เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 133 ดีม่อนโซล

บทที่ 133 ดีม่อนโซล

บทที่ 133 ดีม่อนโซล


บทที่ 133 ดีม่อนโซล

“ชิบหายแล้ว!” ลู่หยางอุทานก่อนจะรีบปล่อยไฟร์วอลล์ใต้เท้าของตัวเอง จากนั้นร่างของเขาก็กลายเป็นแสงก่อนจะไปปรากฏตัวอีกครั้งห่างออกไป 30 เมตร

เมื่อร่างกายปรากฏตัวชายหนุ่มก็ไม่ได้หยุดฝีเท้าแต่รีบเปิดใช้สกิลสคอร์ชิ่งสปีดเพื่อเพิ่มความเร็วและวิ่งไปยังค่ายทหารของเมืองเซนต์กอลล์ ท้ายที่สุดเขาก็ไม่คิดว่าตัวเองจะโชคดีถึงขั้นเรียกดีม่อนโซลซึ่งเป็นบอสระดับลอร์ดเลเวล 50 ออกมาได้

ตามตำนานดีม่อนโซลถือกำเนิดขึ้นมาบนสนามรบยุคแรกในสมัยโบราณ โดยมันเป็นตัวแทนของความเกลียดชังและความแค้นใจของวิญญาณผู้ตายในสนามรบจำนวนนับไม่ถ้วน

ในบรรดามอนสเตอร์ระดับลอร์ดเลเวล 50 ทั้งหมดภายในเกม ดีม่อนโซลถือได้ว่าเป็น 1 ใน 3 มอนสเตอร์ระดับลอร์ดที่หาตัวได้ยากมากที่สุด น่าเสียดายที่ตอนนี้ลู่หยางเพิ่งจะมีเลเวล 13 เท่านั้น มันจึงทำให้เขาไม่สามารถที่จะเผชิญหน้ากับบอสตัวนี้ได้เลย

“ใครมันมารบกวนการพักผ่อนของข้า?!” ดีม่อนโซลร้องคำรามพร้อมกับกวาดสายตามองไปยังรอบ ๆ เมื่อมันเห็นพื้นที่บริเวณนี้มีลู่หยางกำลังวิ่งหนีอยู่คนเดียว มันจึงชี้นิ้วตรงไปยังตำแหน่งของนักเวทที่กำลังวิ่งหนีอยู่

“ความตายคือจุดหมายที่ดีที่สุดของเจ้า”

ทันใดนั้นลำแสงพลังงานสีดำที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตรและมีความสูงมากกว่า 30 เมตรได้พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินทำลายบ้านหลังหนึ่งที่ข้างหน้าและพุ่งไปยังตำแหน่งที่ลู่หยางกำลังวิ่งหนีอยู่ โดยลำแสงพลังงานนี้มีความเข้มข้นสูงมากจนทำให้อาคารทุกหลังที่สัมผัสเข้ากับลำแสงพลังงานต่างก็ถูกทำลายจนป่นละเอียด

ระหว่างที่ลู่หยางกำลังวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต เขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากทางด้านหลัง

ย้อนกลับไปในอดีตเขาเคยเผชิญหน้ากับดีม่อนโซลมาก่อน แล้วเขาจึงรู้ดีว่าลำแสงนี้คือสกิลโซลพูลล์ที่สามารถสร้างความเสียหายได้ถึง 5,000 หน่วย ยิ่งไปกว่านั้นมันยังเป็นสกิลติดตามที่มีระยะทางถึง 50 เมตร มันจึงจำเป็นจะต้องวิ่งให้พ้นระยะเท่านั้นจึงจะสามารถรอดชีวิตไปจากการโจมตีนี้ได้

ก่อนหน้านี้เขาเทเลพอร์ตหนีออกมา 30 เมตรพร้อมกับวิ่งต่อมาอีก 16 เมตร มันจึงทำให้ระยะทางเหลืออีกเพียงแค่ 4 เมตรก่อนที่จะหลบพ้นออกจากระยะสกิล อย่างไรก็ตามการคำนวณก็ไม่สามารถที่จะคำนวณตรง ๆ แบบนั้นได้ เพราะโซลพูลล์มีรัศมีทำลาย 5 เมตร หรือมันก็หมายความว่าเขาต้องวิ่งออกไปอีก 9 เมตรถึงจะอยู่ในระยะที่ปลอดภัย

ลู่หยางรู้ดีว่าความเป็นความตายถูกแขวนเอาไว้ที่ระยะ 9 เมตรนี้เท่านั้น ชายหนุ่มจึงวิ่งตรงไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง แต่ในระหว่างที่เขาวิ่งออกไปได้เพียงแค่ 2 วินาที มันก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นมาจากด้านหลัง

เสียงระเบิดนี้เกิดจากอาคารอีกหลังที่ถูกโซลพูลล์ทำลายจนย่อยยับและแรงกระแทกมหาศาลที่เกิดจากการปะทะก็ทำให้ลู่หยางเซถลาล้มลงไปข้างหน้า แต่เขาก็รีบกลิ้งตัวก่อนที่จะลุกขึ้นมาวิ่งต่ออีกครั้ง

“ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนแต่ท้ายที่สุดเจ้าก็จะกลายเป็นวิญญาณใต้คมดาบของข้าอยู่ดี” เมื่อดีม่อนโซลเห็นว่าการโจมตีครั้งแรกพลาดเป้า มันจึงยกดาบพร้อมกับวิ่งไล่ตามลู่หยางไป

ความเร็วในการเคลื่อนที่ของดีม่อนโซลเร็วกว่าผู้เล่น 3 เท่า การขยับร่างกายของมันจึงคล้ายกับการก่อให้เกิดเงาหลอน และเนื่องมาจากร่างกายของมันที่มีความสูงใหญ่มากกว่า 50 เมตร บ้านเรือนปกติที่มีความสูงเพียงแค่ 12 เมตรจึงถูกทำลายเป็นรายทาง

เป้ง ๆ ๆ ๆ ๆ

ทันใดนั้นมันก็มีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นมาจากหอคอยกลางเมืองพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นภายในหูของผู้เล่นทุกคนในเขตเมือง

ระบบ: เตือนภัย! มอนสเตอร์ระดับลอร์ดเลเวล 50 ปรากฏตัวบริเวณพื้นที่ทางเหนือของเมืองเซนต์กอลล์ ขอให้ผู้เล่นรีบออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด

ลู่หยางได้ยินเสียงบ้านถูกเหยียบดังเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ และถ้าหากเขาถูกดีม่อนโซลไล่ทัน การฟันของมันเพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถที่จะสังหารเขาได้แล้ว

สิ่งเดียวที่จะช่วยเขารอดชีวิตได้ในตอนนี้คืออัศวินศักดิ์สิทธิ์ของเมืองเซนต์กอลล์ ท้ายที่สุดระบบของเมืองก็ไม่อนุญาตให้มอนสเตอร์เข้ามาภายในเมืองอย่างเด็ดขาด หากมีมอนสเตอร์ธรรมดาหลุดเข้ามาทหารของเมืองจะออกหน้าไปจัดการ แต่ถ้าหากว่ามันมีมอนสเตอร์ระดับสูงปรากฏตัวมันก็จะเป็นหน้าที่ของกองกำลังอัศวินศักดิ์สิทธิ์

เสียงสัญญาณเตือนภัยเมื่อสักครู่แสดงว่ากองกำลังอัศวินศักดิ์สิทธิ์กำลังเดินทางมาพื้นที่บริเวณนี้แล้ว หากเขาจำไม่ผิดกองกำลังอัศวินศักดิ์สิทธิ์จะใช้เวลารวมตัวกันประมาณ 30 วินาที แต่ลู่หยางรู้ตัวดีว่าเขาไม่สามารถรอจนถึงตอนนั้นได้

โชคดีที่บริเวณทางเหนือของเมืองมีค่ายทหารลาดตระเวน ขอแค่ทหารเหล่านี้ช่วยถ่วงเวลาให้เขาสักหน่อย ในเวลานั้นเขาก็สามารถหลบเลี่ยงเอาชีวิตรอดไปได้แล้ว

ระหว่างที่คิดได้มาจนถึงตอนนี้ ดีม่อนโซลก็ไล่เข้ามาอยู่ในระยะ 10 เมตร แต่ในขณะที่บอสกำลังยกดาบเตรียมโจมตี กองทหารลาดตระเวน 2 กองก็ปรากฏตัวขึ้นจากสองฟากฝั่งของถนน

“นักรบผู้กล้าแห่งเมืองเซนต์กอลล์โจมตี!” หัวหน้ากองทหารตะโกนพร้อมกับชี้ดาบยาวไปยังดีม่อนโซล

ทหารภายในกองทั้ง 16 คนชักดาบขึ้นมาพร้อมกัน จากนั้นพวกเขาก็วิ่งเข้าใส่ดีม่อนโซลโดยวิ่งอ้อมร่างของลู่หยางไป

“เจ้าพวกมนุษย์ที่น่ารังเกียจ! พวกเจ้ากล้าท้าทายข้างั้นเหรอ” ดีม่อนโซลร้องคำรามด้วยความโกรธ ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป้าหมายจู่โจมไปยังกองทหารลาดตระเวนเป็นอันดับแรก

ลู่หยางถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก จากนั้นเขาจึงรีบท่องคาถาเพื่อกลับไปยังวิหารเทพอสูร ท้ายที่สุดในระหว่างการต่อสู้ระบบก็ไม่อนุญาตให้ทำการเทเลพอร์ตหนีออกไปได้ ส่วนทางด้านทหารลาดตระเวนก็คงจะต้านทานดีม่อนโซลได้ไม่เกิน 5 วินาที สิ่งเดียวที่จะทำให้เขารอดปลอดภัยในตอนนี้คือการถอยกลับมาตั้งหลักที่วิหารเทพอสูรก่อน

ทหารลาดตระเวนเป็นเพียงทหารธรรมดาเลเวล 30 เท่านั้น ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนพวกเขาย่อมไม่สามารถต้านทานมอนสเตอร์ระดับลอร์ดเลเวล 50 ได้เลย

ดีม่อนโซลฟาดฟันดาบออกไปสองครั้งพรากชีวิตทหารลาดตระเวนไปได้ 4 คน เมื่อมันฟาดฟันดาบออกไปอีกสองครั้งจำนวนของทหารลาดตระเวนก็เริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว

ในที่สุดทหารลาดตระเวนทั้ง 16 คนก็ถูกสังหารจนหมดในเวลาเพียงแค่ไม่ถึง 4 วินาที ดีม่อนโซลจึงรีบมุ่งเป้าไปหาลู่หยางอีกครั้งโดยการชี้นิ้วไปยังนักเวทหนุ่ม

โซลพูลล์!

แม้ลู่หยางจะเห็นลำแสงสีดำพุ่งเข้ามาใกล้ แต่เขาก็ยังเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย เพราะตอนนี้ร่างกายของเขากำลังเปลี่ยนเป็นสีแดง ซึ่งมันก็หมายความว่าเขาสามารถถอยกลับไปตั้งหลักยังวิหารเทพอสูรได้สำเร็จ

หลังกลับมาถึงวิหารเทพอสูร ลู่หยางก็รีบสวมอุปกรณ์ในทันที แต่เนื่องมาจากในตอนนี้อุปกรณ์ของเขาอยู่ที่ฮั่นอิ่ง อุปกรณ์ที่เขาสวมใส่ได้จึงเป็นเพียงแค่อุปกรณ์ชั่วคราว

อัศวินศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองเซนต์กอลล์ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็น NPC เลเวล 50 พวกเขาย่อมสามารถสังหารดีม่อนโซลได้อย่างแน่นอน ในเวลานั้นบอสย่อมจะต้องดรอปอุปกรณ์ลงมาอย่างมากมาย นอกจากนี้ก่อนที่เขาจะหนีเขายังได้วางสกิลไฟร์วอลล์เอาไว้บนพื้น ซึ่งตามกฎของเกมแล้วใครที่จู่โจมเข้าใส่มอนสเตอร์ก่อนค่าประสบการณ์ของมอนสเตอร์ก็จะเป็นของคนคนนั้น หรือมันก็หมายความว่าอุปกรณ์ที่ดรอปลงมาเขาจะมีสิทธิ์เก็บของพวกนั้นก่อนคนอื่นนั่นเอง

เมื่อคิดถึงไอเท็มที่จะดรอปลงมาจากบอสระดับลอร์ดเลเวล 50 ลู่หยางก็รู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ หลังจากจัดเตรียมตัวเองจนเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มก็รีบกลับไปยังจัตุรัสกลางเมืองเซนต์กอลล์

“นั่นมันอะไร?”

“บอสเลเวล 50 ตัวใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“แบบนี้เมืองจะถูกทำลายไหม?”

“ชิบหาย! ฉันได้ข่าวว่าเมืองตอนเหนือถูกมันทำลายไปแล้วหวังว่ามันจะไม่วิ่งมาทางนี้นะ”

ผู้เล่นมากมายที่หลบอยู่ในเขตปลอดภัยต่างก็พูดคุยกันขณะมองไปยังร่างอันสูงใหญ่ของดีม่อนโซลที่อยู่ไกลออกไป และเนื่องมาจากร่างกายที่มีความสูงมากกว่า 50 เมตร มันจึงทำให้ผู้เล่นทุกคนภายในเมืองสามารถมองเห็นบอสตัวนี้ได้อย่างชัดเจน

ลู่หยางพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ เพราะตามกฎของเกมเขตปลอดภัยมีเอาไว้สำหรับป้องกันผู้เล่นโจมตีกันเองเท่านั้น นั่นก็หมายความว่าหากดีม่อนโซลเดินทางมาจนถึงตรงนี้ บอสก็ยังสามารถสังหารผู้เล่นทุกคนได้อย่างไม่มีปัญหา

“ขอให้แสงศักดิ์สิทธิ์จงสถิตอยู่กับเรา”

ทันใดนั้นมันก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นมาจากระยะไกลพร้อมกับกองอัศวินศักดิ์สิทธิ์ 50 คนที่กำลังควบม้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว

อัศวินแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์

เลเวล 50

พลังชีวิต 800,000/800,000

แม้พลังชีวิตของอัศวินศักดิ์สิทธิ์จะน้อยกว่าดีม่อนโซลมาก แต่พวกเขาก็มีข้อได้เปรียบทางด้านของจำนวน การเอาชนะดีม่อนโซลจึงเป็นเพียงแค่เรื่องของเวลา ผู้เล่นจำนวนมากจึงเริ่มแยกตัวออกจากฝูงชนและวิ่งตามกองอัศวินศักดิ์สิทธิ์ไป

ในที่สุดลู่หยางก็คิดว่าตัวเองคิดตื้นเกินไปหน่อย เพราะผู้เล่นทุกคนรู้ดีว่า NPC จะไม่เก็บอุปกรณ์ที่ดรอปจากมอนสเตอร์ หากบอสตัวนี้ถูกสังหารมันย่อมมีอุปกรณ์ดี ๆ ดรอปลงมาอย่างแน่นอนแล้วมันก็ดูเหมือนกับว่าทุกคนจะไม่อยากพลาดโอกาสรวยทางลัดกับบอสตัวนี้

ศึกแย่งชิงของดรอป!

จบบทที่ บทที่ 133 ดีม่อนโซล

คัดลอกลิงก์แล้ว