เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 307 พันล้าน

บทที่ 307 พันล้าน

บทที่ 307 พันล้าน


บทที่ 307 พันล้าน

พ่อของเจียงเจ๋อคิดว่าลู่หยางแกล้งพูดให้เขาสบายใจ เขาจึงเผยรอยยิ้มและพูดออกไปว่า

“เมื่อไม่นานมานี้พวกเธอเพิ่งจะเจอกับเหตุการณ์ชิงตัวสมาชิกกิลด์กันสินะ แต่เธอกลับส่งคนไปข่มขู่ฉือมู่กับฉงป้า ซึ่งฉันคิดว่ามันเป็นการตอบโต้ที่รุนแรงเกินไปหน่อย หากครั้งหน้าเดธโซลกับบลัดเติสตี้ยกกำลังมาโจมตี ตอนนั้นเธอจะทำยังไง?”

“ตอนนั้นก็คงจะต้องดูสถานการณ์ก่อนครับ” ลู่หยางตอบ

“ลุงรู้ว่าภายในกิลด์ของเธอมีบลูปริ้นกับอุปกรณ์อยู่ไม่น้อยและมีความสามารถที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูได้ด้วยตัวเอง แต่บลัดบราเธอร์เพียงกิลด์เดียวจะสามารถต้านทานเดธโซลกับบลัดเติสตี้พร้อมกันได้จริง ๆ เหรอ? หากตอนนั้นฉือมู่กับฉงป้าลดทอนกำลังสนับสนุนหรือไม่ส่งคนมาช่วยพวกเธอเลย เธอจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ยังไง?”

ลู่หยางกลัวว่ามันจะเกิดสถานการณ์แบบนี้ด้วยเช่นกัน เขาจึงเตรียมจะจัดการกับเดธโซลให้เด็ดขาดภายในครั้งเดียว เพราะถ้าหากสถานการณ์นี้กลายเป็นสงครามยืดเยื้อ แม้ว่าในอนาคตเขาจะทำให้เดธโซลล่มสลายไปได้ในที่สุด แต่มันก็จะทำให้บลัดบราเธอร์เสียเวลาในการพัฒนาเพื่อต้านทานกับกองกำลังของลิ่วเจียที่จะเข้ามาในเกมในอนาคต

เมื่อเห็นลู่หยางนิ่งเงียบไม่พูดอะไร พ่อของเจียงเจ๋อจึงเผยรอยยิ้มและพูดขึ้นมาว่า

“ลุงไม่ได้คิดจะทำลายความมั่นใจของเธอหรอกนะ ตรงกันข้ามลุงยังมองว่าพวกเธอมีอนาคตไปได้อีกไกล ตอนนี้พวกเธอกำลังเข้ายึดครองป้อมปราการคริมสันอยู่ใช่ไหม? หากในอนาคตพวกเธอพัฒนาป้อมแห่งนี้จนเสร็จมันจะกลายเป็นแหล่งพักพิงของผู้เล่นในช่วงเลเวล 30-50 ได้เป็นอย่างดี และเพียงแค่ภาษีจากป้อมปราการเพียงอย่างเดียวก็มากพอที่จะเลี้ยงดูกิลด์ได้แล้ว แต่ข้อแม้ก็คือเธอจะต้องรักษาป้อมปราการแห่งนี้เอาไว้ให้ได้”

“เรื่องนั้นเป็นปัญหาใหญ่จริง ๆ ครับ แล้วผมก็กำลังคิดหาวิธีการแก้ไขปัญหาในอนาคตอยู่” ลู่หยางกล่าว

ปัญหาในความคิดของลู่หยางหมายถึงการจัดการเดธโซลและบลัดเติสตี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่พ่อของเจียงเจ๋อกลับตีความว่าลู่หยางต้องการคนเข้ามาลงทุนในกิลด์เพิ่มเติม

“เอาแบบนี้ไหมหลานชาย? ลุงจะช่วยสนับสนุนเงินทุนให้ 100 ล้านเครดิตแลกกับหุ้นส่วน 51% แต่เธอวางใจได้เลยว่าลุงแค่เอาเงินมาลงทุนเท่านั้น ไม่ได้มีความคิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารกิลด์แม้แต่นิดเดียว” พ่อเจียงเจ๋อกล่าว

“คุณลุงครับ ผมรับข้อเสนอนี้ไม่ได้จริง ๆ แต่ผมมีข้อเสนอหนึ่งให้คุณลุงนะครับ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ข้อเสนออะไร?” พ่อเจียงเจ๋อถาม

แววตาของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นคมกริบอย่างฉับพลัน ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า

“หากคุณลุงยอมให้เงินลงทุนผม 1,000 ล้าน ผมจะยอมยกหุ้นให้กับคุณลุง 10%”

“หลานชายแบบนั้นลุงก็ไม่ได้ทุนคืนน่ะสิ” พ่อเจียงเจ๋อตอบหลังจากนั่งอึ้งไปสักพัก

ลู่หยางยังคงหัวเราะโดยไม่คิดมากอะไร เพราะอีกฝ่ายยังคงมองเขาเป็นหลานชายจริง ๆ ท้ายที่สุดหากมีใครมายื่นข้อเสนอที่ฟังดูไม่สมเหตุสมผลแบบนี้ คน ๆ นั้นก็คงจะถูกอีกฝ่ายไล่ออกจากบ้านไปตั้งนานแล้ว

“ถ้าผมบอกว่าการลงทุนของคุณลุงไม่ได้จำกัดอยู่แค่กิลด์ของผม แต่มันยังมีโครงการอื่น ๆ แฝงอยู่ด้วยล่ะครับ?” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์

“โครงการอะไร?” พ่อของเจียงเจ๋อเริ่มสัมผัสได้ว่าลู่หยางยังคงมีความลับซ่อนอยู่

“ร้านขายยาเพลิงโลหิตและร้านตีเหล็กจงซินทางเหนือของเมือง” ลู่หยางกล่าว

“เธอกำลังจะบอกว่าร้านทั้ง 2 ร้านนั้นเป็นร้านของเธองั้นเหรอ?!” พ่อเจียงเจ๋อกล่าวด้วยดวงตาอันเบิกกว้าง

ลู่หยางพยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

“ใช่ครับ ทั้ง 2 ที่นี้เป็นของผมและผมก็ยังถือหุ้นอยู่ครบ 100%”

“เธอนี่มันซ่อนตัวได้อย่างแยบยลจริง ๆ” พ่อเจียงเจ๋อกล่าวพร้อมกับตบโต๊ะลงไปเสียงดัง

ร้านขายยาเพลิงโลหิตมีผลประกอบการที่ดีมากจนถึงขนาดที่ตัวร้านได้ขยายสาขาไปยังเมืองนอร์ทวินด์, เมืองแฮนนิบัลและเมืองซีเอ็มเพอเรอร์แล้ว มันจึงกลายเป็นร้านขายยาเจ้าใหญ่ที่สุดของเผ่ามนุษย์ภายในเซิร์ฟเวอร์จีน ซึ่งภายในร้านก็มีนักปรุงยาระดับสูงอยู่มากกว่า 1,000 คนและมีนักปรุงยาพิเศษอยู่อีกเป็นจำนวนกว่า 200 คน

ขณะเดียวกันร้านเพลิงโลหิตก็ได้ครอบครองสูตรน้ำยาที่ดีที่สุดของเกมในขณะนี้ ซึ่งทุกคนก็คิดว่าเจ้าของร้านขายยาแท้ที่จริงแล้วคือจินปู้ฮวน แต่ใครจะไปคิดว่าในความเป็นจริงลู่หยางคือผู้ที่คอยควบคุมทุกอย่างอยู่จากด้านหลังม่านต่างหาก

ขณะเดียวกันร้านตีเหล็กจงซินก็เป็นร้านที่ขายอุปกรณ์ระดับทองเลเวล 5 และเลเวล 15 ภายใน 4 เมืองใหญ่เช่นกัน ผลประกอบการของร้านนี้ถึงจะทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกอิจฉา แต่พวกเขาก็ไม่รู้เลยว่าบลูปริ้นของอุปกรณ์ระดับทองเหล่านั้นทางร้านได้ไปหามาจากที่ไหน

“เชื่อผมเถอะครับว่าถ้าหากคุณลุงมาลงทุนกับผม คุณลุงจะไม่มีทางขาดทุนแน่นอน” ลู่หยางกล่าว

“แค่นั้นมันยังไม่พอหรอกนะ” พ่อเจียงเจ๋อส่ายหน้าหลังจากคิดคำนวณอยู่สักครู่

“แล้วถ้าเพิ่มร้านขายยาลอยอลตี้ในเมืองหลวงของเผ่าหมาป่าเข้าไปด้วยล่ะครับ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ร้านนั้นมันก็เป็นของเธอด้วยงั้นเหรอ?!” พ่อเจียงเจ๋อกล่าวด้วยความตกตะลึง

“ใช่ครับ เจ้าของร้านขายยาร้านนั้นคือมู่ยี่เป็นน้องชายที่ผมรับอุปการะมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า มู่หยูที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเขาก็เป็นคนภายในกิลด์ของผม และตอนนี้พวกเขาก็พักอยู่ที่สตูดิโอเดียวกันกับผมด้วย” ลู่หยางกล่าว

การเปิดเผยความลับในครั้งนี้ทำให้พ่อของเจียงเจ๋อตกตะลึงนั่งอึ้งอยู่กับที่ ท้ายที่สุดมันก็เคยมีคนประเมินมูลค่าของร้านเพลิงโลหิตเอาไว้ที่ 200 ล้านเครดิต, ร้านตีเหล็กจงซิน 100 ล้านเครดิตและร้านลอยอลตี้อยู่ที่ 150 ล้านเครดิต

เพียงแค่ค่าประเมินของร้านค้าทั้ง 3 แห่งนี้มันก็อยู่ที่ 450 ล้านเครดิตแล้ว เมื่อจำนวนของผู้เล่นภายในเกมเพิ่มมากขึ้น มูลค่าของร้านค้าเหล่านี้ก็จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นไปตามจำนวนผู้เล่นด้วยเหมือนกัน และจากประสบการณ์ที่เขาได้ทำธุรกิจมานานหลายปี ในท้ายที่สุดร้านค้าทั้ง 3 แห่งนี้จะต้องมีราคาประเมินเกินกว่า 3,000 ล้านเครดิตอย่างแน่นอน

“หลานชาย ถ้าทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เธอพูดจริง ๆ ลุงก็พอจะยอมรับข้อเสนอในครั้งนี้ได้ แต่ลุงก็อยากฟังแผนการสู้รบของเธอด้วย เพราะถ้าสุดท้ายเธอยังหาวิธีจัดการกับเดธโซลและบลัดเติสตี้ไม่ได้ กิลด์ของเธอมันก็อาจจะล่มสลายลงไปด้วย” พ่อเจียงเจ๋อกล่าว

“เห็นแก่คุณลุงเป็นพ่อของเจียงเจ๋อ ผมจะยอมบอกความลับให้ก็ได้ครับ ความจริงหากผมมีเวลาอีก 10 วันในตอนนั้นผมก็จะสามารถกำจัดเดธโซลออกไปได้ภายใต้การรบเพียงแค่ครั้งเดียว” ลู่หยางกล่าว

“เวอร์เกินไปหน่อยหรือเปล่า?” พ่อเจียงเจ๋อกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ เพราะท้ายที่สุดเขาก็รู้เรื่องที่ลู่หยางกำลังขาดแคลนบลูปริ้นมาจากเจียงเจ๋อแล้ว

“ผมพูดจริง ๆ ครับ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม เพราะในปัจจุบันเขาได้รับอาวุธระดับตำนาน, ใบเปลี่ยนอาชีพและบลูปริ้นมาจากดันเจียนดีม่อนแทรปปิ้งเป็นจำนวนมาก

“ผมขอเวลาอีก 10 วันผมจะมีกองกำลังผู้เล่นเลเวล 30 จำนวน 30,000 คนและด้วยทรัพยากรที่กิลด์สะสมเอาไว้จนถึงตอนนี้ทุกคนจะได้รับอุปกรณ์ระดับทองเลเวล 30 ภายใน 5 วัน เมื่อมันได้รวมกับกองกำลังพิทักษ์ราชินี 40,000 คนและกองกำลังของผมอีก 50,000 คน กองกำลังทั้งหมดก็จะสามารถกำจัดเดธโซลได้ในครั้งเดียว” ลู่หยางอธิบายเพิ่มเติม

“โอเค ฉันยอมรับข้อเสนอ 1,000 ล้านแลกกับหุ้น 10%” พ่อเจียงเจ๋อกล่าวพร้อมกับทุบโต๊ะเสียงดัง

“ขอบคุณครับ ผมรับรองว่าแค่ไม่นานคุณลุงก็จะได้รับทุนคืนอย่างรวดเร็ว” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับยื่นมือออกไปจับมือกับชายชรา

“ฉันเชื่อใจเธอ” เจียงถงเหนียนกล่าวพร้อมกับยื่นมือออกไปจับมือด้วยเช่นกัน

เจียงถงเหนียนมีลางสังหรณ์ว่าครั้งนี้มันเป็นการลงทุนที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา เพราะถ้าหากในอนาคตลู่หยางสามารถยึดครองป้อมปราการได้เพิ่มอีก 2 แห่ง ภายในเวลาไม่เกิน 2 ปีเขาก็จะได้รับเงินทุนทั้ง 1,000 ล้านกลับคืนมาแล้ว

ทันใดนั้นเองประตูก็ถูกเปิดออกอย่างกะทันหันพร้อมกับเจียงเจ๋อที่วิ่งเข้ามาอย่างร้อนรน

“พ่อไม่ได้ทะเลาะกับลู่หยางอยู่ใช่ไหม…”

อย่างไรก็ตามเมื่อชายหนุ่มได้เห็นลู่หยางกับพ่อของเขาจับมือกัน มันก็ทำให้เขาทำได้เพียงแต่กระพริบตาปริบ ๆ และถามออกไปว่า

“นี่มันอะไรกันเนี่ย?”

ลู่หยางยิ้มโดยไม่พูดอะไร ขณะที่เจียงถงเหนียนพูดออกมาว่า

“ไอ้เด็กโง่! ฉันกับลู่หยางไม่ได้ทะเลาะอะไรกันสักหน่อย พวกเราเพิ่งจะคุยกันจบและพ่อก็ตัดสินใจให้เงินทุนเขา 1,000 ล้านเครดิตแลกกับหุ้นทั้งหมด 10%”

“อะไรนะ?! พ่อเป็นคนใจกว้างแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” เจียงเจ๋ออุทานอย่างตกตะลึง

เจียงถงเหนียนหัวเราะและพูดว่า

“ออกไปก่อน พ่อต้องคุยกับลู่หยางต่อ มันยังไม่ถึงเวลาที่ลูกจะเข้ามาฟัง”

“เอ่อ…” เจียงเจ๋อเกาหัวพร้อมกับเดินออกจากห้องไป ท้ายที่สุดตั้งแต่เขาจำความได้พ่อของเขาก็ไม่เคยทำธุรกิจขาดทุนเลยสักครั้ง ไม่อย่างนั้นครอบครัวของเขาคงจะไม่เจริญรุ่งเรืองมาจนถึงขนาดนี้

ลู่หยางมองไปยังบานประตูที่ปิดลงพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า

“ความจริงคุณลุงไม่จำเป็นจะต้องปิดบังเจียงเจ๋อก็ได้นะครับ”

เจียงถงเหนียนลุกขึ้นมาเดินไปข้าง ๆ ลู่หยาง จากนั้นเขาก็ใช้มือจับไหล่ชายหนุ่มและชี้ไปยังแถวตัวอักษรจีนบนผนังพร้อมกับพูดว่า

“เธอเห็นตัวอักษรพวกนี้ไหม?”

ขงจื๊อ: ความวุ่นวายเกิดจากคำพูด

ถ้าราชาไม่รักษาความลับก็จะเสียขุนนาง

ถ้าขุนนางไม่รักษาความลับก็จะเสียชื่อเสียง

ถ้าเรื่องสำคัญไม่เป็นความลับก็จะเกิดอันตราย

ดังนั้นคนที่มีคุณธรรมจึงควรระมัดระวังในการรักษาความลับและไม่เปิดเผยความลับออกไปง่ายๆ

“ฉันทำธุรกิจโดยอาศัยคติเรื่องนี้มาโดยตลอด จำเอาไว้ว่าเรื่องไหนที่เป็นความลับ มันก็สมควรจะต้องเป็นความลับ หากถึงเวลาที่ยังไม่ควรพูดเราก็ไม่ควรจะพูดความลับออกไปเด็ดขาด แม้ว่าเราจะสนิทกับใครมากขนาดไหนก็ตาม ทุกสิ่งที่เราพูดคุยกันในวันนี้จะจบลงในห้องนี้ ลุงไม่มีทางจะเอาความลับเรื่องนี้ไปเผยแพร่อย่างเด็ดขาดแม้แต่เจียงเจ๋อก็ยังไม่ถึงเวลาที่เขาสมควรจะรู้”

“สาเหตุที่กิลด์ของเธออยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะว่าเธอแบ่งกำลังออกเป็นหลายส่วนทำให้ทุกคนคิดว่าเธออ่อนแอ แต่ถ้าหากมีคนรู้ว่าแท้ที่จริงเธอมีกิจการซ่อนอยู่เบื้องหลังอีกมากมาย คนกลุ่มแรกที่จะทนเรื่องนี้ไม่ไหวคือฉงป้าและฉือมู่ ดังนั้นหากเรายังไม่แข็งแกร่งพอที่จะดูถูกศัตรูได้ ความลับเหล่านี้ก็ไม่ควรจะต้องแพร่งพรายออกมาอย่างเด็ดขาด” เจียงถงเหนียนกล่าว

ลู่หยางคำนับให้กับชายชราอย่างนอบน้อมพร้อมกับพูดว่า

“ขอบคุณคุณลุงที่สั่งสอนครับ ผมจะจดจำคำสอนเหล่านี้เอาไว้”

“พวกเราไปห้องรับแขกกันเถอะ เย็นนี้อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนนะ” เจียงถงเหนียนกล่าวพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ

ลู่หยางพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะเดินลงบันไดไปพร้อมกับชายชรา

จบบทที่ บทที่ 307 พันล้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว