เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 428 เวทมนตร์ต้องห้ามที่แท้จริง

บทที่ 428 เวทมนตร์ต้องห้ามที่แท้จริง

บทที่ 428 เวทมนตร์ต้องห้ามที่แท้จริง


บทที่ 428 เวทมนตร์ต้องห้ามที่แท้จริง

ในระหว่างที่ลู่หยางกำลังจะเดินไปเปิดเส้นทางลัด ทหารยามวิญญาณ 10 ตนก็ปรากฏตัวขึ้นมาเสียก่อน

“ยอมจำนนซะเจ้าผู้บุกรุก” หัวหน้าทหารยามตะโกนพร้อมกับปาหอกไปทางลู่หยาง

ระหว่างนั้นชายหนุ่มก็ได้ทำการท่องคาถาก่อให้เกิดคลื่นสีดำปรากฏขึ้นบริเวณใต้ฝ่าเท้าของทหารยามในรัศมี 15 เมตร

เฟลมสตอร์ม!

เปลวไฟพุ่งขึ้นสูงกลายเป็นพายุอย่างรุนแรงและมันก็ทำให้ทหารยามทั้ง 10 ตนติดสถานะสตั๊นเป็นเวลา 2 วินาที

ลู่หยางได้ฉวยโอกาสนี้เดินไปยังภาพวาดก่อนจะใช้ไม้คทาเป็นกุญแจเสียบเข้าไปภายในช่องที่อยู่ด้านข้าง

แสงสว่าง 9 สีปรากฏขึ้นมาอย่างฉับพลันพร้อมกับร่างของลู่หยางที่หายตัวไปจากห้องโถง

เมื่อเขาปรากฏตัวอีกครั้งสภาพแวดล้อมบริเวณโดยรอบก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จากห้องโถงบริเวณยอดหอคอยกลายเป็นห้องใต้ดินที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา

บนพื้นมีเหรียญทองกระจัดกระจายอยู่อย่างมากมาย แม้แต่โคมไฟทางด้านบนก็ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาจากคริสตัลอันล้ำค่า

ชายหนุ่มทำการเก็บเงินทั้งหมดเข้าใส่ถุงแล้วหลังจากที่เขาเก็บเงินทั้งหมดแล้วเขาก็ได้พบว่ามันมีมูลค่าถึง 10,000 เหรียญทอง

เงิน 10,000 เหรียญทองมีมูลค่าเท่ากับ 3 ล้านเครดิต ซึ่งถ้าหากว่าผู้เล่นไม่นำเงินจำนวนนี้ไปส่งภารกิจแต่เอาไปขายแล้วออกไปใช้ชีวิตนอกเกม เงินจำนวน 3 ล้านเครดิตก็มากพอที่จะทำให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ ไปได้อีกนาน

อย่างไรก็ตามนี่ก็คือกับดักที่ทางตัวเกมได้วางเอาไว้ เพราะถ้าหากผู้เล่นคิดจะเก็บเหรียญทองกลับไปโดยไม่ส่งภารกิจหรือแอบเก็บเงินเอาไว้บางส่วน ทางระบบก็จะถือว่าภารกิจล้มเหลวในทันทีและพวกเขาก็จะไม่มีโอกาสได้รับภารกิจนี้อีกตลอดไป

อย่าลืมว่าภารกิจนี้คือภารกิจยูนิคซึ่งมีเพียงผู้เล่นคนแรกที่ทำภารกิจสำเร็จคนเดียวเท่านั้นที่จะได้รับของรางวัลจากภารกิจไป หรือมันก็อาจจะสามารถกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าผู้เล่นคนหนึ่งสามารถรับภารกิจของอ้ายหมี่ได้เพียงแค่ครั้งเดียว

หากไม่ใช่เพราะในชาติก่อนทางตัวเกมได้เปิดเผยภารกิจนี้ในงานเกมประจำปี ผู้เล่นก็คงจะไม่รู้ว่ามันมีภารกิจลับแบบนี้ซุกซ่อนอยู่ด้วย

ลู่หยางรู้เรื่องภารกิจนี้จากข่าวงานเกมด้วยเช่นกัน เขาจึงรู้จักรายละเอียดของภารกิจเป็นอย่างดี ซึ่งหลังจากที่เขาทำการเก็บสมบัติทั้งหมดเข้ากระเป๋าเรียบร้อยแล้ว เขาก็ทำการเทเลพอร์ตกลับไปยังเมืองเซนต์กอลล์และมุ่งหน้าตรงไปยังสถาบันเวทมนตร์

ขณะเดียวกันอ้ายหมี่ก็กำลังยืนมองแท่นเทเลพอร์ตอย่างกระวนกระวายใจ เมื่อเขาได้เห็นลู่หยางเดินกลับมาแววตาของเขาจึงเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น

“คุณเก็บสมบัติกลับมาได้แล้วงั้นเหรอ?” อ้ายหมี่รีบโบกมือเรียก

ลู่หยางยื่นถุงเก็บสมบัติให้กับอ้ายหมี่พร้อมกับพูดว่า

“นี่คือสมบัติทั้งหมดที่ผมเก็บมาได้”

อ้ายหมี่รับถุงสมบัติมาทำการตรวจนับสมบัติทีละชิ้น ซึ่งหลังจากที่เขาแน่ใจว่าภายในถุงมีสมบัติทุกชิ้นอยู่อย่างครบถ้วน เขาก็มอบม้วนคัมภีร์เวทมนตร์ให้กับลู่หยางพร้อมกับพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นว่า

“คุณเป็นคนดีและเป็นคนที่ซื่อสัตย์จริง ๆ ผมไม่มีอะไรจะตอบแทนให้นอกจากม้วนคัมภีร์เล่มนี้ น่าเสียดายที่ผมไม่มีพรสวรรค์มากพอที่จะฝึกฝนมัน ดังนั้นผมขอมอบมันเป็นของตอบแทนให้กับคุณก็แล้วกัน”

ระบบ: คุณได้รับเวทมนตร์ต้องห้ามเดโมนิคเฟลม

เดโมนิคเฟลม

ประเภท เวทมนตร์ธาตุไฟ

มานาที่ต้องใช้ 3,000

ระยะ 1,000 เมตร

รายละเอียด ปลดปล่อยเปลวเพลิงอันร้อนแรงไปยังพื้นที่ที่กำหนดทำให้เป้าหมายในรัศมี 800 เมตรได้รับความเสียหายเวท 1,000 + พลังโจมตีเวท/ 10 ต่อวินาที

หลังจากได้รับม้วนคัมภีร์เวทมนตร์มาชายหนุ่มก็ทำการเรียนรู้เวทมนตร์นี้อย่างตื่นเต้น เพราะในที่สุดเขาก็ได้รับเวทมนตร์ต้องห้ามแท้จริงมาไว้ในการครอบครองแล้ว

ด้วยเวทมนตร์นี้มันก็ทำให้เขามีความมั่นใจในการต่อสู้ครั้งต่อไปมากยิ่งขึ้น เมื่อเขาได้เห็นเวลาและพบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืน เขาจึงตัดสินใจล็อกเอาท์ออกไปจากเกม

พวกฮั่นอิ่งออกมาพักผ่อนก่อนลู่หยางแล้วและในตอนนี้ทุกคนก็กำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่น

“คุยอะไรกันอยู่เหรอ?” ลู่หยางถามขณะเดินเข้ามาหาทุกคน

“สถานการณ์ของเผ่าอสูรตอนนี้กำลังวุ่นวายกันไปหมดแล้วครับ กิลด์ของทั้ง 5 เมืองหลักต่างก็ทำสงครามกันทั่วไปหมด” มู่ยี่กล่าว

“ช่วยเล่ารายละเอียดให้ฉันฟังหน่อยสิ” ลู่หยางถามด้วยแววตาอันเป็นประกาย

“ในเมืองหลักแต่ละเมืองของเผ่าอสูรมีกิลด์ขนาดใหญ่อยู่ประมาณ 10 กว่ากิลด์ แต่ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้พวกเขากำลังต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงป้อมปราการกันอย่างหนัก” มู่ยี่กล่าว

อาจจะเป็นเพราะรูปลักษณ์อันดุดันและน่ารักของเผ่าอสูร มันจึงทำให้กลุ่มทุนชื่นชอบเข้าไปลงทุนในภาวะอสูรมากกว่าเผ่ามนุษย์ โดยในปัจจุบันในเซิฟเวอร์จีนเข้ามีกลุ่มทุนเข้ามาลงทุนแล้ว 31 กลุ่ม แต่ในบรรดากลุ่มทุนทั้งหมดกลับมีผู้ที่ไปลงทุนในเผ่าอสูรถึง 22 กลุ่ม ซึ่งนับเป็น 2 ใน 3 ของกลุ่มทุนทั้งหมด

นอกจากนี้เพื่อทำการช่วงชิงป้อมปราการมาเป็นของตัวเองให้ได้ กลุ่มทุนแต่ละแห่งจึงทำการลงทุนเติมเงินเข้าไปภายในเกมไม่น้อยกว่า 500 ล้านเครดิต ทำให้ 22 กิลด์ยักษ์ใหญ่ภายในเผ่าอสูรมีกองกำลังผู้เล่นเลเวล 30 ชุดทองมากกว่า 80,000 คนและกลุ่มทุนแต่ละกลุ่มยังคงทำการสนับสนุนเติมเงินทุนเข้าไปภายในเกมอย่างต่อเนื่อง

สาเหตุที่ลู่หยางสามารถยืนหยัดขึ้นมาได้อย่างง่ายดายขนาดนี้ก็เพราะว่าทางฝั่งเผ่ามนุษย์มีการแข่งขันอยู่ค่อนข้างน้อย ในทางกลับกันถ้าหากเขาเลือกสร้างบลัดบราเธอร์ขึ้นมาในเผ่าสัตว์อสูร มันก็ไม่มีทางที่เขาจะทำให้บลัดบราเธอร์กลายเป็นกิลด์ที่ยิ่งใหญ่อย่างในปัจจุบันนี้ได้เลย

“แล้วทางสกายวูฟล่ะเป็นยังไงบ้าง?” ลู่หยางถาม

“สกายวูฟได้ครอบครองป้อมปราการแห่งหนึ่งเมื่อประมาณครึ่งเดือนก่อนครับ แต่เมื่อไม่กี่วันมานี้หลัวเฉิงได้นำกำลังกิลด์ไบรท์สตาร์ 200,000 คนโจมตีป้อมปราการไซแอนวูฟของสกายวูฟอย่างหนัก หากผมคาดเดาไม่ผิดสกายวูฟน่าจะทนต่อไปได้อีกไม่เกิน 3 วัน” มู่ยี่กล่าว

กลุ่มทุนที่อยู่เบื้องหลังกิลด์ไบรท์สตาร์นั่นก็คือกลุ่มทุนของลิ่วเจีย ส่วนทางด้านหลัวเฉิงซึ่งเป็นผู้นำกิลด์นี้ก็คือลูกพี่ลูกน้องของลิ่วเจียด้วยเหมือนกัน

“ช่วยหาช่องทางติดต่อสกายวูฟให้หน่อยได้ไหม? ฉันอยากจะคุยกับเขา” ลู่หยางกล่าว

“ได้ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมบอกเขาให้ ผมสนิทกับเขามากพอสมควร สาเหตุที่เขายังทนได้จนถึงวันนี้นั่นก็เพราะร้านขายยาของเรา” มู่ยี่กล่าว

“ดีเลย ช่วยบอกเขาด้วยว่าฉันต้องการจะคุยกับเขาด้วยตัวเอง” ลู่หยางกล่าว

“ได้ครับ”

ในบรรดาป้อมปราการทั้งหมดลู่หยางให้ความสำคัญกับป้อมปราการไซแอนวูฟของสกายวูฟมากที่สุด เพราะมันคือป้อมปราการที่อยู่ใกล้กับป้อมปราการคริมสัน ดังนั้นถ้าหากเขาต้องการจะยืนหยัดให้ได้อย่างมั่นคง เขาก็จำเป็นจะต้องซื้อป้อมปราการนี้มาให้ได้

หลังจากลู่หยางนั่งคุยเล่นกับทุกคนอีกสักพัก พวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน

เช้าวันรุ่งขึ้น

หลังจากลู่หยางออกกำลังกายอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วถูเฟิงก็ติดต่อเขาเข้ามา

“มีเรื่องสำคัญอยู่เรื่องหนึ่ง แต่ฉันไม่รู้ว่าควรจะบอกนายดีหรือเปล่า?” ถูเฟิงกล่าว

“เรื่องอะไร พูดไปได้เลย” ลู่หยางกล่าว

“ฉันเพิ่งได้รับการติดต่อจากหลี่ยี่ ลูกชายคนโตของกลุ่มทุนฉางเจียง เขาอยากจะลงทุนในกิลด์ของเรา 1,000 ล้านเครดิตแลกกับหุ้นจำนวน 20%” ถูเฟิงกล่าว

ลู่หยางค่อนข้างตกใจกับคำพูดของสหายมากพอสมควร เพราะการลงทุนในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่เสี่ยงมาก ท้ายที่สุดแม้ว่าเขาจะพึ่งยึดป้อมปราการทั้ง 3 แห่งของเมืองซีเอ็มเพอเรอร์มาได้ แต่พูดตามตรงก็คือสถานการณ์ของป้อมปราการเหล่านี้ยังไม่มั่นคงนัก

“นายแน่ใจนะว่าเขาติดต่อมาด้วยตัวเอง?” ลู่หยางถาม

“ฉันแน่ใจ ก่อนหน้านี้เขาส่งอีเมลจากบริษัทมาก่อนแล้วค่อยโทรมาด้วยตัวเอง เขาบอกว่าเขาอยากจะพูดคุยกับนายเป็นการส่วนตัว” ถูเฟิงกล่าว

“ข้อเสนอครั้งนี้ไม่เลวเลยนะ ฉันกำลังต้องการเงินอยู่พอดี แต่นายบอกเขาไปก่อนว่านายติดต่อฉันไม่ได้ เพราะฉันต้องไปคุยกับพ่อของพวกเซี่ยหยู่เว่ยก่อน ถ้าการเจรจาไม่ลงตัวแล้วเราค่อยไปพูดคุยกับเขา” ลู่หยางกล่าว

“โอเค” ถูเฟิงตอบ

หลังจากวางสายลู่หยางก็โทรหาเจียงเจ๋อให้สหายขับรถมารับเพื่อมุ่งหน้าไปยังเชิงเขาบลูซี

จบบทที่ บทที่ 428 เวทมนตร์ต้องห้ามที่แท้จริง

คัดลอกลิงก์แล้ว