เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 430 มุ่งหน้าสู่เผ่าสัตว์อสูร

บทที่ 430 มุ่งหน้าสู่เผ่าสัตว์อสูร

บทที่ 430 มุ่งหน้าสู่เผ่าสัตว์อสูร


บทที่ 430 มุ่งหน้าสู่เผ่าสัตว์อสูร

“ลู่หยาง ตอนนี้นายกำลังขาดแคลนเงินทุนอยู่ไม่ใช่เหรอ? ถ้าหากนายได้รับเงินก้อนนี้ไปนายก็จะสามารถซื้อวัตถุดิบเป็นจำนวนมาก ซึ่งมันก็จะทำให้การป้องกันป้อมปราการมีโอกาสเป็นไปได้สูงมากกว่าเดิมนะ” จางหลินหู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“หากป้อมปราการยังอยู่นายก็สามารถผลิตเงินออกมาได้ตลอดเวลา แต่ถ้ากิลด์สูญเสียป้อมปราการไปแล้ว ในเวลานั้นแม้แต่บลัดบราเธอร์ก็อาจจะแตกสลายออกไปได้เลยนะ” เสินจิ่งฉวนกล่าว

ลู่หยางเผยรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะพูดว่า

“ผมกำลังขาดแคลนเงินทุนอยู่จริง ๆ เพราะเร็ว ๆ นี้ผมจะต้องทำอะไรบางอย่าง แต่ผมไม่สามารถยอมรับข้อเสนอของพวกคุณได้ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เพราะว่าผมไม่สนใจข้อเสนอของพวกคุณ แต่ถ้าหากผมยอมรับข้อเสนอมันก็จะกลายเป็นว่าผมเป็นคนผิดคำพูด”

“ผิดคำพูด?” ชายชราทั้ง 3 ขมวดคิ้วขึ้นมาพร้อมกัน

“ผมเคยบอกกับแกนหลักทุกคนของกิลด์เอาไว้แล้วว่าถ้าหากพวกเขาต้องการจะซื้อหุ้นป้อมปราการที่พวกเขายึดได้ พวกเขาก็สามารถจะซื้อหุ้นได้ 50% จากราคาต้นทุน ถ้าหากผมยอมรับข้อเสนอกับพวกคุณในตอนนี้แล้วผมจะมีหน้ากลับไปเจอกับแกนหลักคนอื่น ๆ ของกิลด์ได้ยังไง” ลู่หยางกล่าว

“นี่คือการทำธุรกิจ มันไม่จำเป็นจะต้องพูดถึงคำสัญญา ถ้าไม่มีเงินทุนของพวกเราบางทีนายอาจจะรักษาป้อมปราการเอาไว้ไม่ได้ด้วยซ้ำ” เซี่ยหย่วนชานกล่าว

คำพูดของเซี่ยหย่วนชานทำให้ลู่หยางเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างจนใจ จากนั้นเขาก็หยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับเปิดอีเมลและหันหน้าจอไปทางชายชราทั้ง 3 คน

“พวกคุณลองดูอีเมลนี้ดี ๆ เมื่อเช้าก่อนที่ผมจะเดินทางมาที่นี่ลูกชายคนโตของตระกูลฉางเจียงได้ส่งอีเมลมาหาผม โดยบอกว่าเขาสนใจจะลงทุน 1,000 ล้านแลกกับหุ้นของกิลด์ 10% แล้วไม่ได้มีความเกี่ยวพันกับธุรกิจอื่น ๆ”

พวกเซี่ยหย่วนชานรีบมองไปทางโทรศัพท์ในทันที ก่อนที่พวกเขาจะเห็นอีเมลของตระกูลฉางเจียงอย่างชัดเจน

“นี่มันไม่ใช่อีเมลปลอมที่นายทำมาหลอกพวกเราใช่ไหม?” เซี่ยหย่วนชานถาม

“เมื่อเช้าหลี่ยี่ฝากบอกผ่านถูเฟิงมาว่าเขาต้องการจะคุยกับผมเป็นการส่วนตัว แต่ผมบอกให้ถูเฟิงประวิงเวลากับทางนั้นเอาไว้ก่อน เพราะผมให้เกียรติมาพูดคุยกับพวกคุณก่อน” ลู่หยางกล่าว

ทันใดนั้นสีหน้าของพวกเซี่ยหย่วนชานก็เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เพราะตามมูลค่าที่อีกฝ่ายได้เสนอมา มันก็ตีราคาป้อมปราการของบลัดบราเธอร์เอาไว้สูงถึงป้อมละ 100 ล้านเครดิต แต่ราคาที่ลู่หยางเสนอให้กับพวกเขามันก็มีต้นทุนอยู่เพียงแค่ป้อมละ 10 ล้านเครดิตเท่านั้น

การลงทุนในป้อมปราการราคานี้ไม่สามารถจะหาจากที่ไหนได้อีกแล้ว แต่ถ้าหากลู่หยางตัดสินใจร่วมมือกับตระกูลฉางเจียง พวกเขาก็จะสูญเสียโอกาสในการลงทุนไปตลอดกาล

ชายชราทั้ง 3 หันมาสบตากันอีกครั้ง ก่อนที่เซี่ยหย่วนชานจะกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“เอาเป็นว่าพวกเราตกลงลงทุน 10 ล้านเพื่อซื้อหุ้น 20% ของป้อมปราการวินด์ธันเดอร์”

เสินจิ่งฉวนและจางหลินหู่ต่างก็เผยรอยยิ้มขึ้นมาด้วยเช่นกัน

ลู่หยางยื่นมือออกไปจับมือกับชายชราทั้ง 3 คน ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“ผมเชื่อว่าหยู่เว่ยน่าจะบอกพวกคุณแล้วว่าหุ้นที่พวกคุณได้รับไปในคราวนี้เป็นหุ้นที่ไม่สามารถนำไปขายต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผมได้ ถ้าหากในอนาคตพวกคุณต้องการจะขายหุ้นออกไปจริง ๆ พวกคุณก็จำเป็นจะต้องขายหุ้นคืนให้กับผมในราคาตลาด ณ เวลานั้น”

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา” เซี่ยหย่วนชานกล่าว

ลู่หยางพยักหน้ารับซึ่งหลังจากที่พวกเขาเซ็นสัญญากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็ทำการอัปโหลดสัญญาเข้าไปภายในเกมเพื่อให้ทางระบบตรวจสอบว่าสัญญาไม่มีข้อผิดพลาด ซึ่งหลังจากที่เขาได้รับการยืนยันว่าสัญญาไม่มีปัญหา เขาก็ลุกขึ้นพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า

“ผมยังมีธุระที่ต้องรีบกลับไปจัดการ วันนี้ผมขออนุญาตขอตัวกลับก่อนนะครับ”

“พวกเราไปด้วย” เสินเมิ่งเหยากล่าวโดยมีเซี่ยหยู่เว่ยและจางจื่อโป๋พยักหน้ารับอยู่ใกล้ ๆ

“หัวหน้า พวกเราขอโทษแทนพ่อด้วยนะ พวกเราก็ไม่คิดเหมือนกันว่าพ่อ ๆ ของพวกเราจะยังคิดเอาเปรียบคุณอยู่แบบนั้น” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวด้วยความรู้สึกผิด

ลู่หยางมองไปยังสีหน้าที่อึดอัดใจของทั้ง 3 คน ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า

“ไม่เป็นไร การที่พ่อของพวกเธอไม่เชื่อมั่นในตัวฉันมันก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ อย่าลืมนะว่าตอนนี้พวกเรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งใหญ่จริง ๆ แต่ฉันก็เชื่อว่าถ้าหากพวกเราพยายามฝ่าฟันวิกฤตไปด้วยกัน ไม่ว่าวิกฤตจะหนักหนาแค่ไหนแต่พวกเราก็สามารถที่จะฝ่าฟันวิกฤตพวกนั้นไปด้วยกันได้”

“หัวหน้าวางใจได้เลยครับ ถึงแม้พวกเราจะต้องกลับไปยังจุดที่ไม่มีอะไรเลย แต่พวกเราก็ยังจะอยู่กับคุณ” จางจื่อโป๋กล่าว

“นายไม่จำเป็นจะต้องมองโลกในแง่ร้ายขนาดนั้นหรอก ความจริงฉันไม่เคยกลัวหวังเถิงเลยแม้กระทั่งฉือมู่กับฉงป้าก็ไม่อยู่ในสายตาของฉันด้วยซ้ำ สิ่งที่ทำให้ฉันกังวลจริง ๆ คือกลุ่มทุนที่อยู่ทางฝั่งของเผ่าสัตว์อสูรต่างหาก” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

คำตอบของลู่หยางทำให้เซี่ยหยู่เว่ยสับสนไปเล็กน้อย เพราะพวกเธอพูดคุยกันเรื่องสถานการณ์ของทางฝั่งเผ่ามนุษย์ แต่ลู่หยางกลับพูดถึงสถานการณ์ของทางฝั่งเผ่าสัตว์อสูรขึ้นมาเฉย ๆ

“ทำไมคุณถึงพูดแบบนั้นล่ะคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

“ทางเผ่าสัตว์อสูรมีกลุ่มทุนเข้ามาลงทุนทั้งหมด 22 บริษัท ตอนนี้พวกเขายังไม่ค่อยเข้าใจเกมนี้มากนักและกำลังต่อสู้กันเองอยู่ อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขามีความเข้าใจเกมนี้มากขึ้น พวกเขาก็จะรู้ว่าตัวเองไม่จำเป็นจะต้องลงทุนเพียงแต่ทางฝั่งเผ่าอสูรเท่านั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาเริ่มลงทุนในทั้ง 3 เผ่าพร้อม ๆ กัน ในเวลานั้นพวกเราก็จะกลายเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ” ลู่หยางกล่าว

ในเมืองเซนต์กอลล์มีกิลด์ขนาดใหญ่อยู่มากกว่า 20 กิลด์และถ้าหากว่ากิลด์ไหนได้รับแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่ขึ้นมา พวกเขาก็สามารถจะพัฒนากลายเป็นกิลด์ชั้นยอดได้อย่างรวดเร็ว

“ผมมองข้ามเรื่องนี้ไปเลย ถ้าหากว่ามีกลุ่มทุนสัก 5 บริษัทเข้ามาลงทุนทางฝั่งมนุษย์เพิ่มจริง ๆ ในเวลานั้นพวกเราก็คงจะลำบากกว่าในตอนนี้มาก” จางจื่อโป๋กล่าว

“พวกเราพอจะมีวิธีเตรียมพร้อมรับมือพวกเขาไหมคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

“ฉันเตรียมพร้อมทุกอย่างเอาไว้แล้วพวกเธอรอดูก็แล้วกัน ฉันรับรองว่ามันเป็นสิ่งที่พวกเธอคิดไม่ถึงแน่นอน” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างลึกลับ

“นายแอบกระซิบบอกพวกเราก่อนไม่ได้เหรอ?” เจียงเจ๋อถามด้วยความอยากรู้

“รอให้ฉันเจรจาเสร็จเรียบร้อยก่อน ถ้าหากฉันพูดไปตอนนี้แล้วการเจรจาล้มเหลวมันก็เท่ากับฉันพูดจาไปเรื่อยไม่ใช่เหรอ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

ในระหว่างที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั่นเอง มู่ยี่ก็ติดต่อมาหาลู่หยาง

“สกายวูฟบอกว่าเขาอยากคุยกับพี่เดี๋ยวนี้เลย ผมควรจะตอบเขากลับไปว่ายังไงดี?”

“บอกเขาว่าเที่ยงตรงพวกเราจะเจรจากันที่ร้านขายยาของนาย เดี๋ยวฉันจะไปคุยกับเขาด้วยตัวเอง” ลู่หยางกล่าว

“ได้ครับ” มู่ยี่ตอบรับก่อนจะวางสายไป

“สำเร็จแล้วใช่ไหม?” เจียงเจ๋อถาม

ลู่หยางตอบกลับด้วยรอยยิ้มแต่ไม่ยอมพูดอะไรกลับไปเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งมันก็ทำให้เจียงเจ๋อหงุดหงิดมากพอสมควร

หลังจากกลับมาถึงเวิร์กช็อป ลู่หยางก็พาเซี่ยหยู่เว่ยกับเสินเมิ่งเหยาไปที่ห้องของฮั่นอิ่งและพาเจียงเจ๋อกับจางจื่อโป๋มาเข้าเกมที่ห้องของเขา

ทันทีที่ปรากฏตัวภายในเกม ลู่หยางก็โดยสารเรือเหาะของเผ่าก็อบลินเพื่อมุ่งหน้าตรงไปยังเมืองหลวงของเผ่าหมาป่า

“สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?” ลู่หยางถามฮั่นชาในระหว่างที่เขากำลังเดินทาง

“ดูเหมือนว่าพวกเราจะลงมือรุนแรงกันไปหน่อยครับ ตอนนี้ลูกน้องของฉือมู่ไม่กล้าออกมาจากป้อมปราการเลย” ฮั่นชากล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นมาเกาหัว

“พวกนายฆ่าพวกเขาไปแล้วกี่คน?” ลู่หยางถามด้วยความประหลาดใจ

“ตั้งแต่ 8:00 น. ถึง 11:00 น. พวกเราฆ่าพวกเขาไปแล้วประมาณ 2,000 กว่าคนเฉลี่ยแล้วพวกเราแต่ละคนฆ่าพวกเขาไปได้คนละประมาณ 200 กว่าคนครับ” ฮั่นชาตอบ

“แสดงว่าพวกนายฆ่าพวกเขาทุกนาทีเลยสินะ” ลู่หยางกล่าวหลังจากคำนวณเวลาภายในใจ

“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ เพียงแต่พวกเรามีสกิลบลิ้คสไตรค์ที่สามารถเคลื่อนที่ไปด้านหลังของศัตรูและโจมตีได้ในทันที สกิลนี้มีคูลดาวน์อยู่ที่ 8 วินาทีและสามารถเก็บสะสมการใช้งานได้ 5 ครั้ง เมื่อมีสกิลนี้อยู่การฆ่าคนก็เป็นไปได้ง่ายมาก ๆ เลยครับ ตราบใดก็ตามที่พวกเขาไม่ระวังตัวพวกเราก็สามารถจัดการกับพวกเขาได้ตลอดเลย”

จบบทที่ บทที่ 430 มุ่งหน้าสู่เผ่าสัตว์อสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว