- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 453 ทำไมยังมาไม่ถึง
บทที่ 453 ทำไมยังมาไม่ถึง
บทที่ 453 ทำไมยังมาไม่ถึง
บทที่ 453 ทำไมยังมาไม่ถึง
เนื่องมาจากการลอบโจมตีของพวกฮั่นชา มันจึงทำให้ภายในกองกำลังของฉือมู่มีผู้เล่นชุดทองเพียงแค่ 8,000 คนเท่านั้น ส่วนผู้เล่นที่เหลือต่างก็ล้วนแล้วแต่มีเลเวล 28-29 และสวมใส่ชุดอุปกรณ์ระดับเงินด้วยกันทั้งหมด
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการทำลายของเวทมนตร์ต้องห้าม มันก็ทำให้แนวรบของฉือมู่ถูกกองกำลังของลู่หยางบุกทำลายในทันที
“อีกนานไหมกว่าจะร่ายเวทเสร็จ?” ฉือมู่หันไปถามลั่วซืออวี่อย่างร้อนใจ
“อีก 30 วินาทีค่ะ” ลั่วซืออวี่ตอบ
ฉือมู่ทำได้เพียงแต่ถอนหายใจออกมาเท่านั้นและเขาก็หวังว่าทีมนักเวทต้องห้ามอาจจะพอพลิกสถานการณ์กลับมาได้
ทันใดนั้นมันก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นมาจากบนท้องฟ้า เมื่อชายชราเงยหน้าขึ้นไปเขาก็ได้พบกับอินทรีสายฟ้า 51 ตัวกำลังบินมาอยู่เหนือทีมนักเวทต้องห้าม
“ไลท์นิ่งเบลด!” ซุนหยูยกมือขวาพร้อมกับสั่งให้อินทรีสายฟ้าปล่อยพลังออกมาพร้อม ๆ กัน
เปรี้ยง!
สายฟ้าทั้ง 51 สายพุ่งลงมาทำลายทีมนักเวทต้องห้ามของลั่วซืออวี่ในทันที ทำให้นักเวทเหล่านี้ล้มลงเสียชีวิตโดยไม่มีโอกาสได้ตอบโต้เลยแม้แต่น้อย
“มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง?!” ฉือมู่อุทานด้วยความตกตะลึง ก่อนที่เขาจะหันไปตะโกนบอกฉงป้าด้วยความตื่นตระหนก
“ฉงป้ารีบส่งนักเวทต้องห้าม 10 คนมาอุดช่องว่างตรงนี้เร็วเข้า”
“แยกนักเวทต้องห้าม 10 คนไปช่วยฉือมู่เดี๋ยวนี้” ฉงป้ารีบสั่งการในทันที
อย่างไรก็ตามในระหว่างที่ฉงป้ากำลังออกคำสั่ง มันก็มีแสงสีแดงพุ่งจากตำแหน่งของลู่หยางไปตรงกลางกลุ่มนักเวทของพวกเขา
“ตั้งแนวป้องกัน” ฉงป้าตะโกนสั่ง
นักรบโล่ 50 คนที่อยู่รอบ ๆ รีบตั้งแนวป้องกันล้อมรอบนักเวทต้องห้ามในทันที ซึ่งการมีอยู่ของพวกเขานี้ก็เป็นแผนการรับมือการโจมตีของเหล่าบรรดานักธนูโดยเฉพาะ
“แปลกมาก ทำไมมันถึงมีแสงสีแดงอยู่ตรงนี้” นักรบโล่คนหนึ่งถามอย่างสงสัย
“ไม่รู้สิ แต่มันก็ไม่ได้มีอันตรายอะไรนะ” นักรบโล่อีกคนตอบแล้วถึงแม้เขาจะพยายามลองใช้ดาบฟันใส่แสงสีแดง แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะจู่โจมให้โดนแสงสีแดงได้เลย
ในขณะที่ทางฝั่งฉงป้ากำลังสับสน ลู่หยางก็มองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มและเต็มไปด้วยความดูถูก
ซันเรมแนนท์!
ร่างของลู่หยางพุ่งผ่านสนามรบด้วยความเร็วสูง ก่อนที่ตัวเขาจะปรากฏขึ้นบริเวณแสงสีแดงอย่างฉับพลัน
รีซิสท์ไฟร์ริง!
