เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 458 สิ่งประดิษฐ์สงคราม

บทที่ 458 สิ่งประดิษฐ์สงคราม

บทที่ 458 สิ่งประดิษฐ์สงคราม


บทที่ 458 สิ่งประดิษฐ์สงคราม

ขณะเดียวกันหลังจากซุนหยูได้รับการแจ้งเตือนว่ากับดักถูกใช้งาน เขาก็รีบหันไปพูดกับลู่หยางที่อยู่ข้าง ๆ

“หัวหน้ากับดักของผมทำงานแล้ว ดูเหมือนพวกโซลออฟอีเทอนิตี้กำลังตามพวกเรามา”

“ถ้าพวกมันอยากตายพวกเราก็ไปฆ่าพวกมันก่อนเลยดีไหม?” เจียงเจ๋อกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ

ลู่หยางมองไปยังประตูหินอ่อนทางด้านหน้าพร้อมกับพูดว่า

“ไม่จำเป็น จากตรงนี้ไปจะเข้าสู่เขาวงกตที่แท้จริงแล้ว พวกมันตามเรามาไม่ได้หรอก”

ทันทีที่พูดจบชายหนุ่มก็ผลักประตูหินเปิดเข้าไปเจอห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 100 ตารางเมตร ซึ่งมีนายพลซอมบี้ 3 ตัวและซอมบี้ธรรมดาอีกหลายสิบตัวอยู่ในห้อง

“ตามฉันเข้าไปในประตูทางด้านขวาพยายามหลีกเลี่ยงอย่าไปทำอะไรพวกซอมบี้” ลู่หยางสั่ง

ต่อมาทุกคนก็จัดแถวเดินตามหลังลู่หยางอย่างระมัดระวัง เมื่อพวกเขาไปใกล้ประตูทางด้านขวานายพลซอมบี้ 2 ตัวก็สังเกตเห็นพวกเขาและวิ่งกรูกันเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ร่างของลู่หยางกลายเป็นแสงสีขาวไปปรากฏตัวด้านหลังของมอนสเตอร์อย่างฉับพลัน จากนั้นเขาก็ใช้สกิลซันไบด์พันธนาการพวกมันเอาไว้ก่อนที่เขาจะเดินกลับไปยังประตู

“ปล่อยให้พวกนั้นหลงในเขาวงกตไปเถอะ ที่นี่ใหญ่มากพวกมันไม่มีทางตามพวกเรามาได้หรอก” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ในชาติก่อนเขาวงกตแห่งนี้เคยถูกวิจารณ์อย่างหนัก เพราะความซับซ้อนจนถึงขนาดที่กองกำลัง 200,000 คนของกิลด์ ๆ หนึ่งก็ยังไม่สามารถจะไขเส้นทางภายในเขาวงกตได้

ลู่หยางพาทีมเดินวนเวียนในเส้นทางอันซับซ้อนของเขาวงกตประมาณครึ่งชั่วโมง เจียงเจ๋อจึงเริ่มบ่นขึ้นมาด้วยความเหนื่อยล้า

“พวกเรามาผิดทางหรือเปล่าเนี่ย? เดินกันมาตั้งนานแล้วทำไมมันยังไม่ถึงสักที?”

ลู่หยางมองไปยังเครื่องหมายเล็ก ๆ บนกำแพงพร้อมกับตอบขึ้นมาว่า

“ไม่ผิดหรอก อีกประตูเดียวพวกเราก็ถึงที่หมายแล้ว”

หลังพูดจบลู่หยางก็เปิดประตูบานสุดท้ายเผยให้เห็นทะเลเลือดอันกว้างใหญ่ที่มีเพียงทางเดินหินสีดำทอดยาวไปในความมืด

บนอากาศเหนือทะเลเลือดมีสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งลอยตัวอยู่ ซึ่งมันได้สวมชุดคลุมสีแดงสดและถือเคียวขนาดใหญ่

บลัดชาโดว์เมจ

เลเวล 35

พลังชีวิต 200,000/200,000

“ดูเหมือนมันไม่น่าจะจัดการยากเท่าไหร่ เอาเป็นว่าฉันขอลองก่อนก็แล้วกัน” เจียงเจ๋อกล่าวก่อนจะชักดาบออกมา

เมื่อเจียงเจ๋อเดินเข้าไปในเส้นทาง ทันใดนั้นบลัดชาโดว์เมจทั้ง 5 ตัวก็หันหน้ามาพร้อมกันก่อนที่พวกมันจะยกเคียวพร้อมกับร่ายคำสาป

เดสทรอย!

