เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 462 โลวาลิท

บทที่ 462 โลวาลิท

บทที่ 462 โลวาลิท


บทที่ 462 โลวาลิท

“ไม่ได้การล่ะ ถ้าแบบนี้ผมไม่ขายน้ำยาให้พวกเขาแล้ว” จินปู้ฮวนกล่าวด้วยน้ำเสียงอันตื่นตระหนก

ลู่หยางหัวเราะขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า

“ในฐานะพ่อค้า นายจะยอมพลาดกำไรกว่า 60,000 เหรียญทองจริง ๆ เหรอ? อีกอย่างน้ำยาของนายก็ไม่ได้มีบทบาทในสงครามขนาดใหญ่มากขนาดนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสามารถในการบัญชาการและสามารถในการนำปัจจัยทุกอย่างมาประมวลผลเป็นกลยุทธ์ที่ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

แนวคิดเรื่องสงครามที่ลู่หยางพูดออกมานี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดมาเอง แต่มันเป็นบทสรุปที่เหล่าบรรดาผู้บัญชาการชั้นยอดในชาติก่อนได้พูดเอาไว้ ซึ่งมันก็ได้ปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นธรรมดาที่เคยเชื่อว่าชัยชนะมักจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 4 อย่างได้แก่ เลเวล, อุปกรณ์, น้ำยาและสกิล

“หัวหน้าหมายความว่ายังไงครับ?” จินปู้ฮวนถามด้วยความสงสัย

“ความหมายของฉันก็คือต่อให้บลัดไทแรนท์ซื้อน้ำยาไป 100,000 ขวด แต่มันก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับฉัน นายสามารถทำการค้าขายปกติไปได้เลย ไม่ว่าเขาจะอยากซื้อน้ำยามากเท่าไหร่นายก็ขายให้กับเขาได้มากเท่านั้น ส่วนเรื่องการสู้รบในสงคราม พวกเขาไม่มีทางมาเทียบชั้นกับฉันได้อยู่แล้ว” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ถ้างั้น…โอเคครับ” จินปู้ฮวนตอบกลับด้วยความลังเล

หลังจากลู่หยางวางสายจากจินปู้ฮวน เขาก็ได้ติดต่อไปหาถูเฟิง

“เรื่องการผลิตอุปกรณ์คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?” ลู่หยางถาม

“คาดว่าอีก 2 วันทุกอย่างจะถูกจัดการจนเสร็จ” ถูเฟิงตอบ

ทางฝั่งฮั่นจงก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาผลิตอุปกรณ์อีก 2 วันด้วยเช่นกัน ซึ่งมันก็เป็นที่ชัดเจนว่าอีก 2 วันหลังจากนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเปิดศึกครั้งใหญ่

“ฝากบอกทุกคนด้วยว่าอีก 2 วันทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย ห้ามมีข้อผิดพลาดเป็นอันขาด” ลู่หยางกล่าว

“หวังเถิงเริ่มเคลื่อนไหวแล้วใช่ไหม?” ถูเฟิงถาม

“เรื่องนั้นนายไม่จำเป็นจะต้องสนใจ แค่จัดการหน้าที่ของตัวเองให้เรียบร้อยก็พอ” ลู่หยางตอบ

“โอเค” ถูเฟิงกล่าว

ชายหนุ่มไม่อาจปล่อยให้ใครรับรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจินปู้ฮวนในตอนนี้ได้ เพราะท้ายที่สุดร้านขายยาเพลิงโลหิตที่จินปู้ฮวนดูแลอยู่ก็มีความสำคัญกับกิลด์อื่น ๆ เป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่ากิลด์ไหนต้องการจะทำสงครามหรือเก็บเลเวลต่างก็ล้วนแล้วแต่จำเป็นจะต้องพึ่งพาจินปู้ฮวนในการจัดหาน้ำยา ดังนั้นถ้าหากความสัมพันธ์ของพวกเขาถูกเปิดเผย มันก็จะสร้างปัญหาใหญ่ขึ้นมามากพอสมควร

หลังจากวางสายลู่หยางก็ทำการต่อสู้ต่อไปอีกประมาณ 10 นาที ก่อนที่อัมบราสจะเสียชีวิตลง

ระบบ: คุณได้สังหารอัมบราสสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 66,098 หน่วย

ลู่หยางเดินเข้าไปในประตูแล้วสำรวจกองไอเท็มที่อยู่บนพื้น ซึ่งไอเท็มที่ดรอปลงมานี้ก็ไม่เพียงแต่จะมีไอเท็มจากบอสเท่านั้น แต่มันยังรวมถึงไอเท็มจากเหล่าบรรดานักเวทมิติที่ถูกทะเลเพลิงแผดเผาไปจนหมดแล้วด้วย

