เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 369 ใบรับรองสถาบันไร้ตัวตน

บทที่ 369 ใบรับรองสถาบันไร้ตัวตน

บทที่ 369 ใบรับรองสถาบันไร้ตัวตน


บทที่ 369 ใบรับรองสถาบันไร้ตัวตน

การเคลื่อนไหวของลู่หยางทำให้มู่หยูกับฮั่นอิ่งถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ในทางกลับกันฮั่นเฟย, ฮั่นอวี่และเสี่ยวเหลียงกำลังมองดูหนักเวทหนุ่มด้วยแววตาอันเป็นประกาย

“โหพี่! ท่าเมื่อกี้โคตรเท่เลย พี่ทำได้ยังไงอ่ะ สอนผมบ้าง” ฮั่นเฟยกล่าว

“รอให้พวกนายมีมีดเอสเคพเดจเจอร์ก่อนแล้วเดี๋ยวฉันจะสอนให้” ลู่หยางกล่าว

ทุกคนพยักหน้ารับ

“พี่รีบดูเร็วเข้าว่ามันเป็นใบเปลี่ยนอาชีพของอาชีพอะไร?” ฮั่นอวี่กล่าว

“นี่คือใบเปลี่ยนอาชีพที่ล้ำค่ามาก ฉันรับรองได้เลยว่ามันจะทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง” ลู่หยางกล่าว

ใบรับรองสถาบันไร้ตัวตน

คำอธิบายของไอเท็มถูกเขียนเอาไว้สั้น ๆ เพียงแค่นี้ แต่ความหมายที่ซ่อนอยู่ในนั้นมันก็อยู่เกินกว่าจินตนาการของทุกคนไปไกล

“มันพิเศษยังไงเหรอครับ?” ฮั่นเฟยถาม

“ใบเปลี่ยนอาชีพนี้ทำให้โจรเปลี่ยนอาชีพเป็นอินวิสซิเบิลทีฟที่สามารถล่องหนได้ตลอดเวลาและจะปรากฏตัวขึ้นมาก็ต่อเมื่อทำการโจมตีเท่านั้น” ลู่หยางตอบ

“ล่องหนตลอดเวลาเลยเหรอครับ?” ฮั่นอวี่ถามอย่างตกตะลึง

“ใช่แล้ว แต่นั่นก็ยังไม่ใช่จุดที่ดีที่สุดของอินวิสซิเบิลทีฟหรอกนะ เพราะจุดแข็งที่แท้จริงของอาชีพนี้คือพลังโจมตีที่อยู่เหนือกว่าสายอาชีพโจรด้วยกันทั้งหมด โดยทุกครั้งที่ผู้เล่นอาชีพนี้ทำการโจมตีจะมีโบนัสการโจมตีเท่ากับค่าความคล่องแคล่วโดยอัตโนมัติ”

โจรเป็นอาชีพที่มุ่งเน้นการอัปค่าสถานะไปที่ค่าความคล่องแคล่วเป็นหลักอยู่แล้ว ซึ่งนอกเหนือจากที่มันจะเพิ่มความเร็วในการโจมตี มันยังช่วยเพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพให้กับผู้เล่นสายอาชีพโจรอีกด้วย

ขณะเดียวกันสายอาชีพนี้สามารถเพิ่มโบนัสพลังโจมตีเท่ากับค่าความคล่องแคล่วและการโจมตีด้านหลังยังเพิ่มโบนัสในการโจมตีขึ้นอีก 30% ทำให้อินวิสซิเบิลทีฟแทบจะเป็นยมทูตที่สามารถฆ่าคนได้ในพริบตาเดียว

“โจรเลเวล 30 ที่สวมชุดระดับทองทั้งตัวจะมีค่าความคล่องแคล่วอยู่ประมาณ 600 หน่วย หากอาชีพนี้เพิ่มโบนัสพลังโจมตีได้เท่ากับค่าความคล่องแคล่วจริง ๆ มันก็หมายความว่าเขาจะสร้างโบนัสความเสียหายได้อีกครั้งละมากกว่า 600 หน่วยเลยนะครับ” ฮั่นเฟยกล่าวหลังจากพยายามคิดคำนวณ

“นายยังคำนวณค่าสถานะผิดไปหน่อย หากโจรคนนั้นใส่อัญมณีเพิ่มความคล่องแคล่วระดับ 10 ลงในอุปกรณ์ทั้ง 18 ชิ้น ๆ ละ 3 เม็ด มันก็หมายความว่าโจรคนนั้นสามารถเพิ่มโบนัสความเสียหายได้มากกว่า 4,000 หน่วยเลยต่างหาก” ลู่หยางอธิบายเสริม

“โอ้โหโคตรแรง!” ฮั่นเฟยอุทานด้วยความตกใจ เพราะถ้าหากอินวิสซิเบิลทีฟทำการโจมตีจากด้านหลังเพียงแค่ครั้งเดียว มันก็จะสามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่า 6,000 หน่วย ซึ่งมันก็หมายความว่าอาชีพตัวบาง ๆ จะถูกจบชีวิตภายใต้การโจมตีไม่เกิน 2 ครั้ง

“ถึงพลังโจมตีของอินวิสซิเบิลทีฟจะแรงมากก็จริง แต่ข้อเสียก็คือพลังชีวิตของผู้เล่นอาชีพนี้ต่ำมาก” ลู่หยางกล่าว

โดยปกติโจรที่สวมชุดระดับทองทั้งตัวเมื่อมีเลเวลถึง 30 จะมีพลังชีวิตอย่างน้อย 3,000 หน่วย แต่อินวิสซิเบิลทีฟจะมีพลังชีวิตเพียงแค่ 600 หน่วยเท่านั้น ซึ่งมันก็หมายถึงคนอื่น ๆ สามารถสังหารผู้เล่นอาชีพนี้ได้ภายใต้การโจมตีแค่ครั้งเดียวเหมือนกัน

“แล้วแบบนี้มันจะไปมีประโยชน์อะไรล่ะครับ?” ฮั่นเฟยถาม

“อาชีพนี้มันเป็นอาชีพที่เหมาะสำหรับโจรที่มีทักษะการเคลื่อนไหวดีมาก ๆ ยังไงล่ะ” ลู่หยางตอบ

ในชาติก่อนผู้ที่เปลี่ยนเป็นอาชีพอินวิสซิเบิลทีฟมีทั้งเทพแห่งความตายและเทพแห่งการถูกฆ่าตายซ้ำ ๆ เพราะผู้เชี่ยวชาญจะสามารถหลบหลีกการโจมตีและจู่โจมเข้าใส่ด้านหลังของศัตรูได้อย่างแม่นยำ แต่ผู้ที่ยังไม่เก่งกาจมากนักก็มักจะถูกศัตรูของเขาโจมตีสวนกลับมาจนตาย

ก่อนหน้านี้ลู่หยางยังไม่มีเป้าหมายสำหรับอินวิสซิเบิลทีฟ แต่หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วเขาก็คิดว่าเด็ก ๆ ทั้ง 12 คนที่ฮั่นจงกำลังฝึกอยู่นั้นคือตัวเลือกที่เหมาะสมอย่างแน่นอน เพราะถ้าหากฮั่นจงฝึกฝนเด็กเหล่านี้อย่างเข้มงวด ในเวลาเพียงแค่ไม่นานคนกลุ่มนี้ก็จะพัฒนาจนกลายเป็นเทพแห่งความตาย

ฟี้ส!

เสียงกรีดร้องของตั๊กแตนกลายพันธุ์เริ่มดึงสติของลู่หยางกลับมาอีกครั้ง ชายหนุ่มจึงหยิบน้ำยาเอคโคออฟเมจิกขว้างลงไปและเริ่มใช้ไฟร์วอลล์เพื่อแผดเผาพวกมัน

ขณะที่ลู่หยางกำลังเก็บเลเวลอยู่นั้น ในอีกด้านหนึ่งเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ก็กำลังเข้าสู่ยุคแห่งความวุ่นวาย

แม้ผิวเผินโซลออฟอีเทอนิตี้จะดูเหมือนมีกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันกำลังมีคลื่นใต้น้ำกำลังก่อกำเนิดขึ้นมาเป็นคลื่นลูกใหญ่

ท้ายที่สุดโซลออฟอีเทอนิตี้ก็แย่งชิงอำนาจจากกิลด์อื่น ๆ เพื่อควบคุมป้อมปราการมาถึง 3 แห่ง มันจึงทำให้เขามีศัตรูภายในเมืองอยู่เป็นจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน

ในช่วงเวลาปกติมันไม่มีใครกล้าทำอันตรายสมาชิกของดีวายโซลอย่างแน่นอน แต่เมื่อลู่หยางประกาศตั้งรางวัลค่าหัวเหล่าบรรดากิลด์ใหญ่ ๆ ในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ก็พบข้ออ้างในการซุ่มโจมตีดีวายโซลในทันที

ระหว่างที่ลู่หยางกำลังพักผ่อนจากการเก็บเลเวลอยู่นั้น เขาก็ทำการเปิดเว็บไซต์เพื่อดูจำนวนค่าหัวที่ถูกประกาศออกไป โดยทางฝั่งของบลัดบราเธอร์ถูกสังหารไปแล้วมากกว่า 3,000 คน แต่ทางฝั่งดีวายโซลกับถูกสังหารไปแล้วมากกว่า 7,000 คน

“โซลออฟอีเทอนิตี้ไปสร้างศัตรูเอาไว้เยอะขนาดไหนกันนะ?” ลู่หยางพึมพำขึ้นมาเบา ๆ

อีกด้านหนึ่งโซลออฟอีเทอนิตี้ก็กำลังสับสนกับสถานการณ์ในปัจจุบันด้วยเช่นกัน เพราะเขาไม่คิดว่าแผนการที่เขาคิดขึ้นมาเองจะทำให้กิลด์ของตัวเองตกอยู่ในอันตรายแบบนี้

การตั้งค่าหัวของลู่หยางทำให้ทีมผู้เล่นระดับสูงของดีวายโซลถูกซุ่มโจมตีเป็นจำนวนมากและบางทีก็ถูกผู้เล่นปริศนาฆ่าตายกันยกทีม

“ไม่ได้การแล้วครับ พวกเราจะต้องหาทางแก้เรื่องนี้โดยด่วน” เฉ่อยู่พูดกับโซลออฟอีเทอนิตี้

“อดทนเอาไว้ก่อน ถ้าจำเป็นก็กระชับกองกำลังกันเอาไว้ พวกเราต้องห้ามพลาดเรื่องนี้เป็นอันขาด” โซลออฟอีเทอนิตี้ออกคำสั่ง

แม้ว่าจะต้องถูกคนอื่นหัวเราะเยาะที่เขาเลือกถอยกองกำลังออกมา แต่โซลออฟอีเทอนิตี้ก็ไม่สนใจ เพราะตราบใดที่พวกเขาสามารถยึดป้อมแบล็คร็อคมาได้ เรื่องที่น่าขำทั้งหมดก็จะกลายเป็นเหตุผลให้คนอื่น ๆ มาชื่นชมเขา

“ได้ครับ ผมจะถอนกองกำลังที่ล้อมป้อมของโจวเทียนหมิงไว้ออกมา” เฉ่อยู่กล่าว

ป้อมบลูริเวอร์

โจวเทียนหมิงและโจวเทียนหยาน ผู้ซึ่งเป็นน้องชายกำลังมองดูศัตรูนอกป้อมปราการด้วยความกังวล

“บางทีคราวนี้พวกเราคงจะรักษาป้อมปราการเอาไว้ไม่ได้อีกแล้ว” โจวเทียนหมิงกล่าว

“ช่างมันเถอะครับ แค่พี่เลือกปิดประตูทั้ง 3 ด้านเอาไว้มันก็ทำให้เรายื้อมาได้นานมาก ไม่อย่างนั้นตอนนี้พวกเราก็คงจะสูญเสียป้อมปราการไปตั้งนานแล้ว” โจวเทียนหยานกล่าว

“เรื่องนี้มันไม่ใช่ความคิดของฉันหรอก แต่มันเป็นความคิดของลู่หยางต่างหาก” โจวเทียนหมิงกล่าว

“ถ้ามีโอกาสผมจะไปขอบคุณเขาให้ได้” โจวเทียนหยานกล่าวด้วยแววตาเป็นประกาย

ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น จู่ ๆ มันก็มีลูกน้องคนหนึ่งวิ่งเข้ามารายงานด้วยความตื่นเต้น

“หัวหน้าคราวนี้ป้อมปราการของพวกเรารอดแล้วครับ”

“มีอะไรค่อย ๆ เล่ามาไม่ต้องรีบ”

ลูกน้องที่วิ่งมารายงานรีบส่งกระทู้ล่าค่าหัวไปให้ทั้งสองพี่น้องดู ก่อนที่พวกเขาจะได้เห็นว่าทางฝั่งของกิลด์ดีวายโซลถูกลอบสังหารไปแล้วมากกว่า 7,000 คน

“พวกเรารอดแล้วจริง ๆ” โจวเทียนหมิงกล่าว

หลังจากที่พวกเขาพูดคุยกันได้เพียงแค่ไม่กี่คำ สมาชิกของดีวายโซลนอกป้อมปราการก็เริ่มถอนกำลังกันออกไป

“พี่ พวกเรารักษาป้อมปราการเอาไว้ได้แล้วครับ” โจวเทียนหยานกล่าว

โจวเทียนหมิงตื่นเต้นกับเหตุการณ์ในครั้งนี้มาก เขาจึงรีบติดต่อไปหาลู่หยางด้วยความตื่นเต้น

“พี่ลู่หยางขอบคุณมากที่คราวนี้คุณให้การช่วยเหลือ ถ้าเป็นไปได้พรุ่งนี้ผมก็อยากจะพบกับคุณสักครั้ง”

“ฉันยังไม่ได้ช่วยอะไรคุณเลยนี่?” ลู่หยางถามอย่างสงสัย

โจวเทียนหมิงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ลู่หยางฟัง ชายหนุ่มจึงหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ พร้อมกับพูดว่า

“คุณอาจจะยังไม่รู้แต่ฉันกำลังนั่งเสียดายเงินที่จ่ายไปอยู่เลย ใครจะไปคิดว่าโซลออฟอีเทอนิตี้จะมีศัตรูอยู่เยอะขนาดนี้ เวลาเพิ่งผ่านไปวันเดียวแต่ฉันก็เสียเงินไปมากกว่า 200,000 เครดิตแล้ว”

โจวเทียนหมิงหัวเราะขึ้นมาเช่นกัน ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า

“พรุ่งนี้คุณว่างไหม? ผมอยากจะพาน้องชายไปหาคุณหน่อย”

“ขอโทษด้วย แต่ตอนนี้ฉันอยู่ในแผนที่พิเศษและยังออกไปไม่ได้ชั่วคราว ถ้ามีธุระอะไรพวกเราก็ไปคุยกันในพื้นที่พิเศษก็ได้นะ” ลู่หยางกล่าว

“แบบนั้นก็ได้ครับ” โจวเทียนหมิงกล่าวก่อนเขาจะเปิดพื้นที่พิเศษและทำการเชิญลู่หยางกับโจวเทียนหยานเข้าไป

เมื่อโจวเทียนหมิงเห็นลู่หยางปรากฏตัว เขาจึงรีบเดินเข้ามาและยกมือคารวะเพื่อทำการขอบคุณ

“พี่ลู่หยางคราวนี้พวกเราต้องขอบคุณคุณมากจริง ๆ”

“ขอบคุณพี่ลู่หยางมากครับ” โจวเทียนหยานยกมือขึ้นมาคำนับด้วยเช่นกัน

พันธมิตรเก่าล่มก็หาใหม่ได้

จบบทที่ บทที่ 369 ใบรับรองสถาบันไร้ตัวตน

คัดลอกลิงก์แล้ว