เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 371 สิ่งมีชีวิตโบราณ

บทที่ 371 สิ่งมีชีวิตโบราณ

บทที่ 371 สิ่งมีชีวิตโบราณ


บทที่ 371 สิ่งมีชีวิตโบราณ

ฮี้ส!

ผู้พิทักษ์ซากโบราณทั้ง 6 ตัวส่งเสียงร้องขึ้นมาพร้อมกัน ก่อนที่พวกมันจะบินเข้ามาหาลู่หยาง

แม้อีกฝ่ายจะเป็นเพียงแค่มอนสเตอร์ระดับกึ่งอีลิท แต่ชายหนุ่มก็ไม่คิดที่จะประมาท เขาจึงทำการท่องคาถาปล่อยสกิลเบลซซิงเบิร์สออกมา 6 ลูกเพื่อจู่โจมเข้าใส่ผู้พิทักษ์ซากโบราณทั้ง 6 ตัว

-1

หลังจากผู้พิทักษ์ซากโบราณสูญเสียพลังชีวิตไป พลังชีวิตของมันก็ฟื้นฟูกลับมาจนเต็มในทันที ซึ่งในระหว่างนั้นพวกมันก็ยังคงพุ่งเข้ามาหาลู่หยางอย่างต่อเนื่อง

“ไม่ตาย?!” ลู่หยางอุทานพร้อมกับขมวดคิ้ว

เขาเคยเจอมอนสเตอร์แบบนี้มาแล้วในชาติก่อน ซึ่งมันก็จำเป็นจะต้องใช้วิธีการพิเศษถึงจะฆ่ามอนสเตอร์เหล่านี้ได้ ขณะเดียวกันการที่มอนสเตอร์มีพลังชีวิตเพียงแค่ 1 หน่วย มันก็หมายความว่าทางผู้พัฒนาได้เอาค่าสถานะอื่น ๆ ไปรวมไว้ที่พลังโจมตี ดังนั้นผู้พิทักษ์ซากโบราณเหล่านี้น่าจะมีพลังโจมตีเกือบ 10,000 หน่วย

เมื่อได้เห็นมอนสเตอร์ทั้ง 6 บุกเข้ามา ลู่หยางก็ใช้มีดเอสเคพเดจเจอร์กระโดดออกไปจากตำแหน่งเดิม 30 เมตร

ฟี้ส!

จู่ ๆ ตั๊กแตนกลายพันธุ์กว่า 10 ตัวก็โผล่หัวขึ้นมาจากหลุมทางด้านหลัง และเมื่อพวกมันได้เห็นลู่หยางตั๊กแตนเหล่านี้ก็รีบพุ่งเข้าใส่นักเวทหนุ่มอย่างรวดเร็ว

สถานการณ์ในปัจจุบันทำให้ลู่หยางตกอยู่ในความยากลำบากในทันที เขาจึงรีบใช้สกิลแฟลชเทเลพอร์ตหลบหนีออกไปยังเส้นทางที่เขาได้เดินเข้ามา และเมื่อเขาได้เดินออกจากเขตซากโบราณสถาน เหล่าบรรดาผู้พิทักษ์ซากโบราณก็ไม่ไล่ตามเขามาอีกต่อไป ศัตรูของเขาในตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่ตั๊กแตนกลายพันธุ์กว่า 10 ตัวที่กำลังวิ่งไล่มาเท่านั้น

ชายหนุ่มได้ทำการหลอกล่อพวกมันไปยังบริเวณหลุมบนเพดานเช่นเดิม และทันทีที่เขากระโดดขึ้นไปบนเพดานฮั่นอิ่งก็ถามขึ้นมาอย่างสงสัย

“ทำไมรอบนี้มีน้อยจังล่ะคะ?”

“ฉันบังเอิญไปเจอสถานที่พิเศษ เดี๋ยวทุกคนช่วยตามฉันไปที่นั่นหน่อยนะ” ลู่หยางกล่าว

ทุกคนต่างก็พยักหน้ารับด้วยแววตาอันเป็นประกาย เพราะพวกเขานั่งอยู่ที่นี่เฉย ๆ มา 2 วันแล้ว หลังจากลู่หยางจัดการพวกตั๊กแตนกลายพันธุ์จนหมด ทุกคนก็กระโดดลงไปจากเพดานเพื่อเข้าไปยังซากโบราณสถานด้วยกัน

ระหว่างทางลู่หยางก็ได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง ก่อนที่เขาจะสั่งขึ้นมาว่า

“ทุกคนรอดูอยู่ข้างนอกก็พอ เดี๋ยวฉันจะไปล่อพวกมันออกมา”

ทันทีที่พูดจบลู่หยางก็เดินขึ้นบันไดไปยังลานของซากโบราณสถานอีกครั้ง แน่นอนว่าเสาหินทั้ง 6 ต้นก็ได้เปล่งแสงสีขาวก่อนที่มันจะมีผู้พิทักษ์ซากโบราณสถานทั้ง 6 ตัวปรากฏขึ้นมา

ลู่หยางยังคงพยายามโจมตีเข้าใส่ผู้พิทักษ์เหล่านี้ต่อไป แต่เขาก็ยังไม่สามารถสังหารพวกมันได้เช่นเดิม ระหว่างนั้นตั๊กแตนกลายพันธุ์อีก 10 ตัวก็ปรากฏขึ้นมา แต่ในระหว่างที่เขากำลังจะถอยออกไปนั้น จู่ ๆ ฮั่นอิ่งก็ตะโกนขึ้นมาว่า

“พี่ บางทีพวกเราอาจจะต้องโจมตีเสาหินตามลำดับแสงสว่างที่มันปรากฏขึ้นมาหรือเปล่า?”

ลู่หยางพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะใช้เบลซซิงเบิร์ส 6 ลูกยิงเข้าใส่เสาหินทั้ง 6 ต้นตามลำดับเท่าที่เขาพอจะจำได้

ทันใดนั้นมันก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นมาจากบนลานอย่างไร้ที่มา แล้วพวกตั๊กแตนกลายพันธุ์ที่กำลังบุกเข้ามาก็ดูเหมือนกับว่าจะเห็นอะไรบางอย่าง พวกมันจึงรีบวิ่งกลับเข้าไปภายในหลุมอย่างร้อนรน

ผู้พิทักษ์ซากโบราณสถานทั้ง 6 ตัวหายไปจากตำแหน่งเดิมอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงเสาหินทั้ง 6 ต้นที่ยังคงส่องสว่างอยู่อย่างนั้น

วินาทีต่อมามันก็มีแสงสีน้ำตาลส่องสว่างขึ้นอย่างกะทันหันพร้อมกับพื้นที่ตรงบริเวณกลางลานที่มีมอนสเตอร์สูง 15 เมตรปรากฏตัวขึ้นมา

มอนสเตอร์ตัวนี้สวมใส่ชุดเกราะสีเทา ลำแขนของพวกมันมีลักษณะคล้ายกับเคียว ลำตัวมีลักษณะเหมือนกับงูและบริเวณด้านหลังมันก็มีปีกสีเทาอยู่คู่หนึ่ง

สิ่งมีชีวิตโบราณ (บอส)

เลเวล 80

พลังชีวิต: 3,000,000/3,000,000

“ตัวอะไรเนี่ย น่าเกลียดจัง” มู่หยูกล่าว

“ไม่ว่ามันจะเป็นตัวอะไรพวกเราก็รีบถอยกันก่อนเถอะ ทุกคนรีบกลับไปรอที่ลานกว้างด้านนอกซะ” ลู่หยางสั่งการอย่างรวดเร็ว

เคียวทั้ง 2 อันของสิ่งมีชีวิตโบราณมีความยาวมากกว่าตัวของลู่หยางซะอีก และถึงแม้ช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงเวลาอันค่ำคืน แต่ทุกคนก็ยังคงมองเห็นแสงประกายจากเคียวของมันได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นบอสเลเวล 80 แต่มันก็มีพลังชีวิตอยู่ในระดับที่น้อยมาก ซึ่งมันก็หมายความว่าพลังโจมตีของมันจะต้องอยู่ในระดับที่สูงมากแน่ ๆ

ลู่หยางหยิบน้ำยาเอคโคออฟเมจิกออกมา ก่อนจะทำการขว้างมันออกไปเข้าใส่สิ่งมีชีวิตโบราณอย่างแรง

พลาด!

เหตุการณ์นี้ทำให้ชายหนุ่มเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง เพราะเขาเพิ่งจะเคยเจอเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก

“ทุกคนรีบหนีเร็วเข้า พวกเราสู้มันไม่ได้!”

เมื่อลู่หยางเน้นย้ำคำสั่งฮั่นอิ่งก็รีบพาทุกคนวิ่งออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว ซึ่งในระหว่างนั้นลู่หยางก็ได้ท่องคาถาเพื่อทำการยิงเบลซซิงเบิร์สเข้าใส่หัวของบอส

-1 (คริติคอล)

โฮ่ว!

สิ่งมีชีวิตโบราณยกเคียวทั้ง 2 อันขึ้นมาไขว้กันไว้ตรงบริเวณด้านหน้า จากนั้นมันก็ร้องคำรามขึ้นมาด้วยความโกรธเกรี้ยวและพุ่งเข้าหาลู่หยางด้วยความรวดเร็ว

ในเวลาเพียงแค่ชั่วพริบตาสิ่งมีชีวิตโบราณก็สามารถบินออกไปได้ไกลกว่า 30 เมตร แต่ในระหว่างที่มันกำลังยกเคียวขึ้นมาฟัน ร่างของลู่หยางก็ได้กลายเป็นแสงสว่างหายไปจากตำแหน่งเดิมเสียก่อน

แฟลช!

ทันทีที่ลู่หยางปรากฏตัวห่างจากตำแหน่งเดิม 30 เมตร เขาก็เปิดใช้งานสกิลสคอร์ชิ่งสปีดพร้อมกับวิ่งอ้อมไปอีกทางหนึ่งเพื่อมุ่งหน้าไปยังลานกว้างอย่างรวดเร็ว

สิ่งมีชีวิตโบราณร้องคำรามพร้อมกับไล่ตามลู่หยางไป ซึ่งความเร็วระหว่างทั้งสองฝ่ายค่อนข้างจะใกล้เคียงกันมาก เพียงแต่ลู่หยางมีความเร็วอยู่สูงกว่าบอสเล็กน้อย

เมื่อวิ่งมาจนถึงลานกว้างระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายก็เพิ่มขึ้นเป็น 35 เมตร แต่ผลของสกิลสคอร์ชิ่งสปีดอยู่ได้เพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น เขาจึงวิ่งหนีออกไปด้านนอกสปิริตอะคาเดมี่

อย่างไรก็ตามสิ่งมีชีวิตโบราณก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลย เมื่อลู่หยางเห็นว่าผลของสกิลสคอร์ชิ่งสปีดเหลือไม่ถึง 30 วินาที เขาจึงตัดสินใจแปลงร่างกลายเป็นอสูรเพลิง

ในร่างอสูรเพลิงเขาจะสามารถใช้เวทมนตร์ธาตุไฟได้โดยไม่ติดคูลดาวน์ ซึ่งมันก็หมายถึงเขาสามารถใช้สกิลสคอร์ชิ่งสปีดได้อย่างไม่มีจำกัด เขาจึงเปิดใช้งานสคอร์ชิ่งสปีดอีกครั้งพร้อมกับวิ่งหนีออกไปทางด้านหน้า

“ให้พวกเราลองโจมตีดูไหมคะ?” ฮั่นอิ่งตะโกนถาม

“ใจเย็น ๆ ทุกคนค่อย ๆ ไล่ตามมาด้านหลัง เดี๋ยวฉันจะล่อมันไปที่ ๆ หนึ่ง” ลู่หยางตอบ

หากเขาจำไม่ผิดในแผนที่เลเวล 53 ที่อยู่ใกล้ ๆ มีจุดบัคจุดหนึ่งอยู่ หากเขาสามารถหลอกล่อสิ่งมีชีวิตโบราณให้ไล่ตามเขาไปได้เรื่อย ๆ บางทีเขาก็อาจจะใช้ประโยชน์จากจุดบัคจุดนี้ได้

ซากปรักหักพังทิชาน

ครั้งหนึ่งสถานที่แห่งนี้เคยเป็นดินแดนของดยุก ซึ่งในดยุกของดินแดนนี้ก็ได้สร้างป้อมปราการจากเหล็กสีแดงเพื่อใช้ในการต้านทานการรุกรานจากศัตรู

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันป้อมปราการแห่งนี้ก็ถูกทิ้งร้างเอาไว้แล้ว แต่บริเวณกำแพงด้านขวาสุดของซากป้อมปราการมีรูที่ไม่รู้ว่ามันถูกทำลายจากอะไร และจุดบัคที่ลู่หยางกำลังหาอยู่นั่นก็คือรูบนกำแพงแห่งนี้นี่เอง

ในชาติก่อนมันเคยมีนักเวทระดับสูงโพสต์วิดีโอที่ตัวเขาท้าทายมอนสเตอร์เลเวลสูงทั้ง ๆ ที่ตัวเองมีเลเวลอยู่น้อยมาก ซึ่งผู้เล่นคนนั้นได้หลอกล่อมอนสเตอร์มาตรงบริเวณรูบนกำแพงนี้ ก่อนจะใช้สกิลแฟลชเพื่อทะลุรูกำแพงไป ส่วนพวกมอนสเตอร์ก็จะวิ่งชนเข้ากับรูบนกำแพงเข้าอย่างจัง

ตามกฎของระบบเมื่อมอนสเตอร์ติดอยู่ในอะไรสักอย่าง พวกมันจะไม่สามารถดิ้นหลุดออกมาได้ ซึ่งมันก็จะติดอยู่ตรงนั้นจนกว่าจะมีใครมาฆ่ามันจนตาย ร่างของมันถึงจะหายไปจากจุดที่ติดอยู่

ลู่หยางเคยใช้ประโยชน์จากรูบนกำแพงในชาติก่อนเพื่อฆ่ามอนสเตอร์ที่มีเลเวลสูงกว่าด้วยเช่นกัน และเขาก็มักจะใช้รูกำแพงนั้นในการจัดการกับบอสบริเวณนี้อีกด้วย

หลังจากที่ลู่หยางวิ่งมาจนถึงซากป้อมปราการแล้ว เขาก็ได้พาสิ่งมีชีวิตโบราณวิ่งไปยังบริเวณกำแพงที่มีรูโหว่ในทันที

พื้นที่บริเวณนี้ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากชาติก่อนเลยแม้แต่น้อย หลังจากที่เขาวิ่งมาจนถึงกำแพงที่มีรู เขาก็ตั้งใจหยุดยืนดูสิ่งมีชีวิตโบราณที่กำลังวิ่งไล่ตามมา

การใช้ประโยชน์จากจุดบัคจุดนี้มีข้อสำคัญคือผู้เล่นห้ามลงมือเร็วจนเกินไป เพราะถ้าหากเขาเทเลพอร์ตไปยังกำแพงอีกด้านหนึ่งอย่างฉับพลัน มอนสเตอร์ก็จะหักเลี้ยวไปทางอื่นเพื่อหาทางจัดการกับเขาแทน แต่ถ้าหากเขาเทเลพอร์ตช้าเกินไป ในเวลานั้นเขาก็จะถูกมอนสเตอร์สังหารด้วยเช่นกัน

ชายหนุ่มขยับร่างกายเล็กน้อยเพื่อเตรียมลงมือและทันทีที่สิ่งมีชีวิตโบราณเข้ามาในระยะ 30 เมตร เขาก็ใช้สกิลแฟลชตามสัญชาตญาณในระหว่างที่ร่างของบอสพุ่งตัวเข้ามาจนกลายเป็นเพียงแค่ภาพเงา

ชั่วขณะนั้นเคียวของสิ่งมีชีวิตโบราณได้ฟาดฟันเข้ามาจนชนเข้ากับรูโหว่บนกำแพงอย่างจัง ขณะที่ลู่หยางหายตัวไปปรากฏตัวอีกด้านของกำแพง ก่อนที่เขาจะมองดูสิ่งมีชีวิตโบราณที่ติดอยู่ในรูบนกำแพงก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

เฮ้ออออ โล่งอกด้วย

จบบทที่ บทที่ 371 สิ่งมีชีวิตโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว