- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 444 แผนการทำเงิน
บทที่ 444 แผนการทำเงิน
บทที่ 444 แผนการทำเงิน
บทที่ 444 แผนการทำเงิน
เซอร์เจียนทูแฮนด์ซอร์ด
เลเวล 40
พลังโจมตี 366-402
พละกำลัง +60
ความทนทาน +92
โบนัสพลังโจมตี +78
โอกาสคริติคอลเพิ่มขึ้น +112
ช่องใส่อัญมณี 3
หากเปรียบเทียบอาวุธชิ้นนี้กับอุปกรณ์ระดับทองเลเวล 30 มันก็มีพลังโจมตีเพิ่มขึ้นจากเดิมมากกว่า 200 หน่วย นอกจากนี้มันยังเพิ่มค่าสถานะอย่างความแข็งแกร่งและความทนทานขึ้นอีกมากกว่า 50 หน่วย เรียกได้ว่าค่าสถานะของอุปกรณ์แตกต่างจากอุปกรณ์ระดับทองเลเวล 30 อย่างชัดเจน
“ทำไมมันถึงเหนือกว่าอุปกรณ์เลเวล 30 มากขนาดนี้ เผลอ ๆ คุณสมบัติมันดีกว่าอุปกรณ์ระดับตำนานเลเวล 30 อีกนะเนี่ย” เจียงเจ๋อถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ลองดูค่าเกียรติยศที่ต้องใช้แลกมันก่อนสิ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“170,000! มันต้องใช้ค่าเกียรติยศเยอะขนาดนี้เลยเหรอ” เจียงเจ๋ออุทานด้วยความตกใจ
“ปกติกว่าผู้เล่นทั่วไปจะสะสมค่าเกียรติยศได้เยอะขนาดนี้ พวกเขาก็จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 เดือน ดังนั้นค่าเกียรติยศจึงเป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก อุปกรณ์ที่ต้องใช้ค่าเกียรติยศแลกเปลี่ยนมาจึงมีค่าสถานะสูงมากเป็นเงาตามตัว” ลู่หยางอธิบาย
ทุกคนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“โชคดีที่พวกอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ ใช้ค่าเกียรติยศแลกไม่เยอะมาก อย่างถุงมือก็ใช้ค่าเกียรติยศแค่ 60,000 แต้มเท่านั้น ด้วยค่าเกียรติยศที่พวกเรามีอยู่ 800,000 แต้มน่าจะพอแลกอุปกรณ์ระดับทองได้ครบทั้งชุด” ไป๋ฉือกล่าว
อุปกรณ์ที่พวกเขาสามารถแลกเปลี่ยนได้มีทั้งหมด 11 ชิ้นประกอบไปด้วยอาวุธสองมือ, อาวุธมือเดียว, โล่และชุดเซ็ตอุปกรณ์อีก 8 ชิ้น
หากรวมค่าพลังป้องกันจากชุดเซ็ตทั้ง 8 ชิ้น ชุดเกียรติยศนี้จะมีพลังป้องกันสูงถึง 588 หน่วย ยิ่งไปกว่านั้นมันยังช่วยเพิ่มค่าความแข็งแกร่ง 320 หน่วย เพิ่มค่าความทนทานอีก 400 หน่วย ซึ่งมันก็หมายความว่าพวกเขาจะได้รับพลังโจมตีจากค่าสถานะอีกไม่น้อยกว่า 1,400 หน่วย และการสวมอุปกรณ์ครบทั้งเซ็ตยังช่วยเพิ่มโบนัสพลังโจมตีให้กับพวกเขาอีก 200 หน่วยด้วย
ชุดอุปกรณ์ 8 ชิ้นนี้ให้ค่าสถานะเทียบเท่าได้กับอุปกรณ์ระดับทองเลเวล 30 จำนวน 15 ชิ้น หากพวกเขาได้ใส่อุปกรณ์พวกนี้ประกอบกับชุดเซ็ตเดธริงอีก 5 ชิ้น มันก็จะทำให้พาลาดินเลเวล 40 มีพลังโจมตีโดยรวมมากกว่า 2,900 หน่วยและมีพลังชีวิตอีกมากกว่า 8,000 หน่วย
หลังจากแลกชุดใหม่มาสวมใส่ครบทั้งชุด เซี่ยหยู่เว่ยก็มองค่าสถานะของตัวเองด้วยความประหลาดใจ
“อื้อหือ! ตอนนี้ถึงฉันจะไม่ต้องใช้เทคนิคอะไร แต่ฉันก็สัมผัสได้เลยว่าตัวเองน่าจะจัดการกับพาลาดินชุดทองเลเวล 30 สัก 5-6 คนได้อย่างสบาย ๆ”
“นี่แหละคือความแข็งแกร่งของชุดเกียรติยศ แต่มันยังไม่จบเพียงแค่นี้นะ อย่าลืมว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นยังสามารถติดตั้งอัญมณีได้อีก 3 ช่อง” ลู่หยางกล่าว
“หัวหน้า คุณจะให้อัญมณีพวกเราเหรอคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวขณะมองไปยังสมาชิกภายในทีมกว่า 700 คน
“ถ้าคุณจะให้อัญมณีกับทุกคนเกรงว่าคุณน่าจะซื้อพวกมันไม่ทันกับสงคราม” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวต่อ
“ใครบอกว่าฉันจะไปซื้ออัญมณีล่ะ ฉันมีอัญมณีระดับ 5 เก็บเอาไว้เป็นหมื่นเม็ดอยู่แล้ว ฉันพยายามเก็บสะสมพวกมันเอาไว้ตั้งแต่แรกเพื่อเอามาใช้ในวันนี้นี่แหละ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ
ก่อนหน้านี้ลู่หยางได้ใช้เวลากว่า 2 สัปดาห์ภายในสปิริตอะคาเดมี่และเขาก็เคลียร์ห้องทดลองด้านในสถาบันไปถึง 3 รอบ ทำให้เขาได้รับอัญมณีมาเป็นจำนวนมาก และถึงแม้อัญมณีส่วนใหญ่จะถูกหลอมไปจนหมดแล้ว แต่เขาก็ยังมีอัญมณีระดับ 7 ถึงระดับ 10 อยู่มากกว่า 800 ชิ้น
อัญมณีเหล่านี้สามารถนำไปแตกออกย่อยกลายเป็นอัญมณีระดับต่ำกว่าได้ ซึ่งถ้าหากเขาทำการแยกอัญมณีทั้งหมดกลายเป็นอัญมณีระดับ 5 มันก็จะทำให้เขาได้รับอัญมณีมาไม่น้อยกว่า 20,000 ชิ้น
“หัวหน้า คุณวางแผนล่วงหน้าเอาไว้นานแล้วสินะครับ” บิทเทอร์เลิฟกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เดี๋ยวฉันจะให้อัญมณีพลังชีวิตและอัญมณีพลังโจมตีกับทุกคนภายในทีม มันน่าจะทำให้พลังชีวิตของพวกเขาเพิ่มขึ้นมาเป็น 16,000 หน่วย ลองคิดดูสิว่าถ้านักรบทั้ง 700 คนนี้ของเราบุกเข้าใส่ศัตรูพร้อม ๆ กันมันจะเป็นยังไง?” ลู่หยางกล่าว
“ฉันขอเป็นคนนำทีมนี้ได้ไหม?” เจียงเจ๋อถามด้วยความตื่นเต้น
“ขอฝากนายด้วยก็แล้วกัน” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทันใดนั้นฉิงชาง, บิทเทอร์เลิฟและไป๋ฉือต่างก็มองไปที่เจียงเจ๋อด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา แต่น่าเสียดายที่พวกเขาต้องอยู่เฝ้าเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสทำหน้าที่นำทีมอันยอดเยี่ยมแบบนี้
ลู่หยางสังเกตเห็นความต้องการในแววตาของทุกคนได้อย่างง่ายดาย เขาจึงพูดขึ้นมาว่า
“ใจเย็น ๆ อย่าเพิ่งรีบร้อน พรุ่งนี้พวกเราจะเริ่มจากการเข้าสู่แผนที่ใหม่กันก่อนเพื่อให้สมาชิกทั้ง 2,900 กว่าคนที่มีค่าเกียรติยศไปเก็บเลเวล ส่วนฉันจะสะสมเซลฟ์เดทโทเนทิงเวิร์มเอาไว้ก่อน อีก 2 สัปดาห์พวกเขาทุกคนน่าจะมีเลเวลเพิ่มขึ้นมาถึง 40 หลังจากนั้นพวกนายก็จะได้กลายเป็นคนนำทีมนักรบชั้นยอดด้วยกันทุกคน”
เมื่อได้ยินคำพูดของลู่หยาง สีหน้าของทุกคนก็เต็มไปด้วยความยินดี
หลังจากนั้นลู่หยางก็กลับไปยังวิหารเทพอสูรเพื่อทำการแยกอัญมณีทั้งหมดที่เขามีให้กลายเป็นอัญมณีระดับ 5 ก่อนที่เขาจะกลับไปยังป้อมปราการและมอบหมายให้เจียงเจ๋อกระจายอัญมณีเหล่านี้ไปให้กับทุกคนภายในทีม
หลังมองดูเวลาเขาก็ได้พบว่าตอนนี้เป็นช่วง 18:00 น. แล้วเขาจึงทำการติดต่อไปหาฮั่นจง
“อาจารย์ครับ ผมยังต้องซื้อบลูปริ้นชุดอุปกรณ์ระดับทองเลเวล 5 กับเลเวล 20 อยู่อีกหรือเปล่าครับ?” ลู่หยางถาม
“ซื้อสิ ฉันว่าจะโทรหานายเรื่องนี้อยู่พอดี เอาเป็นว่าฉันขอบลูปริ้นชุดอุปกรณ์ระดับทองเลเวล 5 กับเลเวล 20 อย่างละ 1,200 ชุด ตอนนี้ธุรกิจกำลังเป็นไปได้ดีมาก โดยเฉพาะหลังจากที่ทางตัวเกมได้เปิดเมืองใหม่มาเพิ่ม” ฮั่นจงกล่าว
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะรีบจัดการให้” ลู่หยางกล่าว
“ดี ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันจะไปรับสมัครคนเพิ่ม หวังว่าภายในวันพรุ่งนี้พวกเราจะเปิดสาขาในเมืองใหม่ทั้ง 12 เมืองได้สำเร็จ” ฮั่นจงกล่าว
ลู่หยางวางสายด้วยรอยยิ้มและเขาก็คิดว่าการเปิดเมืองใหม่ทั้ง 12 เมืองในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นโอกาสทำเงินครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา
เมืองหลักแต่ละเมืองสามารถรองรับผู้เล่นใหม่ได้หลายสิบล้านคน และในบรรดาผู้เล่นใหม่เหล่านั้นมันก็คงจะมีผู้เล่นที่พอมีเงินอยู่เป็นจำนวนนับไม่ถ้วน เมื่อพวกเขาเริ่มเล่นเกมและต้องเผชิญกับการต่อสู้อันยากลำบาก ในเวลานั้นขอแค่ใครมีเงินสักหน่อยพวกเขาก็พร้อมจะซื้อชุดอุปกรณ์เลเวล 5 เพื่อให้การเล่นเกมของพวกเขาเป็นไปได้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น
ในชีวิตก่อนไม่มีใครเคยคว้าโอกาสดี ๆ ในช่วงเวลานี้ได้เลย ลู่หยางจึงตัดสินใจจะลองดูว่าเขาจะสามารถทำเงินจากการเปิดเมืองใหม่ได้มากแค่ไหน
ลู่หยางขึ้นขี่สิงโตเพลิงก่อนที่จะมุ่งหน้าตรงไปหาบีเซลเพื่อซื้อบลูปริ้นและสูตรน้ำยาต่าง ๆ จากนั้นเขาก็นำบลูปริ้นไปมอบให้กับฮั่นจงแล้วเดินทางไปหาจินปู้ฮวน
หลังจากเข้าไปภายในห้องทำงาน ลู่หยางก็สังเกตเห็นจินปู้ฮวนที่กำลังยุ่งอยู่กับการวางแผนธุรกิจ ทันใดนั้นจินปู้ฮวนก็สังเกตเห็นว่าลู่หยางเดินมาหาเขาจึงเงยหน้าพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างมีความสุข
“หัวหน้า ผมกำลังจะติดต่อไปหาคุณอยู่พอดี”
“ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดีสินะ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ใช่แค่ดีครับ แต่มันดีมาก ๆ เลยต่างหาก หลังจากทางตัวเกมปล่อยเมืองใหม่มาเพิ่มอีก 12 เมือง พวกเราก็สามารถขายยาได้เยอะกว่าเดิมมาก ตอนนี้ผมกำลังเร่งจ้างนักปรุงยาเพิ่มเพื่อที่จะขยายสาขาไปยังเมืองที่เพิ่งเปิดใหม่” จินปู้ฮวนกล่าวอย่างตื่นเต้น
ลู่หยางหยิบสูตรน้ำยาเป็นจำนวนมากออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับพูดว่า
“ลองดูสิว่านี่คืออะไร”
“หัวหน้า คุณนี่เป็นคนที่ฉลาดจริง ๆ คราวนี้พวกเราคงจะทำเงินได้อย่างมหาศาลแน่ ๆ” จินปู้ฮวนมองไปยังสูตรน้ำยาด้วยความตื่นเต้น
“คราวนี้นายคงจะต้องทำงานหนักหน่อยนะ ฉันต้องการให้ร้านขายยาของเราขยายสาขาไปทั้ง 12 เมือง หลังจากนั้นพวกเราก็จะรวยไปด้วยกัน” ลู่หยางกล่าว
ยาเป็นสินค้าที่ขายดีมากยิ่งกว่าชุดอุปกรณ์ระดับทองเสียอีก เพราะผู้เล่นส่วนใหญ่ต่างก็คิดอยากจะเพิ่มพลังโจมตีของตัวเองให้สูงที่สุด เพื่อให้พวกเขามีความได้เปรียบในการต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์
ขณะเดียวกันสูตรน้ำยาที่ลู่หยางซื้อมาต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นสูตรน้ำยาเริ่มต้นขั้นพื้นฐานที่เหมาะสมสำหรับผู้เล่นมือใหม่ ซึ่งมันก็หมายความว่าสูตรเหล่านี้สามารถนำมาใช้สร้างน้ำยาสำหรับผู้เล่นมือใหม่เพื่อทำการป้อนเข้าสู่ตลาดที่ขยายขนาดขึ้นจากเดิม
“ไม่ต้องห่วงครับหัวหน้า ผมจะทำให้เต็มที่” จินปู้ฮวนกล่าวพร้อมกับพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
“ฉันเชื่อในตัวนายนะ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับตบไหล่จินปู้ฮวนเบา ๆ
หลังออกจากร้านขายยา ลู่หยางก็ไปพบกับสามพี่น้องตระกูลฮั่น, มู่หยูและเสี่ยวเหลียง
“ฉันมีภารกิจให้ทุกคนทำ ตอนนี้สมาชิกใหม่ 150 คนที่พวกเราเพิ่งรับมาอาจารย์ยังไม่ว่างไปจัดการ ฉันขอฝากพวกเธอทั้ง 5 คนไปดูแลพวกเขาก่อนได้ไหม?”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวหนูพาพวกเขาไปเก็บเลเวลเอง” มู่หยูตอบ
ลู่หยางส่งคทาวาร์ปไปให้กับมู่หยู ก่อนจะกล่าวว่า
“ค่อย ๆ พาพวกเขาไปเก็บเลเวลที่สปิริตอะคาเดมี่กันทีละกลุ่มนะ”
สมาชิกใหม่ทั้ง 150 คนนี้จะกลายเป็นกำลังสำคัญในสงครามครั้งต่อ ๆ ไป และถึงแม้จำนวนของพวกเขาจะไม่มากนัก แต่ลู่หยางก็มีแผนที่จะขยายทีมของพวกเขาให้ใหญ่ขึ้นในอนาคต
กองกำลังนี้เขาคาดหวังที่จะให้กลายเป็นกองกำลังระดับสูง เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาช่วยให้ทุกคนเพิ่มเลเวลขึ้นถึง 50 แล้ว เมื่อนั้นสมาชิกทั้ง 150 คนแรกก็จะสามารถดูแลตัวเองและสร้างทีมในอนาคตต่อไปได้