เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 306 คุยธุรกิจกับพ่อของเจียงเจ๋อ

บทที่ 306 คุยธุรกิจกับพ่อของเจียงเจ๋อ

บทที่ 306 คุยธุรกิจกับพ่อของเจียงเจ๋อ


บทที่ 306 คุยธุรกิจกับพ่อของเจียงเจ๋อ

ในเวลาไม่ถึง 5 นาทีเจ้าก้อนเขียวก็สังหารมอนสเตอร์ไปได้แล้วหลายพันตัว ซึ่งภายในนั้นมันก็ได้มีบอสจริง ๆ อยู่เป็นจำนวนกว่า 100 ตัว

หลังจัดการกับมอนสเตอร์ทั้งหมดเจ้าก้อนเขียวก็ยังคงกลิ้งวนไปวนมาด้วยความโมโห ลู่หยางจึงรีบพาสองสาวไปซ่อนตัวหลังกำแพง

ท้ายที่สุดมันก็ไม่มีใครรู้ข้อมูลของเจ้าก้อนเขียวอย่างแน่ชัด หากพวกเขาบังเอิญไปสบสายตากับมันในระยะ 50 เมตร บางทีเจ้าก้อนตัวนี้อาจจะรู้ตัวและในเวลานั้นพวกเขาก็อาจจะเสียอุปกรณ์มากมายที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้น

ลู่หยางซ่อนตัวหลังกำแพงนิ่ง ๆ เป็นเวลากว่า 2 นาที และเมื่อเขาได้ยินเสียงฝีเท้าของเจ้าก้อนไกลออกไป เขาก็เริ่มโผล่หัวออกมาดูสถานการณ์จากหลังกำแพง

“รีบตามพี่มาเก็บของเร็วเข้า” ลู่หยางกล่าวด้วยแววตาอันเป็นประกาย เมื่อได้เห็นเจ้าก้อนเขียวกำลังกระโดดออกไปในระยะไกล

ชายหนุ่มเปิดใช้งานสกิลสคอร์ชิ่งสปีดโดยอัตโนมัติเพื่อทำการวิ่งไปยังกองอุปกรณ์จำนวนมากมายนับไม่ถ้วน จากนั้นเขาก็หยิบกระเป๋าออกมา 3 ใบ โดยใบแรกเน้นใส่อุปกรณ์และใบเปลี่ยนอาชีพ กระเป๋าใบที่ 2 เน้นใส่บลูปริ้นและคัมภีร์เวทมนตร์ ส่วนกระเป๋าใบที่ 3 เน้นใส่อุปกรณ์จากต่างมิติ

หลังจากยุ่งวุ่นวายกันอยู่พักหนึ่งพวกเขาก็สามารถเก็บไอเท็มได้จนหมด ซึ่งในจำนวนนี้พวกเขาได้รับอุปกรณ์ระดับตำนานมา 4 ชิ้น ได้รับใบเปลี่ยนอาชีพมา 6 ใบ ซึ่งมันก็เท่ากับว่าในตอนนี้เขาได้รับใบเปลี่ยนอาชีพคลาส 2 มาเพิ่มแล้วอีก 10 ใบ

อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาดีใจมากที่สุด เพราะสิ่งที่ทำให้เขาดีใจจริง ๆ คือบลูปริ้นอุปกรณ์ระดับทองเลเวล 30 ซึ่งมันมีทั้งบลูปริ้นของอาชีพนักธนู, นักบวชและวอลอค

เมื่อมีบลูปริ้นเหล่านี้พวกเขาก็ไม่จำเป็นจะต้องง้ออุปกรณ์จากฉงป้าหรือบลัดไทแรนท์อีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังได้รับคัมภีร์เวทมนตร์มาเพิ่มเป็นจำนวนมากอีกด้วย

“ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วพวกเราให้เจ้าก้อนเขียวนั่นช่วยเราฆ่ามอนสเตอร์อีกหลาย ๆ รอบกันเถอะ” ลู่หยางกล่าว

ฮั่นอิ่งกับมู่หยูพยักหน้ารับพร้อม ๆ กัน

“เดี๋ยวคราวนี้หนูแสดงฝีมือเองค่ะ” มู่หยูกล่าวเพราะเธอก็มีสกิลแฟลชและและฟอร์บิเดนสเปลทำให้สามารถเทเลพอร์ต 2 ครั้งได้เหมือนกัน

ลู่หยางส่งแหวนแห่งความฝันไปให้กับเด็กสาว ก่อนที่มู่หยูจะวิ่งไล่ตามเจ้าก้อนเขียวไป

“ลู่หยางอยู่ไหม?” จู่ ๆ เจียงเจ๋อก็ติดต่อเข้ามาอย่างกะทันหัน

“มีอะไรหรือเปล่า?” ลู่หยางตอบ

“มีข่าวดี นายช่วยออกมาหน่อยได้ไหม? เดี๋ยวฉันไปรับ” เจียงเจ๋อกล่าวพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

“ตอนนี้ฉันย้ายสตูดิโอแล้วนะ แต่นายไปหาฉันที่สตูดิโอเดิมก็ได้ เดี๋ยวฉันจะไปรอที่นั่น” ลู่หยางกล่าว

หลังจากวางสายชายหนุ่มก็หันไปพูดกับฮั่นอิ่งที่อยู่ข้าง ๆ ว่า

“ฮั่นอิ่งช่วยอยู่กับมู่หยูไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่ต้องออกไปจัดการธุระนิดหน่อย”

“ได้ค่ะ” ฮั่นอิ่งกล่าว

หลังจากพูดคุยรายละเอียดกันอีกเล็กน้อย ลู่หยางก็กดออกจากเกม จากนั้นเขาก็ยืดเส้นยืดสายก่อนที่จะเดินไปยังด้านหน้าของสตูดิโอเดิม

ไม่นานเสียงเครื่องยนต์ก็ดังมาแต่ไกล ก่อนที่รถของเจียงเจ๋อจะเข้ามาจอดในเวลาเพียงแค่ไม่นาน

“ขึ้นรถเร็วเข้า!” เจียงเจ๋อลดกระจกลงพร้อมกับพูดอย่างตื่นเต้น

“มีอะไร? ทำไมนายจะต้องตื่นเต้นขนาดนั้น?”

“เรามีข่าวดีน่ะสิ” เจียงเจ๋อกล่าวขณะรอให้ลู่หยางเดินเข้ามานั่งภายในรถ จากนั้นเขาก็ขับรถออกไปพร้อมกับพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า

“ฉันเพิ่งคุยกับพ่อมาแล้วพ่อก็ตัดสินใจลงทุนให้กับกิลด์ของเรา 100 ล้านเครดิต”

ลู่หยางนั่งอึ้งไปสักพัก ก่อนที่เขาจะกล่าวขึ้นมาว่า

“นายนี่เก่งจริง ๆ ถึงกับโน้มน้าวให้พ่อมาลงทุนได้ตั้งขนาดนี้”

“พ่อฉันก็เล่นเกมนี้เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ฉันเล่าเรื่องกิลด์ของเราให้เขาฟัง เขาเลยอยากจะพูดคุยรายละเอียดกับนายนิดหน่อย” เจียงเจ๋อกล่าว

“เอาสิ พวกเราไปคุยกับพ่อของนายกัน” ลู่หยางกล่าวอย่างสบาย ๆ เพราะตอนนี้ถึงแม้กิลด์จะไม่ได้ขัดสนแต่พวกเขาก็ไม่ได้มีเงินเหลือเฟือสำหรับการขยายกิจการด้วยเหมือนกัน

“ฉันขอเตือนนายเอาไว้ก่อนนะว่าพ่อฉันเป็นคนเจ้าระเบียบ ดังนั้นเวลาคุยกับพ่อ นายควรจะ…” เจียงเจ๋อแนะนำวิธีการวางตัวให้กับลู่หยางตลอดทาง เพราะกลัวว่าเพื่อนคนนี้อาจจะทำตัวไม่ถูกใจพ่อจนทำให้พ่อของเขาล้มเลิกการลงทุนได้

หลังจากรถวิ่งเข้ามาจอดในบ้านพัก เจียงเจ๋อก็ลงไปหยิบกระเช้าผลไม้ที่เตรียมเอาไว้มายื่นให้กับลู่หยาง

“เอานี่ไปด้วย”

“นายนี่มันเพื่อนแท้จริง ๆ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ถ้าไม่มีนายคอยช่วยเหลือตลอด 3 ปีที่ผ่านมา บางทีตอนนี้ฉันก็อาจจะยังเป็นไอ้ขี้ขลาดเป็นคนไร้ค่าอยู่เลย บางทีฉันอาจจะไม่กล้าคุยกับคนที่ชอบด้วยซ้ำ” เจียงเจ๋อกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

“แล้วตอนนี้นายจีบติดแล้วเหรอ?” ลู่หยางถาม

“ติดแล้วน่ะสิ นายคิดว่าฉันเป็นใครกันหา!” เจียงเจ๋อกล่าวอย่างภูมิใจ

ลู่หยางทำได้เพียงแต่ส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินตามเพื่อนรักเข้าไปภายในบ้าน

“แม่ครับ ผมกลับมาแล้ว” เจียงเจ๋อเริ่มตะโกนทันทีหลังจากที่เขาเปิดประตู

ลู่หยางส่งกระเช้าผลไม้ให้กับแม่ของเจียงเจ๋ออย่างนอบน้อม ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“สวัสดีครับคุณป้า นี่เป็นของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ”

“เสี่ยวหยางทำตัวตามสบายนะ ป้าอยากจะขอบคุณหนูมาตลอดที่ช่วยดูแลเสี่ยวเจ๋อในหลายปีที่ผ่านมา คุณลุงอยู่ในห้องหนังสือชั้นบนรีบขึ้นไปหาคุณลุงเขาเถอะ” แม่ของเจียงเจ๋อกล่าวอย่างอ่อนโยน

