- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 455 กำจัดศัตรู
บทที่ 455 กำจัดศัตรู
บทที่ 455 กำจัดศัตรู
บทที่ 455 กำจัดศัตรู
ถ้ำซีดีม่อนเคฟ เมืองซีเอ็มเพอเรอร์
ฉิงชาง, ไป๋ฉือ, บิทเทอร์เลิฟและโจวเทียนหมิงกำลังนำกองกำลังผู้เล่น 160,000 คนเร่งเก็บเลเวลกันอย่างเต็มกำลัง
กิลด์ขนาดใหญ่ภายในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ยังมีอีก 3 กิลด์ที่ยังตัดสินใจไม่ย้ายออกจากเมือง พวกเขาแต่ละกิลด์จึงนำกำลังคน 80,000 คนเตรียมพร้อมจะโจมตีป้อมปราการของพวกฉิงชาง
หัวหน้ากิลด์ของกิลด์ทั้ง 3 คนนี้ได้ตัดสินใจแล้วว่าหากลู่หยางถูกโซลออฟอีเทอนิตี้กดดันภายในเมืองเซนต์กอลล์อย่างหนัก และต้องเรียกกำลังเสริมจากเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ เมื่อนั้นพวกเขาก็จะฉวยโอกาสบุกยึดป้อมปราการในทันที
ฉิงชาง, ไป๋ฉือและบิทเทอร์เลิฟต่างก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขาเพิ่งจะได้รับข่าวจากเมืองเซนต์กอลล์มาว่าบลัดบราเธอร์ถูกล้อมจากทั้งสองด้านด้วยกองกำลังของโซลออฟอีเทอนิตี้, บลัดไทแรนท์, แบล็คบลัด, ฉือมู่และฉงป้า
“พวกเราควรจะทำยังไงกันดี? 3 กิลด์นี้มัวแต่จ้องจะเอาป้อมของพวกเราไม่เลิก พวกมันทำให้ฉันอึดอัดใจชะมัด” ไป๋เหลิงกล่าวด้วยความหงุดหงิด
“ฉิงชาง พวกเราชิงบุกก่อนเลยดีไหม? ต่อให้นั่งรออยู่แบบนี้มันก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก” ไป๋ฉือเสนอ
ฉิงชางส่ายหัวไปมาพร้อมกับพูดว่า
“ไม่ได้ ถ้าพวกเรากำลังต่อสู้แล้วหัวหน้าขอกำลังเสริม ในเวลานั้นมันจะกลายเป็นว่าพวกเราไม่สามารถถอนตัวออกจากสนามรบได้”
เมื่อได้ฟังเหตุผลมันก็ทำให้ทุกคนทำได้เพียงแต่ถอนหายใจ
“ให้รออยู่เฉย ๆ แบบนี้มันน่าอึดอัดจริง ๆ” โจวเทียนหยานบ่น
ในระหว่างที่พวกเขากำลังครุ่นคิดว่าจะจัดการกับสถานการณ์นี้ยังไงดี ทันใดนั้นมันก็มีข่าวสำคัญปรากฏขึ้นบนแชทโลก
“หา! หัวหน้าซื้อป้อมปราการของฉือมู่มาแล้วงั้นเหรอ?” ไป๋เหลิงอุทานด้วยความตกใจ
“วิธีของหัวหน้ายอดเยี่ยมจริง ๆ แบบนี้มันเท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว เพราะพวกเราไม่ต้องระแวงฉือมู่แล้วยังได้ป้อมปราการของเขามาด้วย” บิทเทอร์เลิฟกล่าว
โจวเทียนหมิงมองไปยังกองกำลังทั้ง 3 กิลด์ที่กำลังล้อมรอบป้อมปราการ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
“แบบนี้สถานการณ์ก็น่าจะคลี่คลายแล้ว เอาล่ะพวกเราเปิดฉากบุกโจมตีพวกมันเลยดีไหม?”
ทันใดนั้นแววตาของทุกคนก็แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าพวกเขาพร้อมที่จะจัดการกับคู่ต่อสู้
“เอาสิ พวกเราทนมานานมากพอแล้ว หากเราไม่สั่งสอนพวกมันให้เข็ดหลาบ ครั้งต่อไปพวกมันก็จะมาสร้างปัญหาให้กับพวกเราอีก” ฉิงชางตอบกลับเสียงดัง
“ฉันรอคำนี้มานานแล้ว!” ไป๋เหลิงร้องคำรามพร้อมกับชักดาบออกมา จากนั้นเขาก็มองไปยังหัวหน้ากิลด์ศัตรูด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม
—
ขณะเดียวกันซีโร่ดีกรีก็กำลังหารือกับหัวหน้ากิลด์อีก 2 คนภายในพื้นที่พิเศษว่าพวกเขาควรจะจัดการกับสถานการณ์ในตอนนี้ยังไงดี
“พวกเราควรบุกเลยดีไหม?” หนึ่งในหัวหน้ากิลด์ถาม
“ฉันว่าเรารออีกหน่อยดีกว่า ถึงฉือมู่จะประกาศถอนตัวแต่มันก็ไม่ได้แปลว่าโซลออฟอีเทอนิตี้จะยอมแพ้ หากฝั่งนั้นเปิดฉากการโจมตีเต็มที่ ไม่ว่ายังไงลู่หยางก็ต้องดึงกองกำลังจากที่นี่ไปช่วย” ซีโร่ดีกรีกล่าวอย่างไม่พอใจ
อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ เขาก็ได้รับรายงานว่าไป๋เหลิงนำกองกำลัง 10,000 คนบุกตรงมายังกิลด์ของเขา
“นั่นคุณกำลังทำอะไร?” ซีโร่ดีกรีรีบออกมาจากพื้นที่พิเศษแล้วตะโกนถามไป๋เหลิงด้วยความตกใจ
“ทำอะไรงั้นเหรอ? ฉันก็จะทำลายกิลด์ของแกไงล่ะ” ไป๋เหลิงกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างโหดเหี้ยม
ทันใดนั้นไป๋เหลิงก็ใช้สกิลชาร์จพุ่งเข้าไปใส่แนวหน้าของศัตรู ก่อนที่เขาจะกระโดดขึ้นสูงแล้วใช้สกิลเบลสซิงไฟร์ฟาดดาบเพลิงเข้าใส่แนวป้องกันของฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรง
ตูม!
-15,676 (ชาร์จ+เบลสซิงไฟร์+คริติคอล)
แม้ผู้ที่รับการโจมตีในครั้งนี้จะเป็นนักรบโล่เลเวล 30 ที่สวมใส่ชุดระดับทองและติดตั้งอัญมณีเสริมพลังชีวิตทั้งตัว แต่เขาก็ไม่สามารถรับความเสียหายจากไป๋เหลิงได้และทำให้เขาล้มลงเสียชีวิตในทันที
“ฆ่ามัน!”
ไป๋เหลิงตะโกนปลุกเร้ากำลังใจของลูกน้อง ก่อนที่พวกเขาจะนำกำลังคนบุกโจมตีลูกน้องของซีโร่ดีกรีอย่างบ้าคลั่ง
แม้ว่ากองกำลังของซีโร่ดีกรีจะมีจำนวนมากกว่าพวกไป๋เหลิงถึง 5 เท่า แต่ความบ้าคลั่งของพวกไป๋เหลิงกลับสร้างแรงกดดันให้กับพวกเขาอย่างมหาศาล
“พวกแกมันพวกบ้า! ทุกคนรีบตั้งแนวป้องกันเดี๋ยวนี้” ซีโร่ดีกรีตะโกนด้วยความหวาดกลัว
สมาชิกทั้ง 50,000 คนของซีโร่ดีกรีเริ่มเคลื่อนไหวราวกับกระแสน้ำพุ่งเข้าปะทะกับกองกำลังของไป๋เหลิงก่อให้เกิดการต่อสู้กันอย่างดุเดือด
แม้ทางฝั่งไป๋เหลิงจะเสียเปรียบในเรื่องของกำลังคน แต่พวกเขาก็มีการประสานงานที่ดีกว่าทางฝั่งของซีโร่ดีกรีอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังเคยผ่านสงครามใหญ่ภายใต้การนำทัพของลู่หยางมาแล้วทุกคนจึงคุ้นเคยกับการต่อสู้เป็นอย่างดี แตกต่างจากพวกซีโร่ดีกรีที่แทบไม่มีประสบการณ์ในสงครามขนาดใหญ่เลย
ยิ่งการต่อสู้ดำเนินไปนานเท่าไหร่ ความแตกต่างทางด้านประสบการณ์ก็ส่งผลให้เห็นอย่างชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น กองกำลังของไป๋เหลิงจึงคล้ายกับปลาวาฬที่ดูดกลืนกระแสน้ำรอบตัวเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง แล้วพวกเขาก็ไล่บดขยี้กองกำลังของซีโร่ดีกรีอย่างต่อเนื่อง
ไป๋หูและไป๋ฉือหันมามองหน้ากัน ก่อนที่ไป๋ฉือจะกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า
“เดี๋ยวฉันนำกองกำลังไปทางซ้าย ส่วนนายนำกองกำลังไปทางขวา มาแข่งกันว่าใครจะฆ่าซีโร่ดีกรีได้ก่อนกัน”
“โอเค” ไป๋หูตอบ
หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้นำกองกำลัง 5,000 คนบุกโจมตีขนาบข้างกองกำลังของศัตรูอย่างบ้าคลั่ง และการปรากฏตัวของพวกเขาในสนามรบมันก็สร้างความปั่นป่วนให้กับศัตรูอย่างรุนแรง
“รีบมาช่วยฉันที ฉันจะทนไม่ไหวแล้ว” ซีโร่ดีกรีตะโกนขอความช่วยเหลือ
“ทางฝั่งฉันก็รับมือพวกมันไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ไอ้พวกนี้มันเป็นไอ้พวกบ้าชัด ๆ” หัวหน้ากิลด์อีกคนตอบกลับอย่างร้อนรน
“ถอยก่อน พวกเราสู้พวกมันไม่ได้”
ระหว่างนั้นโจวเทียนหมิงกับโจวเทียนหยานก็ยืนมองดูสถานการณ์ในสนามรบอย่างเงียบ ๆ
“ไม่ใช่ว่าพวกเรามาช้าเกินไป แต่พวกนั้นมันเร็วเกินไปต่างหาก” โจวเทียนหมิงกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
“ตอนปกติฉิงชางก็ดูเป็นคนสุขุมดีอยู่หรอก แต่พอเริ่มการต่อสู้จู่ ๆ เขากลับกลายเป็นเหมือนกับคนบ้า ขนาดบิทเทอร์เลิฟที่ดูเป็นคนนิ่ง ๆ ก็ยังกระโดดลงสนามรบอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด” โจวเทียนหยานกล่าวพร้อมกับนึกถึงตอนที่พวกฉิงชางรีบนำกองกำลังบุกโจมตีศัตรูอย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นไลฟ์ไทม์ที่กำลังยืนควบคุมเฮลไฟร์ลอร์ดอยู่ใกล้ ๆ สองพี่น้องตระกูลโจวก็หัวเราะขึ้นมาเบา ๆ ก่อนที่เขาจะเล่าว่า
“พวกนายคงไม่รู้หรอกว่าบลัดบราเธอร์ได้สร้างตัวเองขึ้นมาจากการต่อสู้ พวกเขาต่างก็เคยมีประสบการณ์ผ่านศึกใหญ่กว่านี้มาแล้ว การต่อสู้ในสนามรบมันจึงเริ่มกลายเป็นสัญชาตญาณแล้วทุกคนก็พร้อมจะกำจัดศัตรูอย่างไม่กลัวตาย”
“ดูเหมือนว่าหลังจากจบศึกครั้งนี้ ซีโร่ดีกรีคงไม่กล้ามายุ่งกับป้อมปราการของพวกเราอีกแล้ว” โจวเทียนหมิงกล่าวพร้อมกับพยักหน้า
—
หลังจากฉือมู่ประกาศถอนตัวและขายป้อมปราการให้กับลู่หยาง เขาก็หันไปพูดกับชายหนุ่มที่อยู่ใกล้ ๆ ว่า
“ลาก่อนนะน้องชาย ฉันจะต้องกลับเมืองไปเตรียมตัวออกเดินทางแล้วหวังว่าในอนาคตพวกเราจะได้เจอกันอีก”
ลู่หยางมองไปยังชายชราโดยระงับสีหน้าไม่ให้แสดงอารมณ์ออกมามากเกินไป ก่อนที่เขาจะโค้งตัวเล็กน้อยและพูดว่า
“ผมขอขอบคุณสำหรับเรื่องทุกเรื่องที่ผ่าน ๆ มา หากวันไหนที่คุณต้องการความช่วยเหลือขอให้คุณติดต่อมาได้เลยไม่จำเป็นจะต้องเกรงใจ”
ฉือมู่จดจำคำพูดของลู่หยางเอาไว้ภายในใจ ก่อนที่ร่างของเขาจะกลายเป็นแสงสีขาวหายตัวไปจากตำแหน่งเดิม
เมื่อการต่อสู้จบลงเซี่ยหยู่เว่ยกับซุนหยูก็วิ่งเข้ามาหาลู่หยางด้วยความตื่นเต้น
“หัวหน้า คุณทำได้ยังไงถึงทำให้ฉือมู่ยอมถอนตัวออกไปจากเมืองเซนต์กอลล์ได้?” ซุนหยูถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“เงิน 100 ล้านเครดิตกับป้อมปราการของเขาเป็นเรื่องที่คุ้มค่าแล้ว หลังจากที่ฉือมู่ถอนตัวไปพวกเราก็จะทำอะไรได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว
ลู่หยางเผยรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้บอกใครว่าเรื่องการซื้อป้อมปราการเป็นเพียงแค่แผนรักษาศักดิ์ศรีของฉือมู่ แต่ว่าเขาไม่ได้จ่ายเงินออกไปจริง ๆ
“ฉันขอยกป้อมปราการนี้ให้กับซุนหยู ตอนนี้พวกเรานำกองกำลังกลับไปช่วยเจียงเจ๋อกันเถอะ” ลู่หยางกล่าว
“ครับ/ค่ะ” เซี่ยหยู่เว่ยกับซุนหยูตอบรับขึ้นมาพร้อมกัน
“ทุกคนนำกองกำลังกลับไปช่วยเจียงเจ๋อ” เซี่ยหยู่เว่ยตะโกนสั่งการเสียงดัง
“นำกองกำลังกลับไปช่วยเจียงเจ๋อ” ซุนหยูตะโกนสั่งด้วยคำสั่งเดียวกัน
“ฆ่ามัน!” ผู้เล่นทั้ง 40,000 คนต่างก็ตะโกนด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิม เพราะท้ายที่สุดพวกเขาก็เพิ่งเอาชนะฉือมู่กับกับฉงป้ามาได้ ที่สำคัญคือพวกเขายังซื้อป้อมปราการจากฉือมู่มาได้อีกด้วย