เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 439 ช่วยเหลือพวกพ้อง

บทที่ 439 ช่วยเหลือพวกพ้อง

บทที่ 439 ช่วยเหลือพวกพ้อง


บทที่ 439 ช่วยเหลือพวกพ้อง

เมื่อได้ยินคำถามของลู่หยาง สกายวูฟก็พยายามสูดลมหายใจเพื่อระงับความตื่นเต้น ก่อนที่เขาจะชี้นิ้วไปยังป้อมปราการซิลเวอร์วูฟที่อยู่ไม่ห่างไปจากป้อมปราการไซแอนวูฟมากนัก

“นี่คือป้อมปราการของประธานฮั่วเทียนฮวาแห่งกิลด์ไชน์สกาย เขาคนนี้เป็นลูกชายคนโตของบริษัทเทียนฮวาและเป็นเพื่อนที่ดีของผมมาโดยตลอด ถ้าหากว่าทางฝั่งป้อมปราการของเขาไม่ได้กำลังถูกศัตรูโจมตีอยู่ก่อนหน้านี้เขาย่อมนำกองกำลังมาช่วยเหลือผมอย่างแน่นอน”

“แบบนี้พวกเราก็ควรจะช่วยเหลือเขาสักครั้ง ฉันเพิ่งได้รับข่าวมาว่าหลัวเฉิงเปลี่ยนแผนการโจมตีไปเป็นพรุ่งนี้เช้า คืนนี้ฉันจะไปช่วยฮั่วเทียนฮวารักษาป้อมปราการเพื่อให้นายได้รับมิตรภาพเพิ่มขึ้นก็แล้วกัน” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ป้อมปราการอีก 3 แห่งของเมืองซิลเวอร์มูนต่างก็ตกอยู่ในสภาวะสงครามและพร้อมจะตัดสินแพ้ชนะได้ทุกเมื่อ ขณะเดียวกันเวทมนตร์ต้องห้ามของฝ่ายลู่หยางมีช่วงเวลาคูลดาวน์เพียงแค่ 8 ชั่วโมง หลังจากที่ช่วงเวลาคูลดาวน์หมดลงแล้วลู่หยางก็มีความมั่นใจว่าหากเขาเลือกช่วยฝ่ายไหนฝ่ายนั้นก็จะได้รับชัยชนะ

“ขอบคุณมากครับหัวหน้า เดี๋ยวผมจะรีบติดต่อเขาไปเดี๋ยวนี้เลย” สกายวูฟกล่าว

ลู่หยางพยักหน้ารับ ก่อนที่เขาจะหันไปพูดกับพวกเซี่ยหยู่เว่ยที่อยู่ทางด้านหลัง

“บอกให้ทุกคนออกไปพักผ่อนกันก่อนแล้วอีก 8 ชั่วโมงค่อยกลับเข้าเกมมาใหม่”

“ครับ/ค่ะ” ทุกคนตอบรับก่อนจะกระจายคำสั่งออกไปยังทีมของตัวเอง

ตั้งแต่ตี 1 จนถึงตอนนี้สมาชิกภายในทีมของลู่หยางยังไม่ได้พักเลยแม้แต่น้อย เมื่อพวกเขาได้รู้ว่าตัวเองสามารถออกไปพักชั่วคราวได้ ทุกคนจึงรีบออฟไลน์ออกไปนอนเพื่อเอาแรง

อย่างไรก็ตามลู่หยางกับพวกฉิงชางก็ไม่ได้ตัดสินใจออกไปพัก เพราะพวกเขายังต้องอยู่ในเกมเพื่อรอฟังข่าวจากสกายวูฟ

เมื่อฮั่วเทียนฮวาได้รับข่าวว่าสกายวูฟสามารถส่งนักเวทต้องห้าม 140 คนมาช่วยเขาได้ มันก็ทำให้เขาตื่นเต้นจนอยากจะตะโกนออกมา

ศัตรูที่ฮั่วเทียนฮวาต้องพบเจอคือเมิ่งหลิงเหอ ลูกชายคนโตของบริษัทฉางยุน โดยชายคนนี้ได้นำกองกำลัง 600,000 คนบุกเข้ามาโจมตีพวกเขาอย่างดุเดือด

ทั้งสองฝ่ายไม่เพียงแต่จะต่อสู้กันรอบ ๆ ป้อมปราการเท่านั้น แต่ตลอดเส้นทางจากเมืองซิลเวอร์มูนมาจนถึงป้อมปราการซิลเวอร์วูฟต่างก็ล้วนแล้วแต่มีเหตุการณ์ปะทะกันจนทำให้สถานการณ์วุ่นวายเต็มหมด

อย่างไรก็ตามโดยรวมแล้วฮั่วเทียนฮวาก็ยังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ และถ้าหากว่ามันไม่ได้มีความช่วยเหลือมาจากภายนอก คาดการณ์ว่าฮั่วเทียนฮวาคงจะเสียป้อมปราการไปในเวลาไม่เกิน 2 วัน

“ขอบใจมากนะน้องชาย ต่อไปถ้ามีเรื่องอะไรขอให้บอกฉันมาตรง ๆ ได้เลย ตราบใดก็ตามที่ฉันช่วยเหลือได้ ฉันจะพยายามช่วยเหลืออย่างสุดกำลัง หากครั้งนี้นายสามารถช่วยฉันรักษาป้อมปราการเอาไว้ได้ ฉันจะให้เงิน 2 ล้านเป็นค่าเดินทางสำหรับพี่น้องของคุณ” ฮั่วเทียนฮวากล่าว

“ถ้าอย่างนั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะ” สกายวูฟกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

ในโลกแห่งความเป็นจริงฮั่วเทียนฮวาถือว่าเป็นคนที่มีเงินมากมายพอสมควร แต่เซคคัลเวิลด์ก็ไม่ใช่เกมที่สามารถซื้อทุกสิ่งได้ด้วยเงิน เพราะมันจำเป็นจะต้องใช้ทั้งเวลาและความพยายามอีกมากมาย

“อีกนานไหมกว่าพวกเขาจะมาถึง?” ฮั่วเทียนฮวาถาม

“อีก 8 ชั่วโมง หากคุณสามารถเตรียมภูมิประเทศที่ดีเหมือนกับภูเขาเรดสโตนได้ สงครามมันก็จะจบลงภายใต้การต่อสู้แค่ครั้งเดียว” สกายวูฟกล่าว

“ได้ เดี๋ยวฉันจะสั่งให้ลูกน้องเปลี่ยนวิธีการต่อสู้ในทันที ฉันจะพยายามสร้างภูมิประเทศที่เป็นประโยชน์สำหรับคุณให้มากที่สุด” ฮั่วเทียนฮวากล่าว

สกายวูฟกับฮั่วเทียนฮวาพูดคุยรายละเอียดเพิ่มเติมกันอีกสักพักก่อนจะวางสายไป จากนั้นสกายวูฟก็รายงานสถานการณ์ให้ลู่หยางทราบ

ระหว่างนั้นลู่หยางก็ได้นำสกายวูฟไปดูการต่อสู้นอกป้อมปราการซิลเวอร์วูฟด้วยตัวเอง โดยกองกำลังของทั้งสองฝ่ายต่างก็ส่งสมาชิกเข้าร่วมการต่อสู้อย่างมากมาย ทำให้มันเกิดสงครามที่มีจำนวนผู้เล่นอยู่ในสนามรบมากกว่า 1 ล้านคน

การต่อสู้ลากยาวตั้งแต่เช้าจนถึง 4 โมงเย็น โดยในช่วงเวลานี้กองทัพของฮั่วเทียนฮวาเริ่มใช้กลยุทธ์ต่อสู้แบบแลกเป็นแลกตายแล้วพวกเขาก็ออกมาจากป้อมปราการเพื่อตัดสินแพ้ชนะกับเมิ่งหลิงเหอบริเวณริมหน้าผา

เมิ่งหลิงเหอรู้ดีอยู่แล้วว่าฝ่ายเขาจะได้รับชัยชนะภายใน 2 วันและเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกน้องสูญเสียเลเวลมากเกินไป พวกเขาจึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้กองทัพหดตัวเป็นรูปพัด โดยให้ตัวแทงค์อยู่ด้านหน้าและให้อาชีพอื่น ๆ คอยโจมตีจากทางด้านหลัง

เมื่อไม่มีป้อมปราการคอยให้การคุ้มครอง กองทัพของฮั่วเทียนฮวาก็ถูกกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์โดยรวมแล้วไม่แน่ในคืนนี้พวกเขาก็อาจจะต้องสูญเสียป้อมปราการของตัวเองไป

“หัวหน้า ฮั่วเทียนฮวาไว้ใจผมอย่างไม่มีข้อแม้ เขาพยายามทำให้ศัตรูรวมกลุ่มกันแล้วถ้าหากเราไม่ช่วยพวกเขา พวกเขาคงจะรอดพ้นคืนนี้ไปไม่ได้แน่ ๆ” สกายวูฟกัดฟันมองสเมื่อเห็นถานการณ์ด้านล่างจากบนยอดเขา

ลู่หยางพยักหน้ารับและเขาก็ไม่คิดว่าฮั่วเทียนฮวาจะเป็นคนใจกล้าถึงขนาดกล้าเดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้กับความเชื่อใจที่มีต่อสกายวูฟ

“ไม่ต้องห่วง อีก 10 นาทีทุกคนก็จะกลับมาแล้ว” ลู่หยางกล่าว

ยอดภูเขาเรดสโตน

ฉิงชางไม่จำเป็นจะต้องออกไปเตือนลูกน้อง เพราะหลังจากที่ทุกคนออกไปพักผ่อนครบ 8 ชั่วโมง ทุกคนต่างก็กลับเข้ามาภายในเกมพร้อม ๆ กัน

“ตอนนี้เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึง 17:00 น. ซึ่งหลังจากที่ฉิงชางจัดทัพเรียบร้อยแล้วเขาก็ทำการติดต่อไปหาลู่หยาง

“หัวหน้า ทุกคนพร้อมออกเดินทางแล้วครับ”

“นำทีมมาที่นี่ ถึงเวลาที่พวกเราจะลงมือแล้ว” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งพิกัดไปให้กับฉิงชาง

ครึ่งชั่วโมงต่อมาฉิงชางก็นำทีมมาถึงตำแหน่งที่ลู่หยางส่งให้แล้วเมื่อพวกเขาเห็นกองทัพรูปพัดของเมิ่งหลิงเหอ ไป๋เหลิงก็อดที่จะเลียริมฝีปากขึ้นมาไม่ได้

“พวกมันอยากตายมากนักหรือไง?”

“รูปแบบการจัดทัพแบบนี้มันสมควรจะถูกเวทมนตร์ต้องห้ามโจมตีเข้าไปสักทีจริง ๆ” แบล็คเฟลมกล่าว

ใต้ป้อมปราการ

เมื่อกองทัพของฮั่วเทียนฮวาบุกโจมตีอย่างรุนแรงมากยิ่งขึ้น เมิ่งหลิงเหอก็จำเป็นจะต้องกระชับกองกำลังของเขาให้เข้ามาใกล้ชิดกันกว่าเดิมด้วยเช่นกัน

“นี่พวกมันบ้าไปแล้วงั้นเหรอ?!” เมิ่งหลิงเหอตะโกนด่าอย่างไม่พอใจ

“แบบนี้มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ หลังจากพวกเรายึดป้อมปราการได้แล้วพวกมันก็ไม่มีความสามารถที่จะโต้กลับได้อีกต่อไป” รองหัวหน้ากิลด์ที่อยู่ใกล้ ๆ พูดขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ

อย่างไรก็ตามเมิ่งหลิงเหอกลับสัมผัสได้ว่ามันมีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง เพราะโดยปกติฮั่วเทียนฮวาไม่ใช่คนที่มีนิสัยหุนหันพลันแล่น เหตุการณ์นี้จึงทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะมองไปยังฮั่วเทียนฮวาที่ยืนอยู่บนกำแพง

บนป้อมปราการซิลเวอร์วูฟ

รองหัวหน้ากิลด์ทั้ง 6 คนแทบจะคุกเข่าขอร้องให้ฮั่วเทียนฮวาหยุดใช้กลยุทธ์ที่ทำให้ลูกน้องต้องออกไปตายเปล่าแบบนี้

“หัวหน้า พวกเราสู้แบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว เลเวลของทุกคนลดลงเร็วมาก แม้แต่อุปกรณ์ของพวกเขาพวกเราก็เก็บกลับมาไม่ทัน”

“ถ้าเราสู้แบบนี้ต่อไป พวกเราจะไม่เหลือแรงเอาไว้พลิกสถานการณ์เลยนะครับ”

“หัวหน้า คุณพูดอะไรออกมาบ้างสิ!”

ฮั่วเทียนฮวายังคงมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่สนใจ แต่เขากลับแอบส่งข้อความไปหาสกายวูฟอย่างลับ ๆ

“การเตรียมพร้อมไปถึงไหนแล้ว?”

“พี่ชายลองเงยหน้ามองไปทางขวาสิ” สกายวูฟตอบ

ปัจจุบันนักเวทต้องห้ามในร่างก็อบลินกำลังกระจายยืนอยู่บนยอดเขาเทียนฉวนพร้อมกับชี้คทาออกไปทางด้านหน้า

“ใช้เวทมนตร์ต้องห้าม!” ลู่หยางตะโกนสั่งทำให้นักเวททั้ง 140 คนเริ่มท่องคาถาขึ้นมาพร้อมกันในทันที

เสียงท่องคาถาโบราณดังกึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขา และในเวลาเพียงแค่ไม่นานท้องฟ้าในระยะ 6 กิโลเมตรก็ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆดำ

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!”

“ทำไมจู่ ๆ ท้องฟ้าถึงมืดลงแบบนี้”

ผู้เล่นทางฝ่ายเมิ่งหลิงเหอมองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความสับสน อย่างไรก็ตามเวทมนตร์ต้องห้ามที่พวกเขาเคยเห็นก็ไม่เคยมีเวทมนตร์บทไหนที่มีระยะกว้างไกลขนาดนี้ แต่หากจะบอกว่าเหตุการณ์ในปัจจุบันไม่เกี่ยวกับเวทมนตร์ต้องห้าม พวกเขาก็ไม่รู้ว่ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้ยังไง

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังสับสนอยู่นั่นเอง ทันใดนั้นเหล่าบรรดาภูตเวทมนตร์ในอากาศต่างก็กำลังร้องเพลงราวกับบทบรรเลงในงานศพ

“แย่แล้ว! มันคือเวทมนตร์ต้องห้าม”

“ทุกคนรีบกระจายตัวออกไปเร็วเข้า”

เมิ่งหลิงเหอตะโกนสั่งการด้วยความหวาดกลัวและมันก็ทำให้เขาขนลุกทั้งตัวขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ

อย่างไรก็ตามกองทัพของพวกเขาก็กำลังกระจุกรวมตัวกันโดยมีศัตรูล้อมรอบจากทั้ง 3 ด้าน การพยายามบอกให้ทุกคนกระจายตัวกันออกไปจึงเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ทุกคนคิดว่าลิ่วเจียจะรู้ว่าเป็นลู่หยางไหม?

จบบทที่ บทที่ 439 ช่วยเหลือพวกพ้อง

คัดลอกลิงก์แล้ว