- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 437 ชัยชนะอันยิ่งใหญ่
บทที่ 437 ชัยชนะอันยิ่งใหญ่
บทที่ 437 ชัยชนะอันยิ่งใหญ่
บทที่ 437 ชัยชนะอันยิ่งใหญ่
ระยะการโจมตีของเดโมนิคเฟลมคือ 2 กิโลเมตร ระยะการโจมตีของธันเดอร์พรีสซันคือ 500 เมตรและระยะการโจมตีของเวทมนตร์กึ่งต้องห้ามทั้งหลายคือ 100 เมตร
เพื่อเพิ่มระยะการโจมตีในแนวนอน ลู่หยางจึงสั่งให้นักเวทต้องห้ามยืนเรียงแถวเป็นแนวเดียวกันจนทำให้พวกเขาสามารถสร้างการโจมตีได้ยาวกว่า 6 กิโลเมตร
ขณะเดียวกันหลัวเฉิงก็มีอาชีพเป็นนักรบคลั่งเผ่าสิงโต และเนื่องจากว่าเขากลัวว่าตัวเองจะตายภายในสงคราม เขาจึงทำการติดตั้งอัญมณีเพิ่มพลังชีวิตระดับ 10 เข้ากับอุปกรณ์ทั้งตัวจนทำให้เขามีพลังชีวิตสูงถึง 200,000 หน่วย
ในสถานการณ์ปกติถึงแม้หลัวเฉิงจะถูกศัตรูรุมล้อม แต่ด้วยอุปกรณ์ที่เขาสวมใส่และอัญมณีระดับสูงอย่างมากมาย มันก็จะทำให้เขาสามารถยืนหยัดต่อต้านศัตรูจนกำลังเสริมเดินทางมาช่วยเหลือได้ แต่ในตอนนี้พลังชีวิตจำนวนมหาศาลกลับกลายเป็นเรื่องทรมานที่สุดสำหรับเขา
ลูกน้องภายในกิลด์ทั้ง 250,000 คนถูกสังหารอย่างต่อเนื่อง แม้แต่สมาชิกภายในกิลด์ลูกอย่างกิลด์ไลออนทรอน 100,000 คนก็ถูกเวทมนตร์ต้องห้ามสังหารจนตายไปเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน เหตุการณ์นี้จึงทำให้หลัวเฉิงแทบจะกระอักเลือดออกมาด้วยความโกรธ
“พวกแกเป็นใครกันแน่?! ถ้ามีฝีมือจริง ๆ ก็เปิดเผยตัวตนของพวกแกออกมาสิวะ” หลัวเฉิงชี้นิ้วตะโกนด่าไปทางหน้าผาที่ลู่หยางยืนอยู่
อย่างไรก็ตามตอนนี้ลู่หยางอยู่ในร่างของก็อบลินตัวเล็กน่ารัก และถึงแม้เขาจะกำลังเผชิญหน้ากับความโกรธของหลัวเฉิง แต่เขาก็ยังคงร่ายคาถาต่อไปโดยไม่สนใจความโกรธแค้นของชายตรงหน้าเลย
เหล่าบรรดานักเวทที่ยืนอยู่ริมหน้าผาต่างก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในร่างของก็อบลินด้วยเช่นกัน หลัวเฉิงจึงไม่รู้ว่าเขาจะต้องกลับไปหาทางแก้แค้นกับใคร
1 นาทีต่อมา
เวทมนตร์ต้องห้ามทั้งหมดหยุดแสดงผลในที่สุดทำให้ทุ่งราบบริเวณปากเขากลับสู่ความสงบอีกครั้งหนึ่ง
ขณะเดียวกันเซี่ยหยู่เว่ยและฉิงชางที่ยืนอยู่บนยอดเขาก็กำลังมองไปทางด้านล่างด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
ตอนนี้ภายในหุบเขาที่ทอดยาวกว่า 6 กิโลเมตรได้เต็มไปด้วยซากศพของผู้เล่นอย่างมากมายจนทำให้มีอุปกรณ์ดรอปกระจายอยู่เต็มพื้นไปหมด
“โอ้โห! พวกมันตายไปกี่คนกันเนี่ย?” ไป๋หูกล่าว
“ทุกคนลองเปิดค่าเกียรติยศของตัวเองขึ้นมาดูสิ” ลู่หยางกล่าว
“320,000! นี่มันบ้าไปแล้ว” ไป๋หูอุทานด้วยความตกใจหลังจากได้เห็นค่าเกียรติยศของตัวเอง
“ของฉันก็มีอยู่ 320,000 กว่าแต้มเหมือนกัน” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว
“นี่พวกเราฆ่าพวกมันไปได้มากกว่า 320,000 คนเลยเหรอเนี่ย” เหมาชิวกล่าว
เหตุการณ์ในครั้งนี้ต่างก็ทำให้ทุกคนเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ และมันก็เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้รับรู้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่เมื่อนักเวทต้องห้ามเป็นจำนวนมากได้มารวมตัวกัน
“หัวหน้าทางผมเกือบจะทนเอาไว้ไม่ไหวแล้วครับ กิลด์ในเครือทั้ง 2 กิลด์ของหลัวเฉิงพยายามบุกเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ดูเหมือนพวกเขาอยากจะเข้าไปเก็บอุปกรณ์” แบล็คเฟลมติดต่อเข้ามาหาลู่หยาง
“ดูเหมือนหลัวเฉิงจะไม่ใช่พวกโง่เง่าสินะ เขารู้ว่าหลังจากที่พวกเราปล่อยเวทมนตร์ต้องห้ามไปแล้วพวกเราจะไม่มีทางปล่อยเวทมนตร์ต้องห้ามรอบที่ 2 ออกมาได้ ส่วนทางฝั่งสกายวูฟก็คงจะต้านทานการโจมตีของผู้เล่น 200,000 คนเอาไว้ไม่ไหวด้วยเหมือนกัน” ลู่หยางกล่าว
“หัวหน้าให้พวกเราลงไปสู้กับพวกมันไหมครับ?” ไป๋เหลิงถามอย่างตื่นเต้นและถึงแม้พวกเขาจะมีกำลังกันเพียงแค่ 3,640 คน แต่ทุกคนต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นเลเวล 30 ขึ้นไปที่สวมใส่อุปกรณ์ระดับทองครบทั้งตัว
“นายคิดว่าพวกเรา 3,000 กว่าคนจะต้านทานพวกมันทั้งสองแสนกว่าคนได้ยังไง?” ลู่หยางถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ไป๋เหลิงมองดูอุปกรณ์บนพื้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเสียดาย ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า
“ถ้าจะปล่อยให้พวกมันเก็บอุปกรณ์กลับไป มันก็น่าเสียดายเหมือนกันนะครับ”
“ฉันบอกตอนไหนว่าจะให้พวกมันเก็บอุปกรณ์กลับไป อย่าลืมนะว่าฉันแค่ปล่อยเวทมนตร์ต้องห้ามออกไปแค่สกิลเดียว ส่วนสกิลอื่นฉันยังไม่ได้ใช้สกิลไหนออกมาเลย” ลู่หยางกล่าว
มู่หยูยังคงเหลือเวทมนตร์ต้องห้ามสแตติคสตอร์ม ทางด้านเซาธ์วินด์ก็ยังคงเหลือเวทมนตร์ต้องห้ามเฮฟเว่นเดสทรอยอิงธันเดอร์ด้วยเช่นกัน นักเวทมิติ 10 คนภายในทีมยังคงเหลือเวทมนตร์ต้องห้ามสเปซไทม์สตอร์ม ขณะที่ตัวของลู่หยางก็ยังคงมีทางเวทมนตร์ต้องห้ามเมเทโอเชาเวอร์กับเมเทโอฟอลล์
ที่สำคัญที่สุดคือลู่หยางพาฮั่นอิ่งเดินทางมาในครั้งนี้ด้วย และด้วยผลของสกิลดีม่อนซีดประกอบกับสกิลเรียกมังกรไฟ ตราบใดก็ตามที่ศัตรูบุกเข้ามาในพื้นที่ไม่เกิน 500 เมตร เขากับฮั่นอิ่งก็มั่นใจว่าจะสามารถป้องกันการโจมตีของผู้เล่นเหล่านั้นได้อย่างสมบูรณ์
“ทีมนักเวทตามฉันมา ส่วนทีมอื่นคอยตามหลังทีมนักเวทมาอีกที” ลู่หยางตะโกนสั่งเสียงดัง ก่อนจะแอบส่งข้อความไปให้สกายวูฟ
“พาทีมเข้าไปเก็บอุปกรณ์ในหุบเขาได้เลย รอบนี้ฉันยกอุปกรณ์ทั้งหมดให้กับนาย”
ทันทีที่เห็นข้อความสกายวูฟก็ตาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น
“ฟูลมูนสกาย หลิงเฟิง รีบพาทุกคนเข้าไปเก็บอุปกรณ์เร็วเข้า”
“ทุกคนเคลื่อนทัพ พวกเรากำลังจะรวยกันแล้ว!” หลิงเฟิงตะโกนสั่งก่อนจะนำทีม 20 คนมุ่งหน้าออกไปเก็บอุปกรณ์เป็นทีมแรก
“ชั่วชีวิตนี้จะมีโอกาสดี ๆ แบบนี้อีกไหมเนี่ย” ฟูลมูนสกายกล่าวพร้อมกับนำทีมเข้าไปเก็บอุปกรณ์ด้วยเช่นกัน
—
อีกด้านหนึ่ง
หลัวเฉิงกลับมาฟื้นคืนชีพภายในเมืองด้วยความโกรธ ก่อนที่เขาจะส่งข้อความไปในแชทกลุ่มถึงหัวหน้ากิลด์ในเครือทั้งสองคน
“โจมตีพวกมันสุดกำลัง เราต้องจัดการกับสกายวูฟให้ได้แล้วเอาอุปกรณ์ของฉันกลับมา”
กิลด์ทั้งสองกิลด์นี้ถูกหลัวเฉิงเข้าซื้อหุ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาเลยไม่กล้าที่จะปฏิเสธ ทุกคนจึงรีบสั่งการให้สมาชิกกิลด์รีบเดินทางไปยังปากเขาอย่างเร็วที่สุด
ขณะเดียวกันทางฝั่งของแบล็คเฟลมก็มีนักเวทข้างกายอยู่เพียงแค่ 10 คน ถึงแม้พวกเขาจะพยายามอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังไม่สามารถต้านทานการบุกโจมตีของฝ่ายตรงข้ามได้
นอกจากนี้ฝ่ายตรงข้ามยังมีนักธนูคลาส 2 ที่มีระยะโจมตีไกลมากที่สุดถึง 70 เมตร มันจึงทำให้พวกแบล็คเฟลมไม่สามารถปล่อยเวทมนตร์ลงไปจากบนหน้าผาได้เลย
“หัวหน้าทำยังไงดีครับ? พวกเราต้านพวกเขาเอาไว้ไม่ไหวแล้ว” แฮนฟรอสท์ถาม0
แบล็คเฟลมกัดฟันแล้วพยายามจะนำทีมบุกโจมตีอีกครั้ง แต่ในทันใดนั้นเมฆดำบนท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงเพลิง
เมเทโอฟอลล์!
ลู่หยางชี้คทาไปด้านหน้าเรียกอุกกาบาตสีแดงเพลิงขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่ศัตรูแถวหน้าที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างแม่นยำ
ตูม!
ทันทีที่อุกกาบาตเกิดการระเบิด ศัตรูทั้งหมดในรัศมี 200 เมตรต่างก็เสียชีวิตด้วยกันทั้งหมดทำให้ศัตรูทางด้านหลังที่กำลังบุกเข้ามาต่างก็หยุดชะงักด้วยความหวาดกลัว
“หัวหน้าพวกมันยังมีเวทมนตร์ต้องห้ามอยู่ครับ พวกเราควรจะทำยังไงดี?” สมาชิกกิลด์คนหนึ่งรีบรายงานสถานการณ์ให้หัวหน้ากิลด์ทั้งสองทราบ
“บุกเข้าไป ฉันไม่เชื่อว่าพวกมันจะเหลือเวทมนตร์ต้องห้ามอยู่อีก” หัวหน้ากิลด์ทั้งสองตะโกนสั่งการพร้อมกัน
หลัวเฉิงออกคำสั่งมาอย่างเด็ดขาดแล้วว่าพวกเขาจะต้องบุกเข้าไปจัดการสกายวูฟและเก็บอุปกรณ์กลับมาให้ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงยอมตายดีกว่าที่จะไม่ฟังคำสั่งของหลัวเฉิง
“นักเวทมิติใช้เวทมนตร์ต้องห้ามจัดการพวกมันได้” ลู่หยางตะโกนสั่งเมื่อได้เห็นศัตรูพยายามบุกเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
พื้นที่บริเวณนี้มีความกว้างไม่ถึง 800 เมตร และเมื่อไหร่ก็ตามที่นักเวทมิติทั้ง 10 คนใช้สเปซไทม์สตอร์มออกมาพร้อม ๆ กันมันก็สามารถครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย
ก็อบลินตัวเขียว 10 ตัวเดินไปที่ริมขอบหน้าผาตามคำสั่ง ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มท่องคาถาทำให้ใน 30 วินาทีต่อมาทุกคนต่างก็ชี้คทาไปด้านหน้าพร้อมกัน
สเปซไทม์สตอร์ม!
มิติภายในหุบเขาเริ่มเกิดการแตกตัวในทันที และในเวลาเพียงแค่ไม่นานรอยแยกมิติเหล่านี้ก็กลายเป็นหลุมดำที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 100 เมตร ที่สำคัญคือหลุมดำได้พยายามดูดทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไปพร้อมกับสร้างความเสียหายขึ้นมาอย่างมหาศาล
ขณะเดียวกันเนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ต่างก็ถูกหลุมดำปกคลุมเอาไว้ มันจึงทำให้แสงไม่สามารถเล็ดลอดเข้ามาได้ และทำให้นักบวชกับชาแมนที่อยู่บริเวณด้านหลังไม่สามารถรักษาพรรคพวกของตัวเองได้ด้วยเช่นกัน
ในระหว่างที่ศัตรูกำลังอยู่ในอาการตกใจ ลู่หยางก็ได้ฉวยโอกาสเรียกมังกรไฟขึ้นมาในหลุมดำ