เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 347 กรรมสิทธิ์ของป้อมปราการ

บทที่ 347 กรรมสิทธิ์ของป้อมปราการ

บทที่ 347 กรรมสิทธิ์ของป้อมปราการ


บทที่ 347 กรรมสิทธิ์ของป้อมปราการ

“เป็นอะไรกันไปหมด ทำไมทุกคนถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะ?” ลู่หยางแกล้งถามทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบอยู่เต็มอก

“มันเป็นเพราะพวกเดธโซลแท้ ๆ ไม่อย่างนั้นพวกเราก็คงจะไม่โดนแซงหน้าไปแบบนี้” เหมาชิวกล่าว

“แบบนี้มันก็เท่ากับว่าโซลออฟอีเทอนิตี้ขโมยชื่อเสียงของพวกเราไปหมดเลย” ไป๋เหลิงกล่าวอย่างไม่พอใจ

สีหน้าของทุกคนทำให้ลู่หยางอดจะขำขึ้นมาไม่ได้ ก่อนที่เขาจะพูดออกไปว่า

“ใจเย็น ๆ กันก่อน นี่มันแค่เรื่องป้อมปราการเองแล้วอีกอย่างพวกเขาก็ได้ที่ 2 ไม่ใช่ที่ 1 ไม่ใช่เหรอ?”

“แค่ต้องตามหลังพวกเขาแค่นั้นมันก็รู้สึกไม่ดีแล้วค่ะ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

“แล้วใครบอกว่าเราตามหลังพวกเขาอยู่ล่ะ?” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ตอนแรกทุกคนต่างก็หงุดหงิดจากเสียงประกาศของระบบ แต่หลังจากได้ยินคำพูดของลู่หยาง ทุกคนต่างก็จับจ้องมองไปยังหัวหน้ากิลด์ด้วยความตื่นเต้น

“หัวหน้า คุณ...คุณหมายความว่ายังไง?!” ไป๋ฉือถามอย่างตะกุกตะกัก

ลู่หยางทำการส่งวีดีโอที่เขาสังหารลาวาลอร์ดพร้อมกับทำการติดตั้งคำสั่งป้อมปราการให้ทุกคนในที่ประชุมดู

“ลองดูนี่สิ”

“หัวหน้า พวกเราเป็นกิลด์แรกที่ยึดป้อมปราการได้เหรอครับ?!” ไป๋เหลิงถามอย่างดีใจ

“ใช่ ฉันยึดป้อมปราการได้ตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนแล้ว” ลู่หยางกล่าว

“แล้วทำไมคุณไม่บอกพวกเราเลยล่ะคะ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

ลู่หยางทำได้เพียงแต่ส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“มันไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากบอกแต่สถานการณ์มันสุ่มเสี่ยงมากจนเกินไป ลองคิดดูสิว่าในตอนนั้นหากฉันพูดเรื่องนี้ออกไปแล้วมีคนหลุดพูดเรื่องนี้ให้คนนอกฟัง มันก็อาจจะทำให้กิลด์ของเราจบเห่ได้เลยนะ”

“อย่าลืมสิว่าเมื่อครึ่งเดือนก่อนพวกเราอ่อนแอขนาดไหนทั้งในเรื่องเลเวลเฉลี่ยของผู้เล่นภายในกิลด์ เรื่องอุปกรณ์ที่ยังค่อนข้างจะขาดแคลน หากตอนนั้นมีข่าวหลุดออกไปว่าพวกเราครอบครองป้อมปราการได้เป็นกิลด์แรก เดธโซลกับบลัดเติสตี้ย่อมไม่ปล่อยพวกเราไปอย่างแน่นอน แม้แต่พันธมิตรอย่างฉงป้ากับฉือมู่ก็คงจะไม่หยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้พวกเราด้วยเหมือนกัน นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงเก็บความลับเอาไว้จนถึงวันนี้”

หลังจากได้ฟังคำอธิบายเซี่ยหยู่เว่ย, ฉิงชางและคนอื่น ๆ ต่างก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

“ข่าวดียังไม่จบลงเพียงเท่านี้นะ เมื่อกี้เรดไนท์เพิ่งนำกำลังคนไปปล้นคลังวัตถุดิบของเดธโซลมาได้สำเร็จ ทำให้พวกเราได้รับวัตถุดิบสำหรับการสร้างอุปกรณ์ระดับทองได้อีกประมาณ 23,000 ชิ้น” ลู่หยางพูดต่อทำให้ทุกคนหูผึ่งด้วยความตื่นเต้น

“หัวหน้าพูดจริงเหรอครับ?!” ไป๋เหลิงถามด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง

“ฉันจะโกหกพวกนายไปทำไม ตอนนี้พวกหัวหน้ากิลด์เก่าของเดธโซลกำลังตามหาคนลงมือไปทั่วทั้งเมือง ฉันเลยให้พวกเขาซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ ก่อน” ลู่หยางกล่าว

“พวกเรารวยแล้ว”

“ถ้าวัดมูลค่าทางการตลาดวัตถุดิบพวกนั้นน่าจะมีค่าเกือบ ๆ 10 ล้านเครดิตได้เลยนะ”

ทุกคนต่างก็พูดขึ้นมาอย่างยินดี

“วัตถุดิบพวกนี้ฉันจะมอบให้กับกิลด์ทั้งหมด หลังจากนายช่างของพวกเราสร้างพวกมันเป็นอุปกรณ์จนเสร็จ อุปกรณ์ทั้งหมดจะถูกเก็บเอาไว้ภายในคลังกิลด์และสมาชิกทั้งหมดที่มีส่วนร่วมในสงครามครั้งนี้สามารถนำคะแนนกิลด์มาแลกอุปกรณ์พวกนั้นไปใช้งานได้” ลู่หยางกล่าวทำให้ทุก ๆ คนต่างก็รู้สึกซาบซึ้งใจกับความใจกว้างของเขา

“ฉันลืมรายงานเรื่องนี้ไปเลย หลังจากที่พวกเราเอาชนะเดธโซลกับบลัดเติสตี้ได้สำเร็จ มันก็ทำให้เราเก็บรวบรวมอุปกรณ์ระดับทองมาได้มากกว่า 10,000 ชิ้น” ถูเฟิงกล่าว

“ดีมาก! แบบนี้สมาชิกที่มีส่วนร่วมในสงครามก็คงจะแลกอุปกรณ์ไปใช้งานได้คนละ 2-3 ชิ้น หากหลังจากนี้พวกเขาขยันหาวัตถุดิบมาให้กับกิลด์อีกไม่เกิน 1 เดือนพวกเขาก็น่าจะแลกชุดอุปกรณ์ระดับทองไปใช้ได้ทั้งชุดแล้ว” ลู่หยางกล่าว

ทุกคนต่างก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย

“เอาล่ะ ฉันยังมีข่าวดีอีกเรื่องที่ต้องประกาศแล้วมันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ทุกคนลองปรึกษากันดูว่าใครมีความโดดเด่นในสงครามครั้งนี้มากที่สุด ฉันจะยกป้อมปราการวินด์ธันเดอร์ไปให้คนคนนั้นได้ดูแล” ลู่หยางกล่าวทำให้แม่ทัพทุก ๆ คนต่างก็นั่งตัวตรงขึ้นมาอย่างฉับพลัน

นักเวทหนุ่มมองไปยังแม่ทัพทั้ง 6 คน ก่อนจะพูดเสริมขึ้นมาว่า

“ทุกคนลองปรึกษากันดูให้ดี แต่จำเอาไว้ว่าป้อมปราการไม่ได้มีเพียงแค่ที่เดียว ดังนั้นเราไม่ควรจะต้องมาอิจฉากันเพราะเรื่องเพียงแค่นี้ ขอให้ทุกคนแสดงความยินดีกับคนที่ได้ป้อมปราการนี้ไปด้วย”

แม่ทัพทุกคนต่างก็หันมามองหน้ากัน ก่อนที่บิทเทอร์เลิฟจะพูดขึ้นมาเป็นคนแรก

“ผมขอถอนตัวครับ ผมรู้สึกว่าผมยังอยากจะเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ กับหัวหน้าต่อไปก่อน”

“ผมก็ขอถอนตัวเหมือนกัน ผมคิดว่าเซี่ยหยู่เว่ยน่าจะเหมาะสมที่สุด” ฉิงชางพูดเป็นคนที่ 2

“พวกเราสามพี่น้องโดดเด่นทางด้านการโจมตี แต่ไม่ถนัดในเรื่องการป้องกัน ดังนั้นพวกเราขอผ่านเรื่องนี้ไปก่อนครับ” ไป๋ฉือกล่าว

“ผมยังอายุน้อยเกินไป คราวนี้ผมก็ขอผ่านไปก่อนเหมือนกันครับ” ซุนหยูกล่าว

“ฉันก็ยังคิดว่าตัวเองไม่พร้อมเหมือนกัน” เจียงเจ๋อกล่าวเป็นคนสุดท้าย

เซี่ยหยู่เว่ยมองหน้าทุกคนอย่างประหลาดใจ ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นมาว่า

“นี่พวกนายแอบนัดกันมาก่อนหรือเปล่าเนี่ย?!”

ทุกคนต่างก็เผยรอยยิ้มขึ้นมาพร้อม ๆ กัน

เหตุการณ์นี้ทำให้ลู่หยางประหลาดใจอยู่เหมือนกัน เพราะเขาไม่คิดว่าทุกคนจะมีน้ำใจให้แก่กันมากขนาดนี้ ไม่ว่ายังไงเซี่ยหยู่เว่ยก็มีผู้ใต้บังคับบัญชาเยอะที่สุดในปัจจุบันการมอบป้อมปราการให้เธอดูแลนั้นจึงถือว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

“ในเมื่อทุกคนสละสิทธิ์ ฉันก็ขอมอบป้อมปราการนี้ให้เซี่ยหยู่เว่ยดูแลก็แล้วกัน อย่างที่ฉันเคยบอกไว้ในก่อนหน้านี้ว่ารายได้ 30% จากป้อมปราการจะตกเป็นของทีมเซี่ยหยู่เว่ย ส่วนรายได้อีก 70%จะถือว่าเป็นรายได้ของกิลด์” ลู่หยางพูดสรุปก่อนจะหยิบคำสั่งบุกป้อมปราการวินด์ธันเดอร์ออกมาจากกระเป๋า ซึ่งไอเท็มชิ้นนี้เป็นสิ่งที่เขาได้รับมาจากดันเจี้ยนดีม่อนแทรปปิ้ง

“หลังจากนี้มันเป็นของเธอ”

เซี่ยหยู่เว่ยรับคำสั่งบุกป้อมมาอย่างตื่นเต้น ก่อนที่เธอจะพูดออกไปอย่างซาบซึ้งว่า

“ขอบคุณค่ะหัวหน้า ขอบคุณนะทุกคน”

“เธอไม่ต้องเกรงใจพวกเขาไปหรอก ตอนนี้มีแค่สมาชิกกิลด์ใหญ่ ๆ ที่สมาชิกมีเลเวลถึง 30 ส่วนผู้เล่นธรรมดายังมีเลเวล 20 กว่า ๆ อยู่เลย พื้นที่รอบ ๆ ป้อมปราการต่างก็เป็นพื้นที่เลเวล 30 ขึ้นไปทั้งหมด ส่วนแบ่งรายได้ 30% จากป้อมปราการในช่วงแรกคงจะสร้างเงินให้เธอได้ไม่มากเท่าไหร่นักหรอก กว่าที่ป้อมปราการจะทำเงินให้กับเธอได้เป็นกอบเป็นกำ ในเวลานั้นทุกคนก็น่าจะมีป้อมปราการเป็นของตัวเองกันหมดแล้ว” ลู่หยางกล่าว

“หัวหน้าอย่าพูดขัดแบบนั้นสิ ผมอุตส่าห์คิดจะให้หยู่เว่ยเต้นแทนคำขอบคุณให้พวกเราดูสักหน่อย” ฉิงชางกล่าวอย่างผิดหวัง

“ใช่ ๆ ๆ นายนี้ไม่เข้าใจอะไรเอาซะเลย” เจียงเจ๋อกล่าวอย่างหงุดหงิด

“ไอ้พวกกะล่อน!” เซี่ยหยู่เว่ยกัดริมฝีปากด้วยใบหน้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

“โอ๊ย! ช่วยด้วย ๆ ดาเมจของเธอแรงมาก” ฉิงชางกล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นมากุมหัวใจ

“โอ๊ย! ฉันก็โดนเหมือนกัน ทุกคนมาช่วยฉันเร็วเข้า!!” เจียงเจ๋อกล่าวด้วยท่าทางราวกับคนจะสิ้นใจ

ทุกคนต่างก็ส่งเสียงหัวเราะขึ้นมายกใหญ่ ซึ่งมันก็ทำให้เซี่ยหยู่เว่ยเขินอายไปมากกว่าเดิม

“เอาล่ะเลิกเล่นกันได้แล้ว พวกเรามาคุยเรื่องจริงจังกันต่อดีกว่า” ลู่หยางกล่าวทำให้ทุกคนกลับมามีสีหน้าเคร่งขรึมอีกครั้ง

“ฉันมีคำขอร้องอยู่เพียงแค่อย่างเดียว ช่วงนี้ขอให้ทุกคนออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านกันให้น้อยที่สุดและพยายามกินเนื้อสัตว์กับผักใบเขียวเป็นหลักเพื่อจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรง” ลู่หยางกล่าว

“หา?” ทุกคนต่างก็อุทานขึ้นมาด้วยความสับสน

“เชื่อฉันสิ ฉันไม่ได้คิดร้ายกับพวกนายหรอก” ลู่หยางกล่าว

สถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเซคคัลเวิลด์มากที่สุดในชาติก่อนคือการแพร่ระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งในตอนแรกผู้คนทั่วทั้งโลกไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก แต่ในเวลาเพียงแค่ไม่นานพวกเขาก็ได้ตระหนักว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์นี้ มันได้กลายเป็นโรคระบาดระดับโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ด้วยวิทยาการทางการแพทย์ในปัจจุบัน มันก็ยังไม่มีวิธีใดที่สามารถรักษาไข้หวัดใหญ่ชนิดนี้ได้ แม้แต่การควบคุมไม่ให้ไวรัสแพร่กระจายก็เป็นไปได้อย่างยากลำบาก รัฐบาลแต่ละประเทศจึงขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน แม้แต่โรงเรียนก็ยังถูกสั่งให้ปิดการเรียนการสอน

ช่วงแรกทุกประเทศต่างก็คิดว่าวิกฤตในครั้งนี้คงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่มากนัก แต่พวกเขาไม่ได้คาดการณ์เอาไว้ก่อนเลยว่าโรคระบาดจะยืดเยื้อยาวนานมาเป็นเวลาถึง 3 ปี

อย่างไรก็ตามวิกฤตในครั้งนี้ก็เป็นสิ่งที่ช่วยทำให้เซคคัลเวิลด์ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เพราะเนื่องมาจากทุกคนต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน จำนวนผู้เล่นที่ออนไลน์จึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วงแรกประชากรภายในเกมเพิ่มขึ้นจากหลักร้อยล้านไปจนถึงหลักพันล้าน และในช่วงที่มีผู้เล่นออนไลน์มากที่สุดมันก็มีประชากรออนไลน์พร้อมกันเป็นจำนวนถึง 3 พันล้านคน

โรคนี้มันคุ้น ๆ อยู่นะว่าไหม?

จบบทที่ บทที่ 347 กรรมสิทธิ์ของป้อมปราการ

คัดลอกลิงก์แล้ว