A ยังคงพุ่งเข้าหา B เหมือนเดิมต่อไป หรือพูดง่าย ๆ ก็คือระยะสกิลพุ่งชนของ A จะเกินกว่าขีดความสามารถแบบดั้งเดิม และยังคงพุ่งต่อไปหาเป้าหมายจนกว่าจะเกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างจากเดิม

ด้วยกฎในข้อนี้เองมันจึงมีวิธีการต่อสู้ยอดนิยมของนักเวทไฟและนักเวทมิติที่สามารถใช้สกิลประเภทเทเลพอร์ตอย่างต่อเนื่องได้ โดยวิธีการนี้จะทำให้พวกเขาสามารถลากมอนสเตอร์ออกไปจากจุดเดิมได้ไกลมาก ซึ่งถ้าหากว่าใครมีความเชี่ยวชาญมากพอ พวกเขาก็จะสามารถลากมอนสเตอร์ออกไปห่างจากจุดเดิมได้ไกลกว่า 3 กิโลเมตรเลยทีเดียว

ก่อนหน้านี้ลู่หยางได้วางเงาเปลวไฟเอาไว้ทุก ๆ 500 เมตรตลอดเส้นทาง ซึ่งเหตุผลที่เขาได้ทำแบบนั้นก็เพราะว่าเขาเตรียมตัวจะรับมือกับการโจมตีของโลวาลิทนี่เอง

สกายเดรสทรอยิงไฟร์!

ลูกไฟขนาดใหญ่ตกลงมาจากท้องฟ้าพุ่งเข้าใส่ศีรษะของโลวาลิทอย่างแม่นยำ

-2,896

“เจ้ามนุษย์หมาป่าตัวน้อย บทเรียนในครั้งก่อนยังไม่ทำให้พวกเจ้าเข็ดหลาบอีกอย่างนั้นเหรอ?” โลวาลิทร้องคำรามด้วยน้ำเสียงอันโกรธเกรี้ยว ก่อนที่ร่างอันสูงใหญ่กว่า 100 เมตรจะเริ่มก้าวเท้าไปทางลู่หยางอย่างรวดเร็ว

ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหนจนกระทั่งโลวาลิทเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ในระยะ 50 เมตร

ซาเวจโคลิสชั่น!

โลวาลิทร้องคำรามพร้อมกับยกขวานขึ้นด้านหน้า จากนั้นร่างของมันก็กลายเป็นแสงสีม่วงพุ่งเข้าหาลู่หยางด้วยความรวดเร็ว

ซันเรมแนนท์!

ร่างของชายหนุ่มกลายเป็นแสงสีแดงถอยหนีไปยังเงาเปลวไฟอย่างต่อเนื่อง ซึ่งร่างของเขาก็จำเป็นจะต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงไปยังเงาเปลวไฟยังตำแหน่งที่เขาวางทิ้งไว้ติดต่อกันถึง 9 ครั้ง จนกระทั่งตัวของเขาได้มาปรากฏตัวด้านหน้าหอคอยเฝ้ายามของด่านบลัดมูน

ทันทีที่ปรากฏตัวลู่หยางก็รู้สึกเวียนหัวไปชั่วขณะ เพราะท้ายที่สุดนี่ก็คือการใช้ทักษะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงในระยะทางที่ไกลกว่า 4.5 กิโลเมตร

ระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของผู้เล่น ตอนนี้ความเสถียรในการเชื่อมต่ออยู่ที่ 95% หากความเสถียรลดลงต่ำกว่า 90% การเชื่อมต่อจะถูกตัดขาดลง

นี่คือผลข้างเคียงจากการใช้ซันเรมแนนท์อย่างต่อเนื่อง และถึงแม้สกิลนี้จะเป็นทักษะภายในเกม แต่การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมันก็เปรียบเสมือนกับนักบินที่ต้องออกบินด้วยความเร็วเหนือเสียง ซึ่งแรงกดอากาศที่กระทำต่อร่างของนักบินมันก็มากพอที่จะทำให้นักบินหมดสติไปได้เลยทีเดียว

ลู่หยางพยายามรวบรวมสติ ก่อนที่เขาจะหันไปมองและพบว่าแสงสีม่วงสายหนึ่งกำลังพุ่งตรงเข้ามาทางเขาอย่างรวดเร็ว

ระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของผู้เล่น ตอนนี้ความเสถียรในการเชื่อมต่อลดลงเหลือ 91% หากความเสถียรลดลงต่ำกว่า 90% การเชื่อมต่อจะถูกตัดขาดลง

ชายหนุ่มไม่มีเวลาให้ตัดสินใจนานมากนัก เขาจึงรีบหยิบเอมเมอรัลฮาร์ทขึ้นมาเพื่อเปิดใช้งาน

ร่างของลู่หยางเริ่มโปร่งใสในทันทีและในเสี้ยววินาทีต่อมาร่างขนาดใหญ่ของโลวาลิทก็เคลื่อนที่ผ่านร่างของเขาไป ก่อนที่มันจะปะทะเข้ากับหอคอยเฝ้ายามที่อยู่ทางด้านหลัง

ตูม!

หลังจากฝุ่นควันค่อย ๆ จางหายไป มันก็เผยให้เห็นร่างของยักษ์ตัวม่วงขนาดใหญ่ที่ทำลายหอคอยจนขาดครึ่ง

ปู๊นนนน!

เสียงแตรเตือนภัยดังสนั่นไปทั่วทั้งค่าย

“ศัตรูบุก!” ทหารยามเผ่าหมาป่าร้องตะโกนขึ้นมาเสียงดัง

ในเวลาเพียงแค่ไม่นานนักรบหมาป่ากว่า 500 คนก็วิ่งออกมาจากค่าย ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มโจมตีโลวาลิทอย่างสุดกำลัง

นักรบหมาป่า

เลเวล 70

พลังชีวิต 600,000/600,000

นักรบหมาป่าถือได้ว่าเป็นนักรบขั้นสูงของเผ่าหมาป่าที่คอยประจำการอยู่บริเวณชายแดนเพื่อป้องกันด่านหน้าโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่แล้วนักรบเผ่านี้มีหน้าที่รับมือกับผู้เล่นจากเผ่าศัตรูในสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ ซึ่งมันเป็นเจตนาที่ทางผู้พัฒนาต้องการให้การรุกรานเผ่าพันธุ์อื่นไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายมากจนเกินไป

อย่างไรก็ตามการใช้เหล่าบรรดานักรบบริเวณชายแดนมาจัดการมอนสเตอร์ก็เป็นสิ่งที่อยู่เหนือเกินกว่าความคาดหมายของทางผู้พัฒนา อย่างไรก็ตามหากผู้เล่นสามารถหาช่องโหว่นี้เจอ ทางผู้พัฒนาก็ทำได้เพียงแต่ยอมรับในความไม่รัดกุมของพวกเขาเท่านั้น

เมื่อได้เห็นโลวาลิทต่อสู้กับนักรบหมาป่าอย่างดุเดือด ลู่หยางก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ส่วนระดับการเชื่อมต่อของเขากับระบบก็หยุดอยู่ที่ 91% ไม่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเลยแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว ชายหนุ่มจึงพยายามเดินออกห่างจากจุดต่อสู้เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจให้กลับมาโดยเร็วที่สุด

“พี่เป็นอะไรไป?!” มู่ยี่อุทานด้วยความตกใจเมื่อเขาสังเกตเห็นสภาพของลู่หยาง

“มันเป็นผลข้างเคียงจากการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ขอฉันนั่งพักสักหน่อยเดี๋ยวก็หายแล้ว” ลู่หยางตอบกลับอย่างอ่อนล้า

มู่ยี่รีบประคองลู่หยางไปนั่งพักข้างก้อนหินใหญ่ ก่อนที่เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดว่า

“ถ้าผมรู้ว่าเป็นแบบนี้ ผมคงไม่ยอมให้พี่ไปคนเดียว”

ลู่หยางหัวเราะขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า

“เจ้าหนูเรื่องแค่นี้มันไม่เป็นปัญหาสำหรับฉันหรอก อีกเดี๋ยวบอสก็จะถูกพวกทหารฆ่าตายและทิ้งไอเท็มเอาไว้บนพื้น ในเวลานั้นนายมีหน้าที่เข้าไปเก็บของทุกอย่างมาให้หมด โดยเฉพาะลูกศรสีดำที่มีชื่อว่าดราก้อนสเลเยอร์แอโร่ให้นายเก็บมันมาอย่างระมัดระวัง แล้วให้นายนำเอามันไปให้กับปรมาจารย์ไลเออร์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องธนูที่พิการของเผ่าหมาป่า จากนั้นเขาก็จะมอบของรางวัลให้กับนายมาชิ้นหนึ่ง ซึ่งของรางวัลนั้นก็คือหัวใจอสูรนักล่าที่พวกเรากำลังพยายามตามหาอยู่นั่นแหละ”

“ได้ครับ” มู่ยี่กล่าวพร้อมกับพยักหน้าตอบรับ

จู่ ๆ ในระหว่างที่นั่งพักลู่หยางก็นึกถึงหวังเถิงอย่างไม่ทันตั้งตัว และทันใดนั้นขนทั่วทั้งร่างของเขาก็ลุกชันขึ้นอย่างฉับพลัน

“กิลด์ซันเซ็ต?!”

“อาจารย์ครับช่วยบอกให้คนในเมืองนอร์ทวินด์ตรวจสอบให้หน่อยว่ากิลด์ซันเซ็ตกำลังทำอะไรอยู่แล้ว ช่วยดูด้วยว่าภายในเมืองมีร้านตีเหล็กกี่ร้านที่รับงานสร้างอุปกรณ์ระดับทอง” ลู่หยางรีบติดต่อไปหาฮั่นจงอย่างเร่งด่วน เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาลืมตรวจสอบกิลด์ซันเซ็ต

“ใจเย็น ๆ เดี๋ยวฉันจะไปตรวจสอบเรื่องนี้เอง” ฮั่นจงตอบกลับอย่างรวดเร็ว

“โอเคครับ”

นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่หยางกระวนกระวายใจแบบนี้ เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมาทุกอย่างราบรื่นจนทำให้เขาหลงลืมไปว่าหวังเถิงคือหนึ่งในนักวางกลยุทธ์ที่มีวิธีการซับซ้อนมากที่สุด และอีกฝ่ายก็มักจะเดินเกมด้วยกลยุทธ์เปิดเผยและใช้งบประมาณมหาศาลเพื่อดำเนินการเรื่องราวเบื้องหลังไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งในอดีตมันก็มีหลาย ๆ กิลด์ที่ต้องพ่ายแพ้เพราะวิธีการนี้ของหวังเถิง

20 นาทีต่อมา ฮั่นจงก็ติดต่อกลับมาหาลู่หยางอีกครั้ง

“ลู่หยาง นายควรเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อม ตอนนี้ในเมืองนอร์ทวินด์มีร้านตีเหล็กมากกว่า 300 ร้านที่กำลังเร่งทำงานอย่างเต็มที่ นอกจากนี้มันยังมีนักตีเหล็กอิสระในเมืองกว่า 800 คนที่ถูกหวังเถิงดึงตัวเข้าไปในกิลด์ซันเซ็ตเพื่อทำการเร่งผลิตอุปกรณ์ระดับทองอย่างเต็มกำลัง” ฮั่นจงกล่าว

ลู่หยางชกก้อนหินด้านข้างเข้าเต็มแรง ก่อนที่เขาจะถามว่า

“คุณพอจะตรวจสอบได้ไหมครับว่าพวกเขากำลังสร้างอุปกรณ์ทั้งหมดกี่ชิ้น?”

“ฉันตรวจสอบข้อมูลมาได้แค่บางส่วน ดูเหมือนลิ่วเจียจะได้ครอบครองกิลด์ใหญ่ 2 แห่งในเผ่าเอลฟ์และในบรรดาเมืองทั้ง 12 แห่งที่ทางตัวเกมได้เปิดขึ้นมาใหม่ก็ถูกลิ่วเจียครอบครองไปได้แล้วถึง 3 เมืองและได้รับป้อมปราการมา 13 แห่ง เขาจึงทำการส่งวัตถุดิบและบลูปริ้นทั้งหมดจากเผ่าเอลฟ์ไปสนับสนุนหวังเถิง คาดการณ์ว่าคราวนี้พวกเขาน่าจะกำลังสร้างอุปกรณ์ระดับทองมากกว่า 200,000 ชุด” ฮั่นจงตอบ

เอาแล้วววววว

จบบทที่ บทที่ 463 เบื้องหลังความสงบ

คัดลอกลิงก์แล้ว