เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 303 เสียงเรียกจากอีกโลกหนึ่ง

บทที่ 303 เสียงเรียกจากอีกโลกหนึ่ง

บทที่ 303 เสียงเรียกจากอีกโลกหนึ่ง


บทที่ 303 เสียงเรียกจากอีกโลกหนึ่ง

“หา?! ทำไมพวกมันตายกันง่ายจังเลย” มู่หยูมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงุนงง โดยที่ฮั่นอิ่งก็กำลังมองไปทางลู่หยางด้วยความสงสัยเช่นกัน

“เป็นไง? มันคือที่ที่มหัศจรรย์อย่างที่ฉันได้บอกเอาไว้ใช่ไหมล่ะ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

นี่คือความมหัศจรรย์ของดันเจียนดีม่อนแทรปปิ้ง ซึ่งจากสิ่งที่ระบบได้อธิบายเอาไว้ก็คือสิ่งมีชีวิตในต่างมิติก็ไม่ต่างไปจากสิ่งมีชีวิตบนดาวดวงนี้มากนัก สิ่งมีชีวิตในทุกพื้นที่ต่างก็ล้วนแล้วแต่มีกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งและอ่อนแอ เนื่องมาจากทางองค์กรลึกลับได้ทำการอัญเชิญสิ่งมีชีวิตเหล่านี้มาเป็นจำนวนมาก มันจึงทำให้สิ่งมีชีวิตบางชนิดแข็งแกร่งไม่ต่างไปจากเทพเจ้า ขณะที่สิ่งมีชีวิตบางชนิดอ่อนแอจนถึงขั้นแม้แต่จะสู้ชาวพื้นเมืองก็ทำไม่ได้

หลังจากอธิบายให้สองสาวฟังอย่างง่าย ๆ พวกเธอก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

“เมื่อกี้นี้พี่ตั้งใจแกล้งพวกเราให้ตกใจเล่นใช่ไหม?” มู่หยูกล่าวพร้อมกับทำแก้มป่อง

“พี่ไม่ได้คิดจะแกล้งพวกเธอจริง ๆ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

“หนูไม่เชื่อ! เดี๋ยวนี้พี่ดูไม่น่าเชื่อถือขึ้นทุกวันแล้วนะ” มู่หยูพูดขึ้นมาอย่างน่ารัก เพราะท้ายที่สุดลู่หยางก็มักจะหาเรื่องแปลก ๆ มาแกล้งเธออยู่เสมอ

เมื่อได้เห็นท่าทางของเด็กสาว มันก็ทำให้ลู่หยางหัวเราะขึ้นมาเสียงดังอย่างกลั้นไม่อยู่

“แล้วแบบนี้พวกเราจะแยกได้ยังไงคะว่าบอสตัวไหนแข็งแกร่งหรือบอสตัวไหนอ่อนแอ?” ฮั่นอิ่งถามอย่างจนปัญญา

“ทางเดียวที่จะรู้คือเราต้องลองสู้ดูเท่านั้น” ลู่หยางตอบ

“มู่หยูพูดถูกจริง ๆ ด้วย ดูเหมือนพี่จะไม่ค่อยน่าเชื่อถือมากขึ้นทุกวัน” ฮั่นอิ่งกล่าวพร้อมกับทำแก้มป่องด้วยเช่นกัน

ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าพลังของบอสระดับลอร์ดแข็งแกร่งมากแค่ไหน หากพวกเธอทดลองเข้าไปต่อสู้อย่างสุ่มสี่สุ่มห้า มันก็ไม่ต่างไปจากการพยายามฆ่าตัวตายเลยชัด ๆ

“ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูนี่สิ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง

ทันใดนั้นนกฟีนิกซ์ก็ส่งเสียงร้องก่อนที่จะบินออกไปด้านหน้า จากนั้นมันก็พ่นไฟเข้าใส่มอนสเตอร์ทุกตัวที่อยู่ระหว่างทาง ซึ่งในเวลาเพียงแค่ไม่นานมันก็สามารถเคลียร์เส้นทางไปได้ไกลกว่า 80 เมตร

“พวกมันเป็นบอสปลอมหมดเลยงั้นเหรอเนี่ย?!” มู่หยูพูดอย่างสับสน

“บอสระดับลอร์ดปลอมหมดเลย ทางระบบจะเล่นตลกกับเรามากเกินไปแล้ว” ฮั่นอิ่งรู้สึกเหมือนกับตัวเองกำลังจะพูดไม่ออก

“เห็นไหม? วิธีเช็คก็ง่าย ๆ แบบนี้แหละ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ทันใดนั้นมันก็มีเสียงร้องคำรามดังขึ้นมาแต่ไกลพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบว่านกฟีนิกซ์ของลู่หยางเสียชีวิตลงไปแล้ว

“เราเจอบอสตัวจริงแล้ว รีบตามพี่มาเร็วเข้า!” ลู่หยางกล่าวด้วยแววตาอันเป็นประกาย

หลังจากเดินไปด้านหน้าประมาณ 50 เมตร ลู่หยางก็สังเกตเห็นร่างของนกฟีนิกซ์ที่กำลังแหลกสลาย โดยมีเจ้าอสูรโบราณที่มีหมัดลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟอยู่ใกล้ ๆ

“โอ้โห! พวกเราโชคดีมากเลยนะ นกฟีนิกซ์ของพี่ก็ได้มาจากการฆ่าไอ้ตัวนี้แหละ ดูซิว่าคราวนี้มันจะดรอปนกฟีนิกซ์ลงมาอีกตัวให้มู่หยูหรือเปล่า?” ลู่หยางกล่าว

“ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ” มู่หยูกล่าว

“เอาล่ะ เดี๋ยวพี่จัดการมันเอง” ลู่หยางกล่าวก่อนที่จะเดินไปด้านหน้าเจ้าอสูรแล้วเริ่มร่ายคาถาสร้างเปลวไฟสีแดงขึ้นบนร่างของบอส

คอมบัสชัน!

-500

โฮก!

เจ้าอสูรร้องคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวก่อนที่มันจะใช้สกิลชาร์จพุ่งเข้าหานักเวทหนุ่ม

ลู่หยางย่อมไม่ปล่อยให้บอสพุ่งเข้ามาโดนตัวของเขาอยู่แล้ว เขาจึงชี้คทาออกไปด้านหน้าพร้อมกับเริ่มร่ายคาถาขึ้นมาอีกครั้ง

เฟลมอิมแพค!

ลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งเข้าชนร่างของเจ้าอสูรเข้าอย่างจัง ก่อนจะทำให้มันติดสตั๊นเป็นเวลา 0.1 วินาที

โฮก!

เจ้าอสูรร้องคำรามก่อนที่มันจะใช้สกิลอินเตอร์เซปพุ่งเข้าหาลู่หยางอีกครั้งหนึ่ง

เฟลมสตอร์ม!

ลู่หยางเรียกพายุเพลิงขึ้นมาจากพื้นดักหน้าบอสเอาไว้ ภาพที่ปรากฏจึงให้ความรู้สึกราวกับว่าเจ้าอสูรกำลังพุ่งเข้าไปในพายุไฟด้วยตัวเอง

สัญลักษณ์สถานะสตั๊นปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเจ้าอสูรทำให้สกิลของมันถูกยกเลิกอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่มันได้สติกลับไปอีกครั้งมันก็ร้องคำรามด้วยความโกรธ ก่อนที่จะพยายามวิ่งเข้าหาลู่หยางเพราะตอนนี้มันไม่มีสกิลที่ไม่ใช้สำหรับการพุ่งเป้าไปยังเป้าหมายอีกแล้ว

