- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 452 หมดเวลาเล่น
บทที่ 452 หมดเวลาเล่น
บทที่ 452 หมดเวลาเล่น
บทที่ 452 หมดเวลาเล่น
แม้จะได้รับข้อความจากฉือมู่แบบนั้น แต่โซลออฟอีเทอนิตี้ก็ยังคงเลือกที่จะรอต่อไปโดยไม่ลงมือโจมตีก่อน
5 นาทีผ่านไป
ซุนหยูแกล้งวิ่งมาทางลู่หยางอย่างตื่นตระหนก ก่อนที่เขาจะตะโกนขึ้นมาดังสุดเสียง
“หัวหน้าแย่แล้วครับ! ฉือมู่กับฉงป้านำกองกำลัง 40,000 คนมาทางด้านหลังของเรา!”
ลู่หยางแกล้งแสดงสีหน้าตกใจ ก่อนที่เขาจะตะโกนกลับไปว่า
“โซลออฟอีเทอนิตี้ นี่แกหลอกฉันงั้นเหรอ!”
“ฮ่า ๆ ๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่ามันจะมีวันที่แกถูกหลอกเหมือนกันกับเขาด้วย” โซลออฟอีเทอนิตี้หัวเราะเสียงดัง
ทันทีที่โซลออฟอีเทอนิตี้พูดจบกองกำลัง 30,000 คนของเขา กองกำลัง 30,000 คนของบลัดไทแรนท์และกองกำลังอีก 10,000 คนของแบล็คบลัดก็เคลื่อนที่ไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
“นักเวทและนักธนูเตรียมยิง!” เจียงเจ๋อตะโกนสั่ง
“นักรบโล่เปิดสกิลป้องกัน ส่วนนักรบคลั่งคอยหลบอยู่หลังแนวกำบังแล้วรุกคืบดันเข้าไป” โซลออฟอีเทอนิตี้ตะโกนสั่ง
นักรบโล่ 3,000 คนยกโล่ขึ้นมา 45 องศาในทันทีเพื่อเตรียมป้องกันลูกธนูและเวทมนตร์ที่ถูกโจมตีมาทางด้านหน้า ส่วนทางด้านหลังก็มีนักรบคลั่ง 3,000 คนคอยเดินตามหลบอยู่หลังโล่ของพวกเขาอย่างใกล้ชิด
โซลออฟอีเทอนิตี้มั่นใจในกองกำลังทั้ง 6,000 คนนี้มาก เพราะทุกคนต่างก็ได้รับการฝึกมาเป็นพิเศษ หากกองกำลังนี้สามารถทะลวงแนวป้องกันของลู่หยางเข้าไปได้ มันก็จะทำให้พวกเขาสามารถสร้างช่องว่างขนาดใหญ่เพื่อให้กองกำลังส่วนที่เหลือบุกเข้าไปบดขยี้แนวหลังของศัตรูได้สำเร็จ
“ฉวนเถาปล่อยเวทมนตร์ต้องห้ามไปที่ตำแหน่งที่ฉันบอกได้เลย” ลู่หยางสั่งการด้วยรอยยิ้ม
“ได้ครับ” ฉวนเถาตอบรับก่อนที่เขาจะเริ่มร่ายเวทมนตร์
30 วินาทีต่อมากองกำลัง 6,000 คนของโซลออฟอีเทอนิตี้ก็ได้บุกเข้ามาใกล้แนวป้องกัน แต่ทันใดนั้นพื้นดินก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง
“เกิดอะไรขึ้น?”
“นี่มันอะไร?”
เหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งกองกำลังของลู่หยางและกองกำลังของโซลออฟอีเทอนิตี้รู้สึกตกตะลึง
ทันใดนั้นเจียงเจ๋อก็สังเกตเห็นพื้นที่ด้านหน้าแนวป้องกันของเขาเริ่มเกิดรอยแตกร้าวขึ้นมารอยใหญ่
คลื่น!
เสียงพื้นดินแยกออกจากกันดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่พื้นที่ในบริเวณนั้นจะกลายเป็นร่องลึกยาวกว่า 500 เมตรกว้างกว่า 50 เมตร ส่วนกองกำลังของโซลออฟอีเทอนิตี้ทั้ง 6,000 คนก็ตกลงไปภายในเหวลึกพร้อม ๆ กัน
“นี่มันอะไรกันเนี่ย?!” เจียงเจ๋ออุทานขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ
“นี่มันเวทมนตร์อะไร ทำไมมันถึงกลืนกองทัพของฉันไปแบบนี้?” โซลออฟอีเทอนิตี้ตะโกนอย่างตกตะลึง
“ตั้งแนวป้องกันเอาไว้ริมเหว” ลู่หยางสั่งการอย่างใจเย็น
เจียงเจ๋อนำทีมปฏิบัติตามคำสั่งในทันที ส่วนโซลออฟอีเทอนิตี้ก็กำลังพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าอันตื่นตระหนก
“นี่แกจะทำอะไร?!”
“ประธานโซลออฟอีเทอนิตี้ เรื่องของเราขอจบเอาไว้ตั้งแต่เพียงเท่านี้ ขอโทษด้วยที่ฉันไม่มีเวลามาเล่นด้วยแล้ว” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทันทีที่พูดจบลู่หยางก็ขึ้นหลังสิงโตเพลิงแล้ววิ่งไปทางด้านหลังกองกำลังของเขาโดยไม่สนใจโซลออฟอีเทอนิตี้อีกเลย ซึ่งในขณะนี้กองกำลังของเซี่ยหยู่เว่ยกับซุนหยูกำลังเผชิญหน้ากับกองกำลังของฉือมู่และฉงป้าอยู่
ฉงป้ามองไปทางเซี่ยหยู่เว่ยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดูถูก เพราะครั้งหนึ่งอีกฝ่ายจำเป็นจะต้องใช้มารยาหญิงเพื่อแย่งชิงอุปกรณ์กับเขา ในความคิดของฉงป้า เซี่ยหยู่เว่ยจึงไม่มีความสามารถมากพอที่จะมายืนเทียบชั้นกับเขาได้
ทันใดนั้นแรงสั่นสะเทือนบนพื้นดินก็เริ่มกระจายมาจนถึงสนามรบทางฝั่งนี้ด้วยเช่นกัน ฉงป้าจึงหันไปพูดกับฉือมู่ที่อยู่ใกล้ ๆ
“ดูเหมือนว่าทางด้านหน้าจะเริ่มสู้กันแล้วพวกเราควรเริ่มโจมตีกันแล้วหรือยัง?”
“ไม่ต้องรีบร้อน กำลังพลของพวกเราเหนือกว่า ปล่อยให้พวกนั้นต่อสู้กันไปก่อนพวกเราแค่ขอยืนขวางไม่ให้พวกมันหนีไปไหนได้ก็พอ” ฉือมู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ฉงป้าพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังมองดูสถานการณ์อย่างสบายใจ ทันใดนั้นลู่หยางก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างฉับพลัน ฉือมู่กับฉงป้าจึงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะในขณะนี้ทั้งสองต่างก็สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดี
“พวกคุณนำกองกำลังมาอยู่ทางด้านหลังกองกำลังผมแบบนี้ มันหมายความว่ายังไงกันแน่?” ลู่หยางถามอย่างเอาเรื่อง
“นายไม่ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้หรอก พวกเรานำกองกำลังมาที่นี่ก็เพื่อโจมตีกองทัพของนายยังไงล่ะ” ฉงป้าตอบ
“ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้พวกเราเป็นพันธมิตรกันมาโดยตลอดหรอกเหรอ?” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ
“อย่ามาทำเป็นเสแสร้งหน่อยเลย ไม่ว่ายังไงสักวันพวกเราก็ต้องเป็นศัตรูกันอยู่ดี เห็นแก่ที่พวกเราเคยเป็นพันธมิตรกันมาก่อนเอาเป็นว่าพวกเราจะยืนอยู่ตรงนี้ไม่ขยับไปไหน เชิญนายไปต่อสู้กับพวกโซลออฟอีเทอนิตี้ทางด้านหน้าได้เลย” ฉือมู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ฉือมู่ เรื่องอื่น ๆ คนดีทุกอย่างเสียอย่างเดียวคือคุณเป็นคนเจ้าเล่ห์มากจนเกินไป ในกองกำลังของคุณมีเพื่อนของผมอยู่ตั้งหลายคนทั้งชิงเฟิง, ลั่วซืออวี่หรือซิลเวอร์วูฟ จากความสัมพันธ์ในอดีตที่ผ่านมาพวกเราน่าจะเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันได้”
“แต่ถึงกระนั้นคุณก็ยังวางแผนเล่นงานผมครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะที่ผมไม่เคยคิดจะเอาคืนคุณเลยแม้แต่ครั้งเดียว วันนี้คุณยังวางแผนจะมาโจมตีผมอีก ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมควรจะคุยกับคุณยังไงดี” ลู่หยางกล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง
ยิ่งอีกฝ่ายพูดขึ้นมาแบบนี้มันก็ยิ่งทำให้ชิงเฟิง, ลั่วซืออวี่และซิลเวอร์วูฟแสดงสีหน้าออกมาอย่างรู้สึกผิด เพราะความเป็นจริงพวกเขาไม่อยากจะนำกองกำลังมาโจมตีลู่หยางเลย แต่เพราะพวกเขาคือลูกจ้างของฉือมู่พวกเขาจึงต้องเดินทางมาที่นี่อย่างไม่มีทางเลือก
“ลู่หยาง นายอย่าพยายามปั่นประสาทพวกเราเลย เมื่อเข้าร่วมเกมนี้มันไม่มีอะไรถูกอะไรผิด ทุกอย่างมันมีเพียงแค่เรื่องของผลประโยชน์เท่านั้น” ฉงป้ากล่าว
“พูดได้ดี ในเมื่อคุณพูดแบบนี้ก็อย่าหาว่าฉันไร้ปราณี แบล็คเฟลมสั่งทีมนักเวทโจมตีรอบแรกได้” ลู่หยางตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงอันเด็ดขาด
แบล็คเฟลมโบกมือให้สัญญาณเรียกนักเวทไฟ 10 คน, นักเวทมิติ 10 คนและนักเวทน้ำแข็งอีก 10 คนออกมาทางด้านหน้าก่อนจะเริ่มร่ายเวทพร้อม ๆ กัน
ท้องฟ้าเริ่มถูกปกคลุมไปด้วยความมืด ขณะที่เหล่าบรรดาจิตวิญญาณสีม่วงและจิตวิญญาณสีน้ำเงินจำนวนมากได้ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
“นี่กองกำลังหลักของนายไม่ได้อยู่ด้านหน้าหรอกเหรอ?!” ฉือมู่มองไปทางลู่หยางด้วยความตกใจ
“กองกำลังหลักของผมจะอยู่ตรงไหนมันก็เรื่องของผม ทุกคนเริ่มโจมตีได้ จัดการพวกมันอย่าให้เหลือ” ลู่หยางตะโกนสั่งด้วยแววตาอันเย็นชา
“ฆ่ามัน!” เซี่ยหยู่เว่ยตะโกนลั่น ขณะนำกองกำลังชุดทอง 20,000 คนมุ่งหน้าตรงไปหากองกำลังของฉงป้า
“ฆ่ามัน!” ซุนหยูตะโกนสั่งขณะนำกองกำลังชุดทอง 20,000 คนมุ่งไปยังกองกำลังของฉือมู่ด้วยเช่นกัน
ภายในทุ่งราบขนาดใหญ่ไม่มีพื้นที่ให้หลบซ่อน ยิ่งไปกว่านั้นระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายก็มีเพียงแค่ 50 เมตร การต่อสู้จึงดำเนินไปจนถึงขั้นดุเดือดในพริบตา
แม้ลู่หยางจะสั่งให้กองกำลังของเจียงเจ๋อคอยตั้งรับกองกำลังของโซลออฟอีเทอนิตี้กับบลัดไทแรนท์อยู่อีกฝั่ง แต่พวกเขาก็ยังมีกองกำลังผู้เล่นชุดทองอยู่อีก 40,000 คน ขณะที่อีกฝ่ายมีกองกำลังผู้เล่นชุดทองเพียงแค่ 30,000 คนเท่านั้น
หลังจากการต่อสู้เปิดฉากในเพียงแค่ไม่นาน ความแตกต่างทางด้านอุปกรณ์และเลเวลก็ส่งผลอย่างชัดเจน
“นักเวทต้องห้ามรีบโจมตีเข้าใส่พวกมันเร็วเข้า” ฉือมู่ตะโกนด้วยความสิ้นหวังหลังจากกองกำลังของตัวเองกำลังเสียเปรียบอย่างหนัก
ลั่วซืออวี่รีบนำกองกำลังนักเวทต้องห้าม 20 คนร่ายเวทในทันที แต่เนื่องมาจากพวกเธอยังไม่ชำนาญการย่อเวทมากนัก การใช้เวทมนตร์ต้องห้ามจึงจำเป็นจะต้องใช้เวลาร่ายยาวนานถึง 2 นาที
สถานการณ์ทางฝั่งของฉงป้าก็ย่ำแย่ไม่แตกต่างกัน เขาจึงสั่งให้ทีมนักเวทต้องห้ามทั้ง 22 คนเริ่มร่ายเวทด้วยความกังวล
30 วินาทีต่อมา
ทีมนักเวทของแบล็คเฟลมร่ายเวทมนตร์ต้องห้ามขึ้นมาเสร็จก่อน เวทมนตร์ต้องห้ามทั้ง 30 บทจึงถล่มก็ใส่แนวหน้าของฉือมู่และฉงป้าอย่างต่อเนื่อง
ภายในพริบตาพื้นที่บริเวณแนวหน้าของสนามรบก็เต็มไปด้วยเปลวไฟ, น้ำแข็งและรอยแยกมิติที่ถูกฉีกออกจากกันอย่างรุนแรง
“รีบฮีลเร็วเข้า! อย่าปล่อยให้แนวหน้าตายเป็นอันขาด” ฉือมู่ตะโกนสั่ง
“พวกเราฮีลไม่ทันครับ อุปกรณ์ของพวกเราด้อยเกินไป” ชิงเฟิงตอบกลับอย่างตื่นตระหนก