- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 443 อุปกรณ์ระดับทองเลเวล 40
บทที่ 443 อุปกรณ์ระดับทองเลเวล 40
บทที่ 443 อุปกรณ์ระดับทองเลเวล 40
บทที่ 443 อุปกรณ์ระดับทองเลเวล 40
ฉิงชาง, เซี่ยหยู่เว่ยพร้อมทั้งคนอื่น ๆ มองไปที่ลู่หยางด้วยความตกตะลึง
“หัวหน้า คุณเก่งเกินไปแล้ว! พวกเราได้โชคใหญ่อีกแล้วสินะ! ถ้าเราปล่อยให้คนมาเช่าที่ตรงท่าเรือไป ค่าเช่าคงจะสูงกว่าร้านทางตอนเหนือของเมืองเซนต์กอลล์ซะอีก” ถูเฟิงกล่าวด้วยความตื่นเต้น
“ฉันฝากเรื่องนี้ให้นายจัดการด้วย ปล่อยเช่าร้านค้าพวกนั้นให้หมด เวลาเช่าขั้นต่ำ 1 ปี ส่วนค่าเช่านายกำหนดเองตามความเหมาะสมได้เลย” ลู่หยางหันไปกล่าวกับถูเฟิง
“รับทราบ! ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้เลย!” ถูเฟิงรับโฉนดจากลู่หยางก่อนจะรีบวิ่งออกไปด้วยความดีใจ
“ยังมีการอัปเดตอะไรอีกไหม?” ลู่หยางถาม
เดิมทีทุกคนคิดว่าการอัปเดตครั้งนี้จะส่งผลเสียต่อพวกเขาจนทำให้แต่ละคนรู้สึกกังวลกันมาก แต่เพียงแค่ฟังการอัปเดต 3 ข้อแรกลู่หยางกลับแก้ไขทุกอย่างได้อย่างง่ายดายทำให้ทุกคนรู้สึกโล่งใจขึ้น
“การอัปเดตเรื่องที่ 4 คือเนื่องจากจำนวนผู้เล่นที่เพิ่มขึ้น ทางเกมจึงได้เพิ่มเมืองหลักอีก 12 เมืองในแต่ละเผ่าพันธุ์รวมเป็น 36 เมืองใหม่ และผู้เล่นแต่ละคนจะมีโอกาสย้ายเมืองได้ฟรี 1 ครั้ง” เจียงเจ๋อกล่าว
จำนวนผู้เล่นจากประเทศจีนเพิ่มขึ้นจาก 100 ล้านคนเป็น 400 ล้านคน การเปิดเมืองหลักใหม่ 36 เมืองนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดแล้ว ส่วนประเทศอื่น ๆ ก็มีการเปิดเมืองหลักใหม่เพิ่มเช่นเดียวกัน
“ในเมืองเซนต์กอลล์กับเมืองซีเอ็มเพอเรอร์มีกิลด์ไหนที่ตัดสินใจย้ายออกบ้าง?” ลู่หยางถาม
“กิลด์ขนาดใหญ่ เช่น พวกดาร์กเรนเจอร์ย้ายออกไปกว่า 100 กิลด์ ส่วนกิลด์ขนาดกลาง เช่น คลาสเมทแอสโซซิเอชั่นย้ายออกไปกว่า 1,000 กิลด์ แต่คู่แข่งของเรา เช่น กิลด์ของบลัดไทแรนท์, โซลออฟอีเทอนิตี้, ฉือมู่และฉงป้ายังตัดสินใจอยู่ต่อ” เจียงเจ๋อตอบ
“ดูเหมือนว่ากิลด์พวกนี้จะเตรียมเปิดศึกใหญ่กับเราแล้วสินะ พวกเราเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว” ลู่หยางกล่าว
ทุกคนพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
“การอัปเดตเรื่องสุดท้ายคือ พรุ่งนี้ 17.00 น. บนแผนที่เลเวล 30 รอบเมืองหลักทุกเมืองจะเปิดจุดฟาร์มพิเศษใหม่ ซึ่งให้ค่าประสบการณ์มากกว่าจุดฟาร์มปกติถึง 3 เท่า” เจียงเจ๋อกล่าวต่อ
“ทางผู้พัฒนาเกมเซคคัลเวิลด์ชอบสร้างความปั่นป่วนเหมือนกับชีวิตในชีวิตก่อนเลย จุดฟาร์มเลเวลใหม่พวกนี้แท้ที่จริงแล้วคือแผนที่สำหรับการต่อสู้ขนาดใหญ่ชัด ๆ” ลู่หยางคิดพร้อมกับแอบถอนหายใจ
แผนที่ดังกล่าวรองรับผู้เล่นได้เพียงแค่ 300,000 คนเท่านั้น แต่ผู้เล่นเลเวล 30 ขึ้นไปจากทั่วทุกสารทิศจะหลั่งไหลเข้ามารวมตัวกัน โดยเฉพาะกิลด์ขนาดใหญ่ที่ต้องการทรัพยากร ทำให้จุดเก็บเลเวลใหม่นี้กลายเป็นสนามรบขนาดย่อม แม้พวกเขาจะไม่อยากสู้แต่เพื่อทรัพยากรทุกคนย่อมต้องต่อสู้เพื่อแย่งชิง
“หากไม่มีอะไรผิดพลาดฉือมู่กับหวังเถิงน่าจะเตรียมซุ่มโจมตีพวกเราที่นี่” ลู่หยางกล่าว
“หัวหน้า เราพร้อมแล้วครับ!” ไป๋ฉือกล่าวด้วยสายตาอาฆาต
“แผนที่ใหม่ในแต่ละเมืองคืออะไรบ้าง?” ลู่หยางถาม
“ของเมืองเซนต์กอลล์คือสุสานใหญ่ ส่วนเมืองซีเอ็มเพอเรอร์คือแดนไซเรน” เจียงเจ๋อตอบ
“เมื่อเริ่มศึกไป๋ฉือ, ฉิงชาง, บิทเทอร์เลิฟและโจวเทียนหมิง พวกนาย 4 คนรับหน้าที่จัดการจุดฟาร์มเลเวลในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ ส่วนฉันจะพาคนอื่น ๆ จัดการจุดฟาร์มในเมืองเซนต์กอลล์เอง” ลู่หยางกล่าว
“ศัตรูในเมืองเซนต์กอลล์แข็งแกร่งมาก หัวหน้าให้พวกเรากลับไปช่วยดีกว่าไหมครับ?” บิทเทอร์เลิฟถาม
ลู่หยางส่ายหน้าพร้อมกับกล่าวว่า
“ไม่ต้อง ทางฝั่งเมืองซีเอ็มเพอเรอร์เองก็ไม่สงบ พวกนาย 4 คนต้องคุมสถานการณ์ให้ได้ จำไว้ว่าอย่าไปรังแกผู้เล่นทั่วไปหรือกิลด์ขนาดเล็ก แต่สำหรับกิลด์ขนาดกลางหรือกิลด์ขนาดใหญ่ที่มาแย่งพื้นที่ให้ฆ่าพวกมันทั้งหมด”
“ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะครับ?” ไป๋เหลิงถาม
“ฉันต้องการให้ผู้เล่นในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์รู้ว่าเราไม่ได้ต่อต้านผู้เล่นทั่วไป แต่เราต่อต้านกิลด์ใหญ่ ๆ เกมนี้คือเกมแย่งชิงอำนาจ พวกเขามี 2 ทางเลือกคือร่วมมือกับเราหรือไม่ก็ไสหัวไป” ลู่หยางตอบ
โจวเทียนหมิง, ไป๋ฉือพร้อมทั้งคนอื่น ๆ พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“แต่ในเมืองเซนต์กอลล์มีกิลด์ใหญ่ ๆ อย่างกิลด์ของฉงป้า, โซลออฟอีเทอนิตี้และบลัดไทแรนท์อยู่ การจัดการกับกิลด์พวกนี้ก็ไม่ง่ายเหมือนกันนะครับ” ฉิงชางกล่าว
ลู่หยางคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปถามสกายวูฟว่า
“หลัวเฉิงยังจะโจมตีป้อมของนายอีกไหม?”
“ไม่แล้วครับ สงครามในแต่ละป้อมก็หยุดไปหมดแล้ว เพราะค่าประสบการณ์ในการเพิ่มเลเวลลดลงเยอะมาก แถมยังมีแผนที่เลเวล 30 ที่ให้ค่าประสบการณ์ 3 เท่าเพิ่มมาอีก กิลด์ใหญ่ ๆ เลยกลัวว่าจะเก็บเลเวลช้ากว่ากิลด์อื่น ตอนนี้ทุกกิลด์กำลังเจรจาสงบศึกกันอยู่ อีกทั้งยังมีอีกหลายกิลด์ที่ย้ายไปเมืองใหม่ด้วย” สกายวูฟตอบ
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็มั่นใจว่าสามารถต้านทานการโจมตีจากฉงป้า, โซลออฟอีเทอนิตี้และบลัดไทแรนท์ได้” ลู่หยางกล่าว
ทุกคนต่างมองไปที่ลู่หยางด้วยความตกตะลึง
“หัวหน้าจะจัดการพวกเขายังไงคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม
ลู่หยางยิ้มอย่างลึกลับและกล่าวว่า
“ส่งข้อความหาพี่น้องทั้ง 3,640 คน บอกให้พวกเขากลับไปที่ป้อมปราการคริมสัน ทิ้งผู้เล่นเลเวล 30 ไว้ 700 คน ส่วนคนอื่น ๆ ให้แยกย้ายกันไปก่อน”
เจียงเจ๋อคิดตามแล้วถามว่า
“นายจะใช้เวทมนตร์ต้องห้ามโจมตีพวกเขาเหรอ?”
ลู่หยางยิ้มและกล่าวว่า
“แค่เวทมนตร์ต้องห้ามมันยังน้อยไป ฉันจะใช้พลังบดขยี้พวกมันให้ราบ!”
ทุกคนตกใจยิ่งขึ้นไปอีก
“นายจะทำยังไง?” เจียงเจ๋อถามต่อ
“ตามฉันมา ไปดูมันด้วยตัวเอง รับรองว่าพวกนายจะต้องอึ้ง” ลู่หยางตอบ
หลังจากนั้นพวกเขาก็ออกจากพื้นที่พิเศษ
ลู่หยางใช้คัมภีร์กลับป้อมเพื่อกลับไปยังพื้นที่ชั้นในของป้อมปราการคริมสัน
เมื่อเขาปรากฎตัวพื้นที่รอบ ๆ ก็ส่องแสงสีขาว ก่อนที่ฉิงชาง, เซี่ยหยู่เว่ยและคนอื่น ๆ จะปรากฏตัวขึ้นข้าง ๆ
“นี่มันอะไรกันเนี่ย!” ไป๋เหลิงเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพบว่าบริเวณปากปล่องภูเขาไฟเต็มไปด้วยเซลฟ์เดทโทเนทิงเวิร์มจำนวนมหาศาล
“ทำไมมันถึงมีหนอนเยอะแบบนี้?” หลานอวี่กล่าว
ลู่หยางยิ้มแล้วกล่าวว่า
“แปลกใจใช่ไหม? ในช่วง 2 วันที่พวกเราไม่อยู่เฟลชมาเธอร์เวิร์มทั้ง 90 ตัวได้ฟักเซลฟ์เดทโทเนทิงเวิร์มจนเต็มปากปล่องภูเขาไฟไปหมด ฮั่นอวี่เลยต้องย้ายเฟลชมาเธอร์เวิร์มไปไว้ที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือของกำแพงเมืองแทน”
ทุกคนมองตามมือของลู่หยางไปก่อนจะเห็นฮั่นอวี่กำลังโบกมือให้พวกเขาอยู่ และข้าง ๆ เขาคือเฟลชมาเธอร์เวิร์ม 90 ตัวที่ยังคงผลิตเซลฟ์เดทโทเนทิงเวิร์มออกมาอย่างต่อเนื่อง
ไป๋เหลิงกระพริบตาด้วยความตกใจ ก่อนจะมองลงไปที่ยังเซลฟ์เดทโทเนทิงเวิร์มที่กองแน่นอยู่ใต้กำแพง
“หัวหน้า ในนี้มีเซลฟ์เดทโทเนทิงเวิร์มมากขนาดไหนกันเนี่ย? ขนาดปากปล่องภูเขาไฟยังรับพวกมันไว้ไม่ไหวเลย”
ปากปล่องภูเขาไฟมีพื้นที่ใหญ่มากจนสามารถรองรับมอนสเตอร์ระดับบอสสูง 80 เมตรได้ นั่นหมายความว่าปริมาณเซลฟ์เดทโทเนทิงเวิร์มในตอนนี้เยอะจนแทบไม่สามารถนับจำนวนได้
“มีเป็นล้านตัวเลยมั้งเนี่ย” จางจื่อโป๋กล่าว
ลู่หยางหัวเราะก่อนจะกล่าวว่า
“ไม่ใช่แค่ล้านตัว แต่เป็นหลายสิบล้านตัวต่างหาก พวกมันเพียงพอให้ผู้เล่น 700 คนเพิ่มเลเวลจากเลเวล 30 เป็นเลเวล 40 ได้ในทันที ฉันเตรียมสิ่งนี้ไว้สำหรับพวกนายโดยเฉพาะ แม่ทัพแต่ละคนเลือกพาลาดินหรือเบอเซิกเกอร์มาที่ประตูป้อมคนละ 100 คนได้เลย ฉันจะพาพวกเขาไปเพิ่มเลเวลพร้อมกัน”
“รับทราบครับ/ค่ะ!” เซี่ยหยู่เว่ย, ฉิงชางพร้อมทั้งคนอื่น ๆ รับคำ ก่อนที่พวกเขาจะรีบเทเลพอร์ตไปยังเขตรอบนอกของป้อม ซึ่งมีผู้เล่นกว่า 3,600 คนรออยู่
ไม่นานประตูเขตในของป้อมก็เปิดออกพร้อมกับเซี่ยหยู่เว่ยและเจียงเจ๋อที่นำผู้เล่น 700 คนมายังประตูป้อม
“นำนักเวทต้องห้ามเลเวล 30 จำนวน 30 คนมาที่กำแพงเมือง” ลู่หยางส่งข้อความหาแบล็คเฟลม
ก่อนหน้านี้ลู่หยางเคยใช้เฟลชมาเธอร์เวิร์มช่วยให้ผู้เล่น 60 คนเพิ่มเลเวลถึงเลเวล 40 ไปบ้างแล้ว แต่ในจำนวนนั้นมีนักเวทเพียง 30 คน ยังเหลือนักเวทอีก 110 คนที่ยังคงอยู่เลเวล 30
แบล็คเฟลมพาผู้เล่น 30 คนขึ้นมาบนกำแพง ก่อนที่พวกเขาทุกคนจะตกตะลึง
“ใช้เวทมนตร์ต้องห้ามฆ่าหนอนพวกนี้ซะ” ลู่หยางกล่าว
“ครับ!” แบล็คเฟลมและเหล่านักเวทไฟทั้ง 30 คนยืนเรียงแถวอยู่บนกำแพง พร้อมกับร่ายคาถาเมเทโอเชาเวอร์ออกมา
ท้องฟ้าเหนือปากปล่องภูเขาไฟและมุมตะวันตกเฉียงเหนือของกำแพงเมืองเต็มไปด้วยเมฆสีดำ หลังจากเวลาผ่านไป 30 วินาทีพวกเขาทั้งหมดก็ตะโกนพร้อมกัน
เมเทโอเชาเวอร์!
ลูกไฟจำนวนมากพุ่งลงมาจากฟากฟ้า
ผู้เล่นที่ยืนรออยู่บริเวณประตูป้อมทั้ง 600 กว่าคนกำลังสงสัยว่าทำไมลู่หยางถึงเรียกพวกเขามา แต่ทันใดนั้นหน้าต่างข้อความระบบของพวกเขาก็เลื่อนขึ้นอย่างรวดเร็ว
ระบบ: คุณได้รับค่าประสบการณ์ 2,196 หน่วย
...
“ค่าประสบการณ์ของฉัน... โอ้พระเจ้า! นี่มัน…”
แถบค่าประสบการณ์ของแต่ละคนพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ติ้ง!
แสงสีทองจำนวน 700 สายสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน
ติ้ง!
แสงสีทอง 700 สายสว่างขึ้นอีกครั้งเป็นสัญญานว่าทุกคนมีเลเวลเพิ่มขึ้นอีก 1 เลเวล
...
แสงสีทองสว่างขึ้น 10 ครั้งติดต่อกันเป็นสัญญานว่าผู้เล่นทั้ง 700 คนเพิ่มเลเวลจาก 30 ขึ้นเป็น 40 ในทันที
“เฟลชมาเธอร์เวิร์มพวกนี้มันคือสมบัติชัด ๆ!” ไป๋ฉือกล่าวด้วยความทึ่ง
ลู่หยางส่ายหน้าแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ว่าไง? คุ้มค่าใช่ไหม?”
ทุกคนพยักหน้าเพราะไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะสามารถเพิ่มเลเวลได้รวดเร็วขนาดนี้
เจียงเจ๋อเกาหัวแล้วกล่าวว่า
“ปัญหาคือคนพวกนี้ไม่มีชุดเกราะหรืออาวุธเลย ต่อให้พวกเขาเลเวล 40 แต่ถ้าสวมใส่อุปกรณ์เลเวล 30 มันก็แทบจะมีค่าสถานะไม่ต่างจากผู้เล่นเลเวล 30 มากนัก”
ลู่หยางหัวเราะและกล่าวว่า
“นายยังจำค่าเกียรติยศที่ได้รับจากการฆ่าผู้เล่นในเผ่าสัตว์อสูรได้ไหม?”
“จำได้สิ ฉันยังสงสัยอยู่เลยว่ามันเอาไว้ทำอะไร ตอนนี้ฉันก็มีมันมากกว่า 800,000 แต้มแล้ว” เจียงเจ๋อกล่าว
ค่าเกียรติยศสามารถนำมาแลกเปลี่ยนเป็นชุดเกราะระดับทองเลเวล 40 ได้” ลู่หยางอธิบาย
“อะไรนะ?!” ทุกคนอุทานออกมาพร้อมกันและเผลอกลืนน้ำลายด้วยความตื่นเต้น
“หัวหน้า ค่าเกียรติยศสามารถเอามาแลกชุดเกราะระดับทองได้จริงเหรอครับ ?” ไป๋เหลิงถามย้ำอีกครั้ง
หลังจากเลเวล 30 การจะได้ชุดเกราะระดับทองมาต้องใช้วัสดุและบลูปริ้นเฉพาะ ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมากทำให้อุปกรณ์ชิ้นหนึ่งมีราคาหลายสิบเหรียญทอง แม้พวกเขาจะขอซื้อจากสหายแต่มันก็ยังคงเป็นราคาที่สูงมาก
ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าใครก็สามารถจินตนาการได้เลยว่าชุดเกราะเลเวล 40 จะหายากและมีราคาแพงมากแค่ไหน แต่ตอนนี้ลู่หยางกลับบอกว่ามันสามารถแลกได้ด้วยค่าเกียรติยศ
ลู่หยางยิ้มและกล่าวว่า
“ตามฉันมา เดี๋ยวฉันจะพาพวกนายไปที่ค่ายทหารยามทางขวาของราชวัง แล้วพวกนายจะเข้าใจทุกอย่างเอง”
“รีบไปกันเถอะครับ!” ฉิงชางและไป๋ฉือกล่าวอย่างตื่นเต้น ก่อนที่พวกเขาแต่ละคนจะพาลูกทีมติดตามลู่หยางไปยังเมืองเซนต์กอลล์
—
ขณะนี้เมืองเซนต์กอลล์กลายเป็นที่รวมตัวของผู้เล่นจำนวนมหาศาล พื้นที่ปลอดภัยเต็มไปด้วยผู้เล่นหน้าใหม่ที่มีเลเวลต่ำ จำนวนผู้เล่นในเมืองนี้มีมากถึงหลายล้านคน หากไม่ได้เปิดเมืองหลักใหม่เพื่อกระจายผู้เล่น เมืองนี้อาจจะมีคนเพิ่มขึ้นถึงหลายสิบล้านคน
ลู่หยางพาทีมของเขาเดินฝ่าฝูงชนไปยังราชวัง โดยไม่มีใครทันสังเกตเห็นพวกเขาเลย
เมื่อมาถึงค่ายทหารทางขวาของวัง กองทหารที่นำโดยมาร์คเกอร์ก็กำลังฝึกซ้อมอยู่กับทหารอีก 50 นาย
หลังจากเห็นลู่หยางมาถึง มาร์คเกอร์จึงเดินตรงเข้ามาพร้อมแสดงท่าทำความเคารพด้วยการวางกำปั้นไว้ที่หน้าอกและกล่าวว่า
“ยินดีต้อนรับท่านวีรบุรุษของเผ่ามนุษย์!”
“ในการต่อสู้ครั้งล่าสุด พวกเราได้รับชัยชนะและได้ฆ่าผู้เล่นจากเผ่าสัตว์อสูรกว่า 800,000 คน เราจึงต้องการแลกชุดเกราะเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสงครามครั้งต่อไป” ลู่หยางตอบกลับด้วยท่าทำความเคารพเช่นกัน
“ไม่มีปัญหา! พวกคุณคือวีรบุรุษของเรา! ทหารทุกนายหยุดการฝึกซ้อมแล้วเปิดคลังสงคราม!” มาร์คเกอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงอันตื่นเต้น
ทหารทั้ง 50 นายวิ่งมาเข้าแถวเรียงหนึ่ง ก่อนมาร์คเกอร์จะทำการเปิดคลังสงคราม หลังจากจบการกระทำนี้มันก็มีหน้าต่างซื้อขายปรากฏขึ้นต่อหน้าลู่หยาง
“โอ้พระเจ้า! ชุดเกราะเลเวล 40 นี่มีคุณสมบัติโคตรดีเลย!” เซี่ยหยู่เว่ยอุทานด้วยความตกตะลึง