เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 348 นัดพบ

บทที่ 348 นัดพบ

บทที่ 348 นัดพบ


บทที่ 348 นัดพบ

“เอ่อ…ก็ได้ครับ ถึงยังไงช่วงนี้พวกเราก็ใช้ชีวิตส่วนมากในเกมอยู่แล้ว นอกจากไปเรียนพวกเราก็ไม่ได้ออกนอกบ้านไปไหนเลย” ฉิงชางกล่าว

“พวกเราก็เหมือนกัน” ไป๋ฉือกล่าว

“พรุ่งนี้ผมต้องพาน้อง ๆ ในทีมไปลงดันเจียน ทุกคนกำลังรอผมพาพวกเขาไปเก็บเลเวลอยู่” บิทเทอร์เลิฟกล่าว

“ผมก็ไปไหนไม่ได้เหมือนกัน” ซุนหยูกล่าว ซึ่งเรื่องที่เขาขาหักในโลกแห่งความเป็นจริงทุก ๆ คนต่างก็รู้เรื่องนี้กันดีอยู่แล้ว

“ทางฝั่งของฉันน่าจะยุ่งที่สุด เพราะตอนนี้มีคนมาให้จัดการตั้ง 70,000 คน กว่าที่ทุกอย่างจะลงตัวคงจะมีเรื่องให้ปวดหัวอีกเยอะเลย” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

“ทุกคนควรเตรียมความพร้อมเอาไว้ให้ดี หลังจากชนะในสงครามครั้งนี้กิลด์ของเราคงจะดึงดูดผู้เล่นระดับสูงได้อีกมากมาย และพวกเราก็จะต้องเตรียมการสำหรับสงครามในครั้งต่อไปด้วย” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“สงครามครั้งต่อไป?” ทุกคนต่างก็อุทาน ก่อนจะมองไปยังลู่หยางด้วยแววตาอันเป็นประกาย

“ฉันพึ่งได้ข่าวมาว่าแบล็คบลัดนำกำลังพลที่เหลืออยู่ไปเข้าร่วมกับดีวายโซล” ลู่หยางกล่าว

“อะไรนะครับ/ค่ะ?!” ทุกคนต่างก็อุทานพร้อมกับหมวดคิ้ว

“ดีวายโซลไม่ได้พัฒนาอยู่ในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์งั้นเหรอ? การที่พวกเขารับพวกแบล็คบลัดเข้าไปมันหมายความว่าอะไร”

ลู่หยางทำการเปิดแผนที่ 3 มิติบนโต๊ะประชุมพร้อมกับอธิบายขึ้นมาว่า

“เมืองซีเอ็มเพอเรอร์ตั้งอยู่บริเวณทางใต้ของเมืองเซนต์กอลล์ และในเขตทางเหนือของเมืองก็มีป้อมปราการอยู่ทั้งหมด 4 ป้อม ตอนนี้ดีวายโซลได้ยึดป้อมในเขตทางเหนือไปได้ 3 ป้อมแล้วและป้อมที่อยู่ใกล้กับป้อมวินด์ธันเดอร์ที่สุดก็อยู่ห่างออกไปเพียงแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น”

“ดีวายโซลมันจะต้องมีแผนการอะไรสักอย่างแน่ ๆ หากพวกเขาใช้ม้วนคัมภีร์เร่งความเร็ว การเดินทัพก็จะร่นเวลาลงมาเหลือเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น” ฉิงชางกล่าวหลังจากพิจารณาภูมิประเทศบนแผนที่

“ใช่แล้ว แบล็คบลัดได้ไปเข้าร่วมกับดีวายโซลพร้อมกับนำคำสั่งบุกป้อมวินด์ธันเดอร์ไปด้วย แต่ตอนนี้ดีวายโซลยังยุ่งอยู่กับการจัดการป้อมปราการอีก 2 แห่ง หลังจากที่พวกเขาจัดการป้อมปราการทั้ง 2 แห่งนี้ได้เรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็คงจะคิดถึงป้อมปราการวินด์ธันเดอร์ของพวกเรา” ลู่หยางกล่าว

“ฉันจะพยายามระวังให้มากที่สุดค่ะ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวด้วยสีหน้าอันจริงจัง

“เธอจะระวังตัวไปทำไม พวกเราควรบุกไปหาพวกมันก่อนเลยไม่ดีกว่าเหรอ? ในเมื่อดีวายโซลตั้งใจรับแบล็คบลัดเข้าไป ฉันก็จะสั่งสอนบทเรียนให้กับพวกมันเหมือนกัน อีกอย่างฉันก็ตั้งใจจะหาป้อมปราการให้ทุกคนอยู่แล้ว” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปที่เมืองซีเอ็มเพอเรอร์

“เยี่ยมไปเลย!” ไป๋ฉือกล่าว

“พวกเรารีบพาทีมไปเก็บเลเวลกันเถอะ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวอย่างกระตือรือร้น

“ฉันไปด้วย” หลานอวี่กล่าว

เซี่ยหยู่เว่ยกำลังจะพยักหน้ารับ แต่ลู่หยางได้พูดแทรกขึ้นมาซะก่อน

“หยู่เว่ย ฉันขอยืมตัวหลานอวี่ไปสัก 2-3 วันนะ ฉันตั้งใจจะพาเธอไปทำภารกิจ”

“ใช่เหรอคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซุกซน ส่วนสมาชิกหลักคนอื่น ๆ ก็กำลังเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างกรุ้มกริ่มด้วยเช่นกัน

ใบหน้าของหลานอวี่เปลี่ยนเป็นสีแดงในทันที ก่อนที่เธอจะก้มหน้าลงไปด้วยความเขินอาย

ลู่หยางเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ หลานอวี่ก่อนที่เขาจะโอบเอวบาง ๆ ของเธอเบา ๆ และพูดขึ้นมาว่า

“ไม่ต้องไปสนใจพวกเขาหรอก พวกนายคุยเรื่องเก็บเลเวลกกันต่อเถอะ หวังว่าหลังจากฉันกลับมาเลเวลของทุกคนจะไม่ตามหลังฉันมากเกินไป”

“โห่!” ทุกคนต่างก็ส่งเสียงโห่ร้องเมื่อได้เห็นลู่หยางหนีไปพร้อมกับคำคุยโวแบบนี้

ลู่หยางเลือกที่จะไม่สนใจเสียงหัวเราะของทุกคนพร้อมกับรีบพาหลานอวี่ออกไปจากห้อง เพราะถ้าหากเขาอยู่ในห้องประชุมต่อสหายเหล่านี้คงจะรุมล้อพวกเขาแน่ ๆ

หลานอวี่หัวเราะขึ้นมาเบา ๆ ขณะวิ่งตามลู่หยางออกมาจากประตู ซึ่งหลังจากที่ทั้งคู่วิ่งมาจนถึงสถานที่ปลอดผู้คนแล้ว หลานอวี่ก็พูดขึ้นมาว่า

“พวกนั้นแกล้งฉันอีกแล้ว”

“ขอแค่มีฉันอยู่ไม่มีใครแกล้งเธอได้หรอก” ลู่หยางกล่าว

หลานอวี่พยักหน้าอย่างมีความสุข

หลังจากผ่านพ้นสงครามมาหลายครั้งลู่หยางก็ได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งของตัวเองไปทั่วทั้งเมืองเซนต์กอลล์ หลานอวี่จึงมองไปยังชายตรงหน้าด้วยความชื่นชม เพราะท้ายที่สุดคน ๆ นี้ก็เรียกได้ว่ามีความสามารถรอบด้านเลยทีเดียว

“ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง? ฉันไม่ค่อยมีเวลามาดูแลเธอเลยเพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับสงคราม” ลู่หยางกล่าวด้วยความรู้สึกผิด

“ช่วงนี้ก็ดีนะ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงมีคนกะล่อนคนหนึ่งชอบแกล้งฉันอยู่เรื่อยเลย” หลานอวี่กล่าว

“ใครเหรอ?” ลู่หยางถามพร้อมแอบหัวเราะขึ้นมาภายในใจ

“เขาชื่อเหมือนพี่เลย แต่จะบอกว่าแกล้งก็คงจะไม่ใช่เรียกว่าเขาชอบมาทำให้ฉันหงุดหงิดมากกว่า” หลานอวี่กล่าวอย่างน่ารัก

ลู่หยางทำได้แต่หัวเราะภายในใจ เพราะคนขี้แกล้งคนนั้นมันก็คือเขาเอง

“มีคนแบบนี้อยู่ด้วยเหรอ ว่าแต่เธอเรียนอยู่ที่ไหน? เดี๋ยวพี่จะไปจัดการเขาให้เอง”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ จริง ๆ คน ๆ นั้นก็ไม่ได้เลวร้ายแต่อาจจะเพราะเขาเป็นคนแบบนั้นอยู่แล้วก็ได้ล่ะมั้งคะ แต่เอาจริง ๆ พวกเรานัดเจอกันข้างนอกก็ดีเหมือนกัน ฉันก็อยากรู้ว่าข้างนอกพี่เป็นยังไง” หลานอวี่กล่าวด้วยใบหน้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง

ลู่หยางตื่นเต้นจนหัวใจแทบกระโดดออกมาจากอก เพราะการที่เธอพูดแบบนี้มันก็แสดงว่าเธอมีใจให้กับเขาจริง ๆ

“โอเค สาวน้อย ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เจอกัน”

“แต่ว่าฉันอยู่ที่เมืองตงไห่นะคะ พี่มาได้ใช่ไหม?” หลานอวี่กล่าวด้วยใบหน้าสีแดงก่ำ

“บังเอิญจริง ๆ ที่ฉันก็อยู่ที่เมืองตงไห่เหมือนกัน” ลู่หยางกล่าว

“หา?! พวกเราอยู่เมืองเดียวกันเหรอ” หลานอวี่เงยหน้าขึ้นมองลู่หยางด้วยความประหลาดใจ

“เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ 7 โมงเช้าฉันจะไปรอที่มหาวิทยาลัยของเธอก็แล้วกัน” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ได้ค่ะ” หหลานอวี่ตอบ

ลู่หยางคิดถึงช่วงเวลานี้มานานมากแล้ว ซึ่งหลังจากที่เวลาได้ผ่านพ้นมาเป็นเวลานาน เขาก็มีโอกาสจะได้คบกับเธอจริง ๆ สักที ความจริงเขาอยากจะบอกเธอตั้งแต่ในตอนนี้เลยว่าเขาเป็นใครแต่เพื่อให้เธอเซอร์ไพรส์เขาจึงตั้งใจจะเก็บเรื่องนี้เอาไว้ก่อน

หลังจากที่พูดคุยรายละเอียดเรื่องการนัดพบกันอีกสักพัก ทั้งคู่ก็ออกไปพักอย่างนอกเกม

หลานอวี่ตื่นเต้นกับการเจอลู่หยางในโลกแห่งความเป็นจริงครั้งแรกด้วยเช่นกัน ซึ่งในจินตนาการอีกฝ่ายจะต้องเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่และหล่อเหลามาก ๆ อย่างแน่นอน

เที่ยงคืน

หลังจากเซี่ยหยู่เว่ยออกจากเกมเธอก็ได้พบว่าเสินเมิ่งเหยายังไม่นอน เธอจึงถามออกไปด้วยความสงสัยว่า

“มัวเหม่ออะไรอยู่ ทำไมถึงยังไม่นอน?”

“ลู่หยางบอกว่าพรุ่งนี้เขาจะมาหาฉัน ฉันเลยกำลังคิดอยู่ว่าเขาจะหน้าตาเป็นยังไง” เสินเมิ่งเหยากล่าว

“เดี๋ยวเจอกันเธอก็รู้เองแหละ” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

“เธอเคยเจอเขาแล้วเหรอ?” เสินเมิ่งเหยาถามอย่างสงสัย

เซี่ยหยู่เว่ยกระอักกระอ่วนใจอยู่เล็กน้อย เพราะถึงแม้เธอจะยังไม่เคยเจอลู่หยาง แต่เธอก็รู้แล้วว่าข้างนอกอีกฝ่ายเป็นใคร เธอจึงรีบทำท่าเป็นไม่สนใจพร้อมกับพูดออกไปว่า

“เขาก็เป็นผู้ชายธรรมดา ๆ คนหนึ่งนั่นแหละ”

เสินเมิ่งเหยายื่นปากออกมาอย่างน่ารัก ซึ่งเธอก็คิดถึงเรื่องลู่หยางจนกระทั่งประมาณตี 2 ก่อนที่จะนอนหลับไป

อีกด้านหนึ่ง

ลู่หยางยังนอนไม่หลับและกำลังหันหน้ามองไปยังท้องฟ้านอกหน้าต่างที่เต็มไปด้วยดวงดาว

เนื่องมาจากสถานที่ที่เขาอยู่ค่อนข้างอยู่ห่างจากตัวเมืองมากพอสมควร บนท้องฟ้าจึงสามารถมองเห็นดวงดาวได้อย่างชัดเจน

หลังจากเกิดใหม่ในชาตินี้เขาก็เคยสัญญากับตัวเองแล้วว่าเขาจะไม่ยอมให้เสินเมิ่งเหยาต้องเจอกับความเจ็บปวดเหมือนในชาติก่อน และมันก็จะไม่มีใครสามารถพรากเสินเมิ่งเหยาไปจากเขาได้เป็นอันขาด

รักแท้รักจริงรักมากกกกก

จบบทที่ บทที่ 348 นัดพบ

คัดลอกลิงก์แล้ว