เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 302 เข้าไปติดในดันเจียน

บทที่ 302 เข้าไปติดในดันเจียน

บทที่ 302 เข้าไปติดในดันเจียน


บทที่ 302 เข้าไปติดในดันเจียน

สิ่งที่ลู่หยางเป็นกังวลมากที่สุดคือฮั่นจงจะคิดสั้นไปแก้แค้นด้วยตัวเอง เพราะในชาติที่แล้วทั้งตัวเขาและพวกฮั่นอิ่งทั้ง 3 คนต่างก็เกือบตายกว่าพวกเขาจะเอาชนะศัตรูของฮั่นจงมาได้ แม้แต่ตัวของฮั่นจงก็พิการจากเหตุการณ์ในครั้งนี้เพิ่มเติมด้วยเช่นกัน ลู่หยางจึงไม่อยากจะให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นมาซ้ำเหมือนดังชาติที่แล้วอีก

“ผมดีใจนะครับที่อาจารย์คิดได้แบบนี้” ลู่หยางกล่าว

“นายช่วยเหลือฉันมาขนาดนี้แล้วฉันจะไม่ฟังคำแนะนำจากนายได้ยังไง แปลกนะที่ตอนฉันได้เจอนายฉันก็รู้สึกสนิทใจตั้งแต่แรก ต่อไปนี้ฉันจะรับผิดชอบทำหน้าที่เป็นครูฝึกให้กับลูกน้องของนายเอง” ฮั่นจงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ดีมากเลยครับ ตอนนี้ทางผมกำลังขาดกำลังคนอยู่พอดี” ลู่หยางกล่าว

ปัจจุบันกิลด์กำลังขยายขนาดมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่จุดอ่อนของบลัดบราเธอร์คือพวกเขายังไม่มีรากฐานที่แข็งแกร่ง สิ่งที่เขาพอจะมีอยู่ในตอนนี้ก็มีเพียงแต่เพื่อนพี่น้องที่ร่วมแรงร่วมใจกันปกป้องกิลด์แห่งนี้เอาไว้ แต่ในอีก 1 ปีข้างหน้าเมื่อกิลด์ขยายขนาดออกไปใหญ่ยิ่งขึ้น พวกฉิงชางก็ต้องกระจายกันไปดูแลพื้นที่ของตัวเอง ในเวลานั้นลู่หยางก็จะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่มีคนไว้ใจอยู่ข้างกาย

อย่างไรก็ตามหากฮั่นจงช่วยทำการฝึกสมาชิกรุ่นใหม่ขึ้นมาเพิ่มเติม ในปีหน้ามันก็ไม่เพียงแต่เขาจะมีพี่น้องที่จงรักภักดีเพิ่มเติมขึ้นมาเท่านั้น แต่พี่น้องเหล่านี้อาจจะมีฝีมือเก่งกาจมากกว่าพวกฉิงชางที่ไม่ได้รับการฝึกฝนจากฮั่นจงเสียอีก

“พ่อกับพี่คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ ทำไมดูมีความสุขกันจังเลย?” ฮั่นอิ่งเดินเข้ามาถาม

หลังจากได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขมาเป็นเวลานานกว่า 2 เดือน ถึงแม้ใบหน้าของฮั่นอิ่งจะมีร่องรอยของความเป็นผู้ใหญ่เกินตัวอยู่บ้าง แต่มันก็มีกลิ่นอายของความเป็นสาวน้อยปรากฏขึ้นมามากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ฮั่นจงรู้สึกดีใจมากที่สุดหลังจากได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของลูกสาวตนเอง

“ฉันกับอาจารย์แค่พูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย ว่าแต่ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม?” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ฮั่นจงยังไม่คิดจะบอกสามพี่น้องเรื่องที่เขาจะทำการแก้แค้น ลู่หยางจึงไม่คิดจะบอกพวกฮั่นอิ่งในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่ะ ตอนนี้ทุกคนกำลังฝึกทักษะตัดเย็บภายในเกมกันอยู่” ฮั่นอิ่งตอบ

“ดีมาก ว่าแต่ตอนนี้ยังพอจะมีแรงอยู่ไหม?” ลู่หยางถาม

“มีเหลือเฟือเลยค่ะ ว่าแต่พี่จะให้หนูไปทำอะไรเหรอคะ?” ฮั่นอิ่งถามอย่างมีความสุข

“เดี๋ยวตามมู่หยูเข้าไปภายในเกมด้วยกัน พี่จะพาพวกเธอไปที่ ๆ หนึ่ง” ลู่หยางกล่าว

“ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูจะไปเดี๋ยวนี้เลย” ฮั่นอิ่งกล่าวก่อนที่จะรีบไปอย่างมีความสุข

ลู่หยางมองตามแผ่นหลังของเด็กสาว ก่อนที่จะหันมาพูดกับฮั่นจงที่อยู่ใกล้ ๆ ว่า

“แบบนี้ดีกว่าเดิมเยอะเลยนะครับ”

ฮั่นจงพยักหน้าเพราะเขาก็มีความคิดไม่ต่างไปจากลู่หยางมากเท่าไหร่นัก

หลังจากลู่หยางเข้าห้องพักของตัวเองบริเวณชั้น 2 เขาก็สวมหมวกเพื่อเข้าสู่เกม เมื่อชายหนุ่มเปิดประตูออกมาจากโรงแรม เขาก็ได้เห็นมู่หยูกับฮั่นอิ่งที่กำลังสวมเสื้อคลุมสีดำยืนรอเขาอยู่ก่อนแล้ว

“พวกเธอจะทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ไปทำไม?” ลู่หยางถาม

มู่หยูรีบยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะริมฝีปากพร้อมกับกระซิบขึ้นมาเบา ๆ ว่า

“พี่ฮั่นอิ่งกลัวคนอื่นมาเห็นค่ะ”

ลู่หยางยืนอึ้งไปสักพัก ก่อนที่เขาจะหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ แล้วพูดขึ้นมาว่า

“พี่ลืมไปเลยว่าตอนนี้เสี่ยวอิ่งของเรากลายเป็นคนดังในเกมไปแล้ว”

ในสงครามครั้งที่ผ่านมามันมีคลิปที่ฮั่นอิ่งในชุดสีแดงเพลิงทำการอัญเชิญเฮลไฟร์ลอร์ดจากยอดเขาอย่างสง่างาม ภาพเหตุการณ์นั้นจึงประทับอยู่ในจิตใจของผู้เล่นเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน และผู้เล่นชายหลาย ๆ คนก็ยกย่องให้ฮั่นอิ่งกลายเป็นเทพธิดาของพวกเขา

ในตอนนั้นมันได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในอินเทอร์เน็ตอย่างมากมายว่าฮั่นอิ่งเพียงแค่มีสกิลดีกว่าคนอื่นเล็กน้อยและมีหน้าตาดีกว่าคนทั่วไปเท่านั้นเอง แต่ความจริงแล้วสาวน้อยคนนี้ไม่ได้มีความสามารถส่วนตัวอะไรเลย

พวกลู่หยางไม่พอใจกับคำวิจารณ์เหล่านั้นมาก แต่ในขณะที่เขากำลังจะพาฮั่นเฟยกับฮั่นอวี่ไปโต้ตอบคอมเมนต์เหล่านั้นนั่นเอง มันก็ได้มีแฟนคลับในอินเตอร์เน็ตโพสต์วีดีโอในวันที่ฮั่นอิ่งท้าทายภารกิจระดับ SSS ของราชาตัวตลกทำให้เสียงวิจารณ์เชิงลบหายไปอย่างรวดเร็ว

ในตอนนั้นแฟนคลับหลาย ๆ คนออกมาเชียร์ให้ฮั่นอิ่งทำการสตรีมภาพภายในเกม แล้วมันก็มีหลาย ๆ แพลตฟอร์มติดต่อมาให้ฮั่นอิ่งเซ็นสัญญากับพวกเขาด้วยเช่นกัน เพียงแต่เด็กสาวได้ปฏิเสธข้อเสนอเหล่านั้นไปทั้งหมด

