เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 461 อัมบราส

บทที่ 461 อัมบราส

บทที่ 461 อัมบราส


บทที่ 461 อัมบราส

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันลู่หยางไม่สามารถนิ่งนอนใจได้จนกว่าเขาจะกำจัดหวังเถิงออกจากเกม เพราะถ้าหากเขาเปิดให้บริการป้อมปราการและถูกศัตรูซุ่มโจมตีจากทั้งด้านนอกและทางด้านในป้อมปราการในเวลากลางคืน ในเวลานั้นการป้องกันป้อมปราการก็จะกลายเป็นเรื่องที่ยากลำบาก

พอคิดถึงหวังเถิงมันก็ทำให้ลู่หยางหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น หลังจากที่เขาวางสายไปแล้วเขาก็เริ่มเร่งความเร็วเพื่อทำภารกิจของตัวเอง

หลังจากนั้นลู่หยางก็ทำการเคลียร์พื้นที่ในส่วนที่เคยเป็นห้องครัว, ห้องพักผ่อนและสนามฝึกซ้อม ซึ่งในบริเวณนี้มีนักเวทผ้าคลุมเหลืองอยู่เป็นจำนวนมากกว่า 800 คน

1 ชั่วโมงต่อมา

ในที่สุดลู่หยางก็จัดการกับนักเวทผ้าคลุมเหลืองได้จนหมด ซึ่งมันก็ทำให้เขาได้รับหนังสือสกิลเอิร์ธเควคดราก้อนมา 17 เล่มและได้รับใบเปลี่ยนอาชีพนักเวทดินมาอีก 32 ใบ

ลู่หยางเก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋าพร้อมกับเดินไปยังห้องโถง แต่ในระหว่างที่เขากำลังเปิดประตูหลังบันไดชั้น 2 เขาก็ได้พบกับนักเวทผ้าคลุมขาว 8 คนยืนห่างออกไปไม่ไกล

พื้นที่ชั้น 2 คือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยนักเวทมิติ ซึ่งศัตรูเหล่านี้มีความเร็วในการโจมตีที่สูงมาก ขณะเดียวกันเขาก็ไม่มีเวลามาฝึกฝนเหมือนกับในชาติก่อน เขาจึงตัดสินใจใช้สกิลซันเรมแนนท์เพื่อเร่งความเร็วในการเคลื่อนที่ของตัวเอง

ร่างของชายหนุ่มกลายเป็นแสงสีแดงพุ่งผ่านเหล่าบรรดานักเวทชุดขาวไป

ตูม!

ผลสกิลถูกกระตุ้นจนก่อให้เกิดการระเบิดสร้างความเสียหายให้กับนักเวทผ้าคลุมขาวทั้ง 8 คนมากกว่า 3,800 หน่วย

ซันไบด์!

ชายหนุ่มทำการปล่อยโซ่เปลวไฟรัดร่างเหล่าบรรดานักเวทมิติไว้ และเนื่องมาจากการสนับสนุนของหัวใจแห่งเทพอสูร มันจึงทำให้เวลาการพันธนาการของซันไบด์ยาวนานถึง 10 วินาที

หลังจากนั้นเขาก็หยิบน้ำยาเอคโค่ออฟเมจิกโยนเข้าไปกลางกลุ่มมอนสเตอร์ทำให้ค่าความต้านทานเวทมนตร์ของพวกมันลดลง 30% เมื่อมันได้รวมกับคุณสมบัติจากอุปกรณ์ของเขาแล้ว มันก็ทำให้มอนสเตอร์ทั้งหมดแทบจะไม่เหลือความต้านทานเวทมนตร์อยู่เลย

ซันชิลด์!

บาเรียเปลวไฟปกคลุมทั่วทั้งร่างของลู่หยางพร้อมกับสร้างความเสียหายต่อเนื่องกว่า 5,800 หน่วยต่อวินาทีแก่ศัตรูที่อยู่ใกล้ ๆ

เมเทโออิมแพค!

อุกกาบาตขนาดใหญ่ตกลงมาจากบนท้องฟ้า ซึ่งหลังจากที่มันกระแทกเหล่าบรรดานักเวทผ้าคลุมขาวไปประมาณ 10 วินาที มอนสเตอร์เหล่านี้ก็เสียชีวิตลง

ระบบ: คุณสังหารนักเวทแบล็คสโตนสำเร็จ

ลู่หยางมองสำรวจไปยังกองไอเท็มที่อยู่บนพื้น ก่อนที่เขาจะเก็บใบเปลี่ยนอาชีพนักเวทมิติเข้าใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็เริ่มวางไฟร์วอลล์และมังกรไฟตรงพื้นที่ทางเข้าชั้นที่ 2 เพราะพื้นที่บริเวณนี้มีจุดบัคที่ผู้เล่นสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อยู่

บอสของชั้นนี้คืออัมบราส ทีเร็กซ์ขนาดมหึมาที่มีความสูงมากกว่า 15 เมตร และด้วยความใหญ่โตของมันจึงทำให้ร่างของมันไม่สามารถผ่านประตูตรงบริเวณชั้นที่ 2 ลงไปยังชั้นที่ 1 ได้ นอกจากนี้เมื่อผู้เล่นเริ่มหนีออกทางประตูบอสจะทำการมุดหัวของมันออกมาปิดประตูเอาไว้จึงทำให้ผู้เล่นสามารถใช้ไฟร์วอลล์และมังกรไฟจัดการกับมอนสเตอร์ตัวอื่นที่ตามหลังมาได้อย่างง่ายดาย

ชายหนุ่มทำการวางไฟร์วอลล์และมังกรไฟครอบคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่ จากนั้นเขาก็เงยหน้ามองไปยังปลายทางเดินซึ่งในไม่นานเขาก็ได้พบกับร่างบอสขนาดยักษ์

อัมบราส (บอส)

ระดับ 60

พลังชีวิต 5,000,000/5,000,000

อัมบราสคือสัตว์เลี้ยงของซานทาราที่ติดตามเขาไปเข้าร่วมในสงครามด้วย รูปร่างของมันจึงทั้งกำยำ, สูงใหญ่และน่าเกรงขาม

ชายหนุ่มทำการส่งแสงสีแดงเพลิงออกไปทางด้านหน้า ก่อนที่เขาจะมาปรากฏตัวอยู่ห่างจากอัมบราส 20 เมตร ทันใดนั้นเขาก็ทำการปล่อยแสงสีแดงเพลิงกลับไปทางบันไดด้านหลัง ซึ่งในระหว่างนั้นเขาก็ได้ปล่อยลูกไฟขนาดใหญ่ยิงเข้าใส่ร่างของอัมบราส

-3,266

ตัวเลขความเสียหายปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของอัมบราสในทันที ก่อนที่มันจะส่งเสียงร้องคำรามพร้อมกับจ้องมองลู่หยางด้วยความเกรี้ยวโกรธ

ตึง ๆ ๆ

อัมบราสเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วและด้วยขนาดร่างกายอันใหญ่โต มันจึงทำให้เสียงฝีเท้าของมันดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องโถง

ขณะเดียวกันมันก็มีเสียงแตรดังขึ้นมาจากด้านในพร้อมกับหนึ่งในนักเวทชุดขาวที่ตะโกนสัญญาณแจ้งเหตุบอกกับทุกคน

“มีผู้บุกรุก! ทุกคนช่วยกันมาปกป้องอัมบราส”

เหล่าบรรดานักเวทมิติเริ่มเคลื่อนที่ออกมาจากห้องโถงทั้งสองด้าน ก่อนที่พวกเขาจะวิ่งมาพร้อม ๆ กับอัมบราสเพื่อมาหาลู่หยางที่กำลังยืนรอด้วยความมั่นใจ

ทันทีที่ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายเริ่มลดเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มก็กระตุ้นสกิลซันเรมแนนท์ทำให้ร่างของเขาไปปรากฏยังเส้นแสงสีแดงตรงบริเวณนอกประตู

อัมบราสจ้องมองลู่หยางที่ปรากฏตัวห่างออกไปด้วยแววตาอันเกรี้ยวกราด ก่อนที่มันจะส่งเสียงร้องคำรามพร้อมกับพุ่งเป้าไปยังลู่หยางอย่างรวดเร็ว

ชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งอย่างไม่เกรงกลัวพร้อมกับรอให้อัมบราสวิ่งเข้ามาใกล้ประตูมากขึ้นเรื่อย ๆ

“3”

“2”

“1”

แฟลช!

ช่วงวินาทีที่อัมบราสกำลังยื่นหัวออกมาเพื่อทำการกัดลู่หยาง ชายหนุ่มก็เทเลพอร์ตถอยหลังไป 6 เมตรทำให้หัวของอัมบราสติดอยู่ตรงประตู โดยที่ฟันของมันอยู่ห่างจากลู่หยางไปเพียงแค่ประมาณ 30 เซนติเมตร

โฮก!

