เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 308 กองพันที่ 6

บทที่ 308 กองพันที่ 6

บทที่ 308 กองพันที่ 6


บทที่ 308 กองพันที่ 6

ระหว่างทางกลับเจียงเจ๋อมองไปยังลู่หยางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมไม่หยุด ชายหนุ่มจึงจำเป็นจะต้องพูดขึ้นมาด้วยความอึดอัดว่า

“เลิกมองฉันแบบนั้นได้แล้ว”

“นายไปคุยอะไรกับพ่อฉันกันแน่? พ่อไม่ยอมเล่าอะไรให้ฉันฟังเลย” เจียงเจ๋อกล่าว

“พ่อนายบอกว่าเรื่องนี้สมควรเก็บไว้เป็นความลับและมันก็ยังไม่ถึงเวลาที่เราจะพูดให้นายฟัง” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ไม่ยุติธรรมเลย” เจียงเจ๋อบ่น

“เดี๋ยวฉันชดเชยเรื่องอื่นให้ ตอนนี้กิลด์พึ่งรับสมัครสมาชิกใหม่เข้ามาอีก 20,000 คน ฉันเลยตั้งใจที่จะแต่งตั้งนายขึ้นเป็นแม่ทัพ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ไม่เอาอ่ะ ฉันขี้เกียจปั้นผู้เล่นขึ้นมาใหม่” เจียงเจ๋อกล่าว

“แล้วถ้าในทีมนั้นมีผู้เล่นที่เปลี่ยนอาชีพแล้ว 20 คนและมีผู้เล่นที่ครอบครองอาวุธระดับตำนานเลเวล 30 อีก 10 คนล่ะ พอจะน่าสนใจขึ้นมาบ้างไหม?” ลู่หยางกล่าว

“ถ้าแบบนั้นฉันก็ไม่มีปัญหา” เจียงเจ๋อกล่าวอย่างตื่นเต้น

สถานการณ์ในปัจจุบันทำให้เจียงเจ๋อรู้แล้วว่าการเปลี่ยนอาชีพเป็นเรื่องยากมากแค่ไหน เพราะถ้าหากใครไม่โชคดีจริง ๆ พวกเขาก็แทบที่จะไม่มีโอกาสเปลี่ยนอาชีพในช่วงเวลานี้ของเกมได้เลย แล้วถ้าหากจะบอกว่าใบเปลี่ยนอาชีพเป็นไอเท็มที่หาได้ยากแล้ว อาวุธระดับตำนานก็เป็นสิ่งที่หาได้ยากมากยิ่งกว่า

กิลด์เล็ก ๆ หลาย ๆ กิลด์ยังไม่มีคนเปลี่ยนอาชีพภายในกิลด์เลยด้วยซ้ำ แต่ถึงกระนั้นลู่หยางก็ยังบอกเขาว่าทีมใหม่ที่เขาจะได้ดูแลจะมีผู้เล่นที่ผู้เล่นที่เปลี่ยนอาชีพแล้วถึง 20 คน ตำแหน่งแม่ทัพที่เขาจะได้รับจึงทำให้เจียงเจ๋อลืมเรื่องการลงทุนของพ่อเขาไปเลย

“ฉันจะให้อาวุธระดับตำนาน 4 ชิ้นกับใบเปลี่ยนอาชีพ 6 ใบกับนายไปก่อน ส่วนเรื่องคนนายเลือกเองได้เลย ฉันไม่ได้มีข้อกำหนดอะไรเป็นพิเศษ” ลู่หยางกล่าว

“หลังเข้าเกมนายจะเอาของพวกนั้นมาให้ฉันเลยใช่ไหม?” เจียงเจ๋อถามด้วยแววตาอันเป็นประกาย

“ตอนนี้ยังไม่ได้เพราะฉันติดอยู่ในแผนที่พิเศษ แต่ฉันจะบอกอาชีพให้ก่อน นายคัดเลือกคนมารอเปลี่ยนอาชีพได้เลย นอกจากนี้ทีมนักเวทไฟ 100 คนที่ฉันปั้นมาฉันก็จะยกให้ทีมนั้นไปอยู่ภายใต้การดูแลของนายในช่วงที่ไม่มีสงครามด้วย” ลู่หยางกล่าว

“นี่นายพูดจริงเหรอ?! ตอนนี้พวกเขาหลายคนเรียนสกิลลมหายใจมังกรมาแล้วนะ” เจียงเจ๋อถามอย่างตื่นเต้น

“ฉันจะโกหกนายทำไม” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“นายนี่มันใจดีจริง ๆ” เจียงเจ๋อกล่าว

หากลู่หยางให้เขาดูแลทีมนักเวทไฟ 100 คนที่สามารถใช้การย่อคาถาได้ ประกอบกับผู้เล่นที่เปลี่ยนอาชีพแล้วอีก 20 คน มันก็จะทำให้การคุมทัพ 20,000 คนไม่ใช่เรื่องยากลำบากอีกต่อไป

หลังจอดส่งลู่หยางที่สตูดิโอ เจียงเจ๋อก็รีบขับรถกลับบ้านในทันที เพราะเขาอยากเห็นคุณสมบัติของอาวุธระดับตำนาน

ลู่หยางมองดูท่าทางของสหายพร้อมกับส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็เดินขึ้นไปที่ห้องของตัวเองบนชั้น 2 เพื่อทำการล็อกอินเข้าสู่เกม

“พี่ลู่หยางกลับมาแล้ว” ฮั่นอิ่งกล่าวอย่างตื่นเต้น

“เป็นไง เหนื่อยไหม?” ลู่หยางถามและเนื่องมาจากเขาอยู่กินอาหารเย็นกับครอบครัวของเจียงเจ๋อ มันจึงทำให้ฮั่นอิ่งต้องคอยดูแลมู่หยูเป็นเวลาหลายชั่วโมง

“ไม่เหนื่อยค่ะ ความจริงหนูแทบไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำนอกจากนั่งรออยู่ตรงนี้” ฮั่นอิ่งกล่าวพร้อมกับส่ายหัว

“อีกเดี๋ยวพี่จะให้ของรางวัลกับเธอก็แล้วกัน” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ฮั่นอิ่งส่ายหน้าโดยไม่พูดอะไรออกมาและลู่หยางก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน

ท้ายที่สุดเขาได้ตกลงกับเจียงถงเหนียนเอาไว้แล้วว่าอีกฝ่ายจะโอนเงินเข้ามาเป็นงวด ๆ ภายใน 1 สัปดาห์ ส่วนเรื่องการเซ็นสัญญาจะไม่มีการประกาศให้คนภายนอกรับรู้

“เสี่ยวหยูเป็นยังไงบ้าง?” ลู่หยางถาม

“เสี่ยวหยูกำลังหลอกล่อเจ้าก้อนเขียวให้ช่วยฆ่ามอนสเตอร์อยู่ค่ะ เด็กคนนั้นทั้งขยันและมีทักษะที่ดีมากจริง ๆ” ฮั่นอิ่งกล่าว

“โอเค ถ้างั้นพวกเราก็ไปดูเสี่ยวหยูด้วยกันเถอะ” ลู่หยางกล่าว

ทั้ง 3 คนช่วยกันล่อมอนสเตอร์และเก็บของจนกระทั่งถึงเที่ยงคืน ลู่หยางจึงบอกให้มู่หยูกับฮั่นอิ่งออกไปพักผ่อนโดยมีเขารับหน้าที่คอยเฝ้าเก็บของอยู่คนเดียว

กลางดึก

ลู่หยางกำลังนั่งเบื่อ ๆ เมื่อเขาเห็นถูเฟิงยังคงออนไลน์อยู่เขาจึงติดต่อไปหาเพื่อนคุย

“นายยังไม่นอนอีกเหรอ?”

“ฉันกำลังทำบัญชีอยู่” ถูเฟิงตอบ

ตอนนี้สมาชิกภายในกิลด์มีอยู่เกินกว่า 150,000 คนแล้ว รายรับรายจ่ายภายในกิลด์จึงมีจำนวนรายการอยู่เยอะมาก ถูเฟิงจึงคอยดูแลเรื่องบัญชีอย่างรอบคอบมากเป็นพิเศษ

“ตอนนี้กิลด์ของเรามีเมจิกซิลค์, คอนเนคไฮด์กับพาเรนท์สะสมเอาไว้เท่าไหร่?” ลู่หยางถาม

วัตถุดิบเหล่านี้เป็นวัตถุดิบที่หาได้ทั่วไปในแผนที่เลเวล 24-36 เพียงแต่อัตราการดรอปของพวกมันอยู่ในระดับที่ต่ำมาก

“พวกเรามีของพวกนั้นสะสมอยู่อย่างละไม่เกิน 500 ชุด ฉันได้ยินมาว่าพวกมันเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตอุปกรณ์ที่ฉงป้ากับบลัดไทแรนท์ได้รับบลูปริ้นมา เราเลยหาซื้อวัตถุดิบพวกนั้นเพิ่มไม่ได้ ว่าแต่นายก็ได้บลูปริ้นมาเหมือนกันเหรอ?” ถูเฟิงถาม

“ยังไม่ได้ แต่พรุ่งนี้ฉันจะไปคุยกับพวกเขา นายช่วยบอกให้ทุกคนพยายามหาวัตถุดิบพวกนี้มาหน่อยนะ หากเป็นไปได้ให้เตรียมวัตถุดิบแต่ละอย่างเอาไว้อย่างละ 5,000 ชุด” ลู่หยางกล่าว

“ฉันว่ามันเยอะเกินไปหน่อย วัตถุดิบพวกนั้นมีอัตราการดรอปต่ำมาก ถึงฉันจะส่งทีม 3,000 คนไปฟาร์มมอนสเตอร์ทั้งวันแต่มันก็ได้มาไม่เกิน 30 ชุด ในร้านประมูลราคาของพวกมันก็แพงมากด้วยเหมือนกัน เพราะทั้งบลัดไทแรนท์และฉงป้าต่างก็ปั่นราคาจนเราสู้ราคาไม่ไหว” ถูเฟิงกล่าว

“เดี๋ยวฉันจะลองคิดหาวิธีดูก็แล้วกัน นายก็พยายามทำเท่าที่ทำได้” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

“ดูท่าต้องรีบไปเผ่าเอลฟ์แล้วสินะ” ชายหนุ่มคิดกับตัวเอง

หลังตัดการสื่อสารลู่หยางก็ไล่เก็บของไปตลอดทั้งคืน ซึ่งมันก็ทำให้เขาได้รับอาวุธระดับตำนานเพิ่มอีก 2 ชิ้นและได้รับใบเปลี่ยนอาชีพมาเพิ่มอีก 5 ใบ

ขณะเดียวกันเด็กสาวทั้งสองก็ได้เปิดระบบความสนิทสนมกับลู่หยางเอาไว้ ซึ่งทุกครั้งที่ลู่หยางเดินทางเขาก็จะแบกร่างของทั้งคู่ไปพร้อมกับเขาด้วย

อย่าลืมว่าเกมนี้ตัวละครจะไม่หายไปหลังจากผู้เล่นทำการล็อกเอาท์ ดังนั้นหากผู้เล่นไม่ได้ล็อกเอาท์ในโรงแรม มันก็จำเป็นจะต้องมีคนที่คอยดูแลตัวละครของพวกเขาเอาไว้เพื่อไม่ให้มอนสเตอร์เข้ามาทำการสังหารในระหว่างที่พวกเขาออกไปพักผ่อน

ตอนเช้า

เมื่อมู่หยูล็อกอินเข้ามาเธอก็พบว่าลู่หยางกำลังแบกร่างตัวละครของเธออยู่

“พี่ หนูเข้ามาแล้วค่ะ” เด็กสาวพูดอย่างมีความสุข

มู่หยูสูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก ความอบอุ่นที่ลู่หยางมอบให้จึงทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจมาก

“ทำไมไม่นอนต่ออีกหน่อยล่ะ?” ลู่หยางถามหลังจากดูเวลาและได้พบว่ามันเพิ่งจะ 5.30 น.

“พวกเรานอนไม่หลับค่ะ” มู่หยูกล่าว

ลู่หยางรู้ดีว่าเด็กสาวทั้งสองจะต้องเป็นห่วงเขาแน่ ๆ เขาจึงถามออกไปว่า

“ฮั่นเฟยตื่นแล้วหรือยัง?”

“ตื่นแล้วค่ะ ตอนนี้พวกพี่เขากำลังออกกำลังกายอยู่” มู่หยูกล่าว

ไม่นานฮั่นอิ่งก็เข้าไปในเกมแต่เมื่อเธอได้เห็นมู่หยูยังคงเกาะหลังลู่หยางอยู่ เธอก็อดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้

ลู่หยางพูดกับมู่หยูอยู่สักพัก ก่อนที่เขาจะพูดว่า

“โอเค พี่ขอออกไปพักก่อนนะ”

“พี่รีบไปนอนเถอะค่ะ เดี๋ยวหนูกับพี่ฮั่นอิ่งจะจัดการทุกอย่างเอง” มู่หยูกล่าวด้วยสีหน้าอันภาคภูมิใจ

ลู่หยางพยักหน้าก่อนที่เขาจะเอาตัวพิงกำแพงและออกจากเกม

หลังถอดหมวกเกมออกจากศีรษะ ชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงวิ่งดังมาจากลานด้านล่างของหอพัก เขาจึงเดินไปดูที่หน้าต่างและได้พบว่าฮั่นจงกำลังนำเด็กหนุ่มกว่า 100 คนฝึกฝนอยู่ด้านล่าง

แม้ร่างกายของทุกคนจะเต็มไปด้วยเหงื่ออันเปียกโชก แต่พวกเขาต่างก็มีสีหน้าอันเด็ดเดี่ยว

“อาจารย์เก่งจริง ๆ ที่พาพวกเขามาฝึกได้เยอะขนาดนี้” ลู่หยางกล่าวหลังจากที่เขาลงไปวิ่งพร้อมกับฮั่นจงด้วย

“ถ้าทุกคนนอนเล่นเกมทั้งวันร่างกายของพวกเขาก็คงจะพังหมด แต่ความจริงมันเป็นพวกเขาเองต่างหากที่เต็มใจจะมาฝึกกับฉัน” ฮั่นจงกล่าว

ลู่หยางพยักหน้ารับซึ่งหลังจากที่พวกเขาวิ่งออกกำลังกายจนเสร็จ ฮั่นเฟย, ฮั่นอวี่, มู่ยี่และเสี่ยวเหลียงก็ทำการฝึกพิเศษร่วมกันต่อไปอีก 2 ชั่วโมง

เหล่าบรรดาสมาชิกในสตูดิโอที่กำลังกินข้าวมองไปยังพวกลู่หยางที่ดูเหมือนกำลังทรมานตัวเองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร อย่างไรก็ตามความเด็ดเดี่ยวที่พวกลู่หยางได้แสดงออกมามันก็ทำให้ทุกคนรู้สึกมีไฟมากยิ่งขึ้น

หากหัวหน้าของพวกเขายังต้องพยายามกันมากขนาดนี้ แล้วพวกเขาจะมีเวลามาขี้เกียจอยู่ได้ยังไง?!

อ่านเสร็จแล้วทุกคนไปออกกำลังกายได้!

จบบทที่ บทที่ 308 กองพันที่ 6

คัดลอกลิงก์แล้ว