- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 457 สุสานใต้ดิน
บทที่ 457 สุสานใต้ดิน
บทที่ 457 สุสานใต้ดิน
บทที่ 457 สุสานใต้ดิน
“มีอะไรเกิดขึ้นกับเหลยหลงเหรอคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยที่อยู่ใกล้ ๆ ถาม
“ก็เรื่องของหวังเถิงน่ะสิ คนพวกนี้ทำให้เกมที่ควรจะสนุกกลายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ ถ้าไม่มีพวกนายทุนเข้ามาปั่นป่วนเกมคงจะมีวิธีการเล่นที่หลากหลายกว่านี้ไป ๆ มา ๆ เซคคัลเวิลด์กลับกลายเป็นเกมที่ใครมีเงินมากกว่าก็กลายเป็นผู้ชนะไปแล้ว” ลู่หยางตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย
“พี่อย่าเพิ่งหงุดหงิดไปเลย คนอย่างหวังเถิงไม่คู่ควรจะทำให้พี่อารมณ์เสียหรอก” หลานอวี่เดินเข้ามากอดแขนลู่หยางอย่างอ่อนโยน
“คราวนี้ฉันจะทำให้พวกมันได้รู้เองว่าแค่มีเงินเยอะก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะเอาชนะเกมนี้ได้” ลู่หยางกล่าว
“แล้วพวกเราจะเอายังไงกันต่อ?” เจียงเจ๋อถาม
“ก่อนอื่นพวกเราควรไปจัดการบอสในสุสานใหญ่” ลู่หยางตอบ
ทุกคนพยักหน้ารับก่อนที่พวกเขาจะเริ่มเคลื่อนที่เข้าสู่เขตที่เต็มไปด้วยหลุมฝังศพ
ปัจจุบันลู่หยางได้คัดเลือกทีมเดินทางมาด้วยกันเพียงแค่ทีมเล็ก ๆ เท่านั้น โดยมันประกอบไปด้วยเซี่ยหยู่เว่ย, เจียงเจ๋อ, ซุนหยูและคนอื่น ๆ รวมทั้งหมด 20 คน
พื้นที่ที่พวกเขาเดินผ่านเต็มไปด้วยซากศพและซอมบี้ทุกตัวที่อยู่ในเส้นทางต่างก็ล้วนแล้วแต่สวมใส่ชุดเกราะเต็มยศและถืออาวุธหนักที่ทรงพลัง
นายพลแห่งจักรวรรดิไวอัน
เลเวล 35
พลังชีวิต 200,000/200,000
สำหรับลู่หยางที่มีเลเวล 50 การจัดการกับมอนสเตอร์เหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไรเลย เขาจึงมองไปยังฝูงซอมบี้ที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะหันไปพูดกับลูกน้องที่อยู่ไกล ๆ
“จอมโจรแสงเงา, เรดลีฟไฟอิ้งและแบล็คโน้ตไปลากพวกมันมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“ได้ครับ” ทุกคนตอบกลับอย่างกระตือรือร้น เพราะการได้เก็บเลเวลกับลู่หยางถือได้ว่าเป็นความสุขของทุก ๆ คน ท้ายที่สุดทุกครั้งที่พวกเขาได้มาเก็บเลเวลกับหัวหน้ากิลด์ มันก็มักจะจบลงด้วยการต่อสู้ง่าย ๆ และให้ผลลัพธ์ที่ดีมากอยู่เสมอ
“เซี่ยหยู่เว่ย, เจียงเจ๋อและซุนหยูพาคนมาทีมละ 100 คน เดี๋ยวฉันจะช่วยพวกเขาเก็บเลเวล” ลู่หยางสั่ง
“ได้ครับ/ค่ะ” ทั้ง 3 ตอบรับก่อนจะสั่งให้สมาชิกภายในทีมของตนเคลื่อนที่มายังจุดที่ลู่หยางยืนรออยู่
ไม่นานผู้เล่นทั้ง 300 คนก็เดินทางมาถึง ซึ่งในระหว่างนั้นซุนหยูและคนอื่น ๆ ก็ได้วิ่งลากซอมบี้เข้ามามากกว่า 500 ตัว
ลู่หยางเริ่มร่ายเวทมนตร์ด้วยเช่นกัน ก่อนที่เขาจะเรียกมังกรขึ้นมาบนพื้นในรูปแบบตารางในพื้นที่ 20*5 เมตร
“หัวหน้า พวกเรากลับมาแล้วครับ” ซุนหยูส่งเสียงตะโกน
“ลากพวกมันเข้าไปในเขตมังกรไฟได้เลย” ลู่หยางตอบกลับ
ทุกคนนำฝูงซอมบี้เข้าไปในเขตมังกรไฟตามคำสั่งทำให้มังกรไฟที่อยู่บนพื้นเริ่มพ่นลูกไฟโจมตีเข้าใส่ซอมบี้อย่างต่อเนื่อง
-3,816
-3,818
ระหว่างนั้นลู่หยางก็ได้เรียกนกฟีนิกซ์ขึ้นมาในอากาศ ก่อนที่มันจะพ่นลูกไฟขนาดใหญ่จนทำให้พลังชีวิตของซอมบี้ลดลงอย่างรวดเร็ว
ระบบ: คุณได้รับค่าประสบการณ์ 126 หน่วย
…
ผู้เล่นทั้ง 300 คนที่เพิ่งเดินทางมาถึงได้รับค่าประสบการณ์เป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่องและทำให้ทุก ๆ คนต่างก็ตื่นเต้นกับความเร็วในการเก็บค่าประสบการณ์
“ข้างหน้ายังมีพวกมันอยู่อีกไหม?” ลู่หยางถาม
“ยังมีอยู่อีกหลายฝูงเลยครับ” ซุนหยูตอบกลับด้วยความกระตือรือร้น
“ไปลากพวกมันมาให้หมด” ลู่หยางสั่ง
หลังจากนั้นพวกซุนหยูก็วิ่งลากซอมบี้เข้ามาอีกถึง 10 รอบทำให้สมาชิกทั้ง 300 คนมีแสงสว่างปรากฏขึ้นรอบตัวเป็นสัญญาณพวกเขามีเลเวลเพิ่มขึ้นจาก 28 กลายเป็น 29
“เร็วมาก” เจียงเจ๋อมองภาพตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ
“ที่เร็วแบบนี้เพราะหลอดฆ่าประสบการณ์มันน้อยลง พวกนายรู้ไหมว่าตอนนี้ค่าประสบการณ์ที่เคยใช้เพิ่มเลเวลจนถึง 30 สามารถเพิ่มเลเวลได้ถึง 35 เลย” ลู่หยางกล่าว
ทุกคนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“ยังเหลือพวกมันอยู่อีกไหม?” ลู่หยางถาม
“ซอมบี้แถวนี้ถูกลากมาหมดแล้วครับ ด้านหน้ามีแค่สุสานร้างไม่รู้เหมือนกันว่าระบบออกแบบแผนที่มาแบบนี้เพื่ออะไร” ซุนหยูกล่าว
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ไปสำรวจสุสานร้างของนายกัน” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ
ชายหนุ่มนำทีมไปยังบริเวณสุสานร้างที่ซุนหยูพูดถึง ทันใดนั้นพวกเขาก็พบกับทางเข้าที่เป็นเหมือนโพรงขนาดใหญ่ บริเวณด้านหน้ามีป้ายหลุมศพหินที่ผุพังถูกตั้งเอาไว้แผ่นหนึ่งและบนป้ายก็ถูกเขียนเอาไว้ด้วยข้อความภาษาโบราณที่ยากจะอ่านออก
“มันเขียนว่าอะไรนะ?” ซุนหยูอุทานด้วยความสงสัย
ลู่หยางเดินเข้าไปสำรวจใต้หลุมศพ ก่อนที่เขาจะหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ
“นี่คือตัวอักษรเวทมนตร์ ฉันพอจะเรียนภาษานี้มาอยู่บ้าง”
“หัวหน้าอ่านออกด้วยเหรอคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถามอย่างแปลกใจ
“มันเป็นแผ่นหินที่บันทึกเรื่องราวของราชาไวอันที่ 9 กษัตริย์องค์ที่ 9 ของจักรวรรดิไวอัน” ลู่หยางกล่าว
“มันเขียนว่ายังไงบ้าง?” เจียงเจ๋อถามพร้อมกับขยับเข้ามาใกล้
“มันบอกว่าราชาคนนี้เป็นคนโหดร้ายและเขาก็ได้รับอำนาจมาจากการสังหารพี่ชายแท้ ๆ เหล่าบรรดาประชาชนไม่พอใจกับการปกครองอันโหดเหี้ยมในยุคสมัยของเขาเลยมีการก่อกบฏขึ้นมาหลายครั้ง แต่ทุก ๆ ครั้งกบฏก็ถูกสังหารลงไปจนหมด จนกระทั่ง 20 ปีต่อมาลูกของพี่ชายของเขาได้กลับมาล้างแค้นและเขาก็ถูกจับขังเอาไว้ภายในถ้ำใต้ดินแห่งนี้”
“ถ้างั้นบอสของที่นี่ก็คือราชาคนนั้นสินะ” เจียงเจ๋อกล่าว
“พวกเราลองไปดูกันเถอะ” ลู่หยางกล่าว
ในระหว่างที่ทีมของลู่หยางกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปในสุสาน จู่ ๆ มันก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากทางด้านข้าง ก่อนที่พวกเขาจะได้พบกับโซลออฟอีเทอนิตี้, บลัดไทแรนท์, แบล็คบลัดและผู้เล่นอีก 50 คนที่กำลังเดินเข้ามา
“ช่างบังเอิญจริง ๆ ประธานลู่หยางที่พวกคุณก็มาที่นี่เหมือนกัน” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
“พวกเรากำลังจะเข้าไปด้านใน พวกคุณอยากจะมาด้วยกันไหม?” ลู่หยางตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
แบล็คบลัดคอยสังเกตทีมของลู่หยางอย่างละเอียดและได้พบว่าทีมนี้มีสมาชิกอยู่เพียงแค่ 20 คนเท่านั้น เขาจึงแอบส่งข้อความไปหาโซลออฟอีเทอนิตี้อย่างลับ ๆ
“พวกเราจัดการกับลู่หยางที่นี่เลยดีไหม? ถ้าหากเราฆ่ามันได้บางทีเราอาจจะได้หัวใจแห่งเทพอสูรของมันมา”
“อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่าม ลองดูให้ดี ๆ ว่าแถวนี้ไม่มีมอนสเตอร์เหลืออยู่เลย บางทีทีมของเขาอาจจะเก็บเลเวลอยู่ไม่ไกล เราควรรอให้เขาเข้าไปในถ้ำก่อนแล้วค่อยหาจังหวะจัดการกับเขาทางด้านในจะดีกว่า” โซลออฟอีเทอนิตี้ตอบข้อความกลับทั้งที่สีหน้ายังคงรักษารอยยิ้มเอาไว้
บลัดไทแรนท์และแบล็คบลัดพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“เชิญประธานลู่หยางไปก่อนเลย เดี๋ยวพวกเราจะตามเข้าไปทีหลัง” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าว
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่เกรงใจแล้วนะ” ลู่หยางกล่าว
ระหว่างที่พวกเขาเดินเข้าไปภายในถ้ำ เซี่ยหยู่เว่ยกับเจียงเจ๋อก็มองไปยังโซลออฟอีเทอนิตี้อย่างหวาดระแวง
“พวกมันดูไม่น่าไว้ใจเลย ฉันควรเรียกคนมาเพิ่มไหม?” เจียงเจ๋อกระซิบถามเบา ๆ
“ไม่จำเป็น หลังจากพวกเราเข้าไปในสุสานใต้ดินแล้วพวกมันก็จะหาเราไม่เจออีก” ลู่หยางตอบ
หลังจากทีมของลู่หยางเข้าไปในสุสานใต้ดิน พวกเขาก็พบกับกำแพงหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แม้แต่พื้นผนังก็ถูกสร้างขึ้นด้วยหินอ่อนด้วยเช่นกัน และบริเวณโดยรอบก็มีเส้นทางแยกออกไปถึง 8 เส้นทางทำให้พื้นที่ด้านในดูคล้ายกับเขาวงกตขนาดใหญ่
“แบบนี้พวกเราควรจะไปทางไหน?” เจียงเจ๋อมองทางแยกทั้ง 8 ด้วยความสับสน
“ตามฉันมา ฉันพอจะเดาเส้นทางได้” ลู่หยางกล่าว
“นายเดาได้จากข้อความบนป้ายหลุมศพใช่ไหม?” เจียงเจ๋อถาม
ลู่หยางพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็นำทีมเดินเข้าสู่เส้นทางที่ 2 จากทางด้านขวา
หลังจากเดินไปได้ไม่ไกลมันก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพวกโซลออฟอีเทอนิตี้ได้เดินเข้ามาภายในสุสานแล้ว
“นี่มันเขาวงกตชัด ๆ พวกเราจะเอายังไงดี?” แบล็คบลัดหันไปพูดกับโซลออฟอีเทอนิตี้
“เงียบ! แล้วตั้งใจฟังก่อน” โซลออฟอีเทอนิตี้พูดด้วยเสียงเข้ม
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังมาจากทางแยกที่ 2 ทางด้านขวา เขาจึงเริ่มสั่งการในทันที
“พวกมันไปทางนั้น ตามมันเข้าไป”
“เดี๋ยวผมแอบลอบตามพวกมันเข้าไปก่อนจะได้ยืนยันให้แน่ใจว่าพวกมันอยู่ทางนั้นจริง ๆ” แบล็คบลัดกล่าวก่อนเขาจะหายตัวพุ่งไปยังทางแยกที่ 2 จากทางขวาในทันที อย่างไรก็ตามจู่ ๆ ตัวของเขาก็ปรากฏขึ้นที่ห้องโถงอีกครั้งพร้อมกับร่างที่ถูกแช่ภายในก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่
นี่คือผลของกับดักเวทมนตร์ที่ซุนหยูวางทิ้งเอาไว้ มันเลยทำให้แบล็คบลัดที่ไม่ทันระวังติดอยู่ในก้อนน้ำแข็งโดยไม่รู้ตัว
“พวกมันวางกับดักเอาไว้” แบล็คบลัดพูดด้วยความหงุดหงิด หลังจากโซลออฟอีเทอนิตี้ช่วยเขาออกมาจากก้อนน้ำแข็ง
“ไม่เป็นไร นักธนูมีกับดักให้ใช้อย่างจำกัด พวกเราแค่ค่อย ๆ ตามพวกมันไปก็พอ” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าว