- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 454 จบแบบนี้ดีที่สุดแล้ว
บทที่ 454 จบแบบนี้ดีที่สุดแล้ว
บทที่ 454 จบแบบนี้ดีที่สุดแล้ว
บทที่ 454 จบแบบนี้ดีที่สุดแล้ว
เมื่อได้เห็นรายงานที่ส่งมาหัวใจของฉือมู่ก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ก่อนที่เขาจะมองดูกองกำลังของตัวเองที่กำลังแตกพ่ายและพูดว่า
“พวกเราถอยทัพกันก่อนเถอะ”
“แล้วฉงป้าล่ะครับ?” ชิงเฟิงถาม
ฉือมู่หันไปมองทางฉงป้าที่กำลังถูกเซี่ยหยู่เว่ยกดดันจนย่ำแย่ และถึงแม้ตอนนี้ฉงป้าจะยังไม่ตาย แต่ความพ่ายแพ้มันก็เป็นเพียงแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น
ชายชรานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะส่งข้อความไปหาลู่หยาง
“พวกเราหยุดกันแค่นี้ได้ไหม?”
ลู่หยางรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะถามกลับไปว่า
“คุณหมายความว่ายังไง?”
“ฉันยอมแพ้แล้ว ฉันกับฉงป้าจะพาคนกลับไปทันที” ฉือมู่ตอบกลับอย่างผิดหวัง
ทันใดนั้นลู่หยางก็คาดเดาได้ในทันทีว่าฉือมู่คงจะรู้ตัวแล้วว่าพวกเขาถูกบลัดไทแรนท์กับโซลออฟอีเทอนิตี้ทรยศ
“ถ้าผมสั่งหยุดเอาไว้เพียงแค่นี้แล้วผมจะอธิบายกับลูกน้องว่ายังไง? เกิดในอีก 2-3 วันคุณยกกองกำลังมาโจมตีผมอีกในเวลานั้นผมยังจะมีหน้าไปสั่งการพวกเขาอยู่อีกเหรอ” ลู่หยางตอบ
ฉือมู่ชะงักค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะพิมพ์ออกไปว่า
“แล้วนายต้องการอะไร?”
ลู่หยางมองไปยังฉือมู่ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 300 เมตร ก่อนที่เขาจะทำการเชิญอีกฝ่ายเข้าสู่พื้นที่พิเศษ
ร่างของทั้งคู่หายไปจากสนามรบอย่างฉับพลัน ก่อนที่พวกเขาจะมาปรากฏตัวภายในห้องที่มีลักษณะคล้ายกับห้องประชุม
“จะพูดอะไรก็ว่ามา” ฉือมู่หันไปมองหน้าลู่หยางด้วยสีหน้าอันเคร่งเครียด
“ผมต้องการให้คุณถอนตัวออกจากเมืองเซนต์กอลล์” ลู่หยางกล่าวด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น
“อะไรนะ?! ทำไมฉันจะต้องทำแบบนั้นด้วย” ฉือมู่กล่าวด้วยแววตาอันคมกริบ
ลู่หยางยังคงจับจ้องมองชายชราอย่างไม่ถอนสายตา ก่อนที่เขาจะพูดว่า
“คุณคิดว่าตัวเองสามารถอยู่ตรงกลางระหว่างผมกับหวังเถิงแล้วใช้กลยุทธ์นกสองหัวเพื่อเล่นงานพวกเราได้งั้นเหรอ?”
“นายหมายความว่ายังไง?” ฉือมู่ถามกลับอย่างสงสัย
“คุณไม่ใช่คนโง่และแน่นอนว่าผมกับหวังเถิงก็ไม่ใช่คนโง่เหมือนกัน พวกเราทั้งสองฝ่ายกำลังจะทำสงครามใหญ่ คุณคิดว่าก่อนสงครามระดับนี้ผมหรือเขาจะยอมปล่อยให้คุณกับฉงป้ามาแว้งกัดพวกเราทีหลังจริง ๆ เหรอ” ลู่หยางกล่าว
ฉือมู่มองไปทางลู่หยางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสั่นไหว เพราะแท้ที่จริงเขาก็วางแผนเอาไว้แล้วว่าทันทีที่สงครามระหว่างลู่หยางกับหวังเถิงได้เริ่มต้นขึ้น เขาจะพยายามยื่นข้อเสนอช่วยเหลือลู่หยางโจมตีหวังเถิงเพื่อแลกกับป้อมปราการวินด์ธันเดอร์ แต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายคาดเดาความคิดของเขาเอาไว้ได้เสียก่อน
“แล้วยังไง? พวกนาย 2 คนมีกำลังมากพอจะมาจัดการกับฉันงั้นเหรอ?” ฉือมู่กล่าวอย่างดื้อดึง
“คุณรู้ไหมว่าตอนนี้หวังเถิงกำลังทำอะไรอยู่?” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ
“ฉันไม่รู้ แล้วเรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย?” ฉือมู่ถามด้วยความสับสน
“ตอนนี้หวังเถิงกำลังเคลื่อนไหวภายในเมืองแฮนนิบัลและเมืองนอร์ทวินด์ หากไม่มีอะไรผิดพลาด 1 ใน 2 เมืองนี้จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแน่ และกองกำลังของคุณที่อยู่ระหว่างสองเมืองนี้ก็จะถูกหวังเถิงจัดการไปด้วย ดังนั้นถึงแม้ผมจะไม่ต้องลงมือทำอะไรแต่หวังเถิงจะต้องลงมาจัดการคุณอย่างแน่นอน” ลู่หยางตอบอย่างเรียบเฉย
“เป็นไปไม่ได้! เหลยหลงกับเฉียนเฉียนแข็งแกร่งแค่ไหนพวกเราก็น่าจะรู้ กิลด์สกายโดเมนกับบลูคริสตัลไม่สามารถเอาชนะพวกเขาได้หรอก” ฉือมู่ตอบกลับอย่างมั่นใจ
“พี่ชาย คุณไม่รู้จริง ๆ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้อยู่กันแน่ เหลยหลงกับเฉียนเฉียนไม่มีกลุ่มทุนคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง สาเหตุที่พวกเขายังรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะพวกเขายังไม่มีศัตรูที่แข็งแกร่งในพื้นที่ของตัวเอง”
“อย่างไรก็ตามในตอนนี้หวังเถิงซื้อวัตถุดิบอุปกรณ์ชุดทองสำหรับ 100,000 คนเอาไว้แล้ว เมื่อไหร่ก็ตามที่สกายโดเมนหรือบลูคริสตัลมีกองกำลังผู้เล่นชุดทอง 50,000 คน ในเวลานั้นพวกเขาก็จะสามารถบุกเข้ายึดป้อมปราการวินด์ธันเดอร์ได้อย่างง่ายดาย” ลู่หยางกล่าว
ฉือมู่ถูกทำให้เสียศูนย์ไปอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะพยายามตั้งสติและพูดกลับไปว่า
“ถ้าแบบนั้นให้ฉันช่วยนายป้องกันการบุกโจมตีของพวกเขาก่อนดีไหม?”
“ผมคงจะเชื่อใจคุณต่อไปไม่ได้อีกแล้ว หลังจากที่คุณโกหกมา 3 ครั้งคุณคิดว่าผมจะยังเชื่อคำพูดของคุณได้อยู่อีกงั้นเหรอ” ลู่หยางตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
ฉือมู่นิ่งเงียบไปเพราะถึงแม้เขาจะอยากพูดอะไร แต่เขาก็ไม่สามารถหาข้อแก้ตัวในเรื่องนี้ได้จริง ๆ
“ตอนนี้ทางเดียวที่จะทำให้คุณรอดคือถอนตัวออกไปจากเมืองเซนต์กอลล์แล้วรีบใช้โอกาสที่ทางตัวเกมให้ผู้เล่นใช้บริการย้ายเมืองได้ฟรี ๆ นำกองกำลัง 200,000 คนของคุณไปยึดป้อมปราการในเมืองอื่นซะ หากคุณยังคงดื้อดึงอยู่ที่นี่ต่อไป บางทีผมกับหวังเถิงอาจจะร่วมมือกันกำจัดคุณกับฉงป้าก่อนที่พวกเราจะเริ่มสงครามใหญ่กันก็ได้” ลู่หยางกล่าว
คำพูดของลู่หยางทำให้ฉือมู่ตกตะลึงและเขาก็เพิ่งเข้าใจว่าสิ่งที่ลู่หยางพูดมาคือคำสั่งที่เขาไม่สามารถปฏิเสธได้ตั้งแต่แรก
อย่างไรก็ตามกิลด์ของเขาก็พัฒนาในเมืองเซนต์กอลล์มาตั้งแต่แรก การบอกให้เขายอมแพ้และย้ายไปเมืองใหม่มันก็เป็นสิ่งที่เขายากจะทำใจยอมรับได้
ฉือมู่สูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ ก่อนจะถามขึ้นมาว่า
“บอกฉันทีว่าฉันพลาดตรงไหน?”
“พี่ชาย คุณรู้สถานการณ์ของทางฝั่งเผ่าสัตว์อสูรไหม? ที่นั่นมีกลุ่มทุนคอยให้การสนับสนุนอยู่ถึง 22 กลุ่มและแม้แต่กลุ่มทุนที่เล็กที่สุดก็ลงทุนเติมเกมมากกว่า 500 ล้านเครดิต แล้วคุณล่ะลงทุนภายในเกมนี้ไปเท่าไหร่?” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“แล้วนายล่ะ? นายไม่ได้เห็นลงทุนอะไรกับเกมนี้เลยไม่ใช่เหรอ” ฉือมู่ถามกลับ
ลู่หยางเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนที่เขาจะพูดออกไปว่า
“คุณรู้ได้ยังไงว่าผมไม่ได้ลงทุนอะไรเลย คุณคิดว่าผมหาอุปกรณ์ให้ลูกน้องจากที่ไหน ความจริงผมแค่ไม่ได้ประกาศออกไปแต่เงินลงทุนที่ผมใช้มันมากกว่าเงินลงทุนที่คุณใช้อยู่หลายเท่า”
“นี่นายได้รับเงินทุนมาเท่าไหร่กันแน่?” ฉือมู่ถามด้วยความตกตะลึง
“ตอนนี้สิ่งที่คุณควรสนใจคือจะอยู่หรือไปจากเมืองเซนต์กอลล์กันแน่ คุณก็น่าจะเห็นแล้วว่าผมยังไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมดจัดการกับคุณอย่างจริงจัง ถ้าหากว่าผมต้องการจะทำร้ายคุณจริง ๆ เชื่อผมเถอะว่าคุณไม่เหลือโอกาสมาเจรจากับผมอยู่ในตอนนี้หรอก” ลู่หยางกล่าว
“ฉันขอเวลาคิดหน่อยได้ไหม?” ฉือมู่กล่าวอย่างลังเล
“คุณจะคิดอยู่ที่นี่หรือจะกลับไปคิดทีหลังก็ได้ แต่ทันทีที่คุณก้าวออกจากพื้นที่พิเศษนี้ไปแล้วผมก็จะถือว่ามิตรภาพระหว่างพวกเราสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับมองนาฬิกา
ฉือมู่ไม่ได้สนใจคำพูดของลู่หยางเลย แต่ก่อนที่เขาจะออกจากพื้นที่พิเศษเหลยหลงก็ได้ส่งข้อความมาหาเขาเสียก่อน
“ประธานฉือมู่ ผมพึ่งได้ข่าวมาว่าหวังเถิงมอบวัตถุดิบชุดอุปกรณ์ระดับทอง 50,000 ชุดให้กับกิลด์สกายโดเมน บางทีพวกเขาน่าจะเตรียมกองกำลังมาจัดการกับผม”
“อะไรนะ? รอก่อนนะ ตอนนี้ฉันกำลังทำสงครามเดี๋ยวฉันจะรีบตอบกลับไปอีกที” ฉือมู่ตอบกลับพร้อมกับขมวดคิ้ว
หลังจากปิดหน้าต่างข้อความ ฉือมู่ก็หันไปมองทางลู่หยางพร้อมกับพูดว่า
“คราวนี้นายพูดถูกจริง ๆ ด้วย”
ลู่หยางยักไหล่พร้อมกับพูดว่า
“คุณคิดว่าเหลยหลงจะสามารถต้านทานสกายโดเมนได้จริง ๆ เหรอ?”
