เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 131 เชิญชวน

บทที่ 131 เชิญชวน

บทที่ 131 เชิญชวน


บทที่ 131 เชิญชวน

“คุณใช้การขยับตัวแบบไหนพอจะบอกให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม?” ไป๋หูถามลู่หยางขณะที่ไป๋ฉือกำลังเพิ่มพลังชีวิตให้ไป๋เหลิง

“การขยับตัวแบบนี้เรียกว่าแฟนท่อมสเตป มันเป็นวิธีการที่นักเวทเอาไว้สกัดการใช้สกิลของนักรบโดยเฉพาะ” ลู่หยางตอบโดยไม่ปิดบัง

นี่คือเทคนิคการเคลื่อนไหวที่เขาได้กลั่นกรองมาจากประสบการณ์ทั้งในเกมและในการต่อสู้ชีวิตจริงเมื่อชาติก่อน แต่น่าเสียดายที่ในตอนนั้นเขาไม่มีโอกาสได้ใช้มันออกมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“เยี่ยมยอดมาก! คุณเป็นผู้เล่นคนแรกเลยที่ทำให้ฉันใช้สกิลชาร์จเข้าไปไม่ได้” ไป๋หูกล่าวอย่างชื่นชม

ลู่หยางหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ ก่อนจะพูดเสนอออกไปว่า

“การแข่งขันครั้งนี้ถือว่าพวกเราเสมอกันดีไหม?”

ตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกเบื่อแล้ว เพราะสามพี่น้องตระกูลไป๋เพิ่งจะเข้าร่วมเกมได้ไม่นาน ความสามารถของทั้งสามจึงแตกต่างจากลู่หยางที่กลับชาติมาเกิดมาก

กลยุทธ์ที่พวกเขาใช้ในตอนนี้ถึงแม้ว่ามันจะดูแข็งแกร่ง แต่เนื่องมาจากพาลาดินอย่างไป๋ฉือยังไม่มีสกิลแอนตี้เมจิกออร่าและอินฟินซิบิลิตี้ เพียงแค่ลู่หยางใช้สกิลไฟร์วอลล์ออกไปก็สามารถแผดเผาอีกฝ่ายให้มอดไหม้ได้อย่างง่ายดาย เมื่อทุกอย่างมันดูง่ายเกินไปนักเวทหนุ่มจึงไม่ได้รู้สึกสนุกกับการประลองในครั้งนี้เลย

“คิดจะหนีงั้นเหรอ? ไม่ว่ายังไงการแข่งขันมันก็ต้องมีการตัดสินแพ้ชนะ” ไป๋เหลิงพูดอย่างไม่พอใจ

“ใช่! การแข่งขันมันต้องมีแพ้ชนะ ไม่อย่างนั้นมันจะไปมีความหมายอะไร” ไป๋ฉือกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์เหมือนกัน

หลังจากฟื้นฟูพลังชีวิตกลับมาจนเต็ม ทั้งสามก็เริ่มจัดกระบวนทัพใหม่แล้วเดินเข้ามาหาลู่หยางอย่างช้า ๆ ซึ่งในครั้งนี้พวกเขาได้เรียนรู้ความผิดพลาดมาจากครั้งก่อน มันจึงไม่มีใครพุ่งตัวออกไปโจมตีโดยพลการ

“ขอโทษนะ แต่เลเวลของพวกคุณยังต่ำเกินไป ฉันยินดีรับคำท้าถ้าหากพวกคุณอยากจะมาประลองใหม่ในอนาคต” ลู่หยางกล่าว

ทันใดนั้นนักเวทหนุ่มก็โยนเหรียญทองออกไปทางด้านหลัง ก่อนที่มันจะตกลงในมือของผู้คุมการแข่งขันพอดิบพอดี

“เข้าโหมดห้ามรับชม” ลู่หยางสั่ง

“อนุญาต” ผู้ควบคุมการแข่งขันซึ่งเป็นชายชาวยุโรปวัยกลางคนพยักหน้ารับในทันที ก่อนที่มันจะมีม่านแสงสีม่วงปรากฏขึ้นมาปกคลุมสนามประลองเอาไว้ทำให้ผู้ชมด้านนอกมองเห็นเพียงแต่ม่านแสงสีม่วงเท่านั้น

“คุณทำแบบนี้ทำไม?” ไป๋หูถาม

“ฉันไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องที่พวกเขาไม่ควรรู้ และฉันก็เชื่อว่าพวกคุณทั้งสามคนไม่ชอบเปิดเผยความลับให้คนอื่นล่วงรู้ด้วยเหมือนกัน” ลู่หยางตอบ

ระหว่างพูดคุยจู่ ๆ มันก็มีนกสีแดงเพลิงตัวใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของชายหนุ่ม ก่อนที่มันจะส่งเสียงร้องและบินลงมาเกาะไหล่ขวาของเขา

พริบตาต่อมาร่างของลู่หยางก็กลายเป็นแสงสีขาว ก่อนที่ร่างของเขาจะไปปรากฏตัวตรงหน้าสามพี่น้องตระกูลไป๋อย่างฉับพลัน

ระหว่างที่ปรากฏตัวขึ้นนักเวทหนุ่มก็ใช้มือทั้งสองข้างกดลงไปบนพื้นดินอย่างแรงก่อให้เกิดคลื่นสีดำที่เริ่มปะทุขึ้นมาทางด้านบน

เฟลมสตอร์ม!

สามพี่น้องกำลังจะเริ่มโจมตีแต่ในทันทีที่พวกเขาตกอยู่ในพายุเพลิง มันก็ทำให้ทุกคนติดสตั๊นเป็นเวลา 2 วินาที

-112, -113, -112

หลังจากทุกคนได้สติ จู่ ๆ มันก็มีกำแพงไฟลุกโชนขึ้นมาใต้ร่างของพวกเขา

-96, -89, -91

ทั้งสามรีบกระโดดถอยหลังอย่างตกใจ แต่ในเวลานั้นนกเพลิงก็พุ่งหาพวกเขาด้วยความเร็วสูง

ตูม!

ตัวเลขความเสียหายมากกว่า 100 หน่วยปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของทั้งสามเป็นจำนวนสามครั้งและมันก็ทำให้ไป๋เหลิงถูกสังหารในทันที

“นี่คุณมีเวทหมู่ด้วยเหรอเนี่ย?!” ไป๋หูอุทานอย่างตกใจ

“รีบโจมตีกลับไปเร็วเข้า! อย่าปล่อยให้เขาใช้เวทมนตร์ออกมาอีก” ไป๋ฉือตะโกนบอกก่อนที่เขาจะรีบใช้แฮมเมอร์ออฟลอยเอิลตี้ฟาดไปที่ลู่หยาง

ชายหนุ่มกระโดดออกด้านข้างเฉียงไปข้างหลังเล็กน้อยทำให้เขาหลบเลี่ยงจากแสงสีทองของสกิลแฮมเมอร์ออฟลอยเอิลตี้ได้อย่างง่ายดาย จากนั้นเขาก็ใช้มือขวาปล่อยเบลซซิงเบิร์สออกไปในทันที

ตูม!

-102

ไป๋ฉือถูกซัดจนหงายหลังและทำให้พลังชีวิตของเขาลดลงไปเหลือเพียง 400 หน่วย

ไป๋หูเห็นจังหวะที่ลู่หยางเพิ่งทำการโจมตี เขาจึงใช้สกิลชาร์จพุ่งเข้าหาอย่างว่องไว และเนื่องจากระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันเพียงแค่ 5 เมตร เขาจึงไม่เชื่อว่าลู่หยางจะสามารถหลบหลีกการโจมตีของเขาได้อีก

ลู่หยางระวังการโจมตีจากไป๋หูอยู่ก่อนแล้ว เมื่ออีกฝ่ายเริ่มโจมตีชายหนุ่มจึงเบี่ยงร่างกายออกไปเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ก้าวเท้าเฉียงไปด้านหน้า 1 ก้าวจนทำให้ร่างของไป๋หูก้าวผ่านเขาไป โดยการหลบหลีกในครั้งนี้เฉี่ยวร่างนักเวทหนุ่มไปเพียง 0.1 เซนติเมตรเท่านั้น ร่างของอีกฝ่ายจึงพุ่งออกไปไกล 30 เมตรก่อนที่ร่างของไป๋หูจะหยุดลง

นักเวทหนุ่มฉวยโอกาสในจังหวะนั้นยิงเบลซซิงเบิร์สเข้าใส่ไป๋ฉือที่กำลังจะโจมตีจนทำให้ร่างของพาลาดินหนุ่มหงายหลังไปอีกครั้ง

-102

ไป๋ฉือเหลือพลังชีวิตอยู่แค่ 298 หน่วย ขณะที่ไป๋หูกำลังรู้สึกอับอายมาก เขาจึงหันหลังกลับมาพร้อมกับใช้สกิลอินเตอร์เซปพุ่งเข้ามาหาลู่หยางอีกครั้ง

นักเวทหนุ่มราวกับอ่านการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาจึงยกมือขึ้นมาใช้สกิลเฟลมอิมแพคใส่ไป๋หูโดยไม่หันหน้ากลับมามอง

ปัง!

