เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 132 มีดเอสเคพเดจเจอร์ +10

บทที่ 132 มีดเอสเคพเดจเจอร์ +10

บทที่ 132 มีดเอสเคพเดจเจอร์ +10


บทที่ 132 มีดเอสเคพเดจเจอร์ +10

“พวกเรามาเดิมพันกันดีกว่า ถ้าครั้งหน้าพวกคุณเอาชนะฉันได้ฉันจะยอมบอกวิธีการย่อคาถาโฮลี่ไลท์ของพาลาดินให้ แต่ถ้าหากพวกคุณแพ้พวกคุณจะต้องเข้าร่วมกิลด์ที่ฉันจะสร้างในอนาคต” ลู่หยางกล่าว ซึ่งคำพูดนี้ทำให้ทั้งสามพี่น้องมองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ

“คุณต้องการจะชวนพวกเราเข้ากิลด์ของคุณงั้นเหรอ?” ไป๋หูถาม

“ถูกต้อง พวกคุณทั้งสามคนฝีมือดีมาก ถ้าหากฉันจะสร้างกิลด์มันก็จำเป็นจะต้องพึ่งพาผู้เล่นฝีมือดีแบบพวกคุณ” ลู่หยางตอบ

พี่น้องทั้งสามต่างก็หันไปมองสบตากัน เพราะท้ายที่สุดพวกเขาก็ตกลงกันเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าพวกเขาไม่อยากจะเข้าร่วมกิลด์ใด ๆ แต่วิธีการย่อคาถาโฮลี่ไลท์เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะตราบใดก็ตามที่ไป๋ฉือสามารถใช้สกิลโฮลี่ไลท์ออกมาได้แทบจะในทันที ทีมของพวกเขาย่อมมีความแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

หลังจากปรึกษากันไม่นาน ไป๋เหลิงก็พูดขึ้นมาว่า

“พวกเราไม่อยากเข้าร่วมกิลด์ แต่ถ้าหากคุณเอาชนะพวกเราสามพี่น้องได้อีกครั้ง เราก็จะเข้าร่วมกิลด์ของคุณในอนาคต”

สีหน้าของลู่หยางเปี่ยมไปด้วยความยินดี ก่อนที่ชายหนุ่มจะกล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“ตกลงตามนั้น ฉันยินดีตอบรับคำท้าทายจากพวกคุณเสมอ”

หากเป็นในชาติที่แล้วเขาคงเอาชนะสามพี่น้องตระกูลไป๋ไม่ได้ แต่ในชาตินี้ต่อให้อีกฝ่ายฝึกฝนมานานนับปี ลู่หยางก็มั่นใจว่าเขาจะเอาชนะทั้งสามคนนี้ได้อย่างแน่นอน

“อีกไม่นานพวกเราจะไปท้าทายคุณใหม่แน่นอน” ไป๋หูกล่าว

“พวกคุณทั้งสามอย่าหาว่าฉันพูดจาโอ้อวดเลยนะ แต่ในการท้าทายครั้งหน้าพวกคุณจะต้องมีอุปกรณ์และสกิลมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นพวกคุณไม่มีทางรับมือการโจมตีแบบเต็มกำลังของฉันได้แน่ ๆ” ลู่หยางกล่าว

“แล้วพวกเราจะหาคุณเจอได้ยังไง?” ไป๋ฉือถาม เพราะเมื่อสักครู่เขาลองส่งคำขอเป็นเพื่อนไปให้ลู่หยาง แต่นักเวทตรงหน้าปิดฟังก์ชั่นการขอเป็นเพื่อนอยู่

ลู่หยางเป็นฝ่ายส่งคำร้องขอเป็นเพื่อนไปให้ทั้งสามคน ขณะเดียวกันร่างของเขาก็เปล่งประกายแสงสีแดงก่อนที่เขาจะหายวับไป

สามพี่น้องมองภาพตรงหน้าด้วยความสับสน ขณะเดียวกันม่านแสงสีม่วงบริเวณรอบนอกก็หายไปทำให้ผู้ชมด้านนอกมองเห็นสิ่งที่เกิดด้านในสนามประลองอีกครั้ง

“นักเวทคนนั้นไปไหนแล้ว?”

“ผลการแข่งขันเป็นยังไง? ใครเป็นฝ่ายชนะ?”

ไป๋เหลิงไม่สนใจเสียงของผู้ชม แต่เขากลับพึมพำขึ้นมาเบา ๆ ว่า

“คนคนนี้แปลกจริง ๆ”

หลังจากพูดจบไป๋เหลิงก็สังเกตเห็นชื่อของลู่หยางในรายชื่อเพื่อน เขาจึงมองไปที่ฝาแฝดทั้งสองด้วยความตกใจ แน่นอนว่าไป๋ฉือกับไป๋หูก็กำลังมองมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตกใจด้วยเช่นกัน

“เขาคือลู่หยาง!” ไป๋ฉือกล่าว

“เพราะแบบนี้เองสินะเขาถึงได้หยิ่งผยองขนาดนั้น แต่ตัวตนของเขามันก็มีความสามารถมากพอที่จะแสดงความหยิ่งยโสออกมาได้จริง ๆ” ไป๋ฉือกล่าว

ผลงานการต่อสู้ของลู่หยางในก่อนหน้านี้ยอดเยี่ยมมากไล่ไปตั้งแต่การเผชิญหน้ากับลูกน้องของแบล็คบลัดทั้งห้าคนด้วยตัวคนเดียว จากนั้นเขาก็จัดการลูกน้องข้างกายบลัดไทแรนท์อีกแปดคน ข่าวเรื่องนี้จึงแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเกม

สามพี่น้องต่างก็มีความประทับใจในวีรกรรมของลู่หยางอยู่แล้ว และพวกเขายิ่งชื่นชมในความกล้าหาญของนักเวทหนุ่มที่กล้าท้าทาย 2 กิลด์ใหญ่ด้วยตัวคนเดียว ยิ่งไปกว่านั้นการประกาศราคาค่าหัวของบลัดไทแรนท์ยังดำเนินมาเป็นเวลาเกือบ 10 วันแล้ว แต่ลู่หยางไม่เพียงแต่จะยังไม่ถูกสังหาร เขากลับมีความแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิม ฝาแฝดทั้งสามจึงยอมรับว่าแม้แต่ตัวเองก็ไม่สามารถที่จะลอกเลียนแบบวีรกรรมของลู่หยางได้

“นี่สินะยอดฝีมือ พวกเราคงจะลำบากแล้วสิ เขาเลเวล 13 แล้วแต่พวกเราเพิ่งเลเวล 8 เอง การพยายามเก็บเลเวลไล่ตามเขาไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แน่ ถ้าหากเราทำลายสกิลรีซิสท์ไฟร์ริงของเขาไม่ได้ก็เตรียมปิดประตูชนะไปได้เลย” ไป๋หูกล่าว

“นายจะไปกลัวอะไร? ถึงเลเวลจะสูงกว่าก็ไม่ได้หมายความว่าจะแข็งแกร่งกว่าสักหน่อย ขอแค่พวกเราทำลายแฟนท่อมสเตปของเขาได้ เราจะต้องเอาชนะเขาได้แน่ ๆ” ไป๋เหลิงกล่าวอย่างมั่นใจ

“ถ้างั้นพวกเราไปฝึกกันต่อเถอะ อย่างน้อยการมียอดฝีมือเป็นเป้าหมายแบบนี้ มันก็จะช่วยให้พวกเราพัฒนาฝีมือได้ดียิ่งขึ้น” ไป๋หูกล่าว

ไป๋เหลิงกับไป๋ฉือพยักหน้าพร้อมกัน จากนั้นพวกเขาก็ออกจากสนามประลองไปเพื่อหาวิธีทำลายเทคนิคการเคลื่อนไหวของลู่หยาง

ขณะเดียวกันลู่หยางก็กำลังเดินมายังแท่นบูชา ก่อนที่จะนำลูกเต๋าแห่งโชคชะตาขึ้นมาอีกครั้ง

“สาธุ! คราวนี้ขอให้ได้เกิน 10 แต้มเถอะ ไม่งั้นฉันจะต้องรอไปอีกครึ่งชั่วโมง”

ชายหนุ่มเขย่าลูกเต๋าภายในมือก่อนที่จะโยนพวกมันออกไป

6, 6, 6

ระบบ: ผู้เล่นลู่หยางทอยลูกเต๋าแห่งโชคชะตาได้ 18 แต้ม โชค +10 เป็นเวลา 30 นาที

ลู่หยางกำหมัดแน่นด้วยความยินดี ก่อนที่เขาจะหยิบมีดเอสเคพเดจเจอร์ออกมายังแท่นบูชา จากนั้นเขาก็หยิบแร่เหล็กดำออกไปวางอีก 4 ก้อน

สำหรับอุปกรณ์ที่ไม่มีค่าสถานะ กระบวนการหลอมไม่จำเป็นจะต้องใช้เครื่องประดับขอแค่มีแร่เหล็กดำเท่านั้นก็เพียงพอ

เมื่อชายหนุ่มกดเลือกทำการอัปเกรด แท่นบูชาก็เปล่งแสงประกายเจิดจ้าเป็นการแสดงว่ามีดเอสเคพเดจเจอร์ตีบวกเป็นผลสำเร็จ

ลู่หยางทำกระบวนการนี้ต่อเนื่องกันไป 10 ครั้ง ซึ่งหลังจากเวลาผ่านพ้นไปประมาณ 5 นาทีมีดเอสเคพเดจเจอร์ก็ถูกตี +10 เป็นผลสำเร็จ

มีดเอสเคพเดจเจอร์ +10

เลเวล 0

รายละเอียด มีดวิเศษที่มีความสามารถแหวกว่ายผ่านมิติ ตามตำนานเล่าว่ามันเป็นอาวุธติดตัวของเทพแห่งการขโมย

คำอธิบายของอุปกรณ์ยังคงเรียกง่ายเหมือนเดิม ลู่หยางจึงลองขว้างมีดออกไปยังด้านหน้า

มีดสั้นสีเงินพุ่งออกไปด้วยความเร็วที่สูงมาก และทันใดนั้นมันก็มีสกิลสีฟ้าเพิ่มขึ้นมาอีกสกิลในหน้าต่างสกิลของลู่หยาง

ชายหนุ่มคิดในใจด้วยคำว่า ‘หลบหนี’ ร่างของเขาจึงหายไปปรากฏตัวที่ตำแหน่งของมีดในทันที ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้กินเวลาเพียงแค่ 1 วินาทีเท่านั้น

ต่อมาสกิลภายในหน้าต่างก็เริ่มนับถอยหลัง 30 วินาที ซึ่งมันก็หมายความว่ามีดเอสเคพเดจเจอร์ +10 นี้มีระยะเวลาคูลดาวน์ 30 วินาทีนั่นเอง

ลู่หยางกำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น เพราะต่อไปนี้เขาสามารถใช้มีดเอสเคพเดจเจอร์ในระหว่างการต่อสู้ได้แล้ว ต่อไปเขาจะสามารถใช้สกิลแฟลชกระโดดเข้าไปปล่อยสกิลเฟลมสตอร์มและเฟลมเบิร์ดได้อย่างไม่มีปัญหา และเขาก็ยังสามารถจะใช้มีดเอสเคพเดจเจอร์เพื่อถอยกลับมายังตำแหน่งที่ปลอดภัยได้อีกด้วย

ชายหนุ่มวางมีดเอาไว้ข้างแท่นบูชาและในตอนนี้เขาก็ยังเหลือกล่องแพนดอร่าให้ลุ้นอยู่อีก 1 กล่อง

ลู่หยางมุ่งหน้ากลับไปยังเขตทางเหนือของเมืองเซนต์กอลล์อีกครั้ง ซึ่งหลังจากเดินทางได้เพียงแค่ไม่นานในที่สุดเขาก็ไปถึงบริเวณจัตุรัสทางตอนเหนือของเมือง

นักเวทหนุ่มมองซ้ายมองขวา ซึ่งหลังจากที่เขาแน่ใจว่ามันไม่มีใครอยู่ในบริเวณนี้แล้วเขาจึงนำกล่องแพนดอร่าออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับเริ่มอธิษฐาน

“สาธุ! ท่านเทพอสูรขอชุดเซ็ตอุปกรณ์ระดับทองให้ผมสักชุดเถอะ”

ก่อนหน้านี้โชคของเขาดีมาก ชายหนุ่มจึงตั้งใจที่จะลองเสี่ยงโชคดูอย่างต่อเนื่อง เพราะหากบังเอิญเขาได้รับชุดเซ็ตอุปกรณ์ระดับทองเลเวล 20 มาสักชุด เขาก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลเรื่องอุปกรณ์ไปอีกสักระยะ เมื่อคิดมาได้จนถึงตอนนี้ลู่หยางจึงเปิดกล่องแพนดอร่าด้วยความตื่นเต้น

ในขณะที่นักเวทหนุ่มคาดหวังจะเห็นแสงสีทองพวยพุ่งออกมา ทันใดนั้นแสงสีดำก็ส่องแสงอันเจิดจ้าออกมาจากกล่อง ชั่วพริบตารัศมี 30 เมตรรอบ ๆ เขาต่างก็จมอยู่ในความมืด

พายุสีดำก่อกำเนิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับเสียงร้องคำรามที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อพายุสีดำได้หยุดลง มันก็ปรากฏร่างของสิ่งมีชีวิตลำตัวสีดำสนิทที่มีความสูงมากกว่า 50 เมตรขึ้นมาในเมืองเซนต์กอลล์

ดีม่อนโซล (ระดับลอร์ด)

เลเวล 50

พลังชีวิต 2,000,000/2,000,000

เจ๋ง!!!! ลอร์ดเลเวล 50 พี่หยางตายแน่

จบบทที่ บทที่ 132 มีดเอสเคพเดจเจอร์ +10

คัดลอกลิงก์แล้ว