แบล็คโฮล

ประเภท เวทมนตร์ธาตุมิติ

มานาที่ต้องใช้ 3,000

ระยะ 2,000 เมตร

รายละเอียด สร้างหลุมดำเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 เมตร ซึ่งจะดึงศัตรูในระยะ 1,000 เมตรเข้าสู่หลุมดำ ศัตรูที่ถูกดูดเข้าไปจะตายทันที มีผลนาน 5 นาที

ลู่หยางสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่เพื่อพยายามระงับความตื่นเต้น เพราะเขาไม่คาดคิดเลยว่าการจัดการกับบอสเลเวล 60 ในครั้งนี้จะทำให้เขาได้รับของรางวัลเป็นเวทมนตร์ต้องห้ามธาตุมิติที่แท้จริง

หลังจากเก็บหนังสือสกิลใส่กระเป๋าเขาก็ทำการสำรวจไอเท็มชิ้นอื่น ๆ ต่อ ซึ่งไอเท็มพวกนี้ก็เป็นเพียงแค่พวกน้ำยาที่ไม่ค่อยจะมีค่าอะไรมากนัก

หลังจากเก็บของจากบอสจนหมดแล้ว ลู่หยางก็หันความสนใจไปที่กองไอเท็มที่ดรอปจากนักเวทมิติ

ทามสเปสบาเรีย

ประเภท เวทมนตร์ธาตุมิติ

มานาที่ต้องใช้ 2,000

ระยะ 1,000 หน่วย

รายละเอียด สร้างบาเรียโปร่งใสเส้นผ่านศูนย์กลาง 60 เมตร ณ ตำแหน่งที่กำหนด เป้าหมายที่อยู่ภายในจะไม่สามารถออกไปได้ และเป้าหมายที่อยู่นอกบาเรียก็ไม่สามารถเข้าไปได้เช่นกัน มีผลนาน 5 นาที (ไม่มีผลต่อ NPC ระดับอีลิทขึ้นไป)

นี่คือสกิลที่ลู่หยางต้องการมากที่สุด เพราะการสร้างทามสเปสบาเรียจะสามารถแยกกองกำลังของศัตรูออกจากกันได้ ซึ่งมันก็จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พวกเขามีความได้เปรียบมากยิ่งขึ้น

หลังจากทำการค้นหาไอเท็มโดยรอบอย่างละเอียด ลู่หยางก็ได้พบหนังสือสกิลทามสเปสบาเรียทั้งหมด 16 เล่มและได้ใบเปลี่ยนอาชีพนักเวทนิติมาอีก 22 ใบ

ครั้งนี้ลู่หยางได้บรรลุเป้าหมายในการเดินทางมายังแบล็คสโตนสไปร์แล้วเขาจึงขี่สิงโตเพลิงเพื่อมุ่งหน้าไปยังเขตของเผ่าสัตว์อสูร

ระบบ: คุณได้เข้าสู่พื้นที่ของเผ่าสัตว์อสูร

ตัวอักษรสีแดงปรากฏขึ้นบนหน้าจอเป็นสัญญาณให้ผู้เล่นระวังตัว โดยตอนนี้เป็นช่วงเวลาตอนดึกแล้วบนท้องฟ้าจึงถูกประดับไว้ด้วยพระจันทร์กลมโตลูกใหญ่ ชายหนุ่มจึงได้แปลงกายเป็นผู้เล่นเผ่าหมาป่าและทำการติดต่อไปหามู่ยี่

“ว่างหรือเปล่า?” ลู่หยางถาม

ตอนนี้เป็นช่วงเวลา 22:00 น. มู่ยี่กำลังนั่งตรวจบัญชีอยู่ในห้องทำงานอย่างเบื่อหน่าย แต่เมื่อเขาได้รับการติดต่อมาจากลู่หยาง มันจึงทำให้เขาสะดุ้งขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“พี่มาที่เผ่าสัตว์อสูรเหรอครับ?”

“ฉันจะพานายไปหาหัวใจอสูรนักล่า นายอยากได้ไหม?” ลู่หยางถาม

“อยากได้ครับ” มู่ยี่ตอบกลับอย่างตื่นเต้น

“ถ้างั้นนายก็ไปรอฉันที่ประตูวาร์ปในเมืองซิลเวอร์มูนได้เลย เดี๋ยวฉันจะพานายไปทำภารกิจ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เดี๋ยวผมรีบไปเดี๋ยวนี้เลยครับ” มู่ยี่ตอบก่อนจะวิ่งไปยังประตูวาร์ปของเมืองอย่างรวดเร็ว

ไม่นานมู่ยี่ก็มาถึงจุดนัดพบก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นลู่หยางในระยะไกล

“พี่ใจกล้ามากเลยนะเนี่ยที่ใส่ชุดพรางตัวเดินเข้ามาในเมืองหลวงของเผ่าหมาป่าแบบนี้” มู่ยี่กล่าว

“น้องชายนี่มันไม่ใช่เรื่องของความกล้าหรอกนะ แต่มันเป็นเรื่องของความมั่นใจในความสามารถของตัวเอง สักวันนายก็จะเป็นแบบฉันได้เหมือนกัน” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

“หวังว่าผมจะเก่งแบบพี่ได้เร็ว ๆ นะครับ” มู่ยี่พยักหน้าด้วยความคาดหวัง

“เอาล่ะ พวกเราไปที่ด่านบลัดมูนกันเถอะ” ลู่หยางกล่าว

ด่านบลัดมูน

สถานที่บริเวณนี้คือแผนที่เลเวล 50 ซึ่งตั้งอยู่ข้างแม่น้ำฟิวเรียสรอยต่อระหว่างเผ่าหมาป่าและเผ่าเอลฟ์ โดยการเดินทางมาที่นี่จำเป็นจะต้องเดินทางผ่านประตูวาร์ปเท่านั้น โดยมีค่าบริการสูงถึง 3 เหรียญทอง

แสงสีขาว 2 จุดปรากฏขึ้นภายในค่าย ซึ่งหลังจากที่ลู่หยางและมู่ยี่ได้ปรากฏตัว เขาก็สำรวจพื้นที่โดยรอบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะได้พบว่าในพื้นที่บริเวณนี้มีเพียง NPC ไม่มีผู้เล่นคนอื่นอยู่ที่นี่เลยแม้แต่คนเดียว

“นายไปอยู่ที่โซนปลอดภัยก่อน เดี๋ยวฉันรีบกลับไป” ลู่หยางกล่าว

“ได้ครับ” มู่ยี่ตอบรับก่อนจะวิ่งไปหาโรงแรมที่อยู่ใกล้ ๆ

ลู่หยางกลายเป็นแสงสีแดงวิ่งออกจากประตูเลียบแม่น้ำฟิวเรียสไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งทุก ๆ ครั้งที่เขาเคลื่อนที่ไป 500 เมตรเขาจะทิ้งเงาเปลวไฟสำรองเอาไว้เป็นจุดหลบหนีอยู่เสมอ ซึ่งหลังจากที่ซันเรมแนนท์พัฒนามาเป็นเลเวล 4 มันก็ทำให้เขาสามารถสร้างเงาเปลวไฟพร้อม ๆ กันได้ถึง 9 จุด

หลังจากเดินทางมาสักพักและวางเงาเปลวไฟเอาไว้ในเส้นทางครบทั้ง 9 จุดแล้ว ลู่หยางก็มาถึงเชิงเขาแห่งหนึ่ง

“ใครมันกล้าเข้ามาในพื้นที่ของข้า!” เสียงร้องคำรามดังสนั่นมาจากภายในหุบเขา ก่อนที่มันจะมียักษ์ตัวสีม่วงขนาดใหญ่เดินออกมา

โลวาลิท บุตรแห่งไททัน

เลเวล 60

พลังชีวิต 9,000,000/9,000,000

นี่คือเป้าหมายที่ลู่หยางกำลังตามหา แต่ด้วยพลังของเขาเพียงลำพังยังไม่สามารถจะสังหารโลวาลิทได้

ในฐานะที่อีกฝ่ายคือบอสระดับลอร์ดเลเวล 60 มันจึงไม่เพียงแต่จะมีสกิลของนักรบเท่านั้น แต่มันยังมีความสามารถในการใช้เวทมนตร์ได้อีกด้วย บอสตัวนี้จึงมีทั้งการโจมตีระยะใกล้และระยะไกล ซึ่งถ้าหากเขาผิดพลาดเพียงแค่เล็กน้อยเขาก็จะถูกอีกฝ่ายสังหารในทันที

หากลู่หยางต้องการจะปะทะกับโลวาลิทตรง ๆ เขาก็จำเป็นจะต้องมีเลเวล 60 และใช้ทีมยอดฝีมืออย่างพวกฉิงชางอีก 39 คนถึงจะมีโอกาสจัดการกับบอสตัวนี้ได้

จบบทที่ บทที่ 462 โลวาลิท

คัดลอกลิงก์แล้ว