เฟลมอิมแพคปะทะเข้าใส่หัวของไป๋หูพอดิบพอดีทำให้ร่างของเขาที่พุ่งเข้ามาได้เพียงแค่ 15 เมตรหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน พร้อมกันนั้นพลังชีวิตของเขาก็ได้ลดลงไป 160 หน่วย

เมื่อไป๋ฉือได้สติเขาก็รู้ตัวแล้วว่าไม่ควรปล่อยให้ลู่หยางใช้เบลซซิงเบิร์สออกมาอีกอย่างเด็ดขาด และถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายปล่อยสกิลออกมาเกือบจะในทันทีได้ยังไง แต่สิ่งหนึ่งที่เขาทำนายได้คือหากเขายังถูกลูกไฟยิงเข้าใส่ในเวลานั้นเขาจะต้องตายแน่ ๆ

“โจมตีท่อนล่าง” ไป๋ฉือกลิ้งตัวไปด้านหน้าพร้อมกับฟันดาบเข้าใส่ขาของลู่หยาง ไป๋หูที่เข้าใจความหมายของพี่น้องจึงกลิ้งตัวไปพร้อมกัน ก่อนที่จะทำการฟาดฟันมีดภายในมือ

ตอนนี้ลู่หยางไม่ได้สวมใส่อุปกรณ์ใด ๆ พลังชีวิตของเขาจึงมีอยู่ไม่ถึง 100 หน่วย หากเขาพลาดถูกทั้งสองโจมตีเข้าไปสักครั้ง การโจมตีนี้ก็มากพอที่จะสังหารเขาลงไปได้เลย แต่ในระหว่างที่การโจมตีกำลังใกล้เข้ามา จู่ ๆ ทั่วทั้งร่างของลู่หยางก็ปะทุไปด้วยพลังของเปลวเพลิง

รีซิสท์ไฟร์ริง!

ไป๋หูกับไป๋ฉือถูกกระแทกกระเด็นออกไปไกลนับสิบเมตร แต่ก่อนที่ร่างของพวกเขาจะร่วงหล่นลงบนพื้นลู่หยางก็กระหน่ำยิงลูกไฟเข้าใส่พวกเขาเสียก่อน

ไป๋ฉือถูกสังหารไปเป็นคนแรก ก่อนที่ไป๋หูจะถูกสังหารลงไปตามในเวลาเพียงแค่ไม่นาน

ระบบ: การต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว ทีมลู่หยางเป็นฝ่ายชนะ!

สามพี่น้องตระกูลไป๋ถูกระบบชุบชีวิตกลับมาตำแหน่งเดิม จากนั้นสามพี่น้องก็มองหน้ากันก่อนจะเดินเข้าไปหาลู่หยางด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง

“ทำไมคุณถึงยิงเบลซซิงเบิร์สออกมาได้เร็วขนาดนั้น?” ไป๋หูถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“นี่คือโหมดอิสระของนักเวท” ลู่หยางตอบ

“โหมดอิสระของนักเวท?” สามพี่น้องอุทานอย่างสับสน

“นักรบมีโหมดอิสระยังไง นักเวทก็มีโหมดอิสระแบบนั้นแหละ” ลู่หยางกล่าว

การต่อสู้เมื่อสักครู่พวกเขาไม่ได้รู้สึกติดใจอะไรมากนัก นอกเสียจากการยิงเบลซซิงเบิร์สของลู่หยางที่สามารถยิงออกมาได้เกือบจะในทันที การโจมตีนี้ทำให้พวกเขาสูญเสียพลังชีวิตไปได้อย่างรวดเร็วจนไม่มีโอกาสโต้ตอบกลับมาเลยแม้แต่นิดเดียว

“นี่สินะที่เขาเรียกว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า พวกเราสามพี่น้องขอยอมแพ้ ถ้ามีโอกาสครั้งหน้าพวกเราขอแก้มือใหม่นะ” ไป๋เหลิงกล่าวอย่างยินดีโดยมีพี่น้องอีกสองคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ต่อให้พ่ายแพ้ในการแข่งขันในวันนี้แต่พวกเขาก็เชื่อว่าสักวันในอนาคตพวกเขาจะหาวิธีเอาชนะลู่หยางได้

“พร้อมเมื่อไหร่ก็ทักมาได้เลย แต่ตอนนี้เลเวลของพวกคุณน้อยเกินไปหน่อย สกิลที่พวกคุณเรียนรู้ก็ยังน้อยเกินไป เมื่อกี้พวกคุณคงเห็นแล้วใช่ไหมว่าฉันไม่ได้สวมใส่อุปกรณ์อะไรเลย ถ้าหากฉันสวมใส่อุปกรณ์เข้าไปจริง ๆ พวกคุณคงจะรับการโจมตีไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียวด้วยซ้ำ”

คำพูดของลู่หยางแฝงไปด้วยความท้าทายและภายในใจของเขาก็อยากจะลองชวนสามพี่น้องเข้าร่วมกิลด์ดูสักตั้ง

“นี่คุณพูดจริงเหรอ?! คุณไม่ได้ใส่อุปกรณ์เลยเนี่ยนะ” ไป๋เหลิงอุทานขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ

สยบความมั่นใจที่มีด้วยคำพูดง่าย ๆ สไตล์พี่หยาง 555

จบบทที่ บทที่ 131 เชิญชวน

คัดลอกลิงก์แล้ว