“แล้วฉันควรจะทำยังไง?” ฉือมู่กล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
“ทางรอดของคุณมีแค่ทางเดียวคือถอนตัวออกไปจากเมืองเซนต์กอลล์ซะ ผมจะช่วยให้คุณถอยออกไปได้อย่างมีศักดิ์ศรีและคุณก็สามารถประกาศออกไปว่าคุณได้ขายป้อมปราการให้กับผมในราคา 100 ล้านเครดิต” ลู่หยางตอบ
“ฉันขอเพิ่มเงื่อนไขว่านายต้องประกาศเพิ่มออกไปว่าฉันยกหอธนูและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดภายในป้อมปราการให้กับนายฟรี ๆ ก่อนที่ฉันจะตัดสินใจไปเริ่มต้นใหม่ในเมืองอื่น”
“คุณยังคิดจะเพิ่มเงื่อนไขอีกงั้นเหรอ?” ลู่หยางถาม
“เห็นแก่มิตรภาพของพวกเรา นายทำให้ฉันแค่นี้หน่อยไม่ได้หรือยังไง” ฉือมู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“พี่ชาย ก่อนหน้านี้ผมเห็นคุณเป็นพันธมิตรกับผมมาโดยตลอด แต่เป็นคุณเองที่ทำให้ผมผิดหวัง” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ
ฉือมู่เผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างอับอาย ก่อนที่เขาจะพูดว่า
“โอเค ฉันจะไปประกาศเรื่องการถอนตัวและการขายป้อมปราการในทันที”
“เชื่อผมเถอะว่าจบแบบนี้ดีที่สุดแล้ว” ลู่หยางตอบ
—
หลังจากที่ลู่หยางกับฉือมู่กลับมายังสนามรบ การต่อสู้ก็ใกล้จะจบลงแล้ว โดยในตอนนี้กองกำลังทั้งหมดของศัตรูถูกบลัดบราเธอร์ล้อมรอบเอาไว้ และถ้าหากไม่ใช่เพราะลู่หยางสั่งห้ามเอาไว้กองกำลังของฉือมู่กับฉงป้าก็คงจะถูกจัดการไปทั้งหมดแล้ว
ฉือมู่มองภาพตรงหน้าอย่างเสียใจ ก่อนที่เขาจะประกาศออกไปในช่องแชทโลก
[แชทโลก] ฉือมู่ : ฉันขอประกาศว่าเพอร์เพิลโกลด์เดสตินี่จะถอนตัวจากเมืองเซนต์กอลล์และขายป้อมปราการฟลาวเวอร์ให้ลู่หยางในราคา 100 ล้านเครดิต
ขณะเดียวกันฉงป้าก็อยู่ในสภาพที่ใกล้จะสิ้นชีพเต็มที และในช่วงวินาทีที่เขากำลังจะถูกดาบของเซี่ยหยู่เว่ยแทงเป็นครั้งสุดท้าย เขาก็บังเอิญเหลือบมองไปเห็นข้อความของฉือมู่ที่ประกาศออกไปสู่สาธารณชน