เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 429 เจรจากับพ่อ ๆ ของเหล่าสหาย

บทที่ 429 เจรจากับพ่อ ๆ ของเหล่าสหาย

บทที่ 429 เจรจากับพ่อ ๆ ของเหล่าสหาย


บทที่ 429 เจรจากับพ่อ ๆ ของเหล่าสหาย

พื้นที่บริเวณนี้คือหมู่บ้านที่หรูหราที่สุดภายในเมือง โดยบ้านแต่ละหลังจะถูกสร้างขึ้นบนภูเขาริมทะเล ทางเข้าหมู่บ้านเป็นเส้นทางขึ้นเขาที่มีเส้นทางอยู่เพียงแค่เส้นเดียว และบริเวณทางเข้าก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่มากกว่า 100 คน

เมื่อลู่หยางไปถึงประตูทางขึ้นเขา เซี่ยหยู่เว่ยกับจางจื่อโป๋ก็กำลังยืนรออยู่แล้ว

“ทำไมพวกเธอถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?” ลู่หยางถาม

“ถ้าพวกเราไม่มารับคุณก็เข้าไปไม่ได้หรอก” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

หลังจากนั้นเซี่ยหยู่เว่ยก็ขับรถนำลู่หยางและเจียงเจ๋อเข้าไปภายในหมู่บ้าน ซึ่งหลังจากที่รถได้มาจอดบริเวณบ้านหลังหนึ่งที่มองเห็นวิวทะเลอย่างงดงาม พวกเขาก็ได้พบกับเสินเมิ่งเหยาที่สวมชุดกระโปรงยาวยืนรออยู่แล้ว

“พวกเราเข้าไปด้านในกันเถอะ” เสินเมิ่งเหยาเดินเข้ามาหาลู่หยางพร้อมกับพาทุกคนเข้าไปทางด้านใน

ลู่หยางพยักหน้ารับก่อนจะเดินเข้าไปภายในบ้านและได้เห็นเซี่ยหย่วนชาน, เสินจิ่งฉวนและจางหลินหู่นั่งรออยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่นอยู่ก่อนแล้ว

เมื่อได้เห็นลู่หยางเดินเข้ามาชายชราทั้ง 3 ก็ลุกขึ้นต้อนรับ ก่อนที่เซี่ยหย่วนชานจะจับมือกับลู่หยางพร้อมกับพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“สวัสดีวีรบุรุษน้อย ไม่น่าเชื่อเลยว่าหนุ่มน้อยในวัยนี้จะสามารถสร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งเกม”

“คุณพูดชมผมเกินไปแล้วครับ ผมแค่โชคดีกว่าคนอื่นก็เท่านั้นเอง” ลู่หยางกล่าวอย่างนอบน้อม

“พวกเรามานั่งคุยกันก่อนเถอะ พวกเหยาเหยาคงจะบอกนายไปแล้วใช่ไหมว่าพวกเราอยากจะลงทุนในกิลด์ของนาย วันนี้พวกเราเลยอยากจะชวนนายมาพูดคุยกันเรื่องรายละเอียด” เสินจิ่งฉวนกล่าว

ลู่หยางตามชายชราทั้ง 3 ไปนั่งบนโซฟา โดยมีเสินเมิ่งเหยา, เซี่ยหยู่เว่ย, จางจื่อโป๋และเจียงเจ๋อนั่งอยู่ข้าง ๆ

“เด็กพวกนี้นี่มันจริง ๆ เลย พอมีเพื่อนหน่อยก็ลืมพวกพ่อกันหมดแล้ว” จางหลินหู่กล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

เสินจิ่งฉวนมองไปที่เสินเมิ่งเหยาอย่างไม่พอใจ ก่อนที่เขาจะถามขึ้นมาว่า

“ลู่หยางลองเล่าให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหมว่านายมีแผนจะพัฒนาป้อมปราการยังไงบ้าง?”