อัมบราสร้องคำรามและพยายามกัดลู่หยางอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่ว่ามันจะพยายามขยับไปแค่ไหน แต่มันกลับไม่สามารถเข้าใกล้ลู่หยางได้เพิ่มเลยแม้แต่นิดเดียว

ลู่หยางยืนนิ่งอยู่บนบันไดขั้นที่ 6 ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญของการใช้บัคในครั้งนี้ เพราะถ้าหากเขาถอยหลังออกไปอีกก้าวเดียวอัมบราสก็จะถอยกลับไปยังตำแหน่งเดิมของมันด้วยเช่นกัน แล้วถ้าหากเขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอีกเพียงแค่นิดเดียวเขาก็จะถูกอัมบราสโจมตีจนเสียชีวิต

คอมบัสชัน!

ชายหนุ่มปล่อยคอมบัสชันเข้าใส่หัวของอัมบราสจำนวน 5 ครั้ง ก่อนจะยืนนิ่งปล่อยให้อัมบราสพยายามโจมตีเขาต่อไป

ขณะเดียวกันตรงบริเวณหน้าทางเข้าประตูชั้นที่ 2 เหล่าบรรดานักเวทมิติก็วิ่งมารวมตัวกันมากกว่า 800 คน น่าเสียดายที่ร่างกายขนาดใหญ่ของอัมบราสขวางเส้นทางของพวกเขาเอาไว้ทำให้นักเวทเหล่านี้ยืนอยู่ในทะเลเพลิงและได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง

เมเทโออิมแพค!

ชายหนุ่มไม่อยากปล่อยให้เวลาผ่านพ้นไปอย่างเสียเปล่า เขาจึงเรียกอุกกาบาตลงมาปะทะศีรษะของอัมบราสอย่างต่อเนื่อง

-3,588

-522

-522

อุกกาบาตขนาดใหญ่กลิ้งไปด้านหน้าพร้อมกับสร้างความเสียหายขึ้นมาด้วยเช่นกัน ซึ่งหลังจากเวลาผ่านพ้นไปไม่นานพลังชีวิตของอัมบราสก็ลดลงมาเหลือเพียงแค่ 4 ล้านหน่วย

อย่างไรก็ตามเนื่องจากบอสตัวนี้เป็นบอสสายต่อสู้ระยะประชิด มันจึงมีเพียงแค่สกิลที่ต้องสัมผัสถูกศัตรูเพียงอย่างเดียว ทำให้ไม่ว่ามันจะพยายามแค่ไหนมันก็ไม่สามารถทำอันตรายต่อลู่หยางได้เลย

สิ่งเดียวที่ลู่หยางจะต้องระวังคือในเวลาที่อัมบราสตกอยู่ในอาการคลั่ง ในเวลานั้นร่างกายของมันจะขยายขนาดขึ้นอีก 30% ซึ่งมันก็เป็นช่วงเวลาที่เขาจะต้องถอยลงบันไดไปอีก 2 ขั้น

ติ๊ด ๆ ๆ

ทันใดนั่นเองเสียงเครื่องสื่อสารก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน ก่อนที่ลู่หยางจะได้พบว่ามันคือจินปู้ฮวนที่ติดต่อเข้ามา

“ว่าไง?”

“หัวหน้า บลัดไทแรนท์มาหาผมเพื่อขอซื้อน้ำยาอีกแล้วครับ ตอนนี้ผมขายน้ำยาทั้งหมด 100,000 ขวดภายในคลังให้กับเขาไปหมดแล้ว แต่ผมบอกเขาว่าผมจะส่งมอบน้ำยาทั้งหมดในวันพรุ่งนี้ เขาเลยขอให้ผมเตรียมน้ำยาเพิ่มอีก 100,000 ขวดภายใน 2 วันข้างหน้าด้วย” จินปู้ฮวนกล่าว

ก่อนหน้านี้ลู่หยางเคยบอกจินปู้ฮวนเอาไว้แล้วว่าหากศัตรูของเขาเข้ามาติดต่อซื้อน้ำยาก็ให้ขายน้ำยาพวกนั้นไปตามปกติได้เลย เพียงแต่เด็กหนุ่มจะต้องติดต่อมาบอกข่าวกับเขาด้วย

“ดีมาก ดูเหมือนพวกหวังเถิงจะเตรียมเริ่มสงครามกับเราในอีก 2 วันสินะ” ลู่หยางกล่าว

“พวกเขาไม่ได้จะไปทำสงครามกับเหลยหลงหรอกเหรอครับ?” จินปู้ฮวนถามด้วยความประหลาดใจ

“การทำสงครามกับเหลยหลงไม่จำเป็นจะต้องใช้น้ำยามากขนาดนั้นหรอก น้ำยาที่เขาสั่งจากนายเป็นสิ่งที่พวกเขาเตรียมเอาไว้สำหรับทำสงครามกับพวกเราต่างหาก” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

จบบทที่ บทที่ 461 อัมบราส

คัดลอกลิงก์แล้ว