“เดี๋ยวผมพาเขาไปเองครับ” เจียงเจ๋อกล่าวก่อนจะนำลู่หยางเดินขึ้นไปยังชั้น 2

ลู่หยางก้มหัวให้แม่ของเจียงเจ๋ออีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องชั้นหนังสือและได้เห็นพ่อของเจียงเจ๋อกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่

พ่อของเจียงเจ๋อเป็นชายชราอายุราว ๆ 60 ปี ปัจจุบันเขากำลังสวมชุดผ้าไหมแบบจีนโบราณและด้านข้างก็มีภาพของเสือโคร่งที่ถูกวาดเกือบจะเสร็จแล้ว แต่มันก็ยังคงให้ความรู้สึกที่น่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง

“พ่อ ผมพาลู่หยางมาแล้วครับ” เจียงเจ๋อกล่าว

พ่อของเจียงเจ๋อเงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนที่เขาจะพูดด้วยรอยยิ้มว่า

“เสี่ยวหยางงั้นเหรอ? รีบเข้ามานั่งก่อนสิ ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ พวกเราไม่ได้เพิ่งเจอกันครั้งแรกเสียหน่อย”

ในตอนที่พ่อของเจียงเจ๋อไปเยี่ยมที่โรงเรียน ลู่หยางก็ได้มีโอกาสเจอพ่อของเจียงเจ๋ออยู่บ่อย ๆ ซึ่งในระหว่างนั้นพ่อของเจียงเจ๋อก็มักจะฝากให้เขาดูแลเจียงเจ๋ออยู่เป็นประจำ ดังนั้นทั้งสองจึงค่อนข้างจะคุ้นเคยกันดี

“ฝีมือวาดภาพของคุณลุงดีขึ้นอีกแล้วนะครับ เสือตัวนี้ถูกวาดออกมาได้สวยมากเลย” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ฉันวาดเอาไว้ให้เธอโดยเฉพาะเลยนะ เจียงเจ๋อลูกช่วยเอาภาพนี้ไปให้ลุงเฉินให้เขาเอารูปใส่กรอบให้หน่อย” พ่อของเจียงเจ๋อกล่าวพร้อมกับส่งรูปวาดให้ลูกชาย

“ผมอยู่ด้วยไม่ได้หรอกครับ?” เจียงเจ๋อถาม

“พวกเราจะคุยกันแล้วลูกจะอยู่ทำไม?” พ่อของเจียงเจ๋อกล่าว

เมื่อได้เห็นท่าทางของอีกฝ่าย ลู่หยางก็สามารถสัมผัสได้ในทันทีว่าพ่อของเจียงเจ๋อต้องการจะคุยเรื่องธุรกิจโดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์ส่วนตัว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงต้องให้เจียงเจ๋อออกไปก่อน

เมื่อชายหนุ่มเห็นเจียงเจ๋อแสดงสีหน้าออกมาอย่างกังวล เขาจึงรีบส่งสายตาให้สหายและพูดขึ้นมาว่า

“นายรีบไปเถอะ ฉันจะได้เอารูปนี้กลับไปด้วย”

“อือ ก็ได้” เจียงเจ๋อทำได้เพียงแต่พยักหน้ารับ ก่อนจะออกจากห้องไปโดยไม่เต็มใจ

“พ่อของเจียงเจ๋อมองดูลูกชายออกไปจากประตูก่อนจะหันกลับมาพูดกับลู่หยางว่า

“เสี่ยวหยาง วันนี้พวกเราต้องมาคุยเรื่องธุรกิจ ดังนั้นถ้าหากลุงพูดอะไรรุนแรงไปบ้าง เธอก็อย่าคิดมากไปเลยนะ”

“เชิญคุณลุงพูดได้ตามสบายเลยครับ” ลู่หยางกล่าวอย่างนอบน้อม

“ลุงได้ยินเรื่องที่เธอสร้างกิลด์ในเซคคัลเวิลด์แล้วแถมยังได้ยินเรื่องที่เธอจับมือกับฉือมู่และฉงป้าเพื่อเอาชนะบลัดเติสตี้ด้วย เท่าที่ลุงได้ยินมาเธอต้องจ่ายเงินเดือนให้ลูกน้องเดือนละมากกว่า 2 ล้านเครดิตเลยใช่ไหม? แต่ด้วยสตูดิโอขนาดเล็กรายรับกับรายจ่ายคงจะไม่ค่อยสมดุลกันเท่าไหร่สินะ” พ่อของเจียงเจ๋อกล่าว

“ปกติคนนอกก็มักจะมองแบบนั้นแหละครับ” ลู่หยางตอบด้วยรอยยิ้ม

จบบทที่ บทที่ 306 คุยธุรกิจกับพ่อของเจียงเจ๋อ

คัดลอกลิงก์แล้ว