เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 456 ชัยชนะอันยิ่งใหญ่

บทที่ 456 ชัยชนะอันยิ่งใหญ่

บทที่ 456 ชัยชนะอันยิ่งใหญ่


บทที่ 456 ชัยชนะอันยิ่งใหญ่

ในระหว่างที่กองกำลังของพวกลู่หยางกำลังยกทัพกลับมา โซลออฟอีเทอนิตี้และบลัดไทแรนท์ก็เห็นการประกาศของฉือมู่ในแชทโลก

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าฉือมู่จะยอมถอยกลับไปแบบนี้” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าวพร้อมกับส่ายศีรษะ

“การที่เขาขายป้อมปราการให้ 100 ล้านเครดิตไม่ได้ถือว่าเขายอมถอยกลับไปง่าย ๆ หรอก ว่าแต่พวกเราล่ะจะเอายังไงกันต่อดี?” บลัดไทแรนท์ถาม

“เงินร้อยล้านเครดิตสำหรับพวกเขามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย บางทีมันอาจจะน้อยกว่าสร้อยเพชรที่พวกเขาซื้อในงานประมูลด้วยซ้ำ แต่เอาเถอะการที่ฉือมู่กับฉงป้ายอมถอยไปมันก็ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับหวังเถิง” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่เขาจะมองไปยังกองกำลังของเจียงเจ๋อและพูดว่า

“พวกเราไม่ต้องสู้แล้วทุกคนเตรียมตัว…”

อย่างไรก็ตามก่อนที่โซลออฟอีเทอนิตี้จะพูดจบ มันก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นมาพร้อมกับกลุ่มควันที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของพวกลู่หยาง

ปัจจุบันลู่หยางกำลังขี่สิงโตเพลิงนำเซี่ยหยู่เว่ย, ซุนหยูและกองกำลังอีก 40,000 คนมุ่งหน้ามาทางนี้ด้วยความรวดเร็ว

เมื่อเจียงเจ๋อเห็นลู่หยางนำกองกำลังกลับมา เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะก่อนหน้านี้เขากังวลว่าโซลออฟอีเทอนิตี้กับบลัดไทแรนท์จะนำทีมจู่โจมอย่างเต็มกำลัง ซึ่งในเวลานั้นมันก็จะทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ลู่หยางขี่สิงโตเพลิงมาหยุดอยู่ข้างเจียงเจ๋อ ก่อนที่เขาจะหันไปตะโกนคุยกับพวกโซลออฟอีเทอนิตี้ว่า

“พวกคุณ 3 คนยังอยากจะสู้อยู่อีกไหม?”

โซลออฟอีเทอนิตี้เผยรอยยิ้มขึ้นมาบาง ๆ ก่อนที่เขาจะตอบกลับพร้อมกับโค้งศีรษะลงเล็กน้อย

“ประธานลู่หยาง พวกเราถูกฉือมู่บังคับให้นำทัพมา ตอนนี้เขายอมแพ้ต่อคุณแล้วพวกเราก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่ที่นี่อีก แต่ผมมีข้อเสนอใหม่พวกเราแบ่งแผนที่นี้ออกเป็น 2 ส่วน โดยคุณคอยดูแลทางฝั่งเหนือ ส่วนพวกผมคอยดูแลทางฝั่งใต้แบบนี้ดีไหม?”

“ไม่มีปัญหา เอาไว้โอกาสหน้าพวกเราค่อยพบเจอกันใหม่” ลู่หยางตอบกลับอย่างเรียบเฉย

โซลออฟอีเทอนิตี้ขี่เสือโลหิตหันหลังจากไปโดยไม่กล่าวลา ส่วนทางด้านบลัดไทแรนท์จ้องมองลู่หยางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะตามหลังโซลออฟอีเทอนิตี้ไป

“พวกเราชนะแล้ว!” ใครบางคนในบลัดบราเธอร์ตะโกนขึ้นมาอย่างดีใจ ก่อนที่ทุกคนจะร่วมตะโกนขึ้นมาด้วยเช่นกัน

การทำศึกครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการเผชิญกับความเสี่ยงครั้งใหญ่ที่สุดของบลัดบราเธอร์ด้วยเช่นกัน เพราะถ้าหากพวกเขาตัดสินใจผิดพลาดเพียงแค่ครั้งเดียว มันอาจจะส่งผลกระทบให้พวกเขาได้รับความพ่ายแพ้แล้วต้องมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 80,000 คน

“นายนี่มันเก่งจริง ๆ” เจียงเจ๋อตบไหล่ลู่หยางอย่างดีใจ

“ฉันตัดสินใจยกป้อมปราการฟลาวเวอร์ให้กับซุนหยูแล้วหวังว่านายคงจะไม่มาบ่นฉันทีหลังนะ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

เจียงเจ๋อโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่เขาจะพูดว่า

“ฉันคือผู้ถือหุ้นใหญ่ของกิลด์เชียวนะ ฉันไม่จำเป็นจะต้องไปแย่งป้อมปราการกับใครหรอก”

“ผมได้เป็นเจ้าของป้อมปราการแล้ว ขอบคุณพี่ ๆ ทุกคนนะครับที่ร่วมต่อสู้ด้วยกันมา” ซุนหยูกล่าวอย่างมีความสุข

“ซุนหยูกลับไปจัดการป้อมปราการของตัวเอง ส่วนคนอื่น ๆ เร่งเก็บเลเวลกันต่อพวกเราจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับศึกครั้งหน้า” ลู่หยางตะโกนสั่ง

“ครับ/ค่ะ” ทุกคนตอบรับอย่างพร้อมเพรียง เพราะพวกเขารู้ดีว่าสงครามครั้งหน้ามันคือสงครามขนาดใหญ่

ป้อมปราการฟลาวเวอร์

หลังจากฟื้นคืนชีพฉงป้าก็รีบไปหาฉือมู่ด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ

“ฉือมู่ คุณทำแบบนี้มันหมายความว่ายังไง? ทำไมคุณถึงยอมแพ้ง่าย ๆ แบบนั้นล่ะ?”

ฉือมู่มองดูกล่องข้อความที่เด้งขึ้นมาไม่หยุด ก่อนที่เขาจะเล่าเรื่องที่ลู่หยางพูดให้เขาฟังด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความจนใจ

“หลังจากได้ยินแบบนี้แล้วนายยังคิดว่าเราจะอยู่ต่อได้จริง ๆ เหรอ? ถ้าต้องรอให้พวกเขาไล่พวกเราออกไปสู้ฉันเลือกถอนตัวไปด้วยตัวเองมันยังดูดีซะกว่า อย่างน้อยตอนที่ฉันย้ายเมืองก็จะไม่ถูกคนอื่นมองด้วยความสมเพชมากนัก” ฉือมู่กล่าว

ฉงป้าอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายมันก็ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา

“ตอนแรกผมยังพอมีความหวังอยู่บ้าง แต่เท่าที่ฟังมามันเห็นได้ชัดแล้วว่าทั้งลู่หยางและหวังเถิงต่างก็คิดที่จะกำจัดพวกเราตั้งแต่แรก” ฉงป้ากล่าวพร้อมกับหัวเราะเยาะตัวเอง

ฉือมู่ตบไหล่ฉงป้าเบา ๆ พร้อมกับพูดว่า

“น้องชายยอมรับซะเถอะว่าครั้งนี้พวกเราพ่ายแพ้ แต่มันก็ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล ท้ายที่สุดกิลด์ของพวกเราก็ยังคงอยู่ เราควรใช้โอกาสนี้ไปเริ่มต้นใหม่ในที่ที่พวกเราพอจะมีความหวังกันดีกว่า ทางตัวเกมเปิดให้บริการเมืองใหม่มาตั้ง 12 แห่ง ด้วยกำลังของพวกเราการจะยึดป้อมปราการให้ได้สักเมืองก็คงจะไม่ได้ยากเย็นอะไร”

“คราวนี้ผมคงไปกับคุณด้วยไม่ได้ เพราะครอบครัวของผมลงทุนในเมืองวิคตอเรียไปเยอะมาก ผมคิดว่าตัวเองน่าจะย้ายไปเมืองนั้น” ฉงป้ากล่าว

“ถึงจะต้องแยกกันก็ไม่เป็นไร ขอแค่ในอนาคตพวกเรามีโอกาสได้ร่วมมือกันสักครั้งเพื่อลบล้างความอพยพในวันนี้” ฉือมู่กล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“แน่นอนครับ” ฉงป้ากล่าวก่อนที่เขาจะกลับไปยังกิลด์ของตัวเองเพื่อเรียกลูกน้องมาพูดคุยเรื่องการย้ายเมือง

ด้วยบทสรุปแบบนี้นี่เองมันจึงทำให้ฉือมู่และฉงป้าถอนตัวออกจากเมืองเซนต์กอลล์ แล้วมันก็ทำให้พันธมิตรอย่างเหลยหลงและเฉียนเฉียนถูกทอดทิ้งให้ต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว

เมืองนอร์ทวินด์

หลังจากหวังเถิงได้รับรายงานจากโซลออฟอีเทอนิตี้อย่างละเอียด เขาก็พูดขึ้นมาด้วยท่าทางที่ไม่ใส่ใจว่า

“ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็หยุดโจมตีเหลยหลงแล้วสั่งให้ทุกคนเร่งสร้างอุปกรณ์และเก็บเลเวล อีก 3 วันพวกเราจะย้ายไปเมืองเซนต์กอลล์เพื่อเผชิญหน้ากับลู่หยางโดยตรง”

“เหลยหลงนี่มันโชคดีจริง ๆ บางทีตอนนี้มันคงจะคิดว่าตัวเองกำลังซวยอยู่ก็ได้มั้ง” สกายโดเมนวอริเออร์กล่าวเรียกเสียงหัวเราะดังจากทุกคน

ป้อมปราการโดมิเนียน

หลังจากเหลยหลงได้เห็นประกาศของฉือมู่เขาก็เริ่มตื่นตระหนก จากนั้นเขาก็พยายามติดต่อไปหาชายชราและได้รับการยืนยันว่าอีกฝ่ายได้ถอนตัวจากเมืองเซนต์กอลล์แล้วจริง ๆ

“ชิบหายแล้ว ป้อมปราการของฉันคงจะไม่เหลือแล้วสินะ” เหลยหลงพูดด้วยความสิ้นหวัง

“ลองติดต่อไปหาลู่หยางดูดีไหมครับ? บางทีเขาอาจจะช่วยพวกเราได้” ออทัมเรนผู้ซึ่งเป็นรองหัวหน้ากิลด์พูดเสนอ

“นั่นสินะ ถ้าฉันสามารถถ่วงเวลาสกายโดเมนวอริเออร์เอาไว้ได้ มันก็น่าจะช่วยเขาได้เหมือนกัน” เหลยหลงกล่าวด้วยแววตาอันเป็นประกาย จากนั้นเขาก็ตัดสินใจติดต่อไปหาลู่หยางในทันที

“ประธานเหลยหลงมีอะไรงั้นเหรอครับ?” ลู่หยางถามด้วยความสงสัย

“ประธานลู่หยาง ผมติดต่อมาเพื่อขอความช่วยเหลือ ตอนนี้ผมกำลังเผชิญหน้ากับการบุกโจมตีของหวังเถิงแล้วผมก็อยากจะขอเป็นพันธมิตรกับคุณ” เหลยหลงกล่าวอย่างเร่งรีบ

ลู่หยางหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ ก่อนที่เขาจะพูดว่า

“ประธานเหลยหลง ผมขอพูดตรง ๆ เลยนะว่าคุณควรย้ายเมืองออกไปจะดีกว่า ไม่ว่าคุณจะทำยังไงคุณก็ไม่สามารถปกป้องป้อมปราการโดมิเนียนเอาไว้ได้หรอก หากผมจะต้องป้องกันการโจมตีจากหวังเถิงจริง ๆ ผมก็จำเป็นจะต้องยกกองกำลังทั้งหมดของตัวเองไป แล้วคุณคิดว่าเรื่องแบบนั้นมันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริง ๆ เหรอ?”

“เป็นไปได้ยังไง? ทั้ง ๆ ที่คุณยังอยู่แต่ทำไมหวังเถิงถึงส่งกองกำลังมาหาผม” เหลยหลงถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

ลู่หยางคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะตอบกลับไปอย่างจริงจัง

“ผมขออธิบายให้คุณเข้าใจง่าย ๆ เลยนะ ถ้าหากว่าผมเอาชนะหวังเถิงได้สำเร็จในเวลานั้นพวกเขาก็จะต้องถอนตัวออกไปจากเมืองเซนต์กอลล์ แล้วคุณคิดว่าพวกเขาจะไปที่ไหนถ้าไม่ใช่เมืองนอร์ทวินด์หรือเมืองแฮนนิบัล”

หลังจากได้ยินคำอธิบายมันก็ทำให้เหลยหลงอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

“ต่อให้ในสงครามนี้ผมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วหวังเถิงยึดครองเมืองเซนต์กอลล์เอาไว้ได้สำเร็จ ในเวลานั้นคุณคิดว่าเป้าหมายต่อไปของเขาจะเป็นที่ไหนนอกเสียจากเมืองนอร์ทวินด์กับเมืองแฮนนิบัลด้วยเหมือนกัน ในเวลานั้นทางคุณและเฉียนเฉียนไม่มีทางจะต้านทานเขาได้ ทางที่ดีคุณรีบใช้โอกาสนี้ย้ายเมืองไปแบบฟรี ๆ ดีกว่า ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายจนเกินไป” ลู่หยางกล่าว

เหลยหลงถอนหายใจออกมาด้วยความสิ้นหวัง แต่เขาก็ยังคงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง

“ประธานลู่หยางครั้งนี้ผมขอบคุณคุณมากที่ช่วยเปิดหูเปิดตาให้กับผม เดี๋ยวผมจะรีบไปปรึกษากับลูกน้องเรื่องการย้ายเมืองในทันที”

ลู่หยางวางสายไปก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

จบบทที่ บทที่ 456 ชัยชนะอันยิ่งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว