เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 370 ซากโบราณสถาน

บทที่ 370 ซากโบราณสถาน

บทที่ 370 ซากโบราณสถาน


บทที่ 370 ซากโบราณสถาน

“ไม่ต้องมาเกรงใจฉันหรอก เรื่องแค่นี้มันเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย อีกอย่างโซลออฟอีเทอนิตี้ก็ไม่ได้กำหนดเป้าหมายไปที่พวกคุณจริง ๆ สิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่เป็นเพียงแค่การวางกลลวงเอาไว้เท่านั้น” ลู่หยางกล่าว

คำพูดของอีกฝ่ายทำให้สองพี่น้องหันมามองหน้ากันอย่างตกตะลึง ก่อนที่โจวเทียนหมิงจะถามขึ้นมาว่า

“คุณกำลังหมายความว่ายังไงครับ?”

“หากฉันเดาไม่ผิดเรื่องที่โซลออฟอีเทอนิตี้ตั้งค่าหัวสมาชิกของฉันก็น่าจะเป็นกลลวงด้วยเหมือนกัน จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาควรจะเป็นการโจมตีฉือมู่หรือไม่ก็ฉงป้า แต่ฉันคิดว่าโอกาสน่าจะออกที่ฉงป้ามากที่สุด” ลู่หยางตอบ

“ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้นล่ะ?” โจวเทียนหยานถาม เพราะท้ายที่สุดเรื่องที่โซลออฟอีเทอนิตี้ตั้งค่าหัวสมาชิกของบลัดบราเธอร์กับเรื่องที่ฉงป้าจะถูกโจมตี มันก็ดูเป็นเรื่องสองเรื่องที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย

“หากว่าบลัดไทแรนท์เป็นคนประกาศล่าค่าหัวลูกกิลด์ของฉัน ตัวฉันก็คงไม่คิดแบบนี้แต่กิลด์ของโซลออฟอีเทอนิตี้อยู่ไกลจากกิลด์ของฉันมาก การลดความแข็งแกร่งของกิลด์ฉันลงก็ดูจะไม่มีประโยชน์สำหรับเขาเท่าไหร่เลย อย่างมากที่สุดมันก็เป็นการปูทางให้บลัดไทแรนท์จัดการกับฉันได้ง่ายมากขึ้นเท่านั้น แต่มันก็เห็นได้ชัดว่าบลัดเติสตี้ยังมีกำลังไม่มากพอจะจัดการกับบลัดบราเธอร์ได้

“แต่ถ้าหากพวกเขามุ่งเป้าหมายไปที่ฉงป้ากับฉือมู่ เรื่องมันก็จะกลับตาลปัตรไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเพียงแค่การคาดเดาของฉันเท่านั้นและฉันก็ไม่มีหลักฐานอะไรมาสนับสนุนคำพูดของตัวเองด้วย” ลู่หยางกล่าว

“สิ่งที่คุณพูดมันก็มีเหตุผลนะ บางทีโซลออฟอีเทอนิตี้อาจจะกำลังวางแผนแบบนั้นอยู่จริง ๆ ก็ได้” โจวเทียนหมิงกล่าวหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ก่อนหน้านี้ฉันพยายามติดต่อไปหาฉือมู่กับฉงป้าเพื่อเตือนพวกเขาแล้ว แต่พวกเขาทั้งสองคนคงจะคิดว่าฉันติดต่อไปขอความช่วยเหลือ มันเลยไม่มีใครให้ความสนใจกับฉันเลย” ลู่หยางพูดต่อ

โจวเทียนหมิงทำได้เพียงแต่เผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างจนปัญญา ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า

“ก่อนหน้านี้ฉือมู่กับฉงป้าก็เคยมาชวนพวกเราสองพี่น้องเข้าร่วมพันธมิตรกับเขาด้วยเหมือนกัน แต่พอพวกเขาเห็นสถานการณ์ของพวกเราแล้วพวกเขาก็ล้มเลิกความตั้งใจพวกนั้นไป”

“สองคนนี้เป็นพวกคิดเห็นแต่ประโยชน์ของตัวเองมากเกินไป” โจวเทียนหยานกล่าว

“เรื่องนั้นมันก็ใช่ แต่ถ้าหากฉันคาดการณ์ไม่ผิดเมื่อไหร่ก็ตามที่ฉงป้าได้รับความพ่ายแพ้ ในเวลานั้นสถานการณ์ของพวกเราก็จะยากลำบากมากกว่าเดิม ไม่ทราบว่าพวกคุณสองพี่น้องพอจะมีแผนการอะไรดี ๆ ไหม?” ลู่หยางกล่าว

โจวเทียนหมิงทำได้เพียงแต่ถอนหายใจ ก่อนจะพูดตอบลู่หยางว่า

“พูดตามตรงนะพี่ลู่หยางว่าพวกเราสองพี่น้องเตรียมตัวจะขายป้อมปราการออกไปแล้ว”

“ขาย?” ลู่หยางถามอย่างประหลาดใจ

โจวเทียนหมิงพยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

“ความจริงแล้วกว่าเราจะครอบครองป้อมปราการนี้ได้ มันก็ไม่ได้มีเพียงแต่ความดีความชอบของพวกเราสองพี่น้องเท่านั้น เพื่อนพี่น้องของพวกเราต้องร่วมเสียสละกันไปอย่างมากมาย เมื่อเราเห็นว่าพวกเรายังไม่มีความสามารถมากพอจะปกป้องป้อมปราการเอาไว้ได้ สู้พวกเราขายมันออกไปเอาเงินไปแจกจ่ายให้พี่น้องทุกคนมันก็ยังดีกว่าการที่พวกเราเสียป้อมปราการไปฟรี ๆ”

น่าเสียดายที่ถึงแม้โจวเทียนหมิงจะคิดแบบนี้ แต่คนที่กล้าซื้อป้อมปราการของพวกเขาไปมันก็มีอยู่ไม่มากนัก

“พวกคุณคิดจะขายเท่าไหร่?” ลู่หยางถาม

“50 ล้านเครดิตพร้อมกับหุ้น 30% ของกิลด์ โดยเราจะช่วยปกป้องป้อมปราการอย่างเต็มที่” โจวเทียนหยานตอบ

“พวกคุณตกลงขายไปแล้วหรือยัง?” ลู่หยางถาม

“ยังครับ นี่เป็นราคาต่ำที่สุดที่พวกเราจะรับได้ ตอนนี้เป็นช่วงเจรจากับกิลด์ภายในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ที่ให้ความสนใจ” โจวเทียนหมิงตอบ

การที่อีกฝ่ายยอมเปิดเผยข้อมูลออกมาถึงขนาดนี้ มันก็เห็นได้ชัดว่าทั้งคู่ไว้ใจลู่หยางมากและไม่ได้มองว่าชายหนุ่มเป็นคนนอก

ลู่หยางใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“เอาแบบนี้ไหม? ฉันจะซื้อป้อมปราการและหุ้นทั้งหมดในกิลด์ของพวกคุณในราคา 150 ล้านเครดิต จากนั้นฉันจะให้หุ้นพวกคุณ 2 คน ๆ ละ 15% และให้พวกคุณดูแลป้อมปราการต่อไป ตัวฉันจะไม่เข้าไปยุ่งกับการบริหารขอแค่ช่วยฟังคำสั่งของฉันในยามสงครามเท่านั้นก็พอ”

“นอกจากนี้ฉันจะให้โควต้าเงินเดือนบางส่วนกับพวกคุณเพื่อให้กิลด์จ่ายเงินเดือนให้กับสมาชิกในอนาคต โดยเงินเดือนที่สมาชิกเหล่านั้นจะได้รับมันจะไม่น้อยกว่า 5,000 เครดิตต่อเดือน”

ข้อเสนอของลู่หยางทำให้สองพี่น้องตกตะลึง เพราะข้อเสนอนี้มันก็เทียบเท่าได้กับการที่พวกเขายังคงเป็นเจ้าของกิลด์และป้อมปราการอยู่ เพียงแต่ผลกำไร 70% จะต้องถูกปันผลไปให้กับลู่หยางเท่านั้น อย่างไรก็ตามจำนวนของเงินปันผลมันก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาเป็นคนตัดสินใจอยู่ดี

“พวกเราชอบข้อเสนอของคุณมาก แต่ผมขออนุญาตเตือนว่าตอนนี้คุณไม่เหมาะสมจะซื้อป้อมปราการของพวกเราเท่าไหร่ หากผมคาดการณ์ไว้ไม่ผิดคุณไม่มีทางรับมือกับโซลออฟอีเทอนิตี้และบลัดไทแรนท์ได้พร้อม ๆ กันหรอก” โจวเทียนหยานพยายามพูดเตือน

ลู่หยางส่ายศีรษะพร้อมกับพูดว่า

“เรื่องนี้พวกคุณไม่จำเป็นจะต้องกังวล ในเมื่อฉันกล้าซื้อ มันก็หมายความว่าฉันมีความมั่นใจว่าฉันสามารถต่อต้านการโจมตีของพวกเขาทั้งสองกิลด์พร้อม ๆ กันได้”

โจวเทียนหมิงและโจวเทียนหยางขอเวลาออกไปปรึกษากันส่วนตัวสักครู่ ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาตอบรับกับลู่หยางว่า

“หลังจากนี้ต่อไปพวกเราก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย หากคุณอยากจะให้พวกเราทำอะไรก็ขอให้สั่งการออกมาได้เลย”

“ถ้าอย่างนั้นอันดับแรกพวกคุณก็เตรียมตัวกันเอาไว้ให้ดี เพราะหลังจากนี้ป้อมปราการจะถูกย้ายไปอยู่ภายใต้การครอบครองของบลัดบราเธอร์” ลู่หยางกล่าว

“พี่ลู่หยาง คุณมีแผนการอะไรงั้นเหรอ?” โจวเทียนหมิงถามอย่างตกใจ

ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มออกมาอย่างลึกลับ ก่อนที่เขาจะตอบกลับไปว่า

“ในเมื่อโซลออฟอีเทอนิตี้ชอบใช้กลยุทธ์ในสงคราม ฉันก็จะเล่นเกมจิตวิทยากับเขาสักกระดาน มาดูกันสิว่าใครจะหลอกใครได้ก่อนกัน”

โจวเทียนหยานหลุดหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ เพราะเขาไม่คิดว่าลู่หยางจะเป็นคนที่น่าสนใจถึงขนาดนี้

“เอาล่ะพวกเรามาเซ็นสัญญากันเถอะ ทันทีที่ข้อตกลงบรรลุผลฉันจะโอนเงินให้พวกคุณทันที แต่พวกคุณอย่าเพิ่งแบ่งเงินให้ลูกน้องของพวกคุณนะ ช่วยรออีก 15 วันหลังจากนั้นค่อยเอาเงินไปแบ่งให้พี่น้องของพวกคุณ” ลู่หยางกล่าว

“ได้ครับ” ทั้งสองคนพยักหน้ารับพร้อมกัน

ไม่นานกระบวนการเซ็นสัญญาก็ลุล่วงไปได้ด้วยดี จากนั้นลู่หยางก็โอนจ่ายเงิน 150 ล้านไปให้กับโจวเทียนหมิงทำให้เงินในบัญชีของเขาเหลืออยู่ไม่ถึง 100 ล้านเครดิตแล้ว

“ตอนนี้พวกเราควรจะต้องทำอะไรครับ?” โจวเทียนหมิงถาม

“พยายามปกป้องป้อมปราการเอาไว้เหมือนเดิม ขอแค่อดทนไปอีก 15 วันทุกอย่างมันก็จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี” ลู่หยางตอบ

“โอเคครับ” โจวเทียนหยานกล่าว

ลู่หยางพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะตบไหล่พี่น้องทั้งสองและออกไปจากพื้นที่พิเศษ

ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังจะออกไปลากมอนสเตอร์เพื่อเก็บเลเวลต่อไป ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นแสงประหลาดที่อยู่ในพื้นที่โล่งระหว่างห้องวิจัย 1 และห้องวิจัย 2

ย้อนกลับไปในชาติก่อนกว่าที่เขาจะเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ มันก็ถูกกิลด์อื่น ๆ สำรวจไปแล้วเป็นจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน และหนึ่งในเรื่องกล่าวขานที่น่าตื่นเต้นมากที่สุดนั่นก็คือที่นี่เป็นจุดเกิดของมอนสเตอร์ระดับลอร์ดที่มีพลังป้องกันสูงมาก เพียงแต่เขายังไม่เคยเจอกับบอสตัวนั้นด้วยตัวเอง

ชายหนุ่มเดินตามแสงสว่างไปด้วยความสงสัย ก่อนที่เขาจะเดินมาถึงบันไดหินอ่อนสีขาว

ระบบ: คุณพบซากโบราณสถาน

ตัวบันไดมี 7 ขั้นซึ่งบันไดแต่ละขั้นมีความสูง 30 เซนติเมตร หลังจากที่เขาเดินขึ้นไปตามบันไดเขาก็ได้พบกับระเบียงทางเดินที่สร้างขึ้นจากหินอ่อนสีขาวและมีเพียงเสาหินโค้งที่ตั้งอยู่ตรงบริเวณปลายระเบียง

ชาติก่อนเขาก็เคยเดินทางมาตรงนี้ด้วยเช่นกัน แต่ในคราวนั้นมันไม่มีแสงสว่างคอยนำทางให้กับเขาเหมือนกับในตอนนี้

ตรงบริเวณลานระเบียงมีเสาหินอยู่เพียงแค่ 6 ต้นและทางด้านหลังมันก็มีหลุมขนาดใหญ่ ซึ่งจากคำอธิบายเนื้อเรื่องของเกมภายในหลุม ๆ นี้ก็มีซากของสิ่งมีชีวิตโบราณซุกซ่อนอยู่

ในขณะที่ลู่หยางกำลังสงสัย จู่ ๆ เสาหินทั้ง 6 ต้นก็เริ่มเปล่งแสงสีขาวบริสุทธิ์ ซึ่งทุก ๆ ครั้งที่มันมีแสงสว่างส่องขึ้นมา มันก็จะมีมอนสเตอร์ตัวสีเทาที่มีปีกคล้าย ๆ กับพวกอิมพ์ปรากฏตัวขึ้น

ผู้พิทักษ์ซากโบราณ (ระดับกึ่งอีลิท)

เลเวล 60

พลังชีวิต 1/1

ค่าสถานะของมอนสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้าทำให้ลู่หยางตกตะลึง เพราะถึงแม้ว่ามันจะมีเลเวลสูงถึง 60 แต่พลังชีวิตของมันกลับมีเพียงแค่ 1 เท่านั้นเอง

นึกว่าจะได้พันธมิตรใหม่ ได้ลูกน้องใหม่เลยเหร๊อ!!

จบบทที่ บทที่ 370 ซากโบราณสถาน

คัดลอกลิงก์แล้ว