เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 111 ราชาซอมบี้

บทที่ 111 ราชาซอมบี้

บทที่ 111 ราชาซอมบี้


บทที่ 111 ราชาซอมบี้

6 โมงเช้า

ลู่หยางลุกขึ้นจากที่นอน ก่อนที่เขาจะได้เห็นฮั่นจงกำลังนำสามพี่น้องออกกำลังกาย

“ตื่นแล้วเหรอ?” ฮั่นจงถาม

ลู่หยางพยักหน้ารับและเมื่อเขามองดูทั้งสามพี่น้องกำลังออกกำลังกายอยู่ มันก็ทำให้เขานึกถึงช่วงเวลาในอดีตที่เขาได้ฝึกฝนร่วมกันกับกลุ่มคนเหล่านี้ทุกวัน

เมื่อฮั่นจงเห็นลู่หยางกำลังมองเขาสอนพี่น้องทั้งสามออกกำลังกาย เขาจึงเผยรอยยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า

“นี่คือการฝึกตอนเช้าตามปกติไม่ใช่การฝึกพิเศษเพราะสถานที่ยังไม่เหมาะสม การออกกำลังกายนี้ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายเท่านั้น นายอยากจะลองมาออกกำลังกายด้วยกันไหม?”

“อาจารย์ ผมมีวิธีการฝึกพิเศษอยู่แบบหนึ่ง คุณช่วยดูให้หน่อยได้ไหมว่ามันเป็นยังไงบ้าง?” ลู่หยางตอบ

ฮั่นจงยิ้มและคาดเดาว่าวิธีการนี้คงเป็นวิธีการฝึกที่พ่อของลู่หยางได้สอนเอาไว้ แต่วิธีการนั้นย่อมไม่มีทางสู้วิธีการฝึกของเขาได้ แต่เขาก็กลัวจะทำร้ายความภูมิใจของลู่หยาง เขาจึงพูดออกไปว่า

“ลองทำดูสิ เดี๋ยวฉันจะดูให้”

“ครับ”

ลู่หยางเดินไปตรงกลางห้องนั่งเล่น ก่อนที่เขาจะใช้วิธีการฝึกร่างกายแบบพิเศษอย่างที่เคยเรียนรู้มาในอดีต

ว่ากันว่ามืออาชีพสามารถมองการเคลื่อนไหวเพียงแค่ครั้งเดียวได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เมื่อลู่หยางเริ่มเคลื่อนไหวสีหน้าของฮั่นจงก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาในทันที

แม้แต่สีหน้าของสามพี่น้องก็กำลังเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน เพราะวิธีการฝึกของลู่หยางดูไม่ต่างไปจากการทรมานตัวเองเลยแม้แต่น้อย และพวกเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายถึงต้องลงทุนทำถึงขนาดนี้

ชายหนุ่มฝึกต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก แล้วในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวจนล้มลงไปกับพื้น

สามพี่น้องรีบเข้ามาช่วยพยุงลู่หยางในทันที แต่ชายหนุ่มกับฮั่นจงกลับพูดขึ้นมาพร้อมกันว่า

“อย่า!”

พวกฮั่นอิ่งหยุดยืนนิ่งพร้อมกับมองไปทางพ่อของตัวเองด้วยความไม่เข้าใจ

“ขั้นตอนสุดท้ายนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับกำลังใจของเขา ถ้าเขาไม่สามารถลุกขึ้นยืนด้วยพลังใจของตัวเองได้ ผลลัพธ์ของการฝึกฝนในวันนี้มันก็จะลดลงไปจากที่ควรจะเป็นอีกหลายเท่า” ฮั่นจงกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

ขณะเดียวกันลู่หยางก็กำลังรู้สึกปวดไปทั่วทั้งร่างจนแทบจะทนไม่ไหว แต่เขาก็ยังคงยิ้มให้ฮั่นจงด้วยความชื่นชม เพราะท้ายสุดเมื่อชาติที่แล้วอาจารย์ของเขาก็เคยให้ความคิดเห็นวิธีการฝึกนี้ในลักษณะเดียวกัน

การฝึกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาทำให้ลู่หยางรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่าง วันนี้การที่เขาอดทนฝึกฝนได้จนถึง 2 ชั่วโมงมันก็ถือว่าเป็นขีดจำกัดของร่างกายแล้ว

ชายหนุ่มพยายามลุกขึ้นมา 3-4 ครั้งแต่ก็ยังไม่สามารถลุกขึ้นยืนเองได้ ในที่สุดในความพยายามครั้งที่ 5 ลู่หยางก็ส่งเสียงตะโกนพร้อมกับลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก ก่อนที่จะค่อย ๆ เดินเข้าไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำอย่างช้า ๆ

“พ่อครับวิธีการฝึกของพี่ลู่หยางมีประโยชน์ต่อร่างกายจริง ๆ เหรอ?” ฮั่นเฟยถามอย่างสงสัย

ฮั่นจงคิดอยู่นานก่อนที่เขาจะตอบว่า

“ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปฮั่นเฟยกับฮั่นอวี่ให้ฝึกวิธีการเดียวกับลู่หยาง ส่วนฮั่นอิ่งให้ใช้วิธีการเดิม”

“หา?” สองฝาแฝดอ้าปากค้างด้วยความตกใจ เพราะเพียงแค่มองดูพวกเขาก็รู้แล้วว่าวิธีการฝึกของลู่หยางเป็นวิธีที่ทรมานมากขนาดไหน

ลู่หยางได้ยินบทสนทนาจากในห้องน้ำ เขาจึงพูดขึ้นมาว่า

“การฝึกด้วยวิธีของฉันมีข้อดีอีกอย่างคือมันจะช่วยเพิ่มทักษะการเคลื่อนไหวของพวกนายภายในเกมและมันก็ช่วยให้พวกนาย PK เก่งขึ้นด้วย”

“จริงเหรอครับ!?”

“จริงสิ เดี๋ยวฉันจะให้พวกนายดูวิดีโอแล้วพวกนายก็จะรู้ว่าฉันไม่ได้โกหก” ลู่หยางตอบ

ลู่หยางได้บันทึกวิดีโอการต่อสู้ตัวต่อตัวกับวอลกิน, ไทแรนท์สเกเลตัล, ลูกน้องทั้งห้าคนของแบล็คบลัดและลูกน้องทั้งแปดคนของบลัดไทแรนท์เอาไว้ เพื่อใช้เป็นวิดีโอฝึกสอนพรรคพวกของตัวเองในอนาคต

“พวกเราจะตั้งไจเรียนครับ” สองฝาแฝดพูดขึ้นมาพร้อมกัน

“พ่อคะ ทำไมหนูถึงเรียนด้วยไม่ได้?” ฮั่นอิ่งถามอย่างสงสัย

ฮั่นจงมองไปทางฮั่นอิ่งด้วยความสงสาร เพราะในบรรดาลูก ๆ เขารู้สึกว่าตัวเองทำผิดต่อฮั่นอิ่งมากที่สุด ไม่ว่ายังไงเด็กคนนี้ก็เป็นผู้หญิงแต่เขากลับทำให้ลูกของตัวเองต้องมาทนรับความลำบาก

“สิ่งที่พ่อจะสอนให้หนูในอนาคตมันขัดกับวิธีการฝึกนี้” ฮั่นจงแต่งเรื่องโกหก

ลู่หยางที่ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้วจึงออกมาจากห้องน้ำและพูดว่า

“ฉันออกไปซื้อของก่อนนะ หลังจากฉันกลับมาพวกเราค่อยเข้าเกมด้วยกัน”

ลู่หยางเดินออกจากบ้านไปตลาดสดเพื่อซื้ออาหารสำหรับ 5 คนเป็นเวลา 3 วัน เมื่อเขากลับมาถึงบ้านพี่น้องทั้งสามก็ออกกำลังกายเสร็จแล้วชายหนุ่มจึงพาทั้งสามเข้าเกมอีกครั้ง

หลังสวมหมวกทั้งสี่ก็ปรากฏตัวในเมืองซาโรส เมื่อพี่น้องทั้งสามลืมตาขึ้นมาพวกเขาก็สังเกตเห็นแสงสว่างอันเจิดจ้าสีแดงสดใส

หลังจากทั้งสามปรับสภาพสายตาได้แล้วพวกเขาก็ได้พบว่าแท้ที่จริงแสงสว่างนี้มันเป็นแสงที่แผ่ออกมาจากคทาภายในมือของลู่หยาง

“อาวุธพี่มันจะเท่เกินไปแล้ว” ฮั่นเฟยกล่าว

ลู่หยางเริ่มรู้สึกว่าคทาของตัวเองโดดเด่นมากจนเกินไป เขาจึงเลือกทำการปิดเอฟเฟกต์ภายนอก

“เท่ใช่ไหมล่ะ? นี่แหละคทาใหม่ที่ฉันเพิ่งเปลี่ยนมา”

“ผมว่ามันจะต้องเป็นอาวุธที่ทรงพลังมากแน่ ๆ” ฮั่นอวี่กล่าว

“เดี๋ยวพวกนายก็รู้เองว่าคทานี่มันช่วยให้ฉันโจมตีแรงแค่ไหน” ลู่หยางกล่าว

ทั้งสี่รอเสี่ยวเหลียงอยู่ไม่นานก่อนที่พวกเขาจะเดินทางไปยังเส้นทางลับอีกครั้ง ซึ่งหลังจากเวลาผ่านพ้นไปหนึ่งคืนพื้นที่บริเวณด้านล่างของแท่นสูงก็มีซอมบี้เกิดใหม่มาประมาณ 20 กว่าตัว

“เริ่มได้” ลู่หยางสั่ง

ฮั่นอวี่ก้าวเท้าไปข้างหน้าพร้อมกับใช้สกิลยิงกระจายเพื่อดึงซอมบี้รอบ ๆ ทั้งหมดเข้ามา

ขณะเดียวกันลู่หยางก็สลับคทาพร้อมกับใช้สกิลไฟร์วอลล์จนทำให้พื้นที่ 8×8 เมตรกลายเป็นทะเลเพลิง

-544

ตัวเลขความเสียหายปรากฏขึ้นเหนือศีรษะซอมบี้อย่างต่อเนื่อง เมื่อพวกมันเดินเข้ามาในทะเลเพลิงที่ลู่หยางได้สร้างขึ้น

“แรงมาก!” ฮั่นเฟยอุทานอย่างตกใจ เพราะเขาจำได้ว่าเมื่อวานกำแพงไฟของลู่หยางสร้างความเสียหายได้ไม่ถึง 400 หน่วยด้วยซ้ำ

ทางด้านฮั่นอิ่งกับฮั่นอวี่ก็กำลังแสดงสีหน้าตกใจออกมาด้วยเช่นกัน

ทันใดนั้นมันก็มีเสียงนกกรีดร้องดังขึ้นมาพร้อมกับนกเพลิงขนาดใหญ่ที่กำลังบินเข้าหากลุ่มซอมบี้ตรงหน้า

เฟลมเบิร์ด!

-602

ซอมบี้ทั้ง 20 ตัวถูกโจมตีพร้อมกันจนทำให้พวกมันเหลือพลังชีวิตไม่ถึง 1,000 หน่วย จากนั้นพวกมันก็พยายามฝ่าฟันทะเลเพลิงมาอีกไม่กี่ก้าว ก่อนที่ร่างของพวกมันจะล้มลงบนพื้นทั้งหมด

ระบบ: คุณได้รับค่าประสบการณ์ 131 หน่วย

“โคตรเร็ว!” ฮั่นเฟยอุทานอย่างตกใจและด้วยความเร็วในการสังหารมอนสเตอร์ในระดับนี้ มันก็ช้ากว่าการใช้สกิลเมเทโอฟอลล์แค่ไม่เท่าไหร่เอง

ลู่หยางมองดูแถบแสดงค่าประสบการณ์ของตัวเองและได้พบว่ามันยังขาดประสบการณ์อีก 30,000 หน่วยก่อนจะขึ้นถึงเลเวล 12 หรือจะพูดว่าการสังหารซอมบี้อีกสองฝูงก็มากพอที่จะทำให้เลเวลของเขาเพิ่มขึ้นแล้ว

“พวกเราเดินเข้าไปข้างในกันเถอะ แผนที่ข้างในมีหลายส่วนและกว้างมาก ยิ่งเราเดินเข้าไปลึกเท่าไหร่มันก็ยิ่งมีมอนสเตอร์มากเท่านั้น” ลู่หยางกล่าว

“ได้ครับ/ค่ะ” เสี่ยวเหลียงและสามพี่น้องตอบรับก่อนจะเดินตามลู่หยางไป

ทั้งห้าคนสังหารมอนสเตอร์ตามทางไปเรื่อย ๆ จนมาถึงตำแหน่งที่พวกเขาสำรวจมาถึงเมื่อวาน หลังจากเดินมาถึงสะพานเล็ก ๆ ห่างออกไปทางด้านหน้า 60 เมตรก็เป็นทางแยกที่ทางซ้ายจะนำไปสู่สุสานชั้นที่ 2”

เมื่อลู่หยางพาเสี่ยวเหลียงและสามพี่น้องเดินมาจนถึงทางแยก ทันใดนั้นมันก็มีเสียงโซ่เหล็กดังขึ้นมาจากระยะไกล

ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าในทันที ก่อนที่เขาจะตั้งใจฟังอย่างระมัดระวัง

“มีอะไรหรือเปล่าครับ?” ฮั่นเฟยถาม

ลู่หยางส่งสัญญาณให้ทั้งสามเงียบลง และในที่สุดพวกเขาก็ได้ยินเสียงโซ่เหล็กถูกลากไปกับพื้น

คลื่น!

“ตามฉันมา” ลู่หยางกล่าวก่อนที่จะเดินตรงไปแทนที่จะเลี้ยวซ้ายไปชั้น 2

สำหรับลู่หยางแล้วเสียงโซ่ที่ดังขึ้นนี้ช่างเป็นเสียงที่แสนไพเราะ เพราะมันมีเพียงราชาซอมบี้ที่จะสร้างเสียงโซ่แบบนี้ขึ้นมาได้

หลังจากพวกเขาสังหารมอนสเตอร์ไปเรื่อย ๆ ตามเส้นทาง ในที่สุดทั้งห้าก็มาถึงพื้นที่โล่งกว้างที่มีซอมบี้จำนวนนับไม่ถ้วน ท่ามกลางซอมบี้เหล่านั้นมีซอมบี้ตัวหนึ่งที่มีร่างกายสีดำสนิท ร่างกายของมันใหญ่โตกว่าซอมบี้ทั่วไปถึงสองเท่าและทั่วทั้งร่างของมันถูกพันด้วยโซ่เหล็กกล้า

ราชาซอมบี้ (ระดับอีลิท)

เลเวล 30

พลังชีวิต 90,000/90,000

จบบทที่ บทที่ 111 ราชาซอมบี้

คัดลอกลิงก์แล้ว