- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 458 สิ่งประดิษฐ์สงคราม
บทที่ 458 สิ่งประดิษฐ์สงคราม
บทที่ 458 สิ่งประดิษฐ์สงคราม
บทที่ 458 สิ่งประดิษฐ์สงคราม
ขณะเดียวกันหลังจากซุนหยูได้รับการแจ้งเตือนว่ากับดักถูกใช้งาน เขาก็รีบหันไปพูดกับลู่หยางที่อยู่ข้าง ๆ
“หัวหน้ากับดักของผมทำงานแล้ว ดูเหมือนพวกโซลออฟอีเทอนิตี้กำลังตามพวกเรามา”
“ถ้าพวกมันอยากตายพวกเราก็ไปฆ่าพวกมันก่อนเลยดีไหม?” เจียงเจ๋อกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
ลู่หยางมองไปยังประตูหินอ่อนทางด้านหน้าพร้อมกับพูดว่า
“ไม่จำเป็น จากตรงนี้ไปจะเข้าสู่เขาวงกตที่แท้จริงแล้ว พวกมันตามเรามาไม่ได้หรอก”
ทันทีที่พูดจบชายหนุ่มก็ผลักประตูหินเปิดเข้าไปเจอห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 100 ตารางเมตร ซึ่งมีนายพลซอมบี้ 3 ตัวและซอมบี้ธรรมดาอีกหลายสิบตัวอยู่ในห้อง
“ตามฉันเข้าไปในประตูทางด้านขวาพยายามหลีกเลี่ยงอย่าไปทำอะไรพวกซอมบี้” ลู่หยางสั่ง
ต่อมาทุกคนก็จัดแถวเดินตามหลังลู่หยางอย่างระมัดระวัง เมื่อพวกเขาไปใกล้ประตูทางด้านขวานายพลซอมบี้ 2 ตัวก็สังเกตเห็นพวกเขาและวิ่งกรูกันเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ร่างของลู่หยางกลายเป็นแสงสีขาวไปปรากฏตัวด้านหลังของมอนสเตอร์อย่างฉับพลัน จากนั้นเขาก็ใช้สกิลซันไบด์พันธนาการพวกมันเอาไว้ก่อนที่เขาจะเดินกลับไปยังประตู
“ปล่อยให้พวกนั้นหลงในเขาวงกตไปเถอะ ที่นี่ใหญ่มากพวกมันไม่มีทางตามพวกเรามาได้หรอก” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ในชาติก่อนเขาวงกตแห่งนี้เคยถูกวิจารณ์อย่างหนัก เพราะความซับซ้อนจนถึงขนาดที่กองกำลัง 200,000 คนของกิลด์ ๆ หนึ่งก็ยังไม่สามารถจะไขเส้นทางภายในเขาวงกตได้
ลู่หยางพาทีมเดินวนเวียนในเส้นทางอันซับซ้อนของเขาวงกตประมาณครึ่งชั่วโมง เจียงเจ๋อจึงเริ่มบ่นขึ้นมาด้วยความเหนื่อยล้า
“พวกเรามาผิดทางหรือเปล่าเนี่ย? เดินกันมาตั้งนานแล้วทำไมมันยังไม่ถึงสักที?”
ลู่หยางมองไปยังเครื่องหมายเล็ก ๆ บนกำแพงพร้อมกับตอบขึ้นมาว่า
“ไม่ผิดหรอก อีกประตูเดียวพวกเราก็ถึงที่หมายแล้ว”
หลังพูดจบลู่หยางก็เปิดประตูบานสุดท้ายเผยให้เห็นทะเลเลือดอันกว้างใหญ่ที่มีเพียงทางเดินหินสีดำทอดยาวไปในความมืด
บนอากาศเหนือทะเลเลือดมีสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งลอยตัวอยู่ ซึ่งมันได้สวมชุดคลุมสีแดงสดและถือเคียวขนาดใหญ่
บลัดชาโดว์เมจ
เลเวล 35
พลังชีวิต 200,000/200,000
“ดูเหมือนมันไม่น่าจะจัดการยากเท่าไหร่ เอาเป็นว่าฉันขอลองก่อนก็แล้วกัน” เจียงเจ๋อกล่าวก่อนจะชักดาบออกมา
เมื่อเจียงเจ๋อเดินเข้าไปในเส้นทาง ทันใดนั้นบลัดชาโดว์เมจทั้ง 5 ตัวก็หันหน้ามาพร้อมกันก่อนที่พวกมันจะยกเคียวพร้อมกับร่ายคำสาป
เดสทรอย!
วงเวทสีดำขนาดใหญ่ปรากฏรอบตัวเจียงเจ๋ออย่างต่อเนื่อง พร้อมกับตัวเลขความเสียหายที่ปรากฏขึ้นมาอย่างรุนแรง
-2,878
-2,987
…
การโจมตีในครั้งนี้ทำให้เจียงเจ๋อที่มีพลังชีวิต 6,000 กว่า ๆ เสียชีวิตในทันที
“แรงขนาดนี้เลยเหรอ!” เจียงเจ๋ออุทานอย่างตกใจขณะที่เขากำลังรอฟื้นคืนชีพ
“หลานอวี่ช่วยไปชุบชีวิตเขาหน่อย” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่ายศีรษะให้กับสหายของตัวเอง
หลานอวี่ใช้สกิลชุบชีวิตเพื่อปลุกเจียงเจ๋อให้ตื่นขึ้นมา
“ทำไมมันถึงโจมตีแรงขนาดนั้น? พวกมันเลเวลแค่ 35 ไม่ใช่หรือยังไง” เจียงเจ๋อกล่าวอย่างไม่พอใจหลังจากถูกชุบชีวิตขึ้นมาแล้ว
“พวกมันคือจอมเวทองครักษ์ ครั้งหน้าก็ปล่อยให้นักเวทกับนักธนูจัดการพวกมันไปอย่าเดินเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนั้นอีก” ลู่หยางกล่าว
“นักเวทกับนักธนูเตรียมตัวให้พร้อมรอคำสั่งแล้วจู่โจมไปยังเป้าหมายที่ฉันบอกพร้อม ๆ กัน” ลู่หยางสั่งการ
หลังจากนั้นนักเวทและนักธนูก็เริ่มโจมตีไปยังเป้าหมายที่ลู่หยางบอกทีละตัว และด้วยการโจมตีอันรุนแรงมันก็ทำให้บลัดชาโดว์เมจไม่สามารถต้านทานการโจมตีได้ถึง 30 วินาที
เมื่อเวลาผ่านพ้นไปทีมของลู่หยางก็กำจัดบลัดชาโดว์เมจไปได้มากกว่า 50 ตัวแล้ว น่าเสียดายที่พวกมันไม่ดรอปไอเท็มลงมาเลยแม้แต่น้อย แต่มันก็ยังทำให้พวกเขาสามารถเดินหน้าต่อไปได้
เมื่อมาถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทาง พวกลู่หยางก็ได้เห็นแท่นหินสีดำขนาดใหญ่ที่บริเวณด้านหน้ามีทะเลเลือดกำลังหมุนวนคล้ายกับน้ำวนขนาดใหญ่
“มันคืออะไร? หรือว่ามันจะเป็นทางลงไปยังเขาวงกตชั้นที่ 2” ซุนหยูกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว
ทุกคนต่างก็หันมามองหน้ากันด้วยความลังเล
ลู่หยางส่ายศีรษะพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า
“นี่ไม่ใช่ทางลงชั้น 2 แต่เป็นที่ซ่อนของบอสตัวสุดท้าย ทุกคนยืนกระจายออกห่างจากฉันอย่างน้อย 30 เมตร เดี๋ยวฉันจะเป็นคนล่อบอสออกมาเอง”
หลังจากทุกคนกระจายตัวกันไปแล้ว ลู่หยางก็เดินไปตรงบริเวณขอบน้ำวน
ทันใดนั้นแท่นหินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและทำให้น้ำวนเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ต่อมาร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาก็ค่อย ๆ ลอยออกมาจากใจกลางน้ำวน
แน่นอนว่าร่างที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นมานี้ย่อมไม่ใช่ใครที่ไหนเลยนอกเสียจากราชาไวอัน ผู้ซึ่งมีร่างสูงใหญ่กว่า 10 เมตรและสวมมงกุฎสีทองอยู่บนศีรษะ
ราชาไวอัน
เลเวล 45
พลังชีวิต 5,000,000/5,000,000
“อ้า ข้าได้กลิ่นเลือดสด!” ราชาไวอันกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างชั่วร้าย
ตูม!
ทันใดนั้นกับดักทั้งหมดที่พวกซุนหยูวางเอาไว้ก็ถูกทำลายอย่างฉับพลัน
“อย่าเพิ่งโจมตี ฉันจะเป็นคนล่อมันเอาไว้เอง” ลู่หยางตะโกนสั่ง
ทันทีที่กล่าวจบชายหนุ่มก็เปิดใช้งานสคอร์ชิ่งสปีดและพาร์ทออฟไฟร์สร้างเปลวไฟบนเส้นทางที่เขาเคลื่อนผ่านพร้อมกับใช้คอมบัสชันเพื่อดึงดูดความสนใจของบอสไปด้วย
ราชาไวอันพุ่งตามลู่หยางไปในทันที แต่ด้วยความเร็วที่ต่างกัน 85% มันจึงทำให้ชายหนุ่มสามารถวิ่งลากบอสไปรอบ ๆ แท่นหินได้อย่างสบาย
เมื่อได้เห็นว่าความเกลียดชังของบอสเริ่มคงที่แล้ว ชายหนุ่มก็ตะโกนสั่งการขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่งว่า
“ทีมระยะไกลเริ่มโจมตีได้!”
ทันใดนั้นแบล็คเฟลม, เรดลีฟไฟอิ้งและนักเวทคนอื่น ๆ ก็เริ่มปล่อยสกิลโจมตีเข้าใส่ราชันไวอันอย่างต่อเนื่อง ทำให้พลังชีวิตของมันลดลงเหลือ 4 ล้านหน่วยภายในเวลาไม่กี่นาที
เมื่อพลังชีวิตลดลงไปถึงจุดหนึ่งราชาไวอันก็หยุดเคลื่อนที่ก่อนที่มันจะชี้นิ้วไปยังลู่หยาง
อันเดดคลอว์!
ทันใดนั้นมันก็มีกรงเล็บสีเลือดปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันกีดขวางเส้นทางวิ่งของลู่หยางเอาไว้
ร่างของชายหนุ่มกลายเป็นแสงสีขาวเทเลพอร์ตหลบไปยังตำแหน่งที่ปลอดภัย และก่อนที่สกิลสคอร์ชิ่งสปีดของเขาจะหมดลง ลู่หยางก็ทำการแปลงร่างเป็นอสูรเพลิงก่อนจะใช้สคอร์ชิ่งสปีดเพื่อเพิ่มความเร็วอีกครั้ง
ราชาไวอันพยายามใช้อันเดดคลอว์จู่โจมอีก 2 ครั้ง แต่ลู่หยางก็ยังสามารถใช้สกิลแฟลชกระโดดหลบได้อย่างง่ายดาย ขณะที่สมาชิกภายในทีมยังคงโจมตีเข้าใส่บอสอย่างต่อเนื่อง
ในที่สุดพลังชีวิตของราชาไวอันก็ลดลงจนเหลือศูนย์ทำให้ร่างขนาดมหึมาล้มลงบนแท่นหิน
ระบบ: คุณสังหารราชาไวอันสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 8,897 หน่วย
“ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?” เซี่ยหยู่เว่ยอุทานอย่างสับสน
“ความจริงมันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอก ถ้าไม่มีหัวใจแห่งเทพอสูรช่วยเสริมสกิลเพิ่มความเร็ว บอสก็คงจะจัดการกับฉันไปได้ตั้งนานแล้ว” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลังจากพูดจบลู่หยางก็เดินไปดูสิ่งที่บอสดรอปลงมา ก่อนที่เขาจะได้พบกับหนังสือสกิลโซลสโตนตกอยู่ท่ามกลางกองไอเทมอย่างมากมาย
โซลสโตน
ประเภท เวทมนตร์ธาตุความมืด
การใช้ ใช้เศษวิญญาณ 10 ชิ้น
รายละเอียด สร้างหินวิญญาณผูกมัดกับวิญญาณของผู้เล่น เมื่อผู้เล่นถูกฆ่าสามารถใช้หินวิญญาณเพื่อคืนชีพได้
“ของรางวัลรอบนี้เป็นสิ่งที่ดีมากจริง ๆ” ลู่หยางกำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น
ชาติก่อนโซลสโตนเป็นเวทมนตร์พิเศษที่ทุกกิลด์ต่างก็อยากได้รับมาไว้ในครอบครอง เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นสามารถมีชีวิตเพิ่มขึ้นได้อีก 1 ชีวิต
ในเกมมีวิธีการเพิ่มชีวิตให้กับผู้เล่นอยู่เพียงแค่ 3 วิธีเท่านั้น วิธีแรกคือสกิลเรสเซอร์เรคชั่นของดรูอิด วิธีที่ 2 คือสกิลโซลอีเทอนอลของชาแมน และวิธีสุดท้ายคือสกิลโซลสโตนของวอลอค
2 สกิลแรกเป็นสกิลเป้าหมายเดี่ยวที่สามารถใช้ได้กับผู้เล่นเพียงแค่คนเดียว แต่โซลสโตนของวอลอคสามารถใช้งานได้อย่างไม่จำกัด ตราบใดก็ตามที่ผู้เล่นมีเศษวิญญาณอย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตามผู้เล่นที่ฟื้นคืนชีพจากหินวิญญาณก็จะติดคูลดาวน์การฟื้นคืนชีพอย่างยาวนานถึง 1 วัน
แต่ถึงกระนั้นเวทมนตร์บทนี้ก็ยังหาได้ยากมากจนในชีวิตก่อนทางตัวเกมเคยเปิดเผยออกมาว่าทั่วทั้งโลกมีผู้เล่นที่ครอบครองโซลสโตนอยู่เพียงไม่ถึง 10,000 คน
ด้วยเหตุนี้ผู้ครอบครองเวทโซลสโตนทุกคนจึงกลายเป็นบุคคลสำคัญภายในกิลด์ขนาดใหญ่ เพราะการมีพวกเขาอยู่ด้วยจะทำให้ศักยภาพในการต่อสู้ของกิลด์เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
เมื่อได้รับหนังสือเวทมนตร์บทนี้มา มันก็ทำให้ลู่หยางมีความมั่นใจในการต่อสู้กับหวังเถิงมากยิ่งขึ้น
“นี่มันสมบัติชัด ๆ การที่เรามีเวทมนตร์ที่สามารถชุบชีวิตผู้เล่นในสนามรบได้ในทันที มันก็จะช่วยลดความสูญเสียของพวกเราไปได้เยอะเลย” เจียงเจ๋อกล่าวอย่างตื่นเต้นหลังจากที่เขาอ่านคำอธิบายโซลสโตนอย่างละเอียด
“แล้วมันสามารถใช้ได้กับผู้เล่นกี่คนพร้อมกันเหรอคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม
“กี่คนก็ได้ ขอแค่เรามีเศษวิญญาณก็พอ” ลู่หยางตอบแบบเดิมอีกครั้ง
คำตอบนี้ทำให้ทุกคนตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
“นี่มันอาวุธลับในสงครามชัด ๆ” เจียงเจ๋อกล่าวด้วยแววตาอันเป็นประกาย