ระเบิดเพลิงปะทุออกจากตัวลู่หยางอย่างรุนแรง ก่อนที่มันจะทำให้นักเวทต้องห้ามของฉงป้าทั้ง 20 คนถูกกระแทกล้มลงไปกับพื้น
“วันนี้ฉันจะฆ่าแกให้ได้” ฉงป้าร้องคำรามไปทางลู่หยางด้วยความโกรธ
“ใจเย็น ๆ คู่ต่อสู้ของคุณคือเซี่ยหยู่เว่ยต่างหาก ถ้าคุณอยากจะมาเจอผมก็ลองผ่านเธอมาให้ได้ก่อนสิ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลังจากพูดจบลู่หยางก็ใช้ซันเรมแนนท์อีกครั้ง ก่อนที่ร่างของเขาจะหายวับกลับไปยังตำแหน่งเดิม
“แบล็คเฟลมเริ่มโจมตีระลอกที่ 2 ได้” ลู่หยางสั่ง
ทันใดนั้นฉงป้าก็มองไปทางลู่หยางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายคือศัตรูที่ยากจะต่อกร
30 วินาทีต่อมา
เวทมนตร์ต้องห้ามระลอกที่ 2 พุ่งเข้าทำลายแนวรบของฉงป้าและทำให้แนวป้องกันของพวกเขาพังทลายลงไปโดยสิ้นเชิง
กองกำลังของลู่หยางบุกทะลวงเข้าไปยังแนวหลังของศัตรูในทันที ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มสังหารนักเวทและนักบวชอย่างบ้าคลั่ง
ตอนนี้ฉงป้ากับฉือมู่ไม่สามารถควบคุมกองกำลังของตัวเองได้อีกแล้ว เพราะทุกคนต่างก็เสียขวัญกำลังใจจนทำให้กองทัพแตกกระจายและทุกคนพยายามวิ่งหนี
“อย่าหนี! ตั้งแนวป้องกันเอาไว้ก่อน โซลออฟอีเทอนิตี้กับบลัดไทแรนท์กำลังนำกำลังเสริมมาช่วยพวกเราแล้ว” ฉงป้าตะโกนเสียงดัง
“ไร้เดียงสาจริง ๆ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวด้วยความดูถูก ก่อนที่เธอจะใช้ดาบระดับทองเลเวล 40 กระโจนเข้าใส่ฉงป้า
ฉงป้ายกอาวุธขึ้นป้องกันอย่างรีบร้อน แต่เขากลับไม่สามารถต้านทานการโจมตีของเซี่ยหยู่เว่ยได้ทำให้ดาบของเธอปะทะเข้ากับไหล่ของเขาอย่างรุนแรง
-2,868
“ทำไมมันแรงขนาดนี้” ฉงป้ามองตัวเลขความเสียหายด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“มันเป็นเพราะแกอ่อนแอเกินไปต่างหาก” เซี่ยหยู่เว่ยมองไปทางฉงป้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง
ปกติเธอมักจะฝึกซ้อมกับไป๋ฉืออยู่เสมอ ซึ่งถ้าหากเธอสามารถยืนหยัดอยู่ต่อหน้าไป๋ฉือได้ 2 นาที มันก็ถือว่าเธอทำได้ดีแล้ว แต่ในตอนนี้มันก็ดูเหมือนกับว่าฉงป้าจะไม่สามารถยืนอยู่ต่อหน้าเธอได้ถึง 2 นาทีด้วยซ้ำ
ฉงป้ามองไปยังเซี่ยหยู่เว่ยด้วยความโกรธ เพราะการโดนผู้หญิงดูถูกเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถยอมรับได้
“ได้เลย วันนี้ฉันจะเอาจริงกับแกสักครั้ง ดูซิว่าแกจะมีสิทธิ์มาพูดแบบนั้นกับฉันอยู่อีกไหม”
เซี่ยหยู่เว่ยมองไปทางฉงป้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ก่อนที่เธอจะสับเปลี่ยนอุปกรณ์ให้อยู่ในระดับเดียวกันกับอุปกรณ์ของอีกฝ่าย
“วันนี้ฉันจะทำให้แกพ่ายแพ้อย่างไม่มีข้อแก้ตัวเอง”
ลู่หยางมองดูการต่อสู้ของทั้งสองด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะตะโกนออกคำสั่งไปในช่องแชทของทีม
“อย่าให้ใครไปรบกวนการดวลระหว่างเซี่ยหยู่เว่ยกับฉงป้าอย่างเด็ดขาด”
“หัวหน้า ทีมนักเวทของพวกเรายังจะต้องโจมตีต่อไหมครับ?” แบล็คเฟลมถาม
“นายพาทีมนักเวทไปสนับสนุนเจียงเจ๋อที่แนวหน้า จำเอาไว้ว่าถ้าอีกฝ่ายยังไม่เริ่มโจมตีก็ไม่จำเป็นจะต้องใช้เวทมนตร์ต้องห้าม” ลู่หยางกล่าว
“ได้ครับ” แบล็คเฟลมรับคำสั่งก่อนจะนำทีมนักเวทมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งของเจียงเจ๋อ
ฉือมู่มองดูทีมนักเวทที่จากไปด้วยความโล่งอก เมื่อเขาได้เห็นว่านักเวทพวกนั้นกำลังมุ่งหน้าไปทางโซลออฟอีเทอนิตี้กับบลัดไทแรนท์ เขาก็มองไปยังนาฬิกาและได้พบว่าตอนนี้การต่อสู้ได้ดำเนินมากว่า 20 นาทีแล้ว
“นานตั้งขนาดนี้แล้วทำไมกำลังเสริมของโซลออฟอีเทอนิตี้กับบลัดไทแรนท์ถึงยังมาไม่ถึงที่นี่สักที?”
“พวกคุณอยู่ไหนแล้ว ทำไมถึงไม่มาสนับสนุนที่นี่สักที?” ฉือมู่ส่งข้อความไปถามบลัดไทแรนท์
อีกด้านหนึ่ง
โซลออฟอีเทอนิตี้กำลังนั่งอยู่บนหลังเสือโลหิตอย่างเบื่อหน่าย เพราะในตอนนี้กองกำลังของเขากับกองกำลังของเจียงเจ๋อกำลังยืนจ้องหน้ากันโดยไม่มีใครเริ่มโจมตีก่อน
“ฉือมู่ส่งข้อความมาถามฉันแล้วว่าพวกเรายังไม่ส่งกองกำลังไปสนับสนุนเขาอีกเหรอ? คุณแน่ใจนะว่าการปล่อยไปแบบนี้มันจะเป็นผลดีกับพวกเรา” บลัดไทแรนท์ถามหลังจากทนรับแรงกดดันไม่ไหว
โซลออฟอีเทอนิตี้ส่ายหัวไปมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
“น้องชาย นายควรจำเอาไว้ให้ดี ๆ ว่าทั้งฉงป้าและฉือมู่ต่างก็มีกลุ่มทุนสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นนายอย่าประเมินพวกเขาต่ำเกินไป หากเราปล่อยให้พวกเขามีโอกาสได้เติบโต สักวันพวกเราก็จะไม่มีวันต่อกรกับพวกเขาได้”
“มันจะเป็นแบบนั้นแน่เหรอ?” บลัดไทแรนท์ถามอย่างสงสัย
“นายคิดว่าหวังเถิงยังเหลือเงินทุนสนับสนุนให้พวกเราอีกเท่าไหร่?” โซลออฟอีเทอนิตี้ถามกลับ
“น่าจะอีกหลายสิบล้าน อย่างน้อยการมีเงินพวกนั้นก็ทำให้พวกเราไม่มีปัญหาเรื่องอุปกรณ์” บลัดไทแรนท์ตอบ
“หลายสิบล้าน! นายรู้หรือเปล่าว่ากลุ่มทุนเบื้องหลังฉงป้ากับฉือมู่มีเงินทุนสนับสนุนพวกเขาเท่าไหร่ ตราบใดก็ตามที่พวกเขาต้องการพวกเขาสามารถหาเงินนับพันล้านได้ในพริบตา นายลองคิดดูซิว่านายสามารถจ่ายเงินเดือนให้ลูกน้องของเราเพิ่มอีก 3 เท่าได้ไหมล่ะ?” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าวพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาด้วยความขมขื่น
“ไม่ได้” บลัดไทแรนท์ตอบพร้อมกับส่ายศีรษะ
“ตอนนี้หวังเถิงได้ซื้อวัตถุดิบชุดอุปกรณ์ระดับทองเลเวล 30 สำหรับคน 100,000 คนไปแล้ว และทุกอย่างก็กำลังอยู่ในช่วงการผลิต เมื่อไหร่ก็ตามที่อุปกรณ์ทั้งหมดถูกผลิตจนพร้อม ในเวลานั้นมันก็ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องเผชิญหน้ากับลู่หยาง”
“ในเวลาที่พวกเราจะต้องเผชิญหน้ากับลู่หยางจริง ๆ ตอนนั้นฉือมู่กับฉงป้าจะยืนอยู่ฝั่งไหน นายสามารถการันตีได้ใช่ไหมว่าพวกเขาจะไม่หักหลังเราในช่วงเวลาสำคัญ” โซลออฟอีเทอนิตี้กล่าว
“ถ้างั้นพวกเราฉวยโอกาสนี้ไปโจมตีป้อมปราการฟลาวเวอร์ก่อนเลยดีไหม?” บลัดไทแรนท์ถาม
“แผนการนี้ถือว่าไม่เลว แต่ถ้าเราแย่งป้อมปราการมาได้ ลู่หยางก็คงจะไม่ยอมปล่อยพวกเราเอาไว้เฉย ๆ แน่ อย่างไรก็ตามในตอนนี้มันยังไม่ใช่เวลารอให้ชุดระดับทองทั้ง 100,000 ชุดถูกผลิตจนเสร็จ ในเวลานั้นพวกเราค่อยเริ่มลงมือ” โซลออฟอีเทอนิตี้ตอบ
“นั่นสินะ” บลัดไทแรนท์พยักหน้ารับก่อนที่เขาจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไปหาฉือมู่
“ตอนนี้พวกผมกำลังปะทะกับกองกำลังของเจียงเจ๋อ พวกเขาปล่อยเวทมนตร์ต้องห้ามธาตุดินสร้างรอยแยกแบ่งพื้นที่ขวางทัพของพวกผมเอาไว้ ตอนนี้ผมเสียกองกำลังชุดทองไป 10,000 คนแล้ว ว่าแต่สถานการณ์ทางฝั่งคุณเป็นยังไงบ้าง?”
ฉือมู่กำลังจะพิมพ์ตอบกลับแต่สายลับของเขาได้ส่งภาพที่กองกำลังของโซลออฟอีเทอนิตี้, บลัดไทแรนท์และเจียงเจ๋อกำลังยืนประชันหน้ากันโดยไม่ได้ต่อสู้กันมาให้กับเขาเสียก่อน