แม้จะไม่ได้มีการสตรีมออกไปตามคำเรียกร้อง แต่ฮั่นอิ่งก็ยังคงมีแฟนคลับภายในเกมอยู่ไม่น้อย และทุกครั้งที่มีใครตะโกนชื่อเธอออกมามันก็มักจะก่อให้เกิดความวุ่นวายอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

“พี่อย่ามาล้อหนูสิ” ฮั่นอิ่งพูดอย่างเขินอาย

“โอเคไม่แซวแล้วก็ได้ พวกเรารีบไปกันเถอะ วันนี้พวกเรามีโอกาสเข้าไปที่นั่นเพียงแค่ไม่นานเท่านั้น ไม่อย่างนั้นพวกเราก็จะต้องรอไปอีก 1 เดือน” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

“เราจะไปที่ไหนกันเหรอคะ?” ฮั่นอิ่งถาม

“ที่ ๆ มหัศจรรย์ที่หนึ่งก็แล้วกัน” ลู่หยางตอบด้วยรอยยิ้ม

ในยุคโบราณเคยมีองค์กรแห่งหนึ่งที่ไม่เชื่อเรื่องเทพเจ้าแต่มองว่าเทพเจ้าเหล่านั้นเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตธรรมดาที่เดินทางมาจากดาวอีกดวงหนึ่ง เพียงแต่สิ่งมีชีวิตจากดาวดวงนั้นมีความแข็งแกร่งมากกว่าสิ่งมีชีวิตในดาวดวงนี้ก็เท่านั้นเอง

ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงพยายามสร้างวงเวทย์เพื่อเชื่อมต่อกับสถานที่อื่น ๆ อย่างมากมาย โดยการทำการทดลองอยู่ภายในอาคารที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน

หลังจากพวกเขาได้พัฒนามานานหลายปี คนกลุ่มนี้ก็สามารถเชื่อมต่อดินแดนต่าง ๆ ได้ถึง 200 ดินแดนและได้ค้นพบกับสิ่งมีชีวิตที่เคยถูกเรียกขานว่าทวยเทพกว่า 200 ชนิด

ในที่สุดพวกเขาก็สามารถพิสูจน์ได้ว่าทวยเทพในยุคโบราณไม่ใช่เทพเจ้าจริง ๆ แต่เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตธรรมดาในดินแดนของตัวเองที่พวกเขาสามารถอัญเชิญมาผ่านทางวงเวทย์ได้อย่างมากมาย

ต่อมาวงเวทย์มิติก็เกิดความวุ่นวายขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทำให้พวกเขาไม่สามารถควบคุมสิ่งมีชีวิตที่เดินทางผ่านประตูมิติมาได้ ซึ่งในท้ายที่สุดพวกเขาก็ทนไม่ไหวและถูกสิ่งมีชีวิตจากต่างมิติสังหารจนหมดสิ้น

อย่างไรก็ตามก่อนตายพวกเขาก็ได้เปิดทางเชื่อมระหว่างห้องทดลองใต้ดินกับโลกภายนอกทิ้งเอาไว้ โดยประตูบานนี้จะเปิดวันที่ 15 ของแต่ละเดือนเท่านั้นและมันจะเปิดเพียงแค่ช่วง 6 โมงเย็นถึง 4 ทุ่ม

คนที่เดินทางเข้าไปภายในห้องทดลองจะสามารถออกมาเมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนคนที่ไม่ได้เข้าไปก็ต้องรอคอยเดือนถัดไปเพื่อให้ประตูถูกเปิดออกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ในชาติที่แล้วไม่มีใครสามารถค้นพบแผนที่แห่งนี้ได้มาก่อนเลย จนกระทั่งผู้เล่นทั่วไปมีเลเวล 50 มันจึงมีผู้เล่นคนหนึ่งบังเอิญเข้าไปในสถานที่แห่งนี้ได้

ลู่หยางพา 2 สาวเทเลพอร์ตไปยังเมืองซาโรส ก่อนที่จะวิ่งตรงไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้เพื่อเข้าไปภายในถ้ำแห่งความตาย

ช่วง 10 วันที่ผ่านมาไม่มีใครเข้ามาภายในถ้ำแห่งนี้เลย ภายในถ้ำจึงเต็มไปด้วยแบล็คพินเซอร์อีกครั้ง

“ทำไมมอนสเตอร์ที่นี่มันดูน่ากลัวจังเลย?” มู่หยูกล่าว

“ไม่ต้องไปกลัวพวกมันหรอก มอนสเตอร์พวกนี้พวกเราฆ่าได้ง่าย ๆ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับอัญเชิญนกฟีนิกซ์ออกมา

นกฟีนิกซ์เลเวล 8 เป็นสัตว์อัญเชิญที่มีความแข็งแกร่งมาก หลังจากที่มันพ่นลูกไฟออกไปเพียงแค่ 2 ครั้งก็สามารถสังหารแบล็คพินเซอร์ได้ทั้งกลุ่ม ส่วนทางฮั่นอิ่งก็ได้เรียกเฮลไฟร์ออกมาจัดการพวกมอนสเตอร์ด้วยเช่นกัน ซึ่งในเวลาเพียงแค่ไม่นานทั้ง 3 คนก็เดินทางมาจนถึงโลงศพแห่งความตาย

บริเวณส่วนลึกที่สุดของแผนที่ลู่หยางได้ค้นพบกับวงเวทย์ทรงตัวที่ถูกวาดด้วยเส้นสีขาวเป็นวงกลม นอกจากนี้พวกเขายังเดินทางมาถึงในช่วงเวลา 18:00 น. พอดี เขาจึงสั่งให้ทั้งสองสาวไปยืนอยู่ด้านบนของวงเวทย์นั้น

จู่ ๆ แสงจันทร์ก็สะท้อนจากเพดานถ้ำลงมายังวงเวทย์ทรงตัวก่อให้เกิดเป็นแสงสว่างขึ้นอย่างฉับพลัน ก่อนที่ร่างของทั้งสามจะหายไปจากตำแหน่งเดิม

ระบบ: คุณค้นพบดันเจียนดีม่อนแทรปปิ้ง

โฮก!

ทันทีที่พวกเขาปรากฏตัวมันก็มีเสียงร้องคำรามของมอนสเตอร์นับไม่ถ้วนดังเข้ามาภายในหูของพวกลู่หยาง

สิ่งแรกที่ทุกคนเห็นหลังจากร่างกายปรากฏขึ้นบนพื้นคือลิชคิงที่ถือโซ่เหล็กกล้า, ไทแรนท์สเกเลตัลที่ถือคทาวิญญาณ, เจ้าอสูรที่มือทั้งสองเต็มไปด้วยสายฟ้าและเจ้าอสูรโบราณที่มือทั้งสองข้างลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟ

ทันใดนั้นมอนสเตอร์ระดับบอสเหล่านี้ต่างกับพุ่งเข้ามาหาพวกเขาพร้อม ๆ กัน

“โอ้โห! มันมีบอสระดับลอร์ดอยู่เต็มเลย” มู่หยูเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“พี่ พวกเราจะทำยังไงดี?” ฮั่นอิ่งถามด้วยความตื่นตระหนก

“ใจเย็น ๆ เดี๋ยวฉันจัดการเอง” ลู่หยางกล่าวแต่ในความเป็นจริงเขาก็รู้สึกขนลุกอยู่เล็กน้อย

ทันใดนั้นนกฟีนิกซ์ก็ส่งเสียงกรีดร้อง ก่อนที่มันจะพ่นลูกไฟเข้าใส่ไทแรนท์สเกเลตัลและเจ้าอสูรโบราณที่วิ่งมาอยู่แถวหน้า

-4,867, -4,686,…

ตัวเลขความเสียหายจำนวนมากปรากฏขึ้นในทันที ซึ่งในเวลาเพียงแค่ไม่นานเหล่าบรรดามอนสเตอร์ที่ดูน่าเกรงขามก็เสียชีวิตลงกับพื้น

ระบบ: คุณได้สังหารไทแรนท์สเกเลตัลเรียบร้อยแล้ว

ระบบ: คุณสังหารเจ้าอสูรโบราณเรียบร้อยแล้ว

จบบทที่ บทที่ 302 เข้าไปติดในดันเจียน

คัดลอกลิงก์แล้ว