ความเร็วในการเคลื่อนที่ของมอนสเตอร์ระดับลอร์ดเร็วกว่าผู้เล่นถึง 2 เท่า ลู่หยางจึงไม่กล้าประมาทรีบเปิดใช้สกิลสคอร์ชิ่งสปีดแล้วหันหลังวิ่งไปยังเส้นทางที่เขาใช้สกิลไฟร์วอลล์วางเรียงกันรอเอาไว้

เจ้าอสูรพุ่งตามลู่หยางเข้าไปในไฟร์วอลล์ด้วยความโกรธ ซึ่งทุกครั้งที่มันเดินผ่านกำแพงไฟเหนือศีรษะของมันก็จะปรากฏตัวเลขความเสียหายขึ้นมา 1 ครั้ง

ขณะเดียวกันเนื่องมาจากความเร็วในการเคลื่อนที่ของมอนสเตอร์ระดับลอร์ดที่สูงมาก จึงทำให้เจ้าอสูรสามารถวิ่งผ่านไฟร์วอลล์ได้เกือบ 3 ชั้นภายในเวลา 1 วินาที

หลังลู่หยางวิ่งไปจนถึงปลายด้านหนึ่งของไฟร์วอลล์แล้ว เขาก็โยนมีดเอสเคพเดจเจอร์ออกไปทางด้านหลัง ก่อนที่มีดนั้นจะพุ่งทะลุผ่านเจ้าอสูรและไปตกลงอีกด้านห่างออกไปประมาณ 10 เมตร

เจ้าอสูรยังคงพุ่งตรงไปอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อร่างของมันกำลังจะวิ่งไปถึงลู่หยาง นักเวทหนุ่มก็เทเลพอร์ตหายตัวไปปรากฏทางด้านหลังห่างออกไป 30 เมตร

โฮก!

เจ้าอสูรส่งเสียงร้องคำรามอย่างไม่พอใจ ก่อนที่มันจะหันหลังวิ่งไล่ตามลู่หยางไปอีกครั้งหนึ่ง

หลังจากวิ่งไปมาวนอยู่ 5 รอบลู่หยางก็ได้ใช้ทั้งสกิลสคอร์ชิ่งสปีดและร็อคเก็ตโมบายล์ไปจนหมด ขณะเดียวกันพลังชีวิตของเจ้าอสูรก็ลดลงไปประมาณ 200,000 หน่วย แต่มันก็ยังเหลือพลังชีวิตอีกสูงถึง 1,300,000 หน่วยเลยทีเดียว

“เรียกเฮลไฟร์ลอร์ดมาชนบอสเอาไว้เร็วเข้า!” ลู่หยางตะโกนสั่ง

ฮั่นอิ่งเริ่มเคลื่อนไหวในทันที ก่อนที่จะสั่งให้เฮลไฟร์ลอร์ดใช้สกิลดึงดูดความสนใจของบอสเอาไว้

เจ้าอสูรรวบรวมเปลวไฟขึ้นมายังมือทั้งสองข้าง ก่อนที่มันจะชกเข้าใส่เฮลไฟร์ลอร์ด 2 ครั้งติดต่อกัน

-2,868

-2,888

ทันใดนั้นองครักษ์เจ้าอสูร 20 ตัวก็ปรากฏขึ้นจากกองเพลิง ลู่หยางจึงร่ายคาถาใช้สกิลเฟลมเบิร์ดโจมตีองครักษ์เจ้าอสูรและเจ้าอสูรพร้อม ๆ กัน

ระหว่างนั้นชายหนุ่มก็ได้อาศัยจังหวะในการวิ่งเพื่อให้องครักษ์เจ้าอสูรขวางเส้นทางการวิ่งของเจ้าอสูรเอาไว้ ก่อนที่เขาจะล่อพวกมันไปที่ทางแยกและใช้สกิลไฟร์วอลล์ 7 ชั้นขึ้นมาล้อมรอบตัวเอง

องครักษ์เจ้าอสูรเป็นมอนสเตอร์ที่กลัวเปลวไฟ พวกมันจึงหยุดอยู่ห่างจากไฟร์วอลล์ 2 เมตรโดยไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้ เจ้าอสูรที่อยู่ด้านหลังจึงส่งเสียงร้องคำรามด้วยความโกรธ เพราะมันยืนติดองครักษ์เจ้าอสูรที่อยู่ด้านหน้าทำให้ไม่สามารถเข้าไปใกล้เพื่อทำลายศัตรูของมันได้

“พี่ชายเก่งจังเลย!” มู่หยูกับฮั่นอิ่งตะโกนเชียร์ขึ้นมาพร้อม ๆ กันและทั้งคู่ต่างก็ไม่คิดว่าลู่หยางจะมีเทคนิคในการจัดการบอสแบบนี้ด้วย

ลู่หยางมองดูแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจของทั้งคู่ ก่อนจะเริ่มร่ายคาถาเรียกไฟร์บอลยิงเข้าใส่เจ้าอสูรอย่างต่อเนื่อง

10 นาทีต่อมาเจ้าอสูรก็ส่งเสียงร้องครวญคราง ก่อนที่มันจะร่างแตกสลายและร่วงหล่นลงไปบนพื้น

ในเวลานั้นมันก็ได้มีไอเท็มดรอปลงมาเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่โดดเด่นคือไข่นกฟีนิกซ์ 1 ฟองและแหวนที่มีลักษณะคล้ายหนามกระดูกสีดำ

“มันมีไข่นกฟีนิกซ์ดรอปลงมาจริง ๆ ด้วย” มู่หยูกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

ลู่หยางทำการอัญเชิญนกฟีนิกซ์ออกใหม่อีกครั้งเพื่อจัดการกับองครักษ์เจ้าอสูรที่อยู่รอบ ๆ จากนั้นเขาก็หยิบไข่นกฟีนิกซ์ส่งให้กับมู่หยูแล้วพูดขึ้นมาว่า

“เอาไปใช้สิ”

มู่หยูตัดสินใจที่จะไม่รับไข่ฟีนิกซ์เอาไว้ ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นมาอย่างน่ารักว่า

“พี่เอาไปให้นักเวทไฟภายในกิลด์พี่ดีกว่า หนูเลือกเล่นสายเวทมนตร์สายฟ้าถึงพี่ให้ไข่นกฟีนิกซ์หนูมาแต่หนูก็ใช้มันไม่คุ้มหรอก”

“ไม่เป็นไรใช้ ๆ ไปเถอะ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะ

หลังจากพูดจบเขาก็ได้ส่งหัวใจแห่งเทพอสูร, ตราชีวิตนิรันดร์และไฟร์ริงให้มู่หยู ก่อนจะพูดเสริมขึ้นมาว่า

“สวมอุปกรณ์พวกนี้แล้วค่อยเรียกมันออกมานะ เธอจะได้นกฟีนิกซ์เลเวล 7 ไม่ใช่เลเวล 1”

“จริงเหรอคะ?” มู่หยูกล่าวก่อนจะรับอุปกรณ์มาอย่างดีใจ จากนั้นเธอก็เรียนรู้สกิลอัญเชิญนกฟีนิกซ์และทำการอัญเชิญนกฟีนิกซ์เลเวล 7 ขึ้นมาปรากฏข้าง ๆ กาย

“ขอบคุณค่ะพี่” มู่หยูกล่าว

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องมาเกรงใจพี่หรอก” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“พี่ นี่มันอุปกรณ์อะไรเหรอคะ?” ฮั่นอิ่งถามหลังจากเก็บแหวนและกำไลข้อมือสีดำขึ้นมาจากพื้น

แหวนต่างมิติ

เลเวล ???

คุณสมบัติ ???

รายละเอียด ของที่มาจากต่างมิติ ใครจะรู้ว่ามันมีคุณสมบัติอะไรซ่อนอยู่

ของดีหรือไม่ดีน๊อ?

จบบทที่ บทที่ 303 เสียงเรียกจากอีกโลกหนึ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว