เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 346 ยุบกิลด์อย่างเป็นทางการ

บทที่ 346 ยุบกิลด์อย่างเป็นทางการ

บทที่ 346 ยุบกิลด์อย่างเป็นทางการ


บทที่ 346 ยุบกิลด์อย่างเป็นทางการ

การปรากฏตัวของกองทัพขนาดใหญ่ทำให้ผู้เล่นวิพากษ์วิจารณ์กันไปมาอย่างมากมาย ในเวลาเพียงแค่ไม่นานข่าวก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมือง และทำให้มีผู้เล่นเป็นจำนวนมากวิ่งออกมาดูสถานการณ์บริเวณประตูทิศตะวันตก

“บลัดบราเธอร์จะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว”

“พวกเขากำลังจะทำอะไรน่ะ”

“ช่างภาพอยู่ไหน? รีบเก็บภาพนี้ไปรายงานเร็วเข้า”

สื่อต่าง ๆ เริ่มเก็บภาพนี้จากทุก ๆ มุมและในขณะที่ผู้เล่นได้มารวมตัวกันหลาย ๆ คนก็เริ่มตั้งข้อสงสัยว่าบลัดบราเธอร์กำลังจะทำอะไรกันแน่

ระหว่างที่ทุกคนกำลังตั้งข้อสงสัยกันอยู่นั้น ลู่หยางก็ส่งข้อความไปในช่องสื่อสารของกิลด์

“3”

“2”

“1”

“เริ่ม”

“พวกเราบลัดบราเธอร์อยู่ที่นี่แล้ว พวกเดธโซลยังจะกล้าออกมาสู้กับพวกเราอีกไหม?!” ผู้เล่นทั้ง 170,000 คนตะโกนออกไปพร้อม ๆ กันก่อให้เกิดเสียงดังสนั่นจนได้ยินไปจนถึงกลางเมือง ซึ่งเหตุการณ์นี้มันก็ทำให้พวกสกายซอร์ทและคนอื่น ๆ ที่กำลังเรียกรวมกองกำลังของตัวเองอยู่สะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ

หลังจากนั้นพวกเขาก็รีบวิ่งตรงไปยังประตูทิศตะวันตกของเมือง ก่อนจะได้พบกับกองกำลังของบลัดบราเธอร์ทั้ง 170,000 คนเข้าแถวกันอย่างเป็นระเบียบจนแทบจะปิดล้อมกำแพงเมืองเอาไว้ได้ด้านหนึ่ง

[ช่องแชทโลก] สกายซอร์ท: กิลด์ซอร์ดวอริเออร์สกายขอประกาศแยกออกจากเดธโซลแบล็คซอร์ทนับแต่นี้เป็นต้นไป

[ช่องแชทโลก] เฟียร์เลส: กิลด์โซลเทรมเมอร์ขอประกาศแยกออกจากเดธโซลแบล็คซอร์ทนับแต่นี้เป็นต้นไป

ภายในเวลาไม่ถึง 10 วินาทีหัวหน้ากิลด์ทั้ง 8 ต่างก็ประกาศแยกตัวออกจากเดธโซลพร้อม ๆ กันทำให้ในตอนนี้สมาชิกของเดธโซลจึงเหลือเพียงแค่สมาชิกของเอเวอร์ลาสติงเท่านั้นเอง

“เดธโซลยุบแล้วงั้นเหรอ?!”

“บลัดบราเธอร์จะแข็งแกร่งมากเกินไปแล้ว”

“โอ้พระเจ้า นี่พวกเขาถึงขนาดบีบให้เดธโซลยุบกิลด์เลยเหรอเนี่ย”

ผู้เล่นทั่วทั้งเมืองต่างก็พูดคุยในประเด็นนี้กันอย่างเผ็ดร้อน ฉือมู่ก็ยืนสังเกตการณ์อยู่บนกำแพงเมือง ก่อนที่เขาจะส่งข้อความไปหาลู่หยางว่า

“ประธานลู่หยางขอแสดงความยินดีด้วย ไม่ทราบว่าคุณพอจะมีเวลามาพูดคุยกับฉันสักหน่อยไหม?”

ลู่หยางกำลังปรึกษากับพวกเซี่ยหยู่เว่ยว่าจะจัดการกับเดธโซลยังไงดี เมื่อเขาได้รับการติดต่อมาจากฉือมู่ มันก็ทำให้เขาอดที่จะเผยรอยยิ้มขึ้นมาไม่ได้

“มีข่าวดีอะไรงั้นเหรอครับหัวหน้า?” บิทเทอร์เลิฟถาม

“ข่าวดีมีเยอะเลย เดี๋ยวฉันจะค่อย ๆ บอกพวกนายทีละเรื่อง แต่ตอนนี้ลองเดาดูสิว่าใครเพิ่งส่งข้อความมาหาฉัน?” ลู่หยางกล่าว

“ฉือมู่งั้นเหรอครับ?” ฉิงชางพยายามคาดเดา

“ถูกต้อง เขาติดต่อมาเพื่อต้องการจะพูดคุยกับฉัน” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ตาแก่นี่เคลื่อนไหวได้เร็วจริง ๆ หลังจากรู้ว่าตัวเองตัดสินใจผิดพลาดเขาก็รีบแก้ไขสถานการณ์เป็นคนแรกเลย” ฉิงชางกล่าว

“เอาล่ะไหน ๆ เดธโซลก็แตกสลายลงไปแล้ว วันนี้ให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนก่อน ส่วนพวกนายก็สมควรไปพักด้วยเหมือนกัน เดี๋ยวฉันจะไปคุยกับฉือมู่เอง” ลู่หยางกล่าว

“ได้ครับ/ค่ะ” ทุกคนตอบรับพร้อมกัน

“เอาล่ะทุกคนแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนได้” ลู่หยางตะโกนสั่งการลูกกิลด์ภายในกองทัพ ซึ่งคำสั่งก็ถูกส่งต่อ ๆ กันไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่พวกเขาจะแยกออกเป็นแถว ๆ ละ 20 คนเดินเข้าประตูทางทิศตะวันตกของเมืองกันอย่างเป็นระเบียบ

การเดินขบวนในครั้งนี้นำด้วยทีมผู้เล่นเลเวล 30 ที่สวมใส่ชุดอุปกรณ์ระดับทองทั้งตัว 13,000 คน ตามมาด้วยทีมผู้เล่นที่สวมชุดอุปกรณ์ระดับเงินทั้งหมด เมื่อพวกเขาเคลื่อนกำลังเข้าไปภายในเมือง มันก็สามารถสร้างความตื่นตระหนกให้กับฝูงชนได้อีกครั้งหนึ่ง

“บลัดบราเธอร์มีสมาชิกเลเวล 30 ที่สวมชุดระดับทองเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”

“นั่นมันเป็นหมื่นคนเลยนะ”

“แบบนี้บลัดบราเธอร์ก็สมควรจะเป็นกิลด์อันดับ 1 ของเมืองเซนต์กอลล์แล้ว”

สำหรับกิลด์ขนาดเล็กการที่พวกเขาจะมีผู้เล่นเลเวล 30 ที่สวมใส่ชุดอุปกรณ์ระดับทองสักคนก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจสำหรับพวกเขาแล้ว แต่บลัดบราเธอร์กลับมีผู้เล่นระดับนี้รวมตัวกันอยู่เป็นกองทัพ กองกำลังของบลัดบราเธอร์จึงอยู่เหนือกว่ากองกำลังอื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง

ระหว่างทางผู้เล่นทั้งหมดต่างก็หลีกทางให้สมาชิกของบลัดบราเธอร์โดยไม่มีใครกล้าขวางทางเลยแม้แต่คนเดียว เมื่อลู่หยางเดินเข้าไปจนถึงจุดปลอดภัย เขาก็แยกตัวออกไปยังห้องรับรองชั้นที่ 2 ของหอเฟิ่งเซียน ซึ่งเขามักจะใช้เป็นสถานที่นัดพบกับฉือมู่เป็นประจำ

หลังจากเปิดประตูฉือมู่กับฉงป้าก็ลุกยืนขึ้นโค้งคำนับให้กับลู่หยางอย่างนอบน้อม

“ประธานลู่หยางขอแสดงความยินดีด้วย”

ลู่หยางยกมือขึ้นโค้งคำนับตอบ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“ยินดีด้วยเช่นกันครับ”

ฉือมู่หัวเราะขึ้นมาแห้ง ๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“น้องชาย เรื่องนี้ก่อนหน้านี้ก็อย่าถือสาหาความกันเลย พวกเราตัดสินใจแล้วว่าพวกเราจะยกรายได้ของสมาคมทหารรับจ้างในครึ่งปีหลังให้เป็นค่าสมทบทุนการทำสงครามของคุณในคราวนี้”

กำไรจากสมาคมทหารรับจ้างที่แบ่งหารออกมาแต่ละคนจะอยู่ที่ประมาณเดือนละ 3,000 เหรียญทอง การที่ฉือมู่กับฉงป้ายกกำไรครึ่งปีหลังให้กับเขา มันก็ตีเป็นมูลค่าได้ประมาณ 10 ล้านเครดิต

ลู่หยางมองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“ในเมื่อพวกคุณทั้งสองคนต้องการจะช่วยเหลือ ผมก็ขอรับเงินจำนวนนี้เอาไว้อย่างเต็มใจ”

“เอาเลยตามสบาย” ฉือมู่กับฉงป้าพูดขึ้นมาพร้อม ๆ กัน

ทั้งคู่รู้ดีว่าถ้าหากพวกเขาไม่ยอมเสียอะไรไปเลย เป้าหมายต่อไปของลู่หยางก็คงจะเป็นหนึ่งในพวกเขาอย่างแน่นอน และด้วยความแข็งแกร่งของทั้งสองพวกเขาก็ไม่มีทางที่จะเผชิญหน้ากับลู่หยางตรง ๆ ได้ ดังนั้นการยอมเสียสละรายได้บางส่วนไปบ้างจึงถือได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาในขณะนี้

“เรื่องที่เราเข้าใจผิดกันในก่อนหน้านี้ก็ขอให้มันแล้ว ๆ กันไปเถอะ ผมเชื่อว่าต่อไปพวกเราทั้ง 3 กิลด์จะยังคงเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“เป้าหมายต่อไปของคุณคือบลัดไทแรนท์ใช่ไหม?” ฉงป้าถาม

ลู่หยางส่ายหน้าพร้อมกับพูดว่า

“จุดประสงค์ที่ผมสร้างกิลด์ขึ้นมาไม่ใช่เพื่อทำลายกิลด์อื่น แต่สาเหตุที่พวกเราต้องทำกับเดธโซลแบบนี้นั่นก็เพราะพวกมันกดดันพวกเรามามากเกินไป เมื่อแรงกดดันพวกนั้นมันได้หายไปแล้วพวกผมก็อยากจะเล่นเกมแบบสนุก ๆ บ้างเหมือนกัน”

ฉงป้ากับฉือมู่ทำได้เพียงแต่สบตากันด้วยความประหลาดใจ เพราะในตอนแรกพวกเขาคิดว่าลู่หยางคงจะจัดการบลัดไทแรนท์เลยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีความคิดในลักษณะนี้

“หลังจากนี้พวกคุณทั้งคู่ก็พยายามกันหน่อยนะ ค่าประสบการณ์จากเลเวล 30 ไปถึงเลเวล 40 มันค่อนข้างเยอะมาก อีกไม่นานเขตแดนระหว่างทั้ง 3 เผ่าพันธุ์ก็คงจะเปิดออกแล้ว ในเวลานั้นสงครามครั้งใหญ่จริง ๆ ก็จะอยู่ห่างจากพวกเราไม่ไกลมากนัก โดยเฉพาะเผ่าสัตว์อสูรที่อาจจะบุกโจมตีพวกเราได้ทั้งทางบกและทางทะเล” ลู่หยางกล่าว

“เผ่าสัตว์อสูรจะบุกโจมตีพวกเรางั้นเหรอ?” ฉงป้าถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ใช่ครับ” ลู่หยางตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

ในชาติก่อนช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่ลิ่วเจียเริ่มเข้ามาลงทุนภายในเกม โดยในช่วงแรกเขาได้เขาซื้อกิลด์ที่ใหญ่ที่สุดของเผ่าสัตว์อสูรก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อย ๆ เข้าซื้อกิลด์ของเผ่ามนุษย์ไปเสริมความแข็งแกร่งทีละกิลด์ จนในที่สุดเขาก็สามารถครอบครองป้อมปราการส่วนใหญ่ของเซิร์ฟเวอร์จีนเอาไว้ได้

เพื่อไม่ให้ลิ่วเจียพัฒนาได้อย่างราบรื่น ลู่หยางจึงจำเป็นจะต้องยุติความบาดหมางเอาไว้เป็นการชั่วคราว ท้ายที่สุดถ้าหากพวกเขายังคงทำสงครามกันต่อ มันก็จะทำให้สมาชิกภายในกิลด์ต้องหยุดการพัฒนาไปด้วยเช่นกัน ในเวลานั้นหากอีกฝ่ายนำผู้เล่นเลเวล 40 บุกเข้ามา ขณะที่สมาชิกภายในกิลด์ของเขามีเลเวลเพียงแค่ 30 กว่า ๆ พวกเขาก็จะต้องเป็นฝ่ายที่ได้รับความพ่ายแพ้อย่างแน่นอน

อีกอย่างคือบลัดเติสตี้ไม่ได้ตั้งรกรากอยู่เพียงแค่ในเมืองเซนต์กอลล์เท่านั้น หากเขาบีบคั้นบลัดไทแรนท์มากจนเกินไป อีกฝ่ายก็สามารถเรียกระดมคนจากเมืองหลักอีก 2 เมืองมายังเมืองเซนต์กอลล์ได้ ในเวลานั้นถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ แต่มันก็ต้องแลกมากับซากศพอย่างมากมาย

เมื่อได้เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของทั้งสองคนตรงหน้า ลู่หยางจึงพูดขึ้นมาว่า

“ผมได้พูดสิ่งที่สมควรพูดออกไปจนหมดแล้ว ส่วนพวกคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อนั่นก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพวกคุณเอง ผมยังมีธุระที่จะต้องกลับไปจัดการ วันนี้ผมขออนุญาตขอตัวก่อน”

หลังจากยกมือขึ้นมาพร้อมคำนับ ลู่หยางก็หยิบคัมภีร์ย้อนกลับเพื่อเทเลพอร์ตไปยังลานกลางเมืองเซนต์กอลล์ และในขณะที่เขากำลังจะเดินทางกลับไปยังสำนักงานใหญ่ของกิลด์อยู่นั่นเอง จู่ ๆ มันก็มีเสียงประกาศจากระบบดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน

ระบบ: ขอแสดงความยินดีกับกิลด์ดีวายโซลที่ครอบครองป้อมปราการสำเร็จเป็นกิลด์ที่ 2

ลู่หยางพ่นเสียงหัวเราะขึ้นมาอย่างเย็นชา ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในห้องประชุมและได้พบว่าพวกเซี่ยหยู่เว่ยกำลังแสดงสีหน้าขึ้นมอย่างไม่พอใจ

อะไรอ่ะ? อย่าบอกนะว่าป้อมปราการวินด์ธันเดอร์โดนโซลออฟอีเทอนิตี้ยึดไปแล้ว?

จบบทที่ บทที่ 346 ยุบกิลด์อย่างเป็นทางการ

คัดลอกลิงก์แล้ว