“เรื่องนี้ต้องขอโทษด้วยครับ ถึงแม้การเจรจาจะจบลงด้วยดีแต่ผมก็ไม่สามารถคุยเรื่องรายละเอียดการพัฒนากับพวกคุณได้” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่ายศีรษะ

“ทำไมล่ะ?” เซี่ยหย่วนชานถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ผมเชื่อว่าพวกคุณคงจะรู้สถานการณ์ภายในเกมดีอยู่แล้ว แม้ตอนนี้ผมจะรวบรวมป้อมปราการในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ได้สำเร็จและมีป้อมปราการในเมืองเซนต์กอลล์อยู่อีก 2 แห่ง แต่สถานการณ์ทางฝั่งผมก็กำลังตกอยู่ในอันตราย ถ้าหากผมตัดสินใจพลาดแม้แต่เพียงก้าวเดียว มันก็อาจจะทำให้ผมพ่ายแพ้ทั้งกระดานได้เลย” ลู่หยางตอบ

“ไม่เลว ๆ ตอนแรกพวกเรายังกังวลอยู่เลยว่านายจะหยิ่งผยองจนมองข้ามวิกฤตตรงหน้าไปเสียอีก” จางหลินหู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

พวกเขาทั้ง 3 คนได้ทำการส่งคนเข้าไปตรวจสอบรายละเอียดสถานการณ์ของทั้ง 3 เผ่าพันธุ์ภายในเซิฟเวอร์จีนอย่างละเอียดแล้ว มันจึงทำให้พวกเขารู้สถานการณ์ของลู่หยางอย่างชัดเจน

“ฉันจะเผยความลับเรื่องหนึ่งให้นะ ตอนนี้หวังเถิงกับฉือมู่เจรจากันเรียบร้อยแล้ว โดยทั้งสองฝั่งจะร่วมกันโจมตีป้อมปราการในเมืองเซนต์กอลล์ของนายในอีกครึ่งเดือน” เซี่ยหย่วนชานกล่าวอย่างภูมิใจ

“พ่อเรื่องนี้พวกเราได้ยินหัวหน้าพูดตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ” เซี่ยหยู่เว่ยยกมือขึ้นมาปิดหน้าพร้อมกับพูดขึ้นมาอย่างกระอักกระอ่วน ซึ่งข่าวนี้มันก็ทำให้เซี่ยหย่วนชานเริ่มตกอยู่ในอาการกระอักกระอ่วนบ้าง

“พวกลูกรู้กันได้ยังไง?” เสินจิ่งฉวนถาม

“พวกเราไม่เพียงแค่รู้ว่าพวกเขาจะโจมตีป้อมปราการของเราเท่านั้นนะคะ แต่เรายังรู้ด้วยว่าหวังเถิงจะเป็นคนโจมตีป้อมปราการคริมสัน ขณะที่ทางฉือมู่กับฉงป้าจะโจมตีป้อมปราการวินด์ธันเดอร์” เสินเมิ่งเหยากล่าว

คราวนี้ข่าวจากเสินเมิ่งเหยาทำให้ชายชราทั้ง 3 คนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เพราะพวกเขาสืบความลับมาได้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นและพวกเขาก็ต้องการจะใช้ความลับนี้ในการกดดันลู่หยาง แต่ใครจะไปรู้ว่าความเป็นจริงลู่หยางกลับมีสายข่าวที่แม่นยำมากกว่าพวกเขาเสียอีก

“ฝีมือไม่เลวจริง ๆ” จางหลินหู่กล่าว

ลู่หยางแอบจับไหล่หญิงสาวทั้งสองคนเบา ๆ เพื่อเตือนไม่ให้พวกเธอพูดอะไรออกมา ถึงอย่างไรชายชราตรงหน้าก็ยังคงเป็นพ่อของเพื่อนและในอนาคตพวกเขาก็อาจจะต้องติดต่อกันบ่อย ๆ การทำให้บรรยากาศตึงเครียดเกินไปมันจึงไม่ใช่เรื่องดีสำหรับทั้งสองฝ่ายเลย

“ผมคงจะเล่ารายละเอียดเชิงลึกให้พวกคุณฟังมากไม่ได้ ผมบอกได้แค่ว่าในบรรดาพันธมิตรของฉือมู่มีคนที่คิดจะแยกตัวออกมาแล้ว ตอนนี้ผมยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเขาคนนั้นต้องการจะมาเป็นพันธมิตรกับผมด้วยความจริงใจหรือเปล่า แต่จากข้อมูลหลาย ๆ ทางที่ผมตรวจสอบมามันก็ช่วยยืนยันได้ว่าข้อมูลที่ผมได้รับมาเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง” ลู่หยางกล่าว

“แล้วนายมีวิธีรับมือเรื่องนี้ไว้แล้วหรือยัง?” เสินจิ่งฉวนถาม

“เรื่องนี้ผมพอจะเล่าให้พวกคุณฟังได้ ข้างกายผมมีผู้เชี่ยวชาญด้านการลอบเร้นแล้วผมได้สั่งให้พวกเขาเริ่มทำการสังหารผู้เล่นระดับสูงของฉือมู่ตั้งแต่เช้าวันนี้ ในเวลาอีกครึ่งเดือนถึงแม้คนของฉงป้าและหวังเถิงจะมีเลเวลเกินกว่า 30 ขึ้นไปแล้ว แต่คนของฉือมู่จะมีเลเวลเฉลี่ยอยู่ต่ำกว่า 30 แน่นอน” ลู่หยางกล่าว

เซี่ยหยู่เว่ยมองไปทางลู่หยางด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่เธอจะถามขึ้นมาว่า

“ถ้าคุณทำแบบนั้น มันจะทำให้ฉือมู่กลายเป็นคนที่ล้าหลังคนอื่นไปเลยนะ”

“สิ่งที่ฉันทำก็แค่การสร้างความหวาดกลัวไม่ให้ฉือมู่กล้าเข้าร่วมการโจมตีในครั้งนี้ด้วย ซึ่งมันก็จะทำให้หวังเถิงจำเป็นจะต้องแบ่งกองกำลังส่วนหนึ่งเอาไว้ระวังการโจมตีที่ไม่คาดคิดของฉือมู่” ลู่หยางกล่าว

“แผนการของนายนี่มันยอดเยี่ยมจริง ๆ” เจียงเจ๋อกล่าวพร้อมกับชูนิ้วโป้ง

“กลุ่มมือสังหารของนายมีความสามารถมากพอที่จะจัดการกับผู้เล่นระดับสูงของฉือมู่ได้จริง ๆ เหรอ?” เซี่ยหย่วนชานถาม

“ผมเชื่อว่าในเผ่าสัตว์อสูรย่อมมีผู้เชี่ยวชาญที่เปลี่ยนเป็นอินวิสซิเบิลทีฟด้วยเหมือนกัน คุณสามารถตรวจสอบเรื่องนี้ในฟอรั่มทางการของตัวเกมได้เลยว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ถูกออกแบบมาให้มีพลังโจมตีที่สูงมาก แล้วพวกเขาก็สามารถสังหารผู้เล่นที่ไม่ใช่ตัวแทงค์ได้ภายใต้การโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว” ลู่หยางตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

เซี่ยหย่วนชานหันไปสบตากับสหาย ท้ายที่สุดพวกเขาก็ยังถือว่าเป็นมือใหม่สำหรับเกมนี้ พวกเขาจึงไม่รู้ว่าอินวิสซิเบิลทีฟเป็นอาชีพที่มีความเก่งกาจมากแค่ไหน แต่มันก็เห็นได้ชัดว่าลู่หยางไม่น่าจะมาพูดโกหกพวกเขาด้วยเรื่องราวเพียงแค่นี้

“ถ้าทุกสิ่งเป็นจริงอย่างที่นายบอกพวกเราก็พร้อมที่จะลงทุนกับบลัดบราเธอร์ เพียงแต่พวกเราอยากจะเปลี่ยนวิธีการลงทุนสักหน่อย” เสินจิ่งฉวนกล่าว

“พวกคุณต้องการที่จะลงทุนแบบไหน?” ลู่หยางถาม

“พวกเรา 3 คนต้องการจะลงทุนคนละ 100 ล้านเครดิตและเราก็ต้องการที่จะถือหุ้น 5% จากทั้งบลัดบราเธอร์และร้านตีเหล็กจงซิน”

พวกเขาทั้ง 3 คนได้วางแผนเอาไว้แล้วว่าถึงแม้ในอนาคตลู่หยางจะถูกแย่งป้อมปราการทั้งหมดไป แต่ตราบใดก็ตามที่ร้านตีเหล็กจงซินยังคงอยู่พวกเขาก็สามารถที่จะถอนเงินทุนกลับมาได้ เพียงแต่ผลตอบแทนที่พวกเขาจะได้รับมันจะน้อยลงไปจากเดิมเท่านั้น แต่ถ้าหากลู่หยางสามารถรักษาป้อมปราการเอาไว้ได้ พวกเขาก็จะได้รับผลตอบแทนกลับมาอย่างมหาศาล

อย่างไรก็ตามวิธีการลงทุนนี้มันก็แตกต่างจากสิ่งที่เซี่ยหยู่เว่ย, เสินเมิ่งเหยาและจางจื่อโป๋พูดคุยกันมาก่อน คำพูดของพ่อ ๆ ทั้ง 3 คนจึงทำให้สีหน้าของพวกเธอบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ

“พ่อ! ทำไมพ่อถึงต้องเอาเปรียบลู่หยางแบบนี้” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวด้วยความไม่พอใจ

“ผู้ใหญ่กำลังพูดคุยธุระกันอยู่ มันไม่ใช่เรื่องที่เด็กจะต้องเข้ามายุ่ง ถ้าไม่อยากฟังอยู่ตรงนี้ก็ออกไปซะ” เซี่ยหย่วนชานพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าอันเย็นชา

ลู่หยางไม่เคยคิดเลยว่าเซี่ยหย่วนชานจะเข้มงวดกับลูกสาวของตัวเองมากขนาดนี้ เขาจึงพยายามห้ามปรามเซี่ยหยู่เว่ยและพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า

“ใจเย็น ๆ นี่มันคือการเจรจาธุรกิจ พวกเราค่อย ๆ คุยกันไปก่อนก็ได้”

ระหว่างพูดปลอบเซี่ยหยู่เว่ย ลู่หยางก็ส่งสัญญาณไม่ให้เสินเมิ่งเหยากับจางจื่อโป๋พูดอะไรออกมาด้วยเหมือนกัน

เสินจิ่งฉวนพอใจกับท่าทีของลู่หยางมาก เขาจึงพูดขึ้นมาว่า

“ตอนนี้กิลด์ของนายไม่ใช่สิ่งที่น่าลงทุนมากที่สุดสำหรับพวกเรา เพราะสิ่งที่บลัดบราเธอร์กำลังเผชิญอยู่คือวิกฤตที่ใหญ่มาก หากพวกเราลงทุนในตอนนี้ มันก็หมายถึงพวกเรากำลังเอาเงินทุนเข้าไปเสี่ยงด้วย”

“ถ้านายตกลงพวกเราก็พร้อมจะเซ็นสัญญาตอนนี้เลย แต่ถ้าหากนายปฏิเสธเราก็พร้อมจะเอาเงินไปลงทุนกับคนอื่นด้วยเหมือนกัน” เซี่ยหย่วนชานกล่าวด้วยสีหน้าอันเย็นชา

จบบทที่ บทที่ 429 เจรจากับพ่อ ๆ ของเหล่าสหาย

คัดลอกลิงก์แล้ว