- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 451 การแสดงละคร
บทที่ 451 การแสดงละคร
บทที่ 451 การแสดงละคร
บทที่ 451 การแสดงละคร
16:00 น.
ลู่หยางนำกองกำลังของเซี่ยหยู่เว่ย, เจียงเจ๋อและซุนหยูรวมทั้งสิ้นกว่า 150,000 คนออกเดินทางจากป้อมปราการคริมสันมุ่งหน้าไปยังสุสานใหญ่ ซึ่งเป็นแผนที่ใหม่ที่ทางตัวเกมได้เพิ่มเข้ามา
ในบรรดากองกำลังที่เดินทางมาด้วยกันในครั้งนี้มีผู้เล่นเลเวล 30 ขึ้นไปอยู่จำนวน 80,000 คนและผู้เล่นเลเวลต่ำกว่า 30 จำนวน 70,000 คน อย่างไรก็ตามภายในกลุ่มก็มีนักเวทต้องห้ามอยู่ครบ 140 คนรวมถึงเซาธ์วินด์และสกายวูฟที่พาเพื่อนนักเวทอีก 3 คนมาด้วย
สกายวูฟผายมือไปทางสหาย ก่อนที่เขาจะเริ่มแนะนำนักเวทน้ำแข็ง 2 คนและนักเวทดินอีก 1 คน
“หัวหน้าครับ พวกเขาคือเพื่อนที่โตมาด้วยกันกับผม”
“นายชื่ออะไร?” ลู่หยางหันไปถามนักเวทดินโดยเฉพาะ
นักเวทดินยกมือขึ้นมาเกาหัวด้วยความเขินอาย ก่อนที่เขาจะตอบว่า
ผมชื่อ ‘ชอบกินฉวนเถา’ ครับ”
พรืด!
ทันใดนั้นเซี่ยหยู่เว่ย, หลานอวี่หรือแม้กระทั่งลู่หยางก็อดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้
“ผมคิดว่าอยู่แล้วว่าพวกคุณต้องขำ เอาเป็นว่าพวกคุณเรียกผมว่าฉวนเถาก็แล้วกันมันเป็นชื่อเล่นของผม”
“โอเค คราวนี้นายได้รับภารกิจที่สำคัญมาก ดังนั้นอยู่ใกล้ ๆ ฉันเอาไว้ เมื่อฉันสั่งอะไรก็ให้ทำตามนั้นทันที” ลู่หยางกล่าว
“ได้ครับหัวหน้า ผมรับประกันว่าจะทำทุกอย่างที่คุณสั่ง” ฉวนเถากล่าวพร้อมกับพยักหน้า
ระบบ: คุณได้ค้นพบแผนที่ใหม่ ‘สุสานใหญ่’
พื้นที่ด้านหน้าคือสุสานขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหลุมศพและไม้กางเขนอย่างมากมายรวมถึงซอมบี้ที่เดินไปมาอยู่ในแผนที่
“แปลกมาก ทำไมถึงไม่มีใครเลย?” ซุนหยูถามอย่างประหลาดใจ
“ตอนนี้ผู้เล่นเลเวล 30 ขึ้นไปส่วนใหญ่ย้ายไปเมืองอื่นกันหมดแล้ว ส่วนคนที่ยังเหลือก็ยังไม่เก่งพอที่จะมาเก็บเลเวลที่นี่” ลู่หยางตอบ
ทุกคนต่างก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“พี่ ฉือมู่กับฉงป้ากำลังนำทีมไปทางทิศตะวันตกของพี่แล้วครับ” ฮั่นชาส่งข้อความมารายงานลู่หยาง
“ทีมของบลัดไทแรนท์กับโซลออฟอีเทอนิตี้กำลังผ่านสุสานใหญ่เข้าไปโจมตีพวกเราจากทางด้านหน้าด้วยเหมือนกันครับ” ฮั่นหยูรายงานเพิ่มเติม
“พวกบลัดไทแรนท์จะต้องใช้เวลาเดินทางประมาณเท่าไหร่?” ลู่หยางถาม
“อย่างเร็วที่สุดอีกประมาณครึ่งชั่วโมงครับ” ฮั่นหยูตอบ
“บอกให้ผู้เล่นเลเวลต่ำกว่า 30 จับกลุ่มเก็บเลเวลทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ปล่อยพื้นที่บริเวณนี้เอาไว้ก่อน” ลู่หยางหันไปสั่งเซี่ยหยู่เว่ย, เจียงเจ๋อและซุนหยู
“พวกฉือมู่กับโซลออฟอีเทอนิตี้ยังไม่มาเหรอ?” เจียงเจ๋อถาม
“พวกมันอยู่ห่างจากเราไปประมาณครึ่งชั่วโมง ระหว่างนี้พวกเราจะนำทีมเคลียร์พื้นที่เพื่อเตรียมสภาพแวดล้อมในการเผชิญหน้ากับศัตรู” ลู่หยางตอบ
ทั้ง 3 คนพยักหน้ารับก่อนจะแยกย้ายกันไปจัดการทีมของตัวเอง
“แบล็คเฟลมพาทีมนักเวทตามฉันมา เซาธ์วินด์กับพวกสกายวูฟก็ตามมาด้วย” ลู่หยางกล่าวต่อ
พื้นที่ด้านนอกของสุสานใหญ่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยพื้นที่ส่วนแรกคือพื้นที่โล่งที่เอาไว้ใช้ฝังศพของชาวบ้าน ส่วนพื้นที่ที่ 2 คือพื้นที่บนภูเขาที่เอาไว้ใช้ฝังศพของเหล่าบรรดาขุนนางและนายทหารระดับสูง
ลู่หยางใช้เวลา 20 นาทีพาทีมมาจนถึงเนินเขาเล็ก ๆ แล้วถึงแม้ว่ามันจะมีความสูงไม่มากนัก แต่ที่แห่งนี้ก็คือสุสานของขุนนาง
“ตอนนี้กองกำลังของโซลออฟอีเทอนิตี้กับบลัดไทแรนท์อยู่ห่างจากพี่ไม่ถึง 5 นาทีแล้วครับ” ฮั่นหยูรายงาน
ลู่หยางทอดสายตามองออกไปในระยะไกล ก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นความวุ่นวายที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร
“ฉงป้ากับฉือมู่เคลื่อนไหวแล้วหรือยัง?” ลู่หยางถาม
“พวกเขาซ่อนตัวอยู่ห่างจากทางเข้าบริเวณทิศตะวันตกของสุสานประมาณ 1 กิโลเมตรและในตอนนี้มันยังไม่มีการเคลื่อนไหวเพิ่มเติมครับ” ฮั่นชาตอบ
“พวกมันคงจะรอให้บลัดไทแรนท์เปิดศึกก่อนสินะแล้วค่อยนำกำลังมาโจมตีตลบหลัง” ลู่หยางคาดการณ์แผนของคู่ต่อสู้ได้ในทันที
“ทุกคนหยุดการโจมตีและเตรียมตั้งรับ” ลู่หยางตะโกนสั่ง
“ใครเป็นคนบุกมาก่อน?” เจียงเจ๋อถาม
“บลัดไทแรนท์กับโซลออฟอีเทอนิตี้” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปด้านหน้า
“พวกเราจะเริ่มปะทะกับพวกมันเลยใช่ไหม?” เจียงเจ๋อถาม
ลู่หยางส่ายหน้าพร้อมกับตอบว่า
“ไม่ต้องรีบร้อน เซี่ยหยู่เว่ยกับซุนหยูสั่งให้กองกำลังหลักไปรวมตัวกันบริเวณกองหลังก่อน”
ระหว่างที่ลู่หยางกำลังพูดสั่ง มันก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นมาจากทางด้านหน้า โดยในตอนนี้กองกำลังของบลัดไทแรนท์กับโซลออฟอีเทอนิตี้กำลังใช้เวทมนตร์ระดับสูงกำจัดซอมบี้ที่ขวางในเส้นทางเพื่อบุกมาหาพวกเขา
“ทุกคนเตรียมตั้งรับ!” เจียงเจ๋อตะโกนสั่งก่อนจะนำนักรบโล่ตั้งแนวโล่ยาวกว่า 1 กิโลเมตร
“นักธนูกับนักเวทคอยยืนโจมตีจากระยะไกลอยู่แถวที่ 2 ส่วนนักบวชและอาชีพสายสนับสนุนจะยืนอยู่ตรงบริเวณแถวที่ 3”
เซี่ยหยู่เว่ยกับซุนหยูกำลังจะเริ่มสั่งการเพื่อจัดกำลังพลด้วยเช่นกัน แต่ลู่หยางกลับมาขวางพวกเขาเอาไว้เสียก่อน
“พวกนาย 2 คนพาทีมไปรออยู่ด้านหลังเลย”
“ได้ครับ/ค่ะ” ทั้งสองตอบรับพร้อมกัน
ในช่วงเวลาที่แนวโล่ของเจียงเจ๋อถูกจัดตั้งจนเสร็จ กองกำลังของบลัดไทแรนท์และโซลออฟอีเทอนิตี้ก็รุกคืบเข้ามาอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ประมาณ 80 เมตร ซึ่งในระยะนี้เป็นระยะที่นักธนูบางคนสามารถโจมตีได้แล้ว
“แปลกมาก ทำไมพวกมันถึงยังไม่เริ่มโจมตี?” เซี่ยหยู่เว่ยถามอย่างสงสัย
“พวกมันโจมตีพวกเราแน่แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เอาเป็นว่าพวกเรามารอดูพวกมันเล่นละครกันก่อนเถอะ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มอย่างเย็นชา
บลัดไทแรนท์, โซลออฟอีเทอนิตี้และแบล็คบลัดเดินขึ้นมาทางด้านหน้าของกองทัพ ก่อนที่โซลออฟอีเทอนิตี้จะเป็นคนพูดขึ้นมาว่า
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะท่านประธานลู่หยาง”
ลู่หยางเดินออกไปยืนอยู่หน้าแนวโล่ด้วยเช่นกัน ก่อนที่เขาจะตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“นั่นสินะ พวกเราไม่ได้เจอกันมาพักหนึ่งแล้ว การที่พวกคุณนำกำลังมาแบบนี้คือพวกคุณคิดจะเปิดศึกกับฉันใช่ไหม?”
“ลู่หยาง นี่แกดูไม่ออกจริง ๆ เหรอว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเป็นยังไง? สาเหตุที่ฉันมาที่นี่ในวันนี้ก็เพราะฉันนำทีมมากำจัดแกโดยเฉพาะ” บลัดไทแรนท์กล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะเยาะ
“งั้นก็เริ่มสู้กันเลยสิ จะมามัวพูดพล่ามอยู่ทำไม” ลู่หยางตอบกลับอย่างไม่แยแส
บลัดไทแรนท์ชะงักค้างไปเล็กน้อย เนื่องจากถึงแม้เขาจะอยากลงมือในตอนนี้ แต่พวกเขาก็ยังลงมือโจมตีไม่ได้ เพราะพวกเขาก็ต้องรอให้กองกำลังของฉงป้ากับฉือมู่มาสมทบเสียก่อน
เมื่อโซลออฟอีเทอนิตี้เห็นบลัดไทแรนท์กำลังตกที่นั่งลำบาก เขาจึงรีบพูดกับลู่หยางเพื่อแก้สถานการณ์ตรงหน้า
“ประธานลู่หยาง ความจริงพวกเราก็ไม่ได้มีความแค้นอะไรต่อกัน แต่คุณก็น่าจะรู้ว่าพวกเรามีกลุ่มทุนสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ทำไมตอนนี้คุณถึงต้องนำกองกำลังมาต่อต้านพวกเราด้วยล่ะ อย่าลืมนะว่าทางตัวเกมได้เปิดเมืองใหม่ขึ้นมาอีก 12 เมือง ด้วยความสามารถที่คุณมีการจะครองเมืองใหม่สัก 2-3 เมือง มันก็ไม่น่าจะใช่เรื่องยากอะไรเลย”
ลู่หยางรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังถ่วงเวลา เขาจึงหันไปเรียกฉวนเถาให้มาอยู่ข้าง ๆ แล้วพูดตอบกลับโซลออฟอีเทอนิตี้ด้วยน้ำเสียงอันเรียบเฉยว่า
“ฉันเองก็สงสัยเหมือนกันว่าตอนนี้ฉันครองอำนาจที่นี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ แล้วพวกคุณจะนำกองกำลังมาเปิดศึกกับฉันทำไม? พวกเราไม่เคยมีความแค้นส่วนตัวกันมาก่อน ถ้าพวกคุณนำกองกำลังในครองเมืองอื่น ฉันก็ไม่เคยมีความคิดที่จะไปขวางทางแล้วพวกคุณจะมาปะทะกับฉันเพื่ออะไร?”
เมื่อโซลออฟอีเทอนิตี้ได้ยินคำตอบของลู่หยาง เขาก็เริ่มคาดเดาว่าบางทีอีกฝ่ายน่าจะยังไม่รู้ถึงความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังป้อมปราการคริมสัน
“ประธานลู่หยาง พวกเรามาเจรจากันเถอะ ถ้าคุณยอมถอยออกไปจากเมืองนี้พวกเราจะยอมจ่ายค่าชดเชยให้กับคุณ 1 ล้าน”
ลู่หยางแกล้งทำเป็นลังเล ก่อนที่เขาจะตอบว่า
“ข้อเสนอของคุณน่าสนใจมาก ฉันขอเวลาคิดหน่อยจะได้ไหม?”
“หัวหน้าคิดจะทำอะไรกันแน่คะ?” เซี่ยหยู่เว่ยแอบส่งข้อความมาหาลู่หยางอย่างลับ ๆ
“ฉันกำลังรอให้พวกมันหมดความอดทน อีกอย่างการดูละครแบบนี้มันก็สนุกดี” ลู่หยางตอบกลับอย่างสบาย ๆ
“คุณนี่มันเจ้าเล่ห์จริง ๆ” หลังจากเซี่ยหยู่เว่ยอ่านข้อความเธอก็อดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้
แม้จะตอบกลับข้อความของเซี่ยหยู่เว่ย แต่ลู่หยางก็ยังคงแสดงท่าทีลังเลต่อหน้าศัตรูต่อไปทำให้บรรยากาศระหว่างทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในความเงียบ และมีเพียงเสียงร้องของเหล่าซอมบี้เท่านั้นที่กำลังกรีดร้องขึ้นมาอย่างน่าหวาดกลัว
“พวกผมแทบจะกดดันลู่หยางไม่ได้แล้ว ตอนนี้พวกคุณอยู่ไหน?” โซลออฟอีเทอนิตี้ส่งข้อความไปหาฉือมู่
“อีก 5 นาทีพวกเราจะเข้าสู่สนามรบ พวกนายเริ่มโจมตีได้เลย” ฉือมู่ตอบกลับมา