เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 110 คทาอันใหม่

บทที่ 110 คทาอันใหม่

บทที่ 110 คทาอันใหม่


บทที่ 110 คทาอันใหม่

โดยปกติการตีบวกอุปกรณ์จะต้องทำในสถานที่ที่มีเตาหลอมเท่านั้น แต่แท่นบูชาในวิหารเทพอสูรมันก็มีฟังก์ชั่นของเตาหลอมติดตั้งเอาไว้ด้วย

อาซันนิสท์สตาฟ, เครื่องประดับ 4 ชิ้นและแร่ 2 ก้อน หลอมรวมกันอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากที่มันได้เปล่งประกายแสงสีแดง อาซันนิสท์สตาฟก็ปรากฏบนแท่นบูชาอีกครั้ง

ระบบ: อัปเกรดอุปกรณ์สำเร็จ

ลู่หยางหยิบอาซันนิสท์สตาฟขึ้นมาดู

อาซันนิสท์สตาฟ (ระดับทอง)

พลังโจมตี 4-8

พลังกาย +2

สติปัญญา +10

พลังโจมตีเวท +25

อัตราคริติคอลทางเวทมนตร์ +12%

อัตราความแม่นยำทางเวทมนตร์ +12%

สกิลประจำอุปกรณ์ ไฟร์วอลล์

ช่องใส่อัญมณี +1

ช่องใส่อัญมณีคือสิ่งที่เขาต้องการ ชายหนุ่มจึงหยิบอัญมณีสติปัญญาออกมาจากกระเป๋าและทำการติดตั้งมันลงไปในคทาของเขาในทันที และมันก็ทำให้ค่าสติปัญญาของอาซันนิสท์สตาฟเพิ่มขึ้นเป็น 16 หน่วย

ชายหนุ่มทำการสวมใส่อาซันนิสท์สตาฟอีกครั้งทำให้ค่าสติปัญญาของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 172 หน่วย ขณะเดียวกันดีวายไฟร์สตาฟต้องการค่าสติปัญญา 200 หน่วยในการสวมใส่ หรือมันก็หมายความว่าเขายังขาดค่าสติปัญญาอีก 28 แต้มจึงจะติดตั้งคทาชิ้นใหม่ได้

ลู่หยางพยายามกลั้นความตื่นเต้นของตัวเองไว้ และในคราวนี้เขาก็ได้วางเสื้อคลุมลงบนแท่นบูชาเทพอสูรพร้อมกับเครื่องประดับและแร่เหล็กดำเช่นเดิม

30 วินาทีต่อมาการอัปเกรดก็ประสบผลสำเร็จ ลู่หยางจึงทำการติดตั้งอัญมณีสติปัญญาลงในเสื้อคลุม…

ครึ่งชั่วโมงต่อมาชายหนุ่มทำการตีบวกไปทั้งสิ้นหกครั้งพร้อมกับทำการติดตั้งอัญมณีสติปัญญาทั้งสิ้นหกชิ้น ตอนนี้ค่าสติปัญญาของเขาจึงเพิ่มขึ้นถึง 202 หน่วยแล้ว ซึ่งมันก็ผ่านข้อกำหนดขั้นต่ำที่จะสวมใส่ดีวายไฟร์สตาฟได้

ดีวายไฟร์สตาฟ (ระดับกึ่งตำนาน)

เลเวล 30

พลังโจมตีกายภาพ 15-62

พลังกาย +22

สติปัญญา +57

พลังโจมตีเวท +102

รายละเอียด พระเจ้ารักมนุษย์ พระองค์มักให้ความช่วยเหลือสูงสุดแก่ผู้คนอยู่เสมอ หากท่านเคารพบูชาพระองค์และถวายศรัทธาอันแรงกล้า ท่านจะได้รับความเมตตาจากพระเจ้า

ลู่หยางกลืนน้ำลายขณะทำการติดตั้งคทาอันใหม่ลงไปในช่องอาวุธ

ระบบ: สวมใส่อุปกรณ์สำเร็จ

ชั่วพริบตาคทาภายในมือของลู่หยางก็แผ่รัศมีสีแดงสด, ปลายไม้เท้าเป็นคริสตัลสีแดงทรงหกเหลี่ยม, ด้ามจับถูกสร้างขึ้นมาจากไม้สีแดงที่ไม่รู้จักและมันก็ให้ความรู้สึกราวกับว่าไม้ท่อนนี้เป็นไม้ที่ถูกหักมาจากก้านโดยตรง เพราะมันไม่มีร่องรอยของการตัดแต่งใด ๆ เพิ่มเติมเลย

ลู่หยางทำการตรวจสอบค่าสถานะของตัวเองใหม่อีกครั้ง และมันก็ทำให้เขาเห็นว่าตอนนี้ค่าสติปัญญาเพิ่มขึ้นมาเป็น 213 หน่วย ขณะที่พลังโจมตีเวทเพิ่มขึ้นมาในระดับ 382 หน่วย ซึ่งมันอยู่ในระดับที่น่ากลัวมาก

หากเมื่อก่อนลู่หยางต้องใช้เวลา 12 วินาทีในการเผาพวกซอมบี้ด้วยไฟร์วอลล์ ตอนนี้เขาก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาเพียงแค่ 8 วินาทีเท่านั้นในการจัดการกับซอมบี้ฝูงเดิม

การที่เขาลดระยะเวลาการสังหารมอนสเตอร์ได้ถึง 1 ใน 3 มันก็หมายความว่าการเก็บเลเวลของเขาหลังจากนี้มันก็จะเพิ่มขึ้นไปเร็วกว่าเดิมด้วย

ด้วยการติดตั้งดีวายไฟร์สตาฟต่อไปเวลาลงดันเจียนพลังโจมตีของลู่หยางก็สามารถทดแทนการโจมตีของผู้เล่นคนอื่นได้ถึงห้าคน ไม่ว่าจะเป็นดันเจียนไหน ๆ เขาก็สามารถนำทีมผ่านพ้นมันไปได้อย่างแน่นอน อีกไม่นานทีมของเขาก็จะมีอุปกรณ์ที่แข็งแกร่งกว่าทีมชั้นยอดของกิลด์อื่น ๆ และในเวลานั้นเขาก็จะสามารถดึงดูดผู้เล่นชั้นยอดอย่างฉิงชางให้มาเข้าร่วมกิลด์ของเขาเพิ่มเติมได้

“หัวหน้า ผมเลเวล 10 แล้วครับ” ซุนหยูทักเข้ามาทางข้อความ

“เร็วดีนี่” ลู่หยางตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

“หัวหน้า ช่วงนี้คุณไม่ค่อยขยันเก็บเลเวลเลยนะครับ ระวังจะถูกผมแซงเอานะ” ซุนหยูกล่าวพร้อมกับส่งอิโมจิเผยรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

ยิ่งอยู่ด้วยกันนานเท่าไหร่ลู่หยางก็ยิ่งรู้สึกสนิทสนมกับซุนหยูมากขึ้นเท่านั้น และมันก็คงจะมีเพียงแต่เด็กหนุ่มคนนี้ที่กล้าพูดเล่นกับเขา

“ถ้าอยากจะแซงฉัน นายก็ต้องพยายามให้หนักกว่านี้หน่อย เพราะพรุ่งนี้ความเร็วในการเก็บเลเวลของฉันมันจะเร็วกว่าตอนที่เราเก็บเลเวลด้วยกันไม่น้อยกว่าสองเท่า” ลู่หยางตอบ

“หา?” ซุนหยูทำได้เพียงแต่กระพริบตาปริบ ๆ เพราะในช่วงที่ลู่หยางพาพวกเขาไปเก็บเลเวลเป็นช่วงเวลาที่เขาได้รับค่าประสบการณ์อย่างรวดเร็วที่สุดแล้ว แต่ลู่หยางกลับบอกว่าพรุ่งนี้อีกฝ่ายจะเก็บเลเวลเร็วกว่าตอนนั้นเป็นสองเท่า เด็กหนุ่มจึงรีบถามกลับไปด้วยท่าทางที่ตกใจ

“หัวหน้า คุณทำได้ยังไง?”

“หลังจากเจอกันเดี๋ยวนายก็รู้เอง” ลู่หยางตอบ

ความจริงเลเวลของลู่หยางใกล้จะถึงเลเวล 12 แล้ว และในพรุ่งนี้มันก็มีโอกาสสูงมากที่เลเวลของเขาจะเพิ่มขึ้นเป็นเลเวล 13

“แค่นี้ก่อนนะ ฉันจะไปพักแล้ว” ลู่หยางตัดบทก่อนที่เขาจะแชร์ภาพหน้าจอแสดงค่าประสบการณ์ของตัวเองไปแกล้งเด็กหนุ่ม

เมื่อซุนหยูเห็นภาพที่ลู่หยางส่งมา มันก็ถึงกับทำให้เขาพูดไม่ออก เด็กหนุ่มจึงเงยหน้ามองฉิงชางและเหมาชิวที่อยู่ข้าง ๆ พร้อมกับพูดว่า

“พวกนายไปพักกันก่อนเลย เดี๋ยวฉันจะเก็บเลเวลต่ออีกสักหน่อย”

“นี่มันเที่ยงคืนแล้วนะ เอาไว้มาต่อพรุ่งนี้เถอะ” เหมาชิวกล่าว

“ลู่หยางมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” ฉิงชางถามอย่างเป็นห่วง เพราะในตอนนี้ประกาศราคาค่าหัวของบลัดไทแรนท์ทำให้ผู้เล่นทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์กำลังพยายามตามล่าลู่หยางอยู่

ถึงแม้พวกเขาจะรู้จักกันได้เพียงแค่ไม่นาน แต่ฉิงชางและพวกเหมาชิวก็รู้สึกว่านักเวทหนุ่มเป็นคนดีมีน้ำใจ หากลู่หยางต้องเจอกับปัญหาจริง ๆ พวกเขาก็ตัดสินใจกันแล้วว่าแม้จะต้องเป็นศัตรูกับบลัดไทแรนท์ แต่พวกเขาก็จะยืนเคียงข้างสหายคนนี้

เอ็ม 16, ไนท์มูนและเครซี่เบลดต่างก็มองมาด้วยความเป็นห่วง

“มันไม่มีอะไรจริง ๆ เพียงแต่หัวหน้าบอกว่าพรุ่งนี้เขาจะเก็บเลเวลได้เร็วกว่าตอนที่พาพวกเราไปเก็บเลเวล 2 เท่า ฉันแค่กลัวว่าตัวเองจะเก็บเลเวลไม่ทันเลยคิดจะเก็บเลเวลต่อเพิ่มอีกสักหน่อย” ซุนหยูกล่าว

“มันเร็วกว่านั้นได้อีกเหรอ!?” ฉิงชางพูดอย่างตกใจ

“ไม่รู้ว่าหัวหน้าไปเจอจุดฆ่ามอนสเตอร์ที่ไหนใหม่อีกน่ะสิ เมื่อกี้เขาเพิ่งส่งภาพหน้าจอมาให้ฉัน ค่าประสบการณ์ของเขามันใกล้จะถึงเลเวล 12 แล้ว” ซุนหยูกล่าวพร้อมกับแชร์ภาพไปให้พวกฉิงชางดู

“ไม่ได้การล่ะ ฉันขอเล่นต่ออีก 2 ชั่วโมง” ฉิงชางกล่าว

“ฉันเอาด้วย”

“ฉันก็เอาด้วยเหมือนกัน”

พวกฉิงชางเลือกที่จะเก็บเลเวลต่อไปอีก 2 ชั่วโมง ซึ่งในตอนแรกพวกเขาคิดว่าการเก็บเลเวลหลังเลเวล 10 ไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบากมากนัก เพราะการสังหารโทรลล์เลเวล 15 ทำให้ได้รับโบนัสค่าประสบการณ์จากการท้าทายมอนสเตอร์ข้ามเลเวล

อย่างไรก็ตามหลังจากที่พวกเขามีเลเวลถึงเลเวล 10 แล้ว ทุกคนก็ได้รู้ว่าค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้ในการเลื่อนเลเวลเป็น 11 มีปริมาณมากถึง 200,000 หน่วย ซึ่งมันมากกว่าปริมาณค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้จากเลเวล 9 ไปเลเวล 10 ถึงสองเท่า

เมื่อได้เห็นลู่หยางยังไม่ได้มีความก้าวหน้าทางด้านเลเวลมากเท่าไหร่นัก ทุกคนต่างก็คิดว่าพวกเขาจะเก็บเลเวลทันลู่หยางได้ในเร็ว ๆ นี้ อย่างน้อยตอนที่อีกฝ่ายมีค่าประสบการณ์อยู่ปลายเลเวล 12 พวกเขาก็น่าจะมีเลเวลขึ้นถึง 12 พอดี ในเวลานั้นพวกเขาค่อยไปลงดันเจียนด้วยกัน

อย่างไรก็ตามในตอนนี้ลู่หยางก็ใกล้จะมีเลเวลถึง 12 แล้ว และความเร็วในการเก็บเลเวลของอีกฝ่ายก็กำลังจะเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นสองเท่า พวกเขาซึ่งเป็นผู้เล่นชั้นยอดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศักดิ์ศรีจึงไม่อยากจะถูกทิ้งระยะห่างจากลู่หยางมากจนเกินไปนัก

อีกด้านหนึ่งลู่หยางก็ไม่รู้ตัวเลยว่าการกระตุ้นของตัวเองทำให้พวกฉิงชางมีแรงฮึดในการเก็บเลเวลมากกว่าชาติที่แล้ว หลังจากชายหนุ่มถอดหมวกเล่นเกม เขาก็ได้พบกับสามพี่น้องที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมอาหาร

“พี่ลู่หยางมากินข้าวได้แล้วค่ะ” ฮั่นอิ่งพูดอย่างดีใจหลังจากได้เห็นลู่หยางถอดหมวกเกม

ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนที่เขาจะเลือกเดินไปยังห้องนอนของพ่อก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อได้เห็นฮั่นจงนอนอยู่บนเตียงเขาจึงเอ่ยถามไปว่า

“อาจารย์เป็นยังไงบ้างครับ?”

“พ่อทนเหนื่อยไม่ไหวเลยขอนอนพักไปก่อนค่ะ” ฮั่นอิ่งกล่าว

ลู่หยางถอนหายใจออกมาเบา ๆ เพราะท้ายที่สุดอาจารย์ก็ต้องต่อสู้กับศัตรูพร้อม ๆ กับดูแลลูก ๆ ทั้งสามคนไปด้วย เหตุการณ์นี้ดำเนินไปนานกว่าครึ่งเดือนแล้ว คนนอกย่อมไม่อาจจินตนาการได้ว่าความยากลำบากที่ทั้งสี่คนต้องเผชิญหน้าในก่อนหน้านี้มันสร้างภาระให้กับพวกเขามากเพียงใด

“ถ้างั้นเราก็ไปกินข้าวกันเถอะ ระหว่างกินฉันจะได้บอกเทคนิคในเกมให้พวกเธอฟังด้วย” ลู่หยางกล่าว

สามพี่น้องต่างก็แสดงสีหน้าออกมาอย่างยินดี ซึ่งหลังจากนั้นพวกเขาก็กินข้าวไปพร้อม ๆ กับฟังลู่หยางอธิบายความรู้ภายในเกม เมื่อเวลาค่อย ๆ ล่วงเลยผ่านไปจนดึกมากแล้ว ทุกคนจึงถูกลู่หยางไล่ไปนอนอย่างไม่ค่อยเต็มใจมากนัก

ตอนดึก

ฮั่นเฟยนอนบนโซฟาอย่างกระสับกระส่าย เพราะก่อนหน้านี้เขาไม่เคยมีโอกาสได้เล่นเกมมาก่อน การได้สัมผัสกับเกมเป็นครั้งแรกจึงทำให้เขารู้สึกหลงใหลจนคิดถึงแต่เรื่องในเกมตลอดเวลา

เด็กหนุ่มหันไปมองลู่หยางที่นอนอยู่บนพื้นพร้อมกับถามว่า

“พี่ลู่หยางเล่าเรื่องในเกมให้ผมฟังอีกหน่อยได้ไหมครับ?”

ฮั่นอวี่ก็นอนไม่หลับ เมื่อได้ยินฝาแฝดพูดขึ้นมาเขาจึงเริ่มพูดเสริมขึ้นมาด้วย

“พี่ลู่หยาง ผมก็อยากฟังเหมือนกัน”

ลู่หยางยกมือขึ้นมาหนุนหัวพร้อมกับมองไปที่เพดาน จากนั้นเขาก็พูดว่า

“ก็ได้ ฉันจะบอกกฎที่สำคัญที่สุดของเกมให้พวกนายฟัง”

“กฎอะไรครับ?!” ทั้งสองคนถามพร้อมกัน

“กฎก็คือผู้เชี่ยวชาญในเกมนี้จำเป็นจะต้องมีสภาวะจิตใจที่ดีตลอดเวลา ดังนั้นพวกนายไปนอนกันได้แล้ว” ลู่หยางกล่าว

สองฝาแฝดทำได้เพียงแต่ทิ้งตัวลงนอนอย่างผิดหวัง แต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็ยังคงนอนตามคำสั่งของพี่ชายคนใหม่อยู่ดี

555555 สนุกมากจนนอนไม่หลับเลย

จบบทที่ บทที่ 110 คทาอันใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว