- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 438 แผนฟาร์มค่าเกียรติยศ
บทที่ 438 แผนฟาร์มค่าเกียรติยศ
บทที่ 438 แผนฟาร์มค่าเกียรติยศ
บทที่ 438 แผนฟาร์มค่าเกียรติยศ
แบล็คเฟลมกลับมารวมตัวกับลู่หยางอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะนำทีมนักเวทไฟร์ 100 คนสร้างกำแพงไฟ 20 แถวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้เห็นเวทมนตร์ต้องห้ามตรงหน้า หัวหน้ากิลด์ทั้งสองคนต่างก็เริ่มพูดคุยกันด้วยความตื่นตระหนก
“ในเผ่าสัตว์อสูรมีกิลด์ที่เรียนเวทมนตร์ต้องห้ามแค่ 3 กิลด์กับกลุ่มอิสระแค่บางกลุ่ม พวกมันคือลูกน้องของฟอลลิ่งริฟเวอร์งั้นเหรอ?”
“ถ้าฟอลลิ่งริฟเวอร์มีนักเวทต้องห้ามมากขนาดนี้ พวกมันคงจะโจมตีป้อมปราการไปตั้งนานแล้ว เท่าที่ฉันรู้มาพวกมันมีแค่นักเวทต้องห้ามธาตุมิติ แต่ไม่เคยได้ยินว่าพวกมันมีนักเวทต้องห้ามธาตุไฟ ฉันคิดว่าพวกมันไม่น่าจะเป็นกองกำลังจากกิลด์ ๆ เดียว แต่น่าจะเป็นกองกำลังจากกิลด์หลาย ๆ กิลด์มารวมตัวกัน”
“แล้วตอนนี้พวกเราควรจะทำยังไง เราควรสู้ต่อไปดีไหม?”
“พวกเราต้องสู้สิ อีกไม่นานผลของเวทมนตร์ต้องห้ามของพวกมันก็จะหมดลง การโจมตีนี้ทำให้สมาชิกของเราเสียชีวิตไปแค่ประมาณ 50,000 คนเท่านั้น และกองกำลังหลักของเรายังไม่ถูกพวกมันสังหารลงไปด้วย หลังจากนักเวทพวกนี้ปล่อยเวทมนตร์ต้องห้ามออกมา พวกมันก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้แล้ว ส่วนทางฝั่งสกายวูฟก็ไม่มีทางต้านทานพวกเราได้ นี่เป็นโอกาสที่เราจะได้สร้างผลงานครั้งใหญ่ให้หัวหน้าได้เห็น”
ทันใดนั้นหัวหน้ากิลด์ทั้งสองก็หัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน แต่ระหว่างที่เวทมนตร์ต้องห้ามกำลังจางหายไป พวกเขากลับได้เห็นมังกรไฟอันดุร้ายและกำแพงไฟที่รวมตัวกันจนกลายเป็นทะเลเพลิง
“แบบนี้พวกเรา…จะผ่านไปได้ยังไง?”
“รีบรายงานสถานการณ์ไปหาหัวหน้าเถอะ”
ทั้งสองคนรีบรายงานไปหาหลัวเฉิงพร้อมกับทำการส่งคลิปวีดีโอไปเป็นหลักฐานว่าพวกเขาไม่สามารถจะผ่านพื้นที่บริเวณนี้ไปได้จริง ๆ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทะเลเพลิงและมังกรไฟจำนวนนับไม่ถ้วน มันก็ทำให้หลัวเฉิงไม่รู้ว่าพวกเขาจะผ่านพื้นที่บริเวณนี้ไปยังไงเหมือนกัน
“มันยังมีเส้นทางอื่นให้พวกเรามุ่งหน้าไปที่ป้อมปราการไซแอนวูฟได้อีกไหม?” หลัวเฉิงหันไปถามโกสเบลดที่อยู่ใกล้ ๆ
“มีอีก 3 เส้นทางครับ โดย 2 เส้นทางต้องเดินผ่านป้อมปราการอีก 2 แห่ง ส่วนอีกเส้นทางเป็นเส้นทางที่ต้องเดินผ่านภูเขา” โกสเบลดตอบ
หลัวเฉิงเปิดแผนที่ 3 มิติขึ้นมาพิจารณาสถานการณ์ โดยในตอนนี้ป้อมประกาศอีก 2 แห่งก็กำลังอยู่ในช่วงสงครามใหญ่ด้วยเช่นกัน การเดินทางผ่านคนเหล่านั้นไม่น่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้และมันก็อาจจะทำให้อีกฝ่ายเข้าใจพวกเขาผิดอีกด้วย
อย่างไรก็ตามเส้นทางอีก 1 เส้นทางก็เป็นเส้นทางที่ต้องเคลื่อนที่ผ่านภูเขา ซึ่งจุดที่แคบที่สุดแม้แต่นักเวท 100 คนก็สามารถป้องกันเส้นทางนั้นได้
“พวกเราจะไม่มีทางผ่านพวกมันไปได้เลยจริง ๆ เหรอ?” หลัวเฉิงร้องคำรามด้วยความโกรธ
โกสเบลดและซาเวดชาร์จต่างก็ก้มหน้าไม่พูดอะไร เพราะท้ายที่สุดแม้แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับเหตุการณ์ครั้งนี้ยังไงดี
ติ๊ด ๆ ๆ
ทันใดนั้นเครื่องสื่อสารก็ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน ก่อนที่หลัวเฉิงจะเห็นว่าลิ่วเจียติดต่อเข้ามา
“มีอะไรเหรอครับพี่ใหญ่?”
“ฉันได้ยินมาว่านายพาลูกน้องไปตายมากกว่า 300,000 คน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ลิ่วเจียถามด้วยความไม่พอใจ
เมื่อถูกคาดคั้นหลัวเฉิงก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากจะต้องเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ลิ่วเจียฟัง
“นายกำลังบอกว่ากองกำลังของนายถูกเวทมนตร์ต้องห้ามโจมตีไม่น้อยกว่า 140 บทงั้นเหรอ?” ลิ่วเจียถาม
“ใช่ครับ หลังจากที่พวกมันใช้เวทมนตร์ต้องห้ามโจมตีเข้าใส่พวกเราแล้วพวกมันก็ปูพื้นด้วยกำแพงไฟและใช้มังกรไฟขวางเส้นทาง ตอนนี้วิธีเดียวที่เราจะไปป้อมปราการไซแอนวูฟได้คือจะต้องเดินอ้อมผ่านป้อมปราการอีก 2 แห่ง” หลัวเฉิงกล่าว
ลิ่วเจียพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะวางสายไป จากนั้นอีก 5 นาทีเขาก็ติดต่อเข้ามาอีกครั้ง
“ฉันคุยกับเจ้าของป้อมปราการอีก 2 แห่งแล้ว หลังจากที่พวกเขาตัดสินศึกในวันนี้ได้ พวกเขาก็จะปล่อยให้พวกนายเดินผ่านป้อมปราการของพวกเขาได้อย่างอิสระ”
“ขอบคุณมากครับพี่ใหญ่” หลัวเฉิงกล่าวอย่างตื่นเต้น
“คราวนี้อย่าทำให้ฉันต้องผิดหวังอีกละ” ลิ่วเจียกล่าวก่อนจะวางสายไปด้วยความไม่พอใจ เพราะช่วงนี้เขารู้สึกว่าไม่ว่าตัวเองจะทำอะไรมันก็ไม่ราบรื่นเลยแม้แต่นิดเดียว
ขณะเดียวกันเมื่อผู้เล่นจากอีก 2 กิลด์ใช้ม้วนคัมภีร์เทเลพอร์ตกลับไปที่เมือง ทั้งทางฝั่งของลู่หยางและทางฝั่งของสกายวูฟต่างก็กำลังร้องตะโกนขึ้นมาอย่างดีใจ
“รายงานหัวหน้าคราวนี้พวกเราเก็บอุปกรณ์ระดับเงินมาได้มากกว่า 480,000 ชิ้นและเก็บอุปกรณ์ระดับทองมาได้มากกว่า 190,000 ชิ้นครับ” สกายวูฟรายงานมาหาลู่หยาง
“เอาอุปกรณ์พวกนั้นไปให้ลูกน้องภายในทีมเถอะ ทุกคนจะได้มีขวัญกำลังใจในการสู้รบมากยิ่งขึ้น” ลู่หยางกล่าว
“หัวหน้าผมขอรับอุปกรณ์ระดับเงินไว้แต่อุปกรณ์ระดับทองคุณเอากลับไปเถอะตอนนี้ เลเวลเฉลี่ยลูกน้องของผมตกลงมาที่ 27 แล้วถึงจะมีอุปกรณ์พวกนี้แต่พวกผมก็ยังใช้งานมันไม่ได้” สกายวูฟกล่าว
ในช่วง 10 กว่าวันที่ผ่านมาลูกน้องของสกายวูฟตายโดยเฉลี่ยมากกว่า 30 ครั้ง ซึ่งมันเป็นข้อพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าการต่อสู้ในครั้งนี้มีความรุนแรงมากแค่ไหน แต่มันก็เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีด้วยเหมือนกันว่าลูกน้องของสกายวูฟต่างก็มีความสามัคคีและความภักดีกับกิลด์มาก
“โอเค ฉันจะเก็บอุปกรณ์พวกนี้เอาไว้ก่อน อีก 2-3 วันนายค่อยคัดเลือกลูกน้องที่โดดเด่นมาให้ฉันก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะสอนวิธีหาเวทมนตร์ต้องห้ามให้และช่วยยกระดับพวกเขาบางส่วนให้ขึ้นไปจนถึงเลเวล 40 ด้วย” ลู่หยางตอบรับเพราะในตอนนี้เขากำลังต้องการอุปกรณ์ระดับทองอยู่จริง ๆ
“ขอบคุณครับหัวหน้า” สกายวูฟกล่าว
“พวกเราไม่จำเป็นจะต้องเกรงใจกันหรอก อีกอย่างตามสัญญาที่พวกเราคุยกันเอาไว้หลังจากที่นายรักษาป้อมปราการเอาไว้ได้ ฉันก็จะให้หุ้นของป้อมปราการกับนาย 30% เหมือนกับแม่ทัพคนอื่น ๆ และฉันยังอนุญาตให้นายซื้อหุ้นเพิ่มอีก 20% ในราคาทุน แน่นอนว่าเงื่อนไขนี้รวมถึงป้อมปราการทุก ๆ ป้อมที่นายจะยึดได้ในอนาคตด้วย” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
สกายวูฟไม่เคยคิดเลยว่าลู่หยางจะเป็นคนใจกว้างมากขนาดนี้ เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่าป้อมปราการจะมีมูลค่ามากแค่ไหนในอนาคต แต่ถึงกระนั้นลู่หยางก็ยังยอมปล่อยหุ้นของป้อมปราการให้กับลูกน้องถึง 50% ซึ่งมันก็ไม่ต่างไปจากเขาได้รับกำไรจากลู่หยางไม่น้อยกว่า 50 ล้านเครดิต
“หัวหน้าวางใจได้เลยครับ ตราบใดก็ตามที่ผมยังอยู่ ผมจะพยายามปกป้องป้อมปราการเอาไว้ด้วยชีวิต” สกายวูฟกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ฉันเชื่อว่านายทำได้ เดี๋ยวนายช่วยรวบรวมอุปกรณ์มาให้ฉันหน่อย ฉันมีเรื่องจะต้องปรึกษากับนายอยู่พอดี” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ได้ครับ” สกายวูฟกล่าว
—
บนหน้าผา
“เดี๋ยวพวกนายทั้ง 7 คนตามฉันลงไปข้างล่างหน่อย สกายวูฟกำลังเอาอุปกรณ์ระดับทอง 190,000 ชิ้นมาส่ง ทุกคนจะได้มีโอกาสไปทำความรู้จักกับเขาเอาไว้ด้วย” ลู่หยางหันไปพูดกับพวกแม่ทัพที่อยู่ทางด้านหลัง
“เขาไม่เก็บเอาไว้ใช้เองเหรอครับ?” ไป๋ฉือถาม
“ตอนนี้กองทัพของเขายังใช้อุปกรณ์พวกนี้ไม่ได้ เขาเลยมอบพวกมันมาให้กองทัพของพวกนายใช้ก่อน” ลู่หยางกล่าว
“คราวนี้พวกเราติดค้างเขาแล้วสินะ อุปกรณ์ระดับทอง 190,000 ชิ้นอย่างน้อยก็เพียงพอสำหรับผู้เล่น 20,000 คน แบบนี้โอกาสได้รับชัยชนะในสงครามครั้งต่อไปของพวกเราก็จะสูงมากขึ้น” ฉิงชางกล่าว
หลังจากพูดจบลู่หยางก็นำฉิงชาง, เซี่ยหยู่เว่ย, ไป๋ฉือ, บิทเทอร์เลิฟ, ซุนหยู, เจียงเจ๋อและโจวเทียนหมิงกระโดดลงไปทางด้านล่างเพื่อไปพบกับสกายวูฟ
ขณะเดียวกันเมื่อสกายวูฟได้เห็นลู่หยางนำแม่ทัพทั้ง 7 คนเดินทางมาต้อนรับเขาด้วยตัวเอง มันก็ทำให้เขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก เขาจึงรีบเดินเข้ามาหาลู่หยางด้วยความตื่นเต้น
ลู่หยางช่วยแนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน ก่อนที่เขาจะพาสกายวูฟไปนั่งพักใต้หน้าผาที่อยู่ไม่ไกล
“ในบรรดากิลด์ที่กำลังแย่งชิงป้อมปราการทั้ง 3 แห่งที่อยู่รอบ ๆ มีกิลด์ไหนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับนายบ้างไหม?” ลู่หยางถาม
“หัวหน้าคุณจะลงมืออีกงั้นเหรอ?!” สกายวูฟถามอย่างตื่นเต้น
ลู่หยางเปิดแผนที่ 3 มิติขึ้นมาบนพื้น ก่อนจะชี้นิ้วไปยังป้อมปราการทั้ง 3 แห่งรอบ ๆ เมืองซิลเวอร์มูนพร้อมกับพูดว่า
“ฉันมีเวลาพัก 15 วันและฉันอยากให้ลูกน้องได้รับค่าเกียรติยศอย่างเพียงพอ ตอนนี้ช่วยบอกฉันหน่อยว่าฉันควรช่วยฝ่ายไหนถึงจะทำให้นายได้รับมิตรภาพเพิ่มมากขึ้น”
ไปกันต่อออออ