วงเวทสีดำขนาดใหญ่ปรากฏรอบตัวเจียงเจ๋ออย่างต่อเนื่อง พร้อมกับตัวเลขความเสียหายที่ปรากฏขึ้นมาอย่างรุนแรง

-2,878

-2,987

การโจมตีในครั้งนี้ทำให้เจียงเจ๋อที่มีพลังชีวิต 6,000 กว่า ๆ เสียชีวิตในทันที

“แรงขนาดนี้เลยเหรอ!” เจียงเจ๋ออุทานอย่างตกใจขณะที่เขากำลังรอฟื้นคืนชีพ

“หลานอวี่ช่วยไปชุบชีวิตเขาหน่อย” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่ายศีรษะให้กับสหายของตัวเอง

หลานอวี่ใช้สกิลชุบชีวิตเพื่อปลุกเจียงเจ๋อให้ตื่นขึ้นมา

“ทำไมมันถึงโจมตีแรงขนาดนั้น? พวกมันเลเวลแค่ 35 ไม่ใช่หรือยังไง” เจียงเจ๋อกล่าวอย่างไม่พอใจหลังจากถูกชุบชีวิตขึ้นมาแล้ว

“พวกมันคือจอมเวทองครักษ์ ครั้งหน้าก็ปล่อยให้นักเวทกับนักธนูจัดการพวกมันไปอย่าเดินเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนั้นอีก” ลู่หยางกล่าว

“นักเวทกับนักธนูเตรียมตัวให้พร้อมรอคำสั่งแล้วจู่โจมไปยังเป้าหมายที่ฉันบอกพร้อม ๆ กัน” ลู่หยางสั่งการ

หลังจากนั้นนักเวทและนักธนูก็เริ่มโจมตีไปยังเป้าหมายที่ลู่หยางบอกทีละตัว และด้วยการโจมตีอันรุนแรงมันก็ทำให้บลัดชาโดว์เมจไม่สามารถต้านทานการโจมตีได้ถึง 30 วินาที

เมื่อเวลาผ่านพ้นไปทีมของลู่หยางก็กำจัดบลัดชาโดว์เมจไปได้มากกว่า 50 ตัวแล้ว น่าเสียดายที่พวกมันไม่ดรอปไอเท็มลงมาเลยแม้แต่น้อย แต่มันก็ยังทำให้พวกเขาสามารถเดินหน้าต่อไปได้

เมื่อมาถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทาง พวกลู่หยางก็ได้เห็นแท่นหินสีดำขนาดใหญ่ที่บริเวณด้านหน้ามีทะเลเลือดกำลังหมุนวนคล้ายกับน้ำวนขนาดใหญ่

“มันคืออะไร? หรือว่ามันจะเป็นทางลงไปยังเขาวงกตชั้นที่ 2” ซุนหยูกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

ทุกคนต่างก็หันมามองหน้ากันด้วยความลังเล

ลู่หยางส่ายศีรษะพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า

“นี่ไม่ใช่ทางลงชั้น 2 แต่เป็นที่ซ่อนของบอสตัวสุดท้าย ทุกคนยืนกระจายออกห่างจากฉันอย่างน้อย 30 เมตร เดี๋ยวฉันจะเป็นคนล่อบอสออกมาเอง”

หลังจากทุกคนกระจายตัวกันไปแล้ว ลู่หยางก็เดินไปตรงบริเวณขอบน้ำวน

ทันใดนั้นแท่นหินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและทำให้น้ำวนเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ต่อมาร่างของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาก็ค่อย ๆ ลอยออกมาจากใจกลางน้ำวน

แน่นอนว่าร่างที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นมานี้ย่อมไม่ใช่ใครที่ไหนเลยนอกเสียจากราชาไวอัน ผู้ซึ่งมีร่างสูงใหญ่กว่า 10 เมตรและสวมมงกุฎสีทองอยู่บนศีรษะ

ราชาไวอัน

เลเวล 45

พลังชีวิต 5,000,000/5,000,000

“อ้า ข้าได้กลิ่นเลือดสด!” ราชาไวอันกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างชั่วร้าย

ตูม!

ทันใดนั้นกับดักทั้งหมดที่พวกซุนหยูวางเอาไว้ก็ถูกทำลายอย่างฉับพลัน

“อย่าเพิ่งโจมตี ฉันจะเป็นคนล่อมันเอาไว้เอง” ลู่หยางตะโกนสั่ง

ทันทีที่กล่าวจบชายหนุ่มก็เปิดใช้งานสคอร์ชิ่งสปีดและพาร์ทออฟไฟร์สร้างเปลวไฟบนเส้นทางที่เขาเคลื่อนผ่านพร้อมกับใช้คอมบัสชันเพื่อดึงดูดความสนใจของบอสไปด้วย

ราชาไวอันพุ่งตามลู่หยางไปในทันที แต่ด้วยความเร็วที่ต่างกัน 85% มันจึงทำให้ชายหนุ่มสามารถวิ่งลากบอสไปรอบ ๆ แท่นหินได้อย่างสบาย

เมื่อได้เห็นว่าความเกลียดชังของบอสเริ่มคงที่แล้ว ชายหนุ่มก็ตะโกนสั่งการขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่งว่า

“ทีมระยะไกลเริ่มโจมตีได้!”

ทันใดนั้นแบล็คเฟลม, เรดลีฟไฟอิ้งและนักเวทคนอื่น ๆ ก็เริ่มปล่อยสกิลโจมตีเข้าใส่ราชันไวอันอย่างต่อเนื่อง ทำให้พลังชีวิตของมันลดลงเหลือ 4 ล้านหน่วยภายในเวลาไม่กี่นาที

เมื่อพลังชีวิตลดลงไปถึงจุดหนึ่งราชาไวอันก็หยุดเคลื่อนที่ก่อนที่มันจะชี้นิ้วไปยังลู่หยาง

อันเดดคลอว์!

ทันใดนั้นมันก็มีกรงเล็บสีเลือดปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันกีดขวางเส้นทางวิ่งของลู่หยางเอาไว้

ร่างของชายหนุ่มกลายเป็นแสงสีขาวเทเลพอร์ตหลบไปยังตำแหน่งที่ปลอดภัย และก่อนที่สกิลสคอร์ชิ่งสปีดของเขาจะหมดลง ลู่หยางก็ทำการแปลงร่างเป็นอสูรเพลิงก่อนจะใช้สคอร์ชิ่งสปีดเพื่อเพิ่มความเร็วอีกครั้ง

ราชาไวอันพยายามใช้อันเดดคลอว์จู่โจมอีก 2 ครั้ง แต่ลู่หยางก็ยังสามารถใช้สกิลแฟลชกระโดดหลบได้อย่างง่ายดาย ขณะที่สมาชิกภายในทีมยังคงโจมตีเข้าใส่บอสอย่างต่อเนื่อง

ในที่สุดพลังชีวิตของราชาไวอันก็ลดลงจนเหลือศูนย์ทำให้ร่างขนาดมหึมาล้มลงบนแท่นหิน

ระบบ: คุณสังหารราชาไวอันสำเร็จ ได้รับค่าประสบการณ์ 8,897 หน่วย

“ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?” เซี่ยหยู่เว่ยอุทานอย่างสับสน

“ความจริงมันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอก ถ้าไม่มีหัวใจแห่งเทพอสูรช่วยเสริมสกิลเพิ่มความเร็ว บอสก็คงจะจัดการกับฉันไปได้ตั้งนานแล้ว” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หลังจากพูดจบลู่หยางก็เดินไปดูสิ่งที่บอสดรอปลงมา ก่อนที่เขาจะได้พบกับหนังสือสกิลโซลสโตนตกอยู่ท่ามกลางกองไอเทมอย่างมากมาย

โซลสโตน

ประเภท เวทมนตร์ธาตุความมืด

การใช้ ใช้เศษวิญญาณ 10 ชิ้น

รายละเอียด สร้างหินวิญญาณผูกมัดกับวิญญาณของผู้เล่น เมื่อผู้เล่นถูกฆ่าสามารถใช้หินวิญญาณเพื่อคืนชีพได้

“ของรางวัลรอบนี้เป็นสิ่งที่ดีมากจริง ๆ” ลู่หยางกำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น

ชาติก่อนโซลสโตนเป็นเวทมนตร์พิเศษที่ทุกกิลด์ต่างก็อยากได้รับมาไว้ในครอบครอง เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นสามารถมีชีวิตเพิ่มขึ้นได้อีก 1 ชีวิต

ในเกมมีวิธีการเพิ่มชีวิตให้กับผู้เล่นอยู่เพียงแค่ 3 วิธีเท่านั้น วิธีแรกคือสกิลเรสเซอร์เรคชั่นของดรูอิด วิธีที่ 2 คือสกิลโซลอีเทอนอลของชาแมน และวิธีสุดท้ายคือสกิลโซลสโตนของวอลอค

2 สกิลแรกเป็นสกิลเป้าหมายเดี่ยวที่สามารถใช้ได้กับผู้เล่นเพียงแค่คนเดียว แต่โซลสโตนของวอลอคสามารถใช้งานได้อย่างไม่จำกัด ตราบใดก็ตามที่ผู้เล่นมีเศษวิญญาณอย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตามผู้เล่นที่ฟื้นคืนชีพจากหินวิญญาณก็จะติดคูลดาวน์การฟื้นคืนชีพอย่างยาวนานถึง 1 วัน

แต่ถึงกระนั้นเวทมนตร์บทนี้ก็ยังหาได้ยากมากจนในชีวิตก่อนทางตัวเกมเคยเปิดเผยออกมาว่าทั่วทั้งโลกมีผู้เล่นที่ครอบครองโซลสโตนอยู่เพียงไม่ถึง 10,000 คน

ด้วยเหตุนี้ผู้ครอบครองเวทโซลสโตนทุกคนจึงกลายเป็นบุคคลสำคัญภายในกิลด์ขนาดใหญ่ เพราะการมีพวกเขาอยู่ด้วยจะทำให้ศักยภาพในการต่อสู้ของกิลด์เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

เมื่อได้รับหนังสือเวทมนตร์บทนี้มา มันก็ทำให้ลู่หยางมีความมั่นใจในการต่อสู้กับหวังเถิงมากยิ่งขึ้น

“นี่มันสมบัติชัด ๆ การที่เรามีเวทมนตร์ที่สามารถชุบชีวิตผู้เล่นในสนามรบได้ในทันที มันก็จะช่วยลดความสูญเสียของพวกเราไปได้เยอะเลย” เจียงเจ๋อกล่าวอย่างตื่นเต้นหลังจากที่เขาอ่านคำอธิบายโซลสโตนอย่างละเอียด

“แล้วมันสามารถใช้ได้กับผู้เล่นกี่คนพร้อมกันเหรอคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

“กี่คนก็ได้ ขอแค่เรามีเศษวิญญาณก็พอ” ลู่หยางตอบแบบเดิมอีกครั้ง

คำตอบนี้ทำให้ทุกคนตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

“นี่มันอาวุธลับในสงครามชัด ๆ” เจียงเจ๋อกล่าวด้วยแววตาอันเป็นประกาย

จบบทที่ บทที่ 458 สิ่งประดิษฐ์สงคราม

คัดลอกลิงก์แล้ว