เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 459 นักเวทแบล็คสโตน

บทที่ 459 นักเวทแบล็คสโตน

บทที่ 459 นักเวทแบล็คสโตน


บทที่ 459 นักเวทแบล็คสโตน

“เอาล่ะทุกคนแยกย้ายพาทีมของตัวเองไปเก็บเลเวลกันก่อน ฉันขอตัวแยกออกไปทำธุระสักหน่อย” ลู่หยางกล่าวก่อนที่เขาจะใช้คทาวาร์ปเทเลพอร์ตไปยังสปิริตอะคาเดมี่

ปัจจุบันฮั่นอิ่ง, มู่หยูและเสี่ยวเหลียงกำลังนำทีมสมาชิกใหม่ 150 คนเก็บเลเวลอยู่ โดยพวกเขาได้ลากมอนสเตอร์มายังจุดบัคและให้พวกฮั่นอิ่งทำการโจมตี

“พี่! ทำไมจู่ ๆ ถึงมาที่นี่ล่ะคะ?” ฮั่นอิ่งกล่าวด้วยความดีใจ

ลู่หยางยื่นหนังสือเวทมนตร์โซลสโตนให้กับฮั่นอิ่งพร้อมกับพูดว่า

“เอาไปเรียนซะ เวลาเก็บเลเวลก็สะสมเศษวิญญาณเอาไว้เยอะ ๆ”

“ได้เลยค่ะ” ฮั่นอิ่งตอบ

“เบื่อหรือเปล่า? ตอนนี้พวกเขาเลเวลเท่าไหร่กันแล้ว” ลู่หยางถามพร้อมกับลูบศีรษะเด็กสาวเบา ๆ

ฮั่นอิ่งส่ายหัวพร้อมกับตอบว่า

“ไม่เบื่อค่ะ ตอนนี้พวกเขาเลเวล 30 กันหมดแล้ว หลังทางตัวเกมปรับหลอดค่าประสบการณ์ มันก็ทำให้การเก็บเลเวลเร็วขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย”

แต่เดิมการเพิ่มเลเวลจาก 0 เป็น 35 จำเป็นจะต้องใช้ค่าประสบการณ์สูงถึง 2,500 ล้านหน่วย แต่ในปัจจุบันมันจำเป็นจะต้องใช้ค่าประสบการณ์เพียงแค่ 1,000 ล้านหน่วยเท่านั้นทำให้ความเร็วในการเก็บเลเวลของผู้เล่นเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม

ลู่หยางเข้าใจเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นอย่างดี เขาจึงพูดขึ้นมาว่า

“ทางตัวเกมคงอยากกระตุ้นให้ผู้เล่นไปถึงเลเวล 35 ได้เร็วขึ้นเพื่อที่พวกเขาจะซื้อบังเหียนสำหรับสัตว์ขี่ แต่มันก็เป็นผลดีสำหรับพวกเราด้วยเหมือนกัน เพราะมันจะทำให้ทีมพิเศษของเราพัฒนาได้เร็วขึ้น”

“ตอนนี้พวกเขามีเลเวล 30 ก็เพียงพอแล้ว บอกให้ฮั่นเฟยกับฮั่นอวี่พาคนออกไปทีมละ 75 คนฝึกฝนเรื่องทักษะการต่อสู้ ส่วนเสี่ยวเหลียงกับมู่หยูอยู่ช่วยฮั่นอิ่งสะสมเศษวิญญาณ” ลู่หยางกล่าว

“ได้เลยค่ะ” ฮั่นอิ่งตอบ

“ฉันไปก่อนนะ” ลู่หยางกล่าวอำลาก่อนที่เขาจะขี่สิงโตเพลิงมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือขอแผนที่

ศึกในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นศึกตัดสินครั้งสำคัญ ซึ่งแต่ละฝ่ายจำเป็นจะต้องทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดเพื่อเอาชนะศัตรูอย่างเด็ดขาด

ศึกครั้งนี้ไม่ได้ตัดสินกันด้วยเรื่องของอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่มันจะต้องใช้กลยุทธ์และทักษะในการบัญชาการควบคู่กันไปด้วย ลู่หยางพึมพำขึ้นมาเบา ๆ และเขาก็ต้องการจะสอนหวังเถิงให้รู้ว่าเกมนี้ไม่สามารถตัดสินแพ้ชนะกันได้ด้วยเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว

ในบรรดากลยุทธ์การรบแบบกองกำลังขนาดใหญ่ กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดคือการใช้ภูมิประเทศให้เป็นประโยชน์ หากฝั่งไหนสามารถควบคุมพื้นที่ได้เป็นอย่างดี พวกเขาก็จะสามารถสร้างสถานการณ์ที่ฝ่ายของตัวเองมีจำนวนมากกว่าฝ่ายของศัตรูได้ และหากว่าพวกเขาสามารถนำกลยุทธ์นี้มาใช้ได้อย่างต่อเนื่อง มันก็มากพอที่จะทำให้กองทัพของศัตรูแตกพ่ายกลับไปได้เลย

ขณะเดียวกันเวทมนตร์ธาตุดินและธาตุมิติก็มีบทบาทสำคัญในการควบคุมพื้นที่ ที่สำคัญคือลู่หยางรู้ดีว่าเขาสามารถหาเวทมนตร์เหล่านี้ได้จากที่ไหน

ชายหนุ่มเดินทางไปยังแผนที่เลเวล 60 ก่อนจะได้พบกับหอคอยตั้งตระหง่านอยู่ตรงบริเวณชายแดนของเผ่ามนุษย์และเผ่าสัตว์อสูร

แบล็คสโตนสไปร์เคยเป็นที่พำนักของจอมเวทซานทารา 1 ใน 7 ผู้พิทักษ์ของเผ่ามนุษย์มาก่อน แต่ชายคนนี้เลือกทรยศต่อเผ่ามนุษย์และตัดสินใจไปเข้าร่วมกับเผ่าสัตว์อสูร

พื้นที่รอบหอคอยเต็มไปด้วยนักเวทมิติและนักเวทดินเป็นจำนวนมาก ซึ่งพวกมันเป็นแหล่งดร็อปหนังสือสกิลสเปสบาเรียและเอิร์ธเควคดราก้อนรวมถึงใบรับรองเปลี่ยนอาชีพ

ในอดีตลิ่วเจีย, หลัวเฉิงและหวังเถิงเคยใช้สกิลที่ดรอปจากพื้นที่แห่งนี้สร้างความได้เปรียบในสนามรบ แต่ในครั้งนี้ลู่หยางจะใช้พวกมันในการจัดการกับพวกลิ่วเจียแทน

ชายหนุ่มมุ่งหน้าไปยังประตูทางเข้าของหอคอย ซึ่งมีนักเวทแบล็คสโตน 2 คนที่สวมชุดสีขาวยืนเฝ้าอยู่

นักเวทแบล็คสโตน (ระดับอีลิท)

เลเวล 60

พลังชีวิต 300,000/300,000

สกิลโจมตีพื้นฐานของนักเวทแบล็คสโตนคือสเปสวิปที่เป็นการโจมตีที่รวดเร็วมาก ทันทีที่ผู้ใช้ร่ายเวทจนเสร็จตัวสกิลจะโจมตีเข้าใส่ผู้เล่นโดยตรง ซึ่งถ้าหากใครได้รับการโจมตีนี้เข้าไปพวกเขาก็จะได้รับความเสียหายไม่น้อยกว่า 5,000 หน่วย

ในชีวิตก่อนมีผู้เล่นเป็นจำนวนมากเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ เพราะพวกเขาไม่สามารถหลบสเปสวิปได้ อย่างไรก็ตามมันก็มีผู้เล่นอีกหลายคนที่ใช้ที่นี่เป็นที่ฝึกฝน ซึ่งลู่หยางก็เคยเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นมาก่อน

เมื่อได้เห็นนักเวทแบล็คสโตนที่คุ้นเคย ลู่หยางก็เดินเข้าไปด้วยรอยยิ้ม

“มนุษย์! เจ้ากล้าบุกรุกเข้ามาที่นี่งั้นเหรอ?” นักเวทแบล็คสโตนทั้งสองคนตะโกนขึ้นมาพร้อมกัน จากนั้นพวกเขาก็เริ่มร่ายเวทสร้างลูกแก้วสีขาวบริสุทธิ์ขึ้นมาภายในมือ

สเปสวิป!

ทันทีที่ลูกแก้วถูกสร้างขึ้นมาจนเสร็จ มันก็ปล่อยเส้นแสงสีขาวพุ่งออกไปด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า

ลู่หยางขยับตัวหลบไปทางด้านขวาอย่างรวดเร็วโดยใช้สัญชาตญาณที่ฝึกฝนมาอย่างยาวนานหลบหลีกการโจมตีได้อย่างคล่องแคล่ว

พลาด!

ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเรียกลูกไฟลอยขึ้นไปบนอากาศ

ลูกไฟลูกใหญ่เริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นนกฟีนิกซ์อย่างฉับพลัน จากนั้นมันก็เริ่มยิงลูกไฟเข้าใส่นักเวทแบล็คสโตนอย่างต่อเนื่อง

นักเวทแบล็คสโตนทั้งสองยังคงใช้สเปสวิปโจมตีเข้าใส่ลู่หยางต่อไป แต่ชายหนุ่มยังคงหลบหลีกการโจมตีได้ทุกครั้ง ขณะเดียวกันเขาก็ทำการเรียกมังกรไฟออกมาช่วยโจมตีจนทำให้ศัตรูทั้งสองคนนี้สูญเสียพลังชีวิตลงไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อพลังชีวิตของนักเวททั้งสองลดลงไปจนเกือบหมด ลู่หยางก็ทำการเรียกอุกกาบาตขนาดใหญ่ให้ตกลงมาจากฟ้า

สกายเดรสทรอยิงไฟร์!

-3,878 (คริติคอล)

-3,868 (คริติคอล)

นักเวทแบล็คสโตนทั้งสองล้มลงเสียชีวิตกับพื้นพร้อมกับไอเท็มที่ดรอปลงมาอย่างมากมาย

ลู่หยางเดินเข้าไปตรวจสอบไอเท็มที่ดรอปลงมา ก่อนที่เขาจะได้พบว่ามันมีใบเปลี่ยนอาชีพนักเวทมิติอยู่ในกองสิ่งของเหล่านั้นด้วย

“วันนี้โชคดีจริง ๆ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หลังจากทำการตรวจสอบและพบว่ามันไม่มีของอะไรน่าสนใจเพิ่มเติม ชายหนุ่มก็ทำการเก็บของทั้งหมดเข้ากระเป๋าและเดินตรงเข้าไปในหอคอย

ในเส้นทางเดินเต็มไปด้วยบรรยากาศอันเงียบสงบ บนพื้นถูกปูเอาไว้ด้วยพรมแดงยาวไปจนสุดปลายทางเดิน โดยทุก ๆ 10 เมตรจะมีนักเวทผ้าคลุมเหลืองปรากฏกายขึ้นมา 2 คนทำให้โดยรวมแล้วในเส้นทางเดินนี้มีศัตรูอยู่ประมาณ 200 คน

นักเวทแบล็คสโตน (อีลิท)

เลเวล 60

พลังชีวิต 300,000/300,000

แม้ข้อมูลของนักเวทเหล่านี้จะเหมือนกับนักเวทเสื้อคลุมขาว แต่ความจริงแล้วพวกมันคือนักเวทที่ถนัดการใช้เวทมนตร์ธาตุดิน สกิลโจมตีเพียงหนึ่งเดียวของมันคือเอิร์ธริฟท์ ซึ่งเป็นสกิลโจมตีศัตรูบนภาคพื้นดินเท่านั้น มันจึงกลายเป็นเป้าหมายที่ลู่หยางชื่นชอบเป็นอย่างมาก

ชายหนุ่มทำการเรียกนกฟีนิกซ์ขึ้นไปในอากาศ ก่อนที่เขาจะสั่งให้มันบินล่อมอนสเตอร์ให้มารวมตัวกันเป็นจุดเดียว

“มีผู้บุกรุก!”

นักเวทเสื้อคลุมเหลืองให้ความสนใจนกฟีนิกซ์ในทันทีและพยายามที่จะโจมตีศัตรูที่บินอยู่บนท้องฟ้า แต่น่าเสียดายที่สกิลเอิร์ธริฟท์ไม่สามารถใช้จู่โจมศัตรูที่ลอยอยู่กลางอากาศได้

นกฟีนิกซ์บินวนไปทั่วทั้งพื้นที่เพื่อหลอกล่อมอนสเตอร์ทั้งหมดให้มาอยู่ตรงบริเวณมุมหนึ่งของทางเดิน ซึ่งในตอนนี้นักเวทเสื้อคลุมเหลืองต่างก็เงยหน้ามองนกฟีนิกซ์ด้วยความแค้น

หลังศัตรูถูกลากมารวมตัวกันแล้ว ลู่หยางก็สั่งให้นกฟีนิกซ์ทำการพ่นลูกไฟออกมาอย่างต่อเนื่อง

-2,016

-2,086

การโจมตีนี้เป็นการโจมตีจากทิศทางเดียว โดยที่พวกนักเวทชุดคลุมเหลืองไม่สามารถตอบโต้ได้เลยทำให้ครึ่งชั่วโมงต่อมานักเวทชุดคลุมเหลืองทั้ง 200 คนก็เสียชีวิตลง ลู่หยางจึงเดินเข้าไปในกองไอเท็มก่อนจะได้พบกับคัมภีร์ที่เปล่งประกายแสงสีเหลืองจาง ๆ

เอิร์ธเควคดราก้อน

ประเภท เวทมนตร์ธาตุดิน

มานาที่ต้องใช้ 500

ระยะ 200 เมตร

รายละเอียด ปลดปล่อยเวทมนตร์ไปยังตำแหน่งที่กำหนด พื้นดินในระยะ 60 เมตรจะนูนสูงขึ้น ผู้เล่นที่อยู่ในระยะจะได้รับความเสียหายเท่ากับ 150+พลังเวท/5

“นี่แหละสิ่งที่ฉันต้องการ” ลู่หยางเผยรอยยิ้มอย่างพอใจ

จบบทที่ บทที่ 459 นักเวทแบล็คสโตน

คัดลอกลิงก์แล้ว