เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 109 อัปเกรดอุปกรณ์

บทที่ 109 อัปเกรดอุปกรณ์

บทที่ 109 อัปเกรดอุปกรณ์


บทที่ 109 อัปเกรดอุปกรณ์

“ถ้าพ่อกับแม่เห็นว่าผมเอาเงินกลับบ้าน พวกเขาจะต้องตกใจมากแน่ ๆ” เสี่ยวเหลียงพูดอย่างตื่นเต้น

“มันมีค่าขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” ฮั่นเฟยถามอย่างสงสัย

“มันก็ไม่ได้มีค่าอะไรมากนักหรอก แค่อาวุธระดับเงินเลเวล 10 จำนวน 1 ชิ้นกับอุปกรณ์ระดับเหล็กอีกเล็กน้อยรวม ๆ กันแล้วพวกมันน่าจะขายได้สัก 5,000-6,000 เครดิต” เสี่ยวเหลียงพูดอย่างไม่ปิดบัง

“เยอะขนาดนั้นเลย!?” สามพี่น้องอุทานออกมาอย่างตกใจ

“ในบรรดาสิ่งที่เขาได้มา สิ่งที่มีค่ามากที่สุดนั่นก็คือดาบทมิฬ แต่ว่าฉันยังไม่ให้เขาขายเพราะถ้าหากว่าเขารวมเซ็ตอุปกรณ์ของมันได้จนครบ 3 อย่างรวมกันนั้นน่าจะมีราคาไม่น้อยกว่า 50,000 เครดิต” ลู่หยางกล่าว

สามพี่น้องตระกูลฮั่นเริ่มรู้สึกว่าตัวเองตามเรื่องนี้ไม่ทัน เพราะเท่าที่พวกเธอจำได้พ่อของพวกเธอก็ไม่เคยหาเงินได้เดือนละ 50,000 เครดิตมาก่อน

“พี่ลู่หยาง ถ้างั้นอุปกรณ์ที่เราได้มาวันนี้ก็ไปขายแลกเป็นเงินได้ใช่ไหม?” ฮั่นเฟยถาม

ผลประกอบการของวันนี้คือพวกเขาได้รับอุปกรณ์ระดับเหล็ก 2 ชิ้น, อุปกรณ์ระดับทองแดง 4 ชิ้นและหนังสือสกิล 8 เล่ม แต่พวกเขาได้ทำการเรียนรู้หนังสือสกิลไปแล้ว 6 เล่มจึงทำให้เหลืออยู่เพียงแค่สองเล่มเท่านั้น

“ถ้ารวมกับหนังสือสกิลที่ทุกคนเรียนรู้ไปแล้วพวกมันก็น่าจะขายได้ประมาณ 5,000 เครดิต ส่วนพวกอุปกรณ์ก็น่าจะขายได้ประมาณ 5,000 เครดิต รวม ๆ แล้ววันนี้พวกเราน่าจะหาเงินได้ประมาณ 10,000 เครดิต”

“แบบนี้มันก็หมายความพวกเราเพิ่งใช้เงินไป 5,000 เครดิตงั้นเหรอครับ?” ฮั่นอวี่พูดขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“รู้งี้เราเก็บเอาหนังสือสกิลพวกนั้นไปขายดีกว่า” ฮั่นเฟยพูดอย่างเซ็ง ๆ

ลู่หยางเอามือโอบไหล่ทั้งสองคนพร้อมกับพูดว่า

“เจ้าเด็กโง่! แต่เดิมฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะขายของพวกนั้นอยู่แล้ว เพราะอย่างน้อยฉันก็ต้องการจะให้ทุกคนเรียนรู้สกิลพื้นฐานให้ครบก่อนและมีอุปกรณ์สวมใส่กันคนละชุด การทำแบบนั้นมันก็จะทำให้พวกนายสามารถไปเก็บเลเวลเองได้โดยไม่มีปัญหา”

“สาเหตุที่ฉันบอกเรื่องนี้มันก็ไม่ใช่เพราะว่าฉันต้องการจะทวงเงินอะไรจากทุกคนหรอก ฉันแค่อยากจะบอกพวกนายว่าพวกนายก็สามารถหาเงินในเกมได้เหมือนกับเสี่ยวเหลียง และถ้าหากว่าทุกคนตั้งใจเงินที่หาได้จากเกมมันก็เยอะกว่าเงินที่หาได้ในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย”

ฮั่นเฟยกับฮั่นอวี่ยังคงงุนงง แต่ฮั่นอิ่งที่รับผิดชอบเรื่องเงินทองในครอบครัวสามารถทำความเข้าใจคำพูดของลู่หยางได้ในทันที

“ขอบคุณค่ะพี่ลู่หยาง” ฮั่นอิ่งกล่าว

ลู่หยางตบหัวฮั่นอิ่งเบา ๆ และพูดว่า “ฉันเป็นพี่ของพวกเธอนะ เรื่องแค่นี้มันก็เป็นเรื่องที่ฉันควรจะทำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

เมื่อเทียบกับชาติที่แล้วที่พวกเธอต้องเสี่ยงชีวิตกลับประเทศมาช่วยเขาในภารกิจลอบสังหารลิ่วเจีย สิ่งที่เขาตอบแทนสามพี่น้องในตอนนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านั้น

“เอาล่ะพวกเรากลับเมืองแล้วออกจากเกมกันเถอะ อย่าปล่อยให้อาจารย์ต้องรอนานเลย” ลู่หยางกล่าว

“หลังออกไปผมจะชวนพ่อมาเล่นเกมนี้ด้วย พ่อจะต้องเล่นเกมเก่งกว่าพวกเราแน่ ๆ” ฮั่นเฟยพูดอย่างตื่นเต้น

“ฝันไปเถอะ! พ่อเป็นคนดื้อจะตาย รอชาติหน้าตอนบ่าย ๆ พ่อถึงจะมาเล่น” ฮั่นอิ่งกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย

ลู่หยางส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ และมันก็เป็นเรื่องจริงที่ฮั่นจงเป็นคนดื้อมาก ท้ายที่สุดด้วยฝีมือของอาจารย์คนนี้ หากอีกฝ่ายต้องการจะหาเงินจริง ๆ ฮั่นจงย่อมสามารถหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ เพียงแต่วิธีการเหล่านั้นเป็นวิธีการที่ผิดกฎหมาย ฮั่นจงจึงไม่มีความคิดที่จะไปแตะต้องพวกมันมาก่อน

ระหว่างพูดคุยกันลู่หยางก็นำทีมออกจากอุโมงค์ลับ ซึ่งตั้งแต่ที่พวกเขาเข้ามาจนถึงตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปกว่า 10 ชั่วโมงแล้ว แต่มอนสเตอร์ที่เกิดใหม่ภายในอุโมงค์ก็ยังมีไม่มากนัก พวกเขาจึงสามารถสังหารพวกมันได้อย่างง่ายดาย จากนั้นลู่หยางก็พาทุกคนกระโดดออกจากแท่นเพื่อกลับสู่เมืองซาโรส

สามพี่น้องเลือกออกเกมทันทีที่เข้าไปภายในเมือง ส่วนเสี่ยวเหลียงวิ่งไปที่ร้านค้าประมูลเพื่อขายของ

ลู่หยางทำการตรวจสอบไอเท็มต่าง ๆ ในกระเป๋า ซึ่งผลประกอบการจากการขุดแร่ในวันนี้ทำให้เขาได้รับแร่เหล็กดำ 20 ก้อน, แร่ทองแดง 29 ก้อน, แร่ดีบุก 25 ก้อน, แร่เงิน 4 ก้อนและแร่ทองอีกหนึ่งก้อน

แร่แต่ละก้อนต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นแร่ที่มีคุณภาพ ซึ่งโดยปกติเมื่อผู้เล่นนำแร่มาขาย ราคาของมันก็จะแตกต่างกันไปตามคุณภาพของก้อนแร่ก้อนนั้น ๆ ด้วย

ลู่หยางทำการขายแร่ทองแดง, ดีบุก, เงินและทองให้ร้านค้าทำให้ได้รับเงินกลับมา 1 เหรียญเงินทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้คือความพยายามของพวกเขา 4 คนตลอดทั้ง 10 ชั่วโมง และมันก็แสดงให้เห็นว่าการพยายามหาเงินในเกมนี้เป็นสิ่งที่ยากลำบากมากเพียงใด

แร่ทองคุณภาพสูงพอจะมีประโยชน์นำไปใช้งานอย่างอื่นได้บ้าง แต่แร่ก้อนที่เขาได้มามีคุณภาพเพียงแค่ 3 หน่วย ซึ่งมันยังห่างไกลจากมาตรฐานที่ลู่หยางตั้งเอาไว้ เขาจึงทำการขายพวกมันออกไปด้วย

สิ่งที่เหลืออยู่ในกระเป๋าจึงมีเพียงแค่แร่เหล็กดำ ซึ่งก้อนที่มีคุณภาพสูงที่สุดมีคุณภาพ 42 หน่วย ขณะก้อนที่มีคุณภาพต่ำที่สุดมีคุณภาพ 17 หน่วย เรียกได้ว่าในครั้งนี้ลู่หยางโชคดีมากแล้ว เพราะถ้าหากคุณภาพของแร่เหล็กดำมีต่ำกว่า 10 หน่วยเมื่อนั้นพวกมันก็จะใช้งานไม่ได้

โดยทั่วไปแร่เหล็กดำคุณภาพ 20 หน่วยสามารถนำมาตีบวกอุปกรณ์ได้ 1 ครั้ง แร่เหล็กดำที่เขามีมันก็พอดีที่จะตีบวกอุปกรณ์ได้ 8 ครั้งและสามารถสวมใส่อัญมณีสติปัญญาได้ 8 ก้อน ซึ่งมันก็มากเพียงพอที่จะทำให้เขาสวมใส่ดีวายไฟร์สตาฟได้

อย่างไรก็ตามการตีบอุปกรณ์มันก็จำเป็นจะต้องใช้เครื่องประดับระดับเดียวกันด้วย ลู่หยางจึงเดินทางไปที่ร้านเครื่องประดับภายในเมือง ก่อนจะซื้อแหวนสติปัญญาและกำไลสติปัญญามาอย่างละ 16 อัน โดยใช้เงินไปทั้งสิ้น 64 เหรียญเงิน

จากนั้นชายหนุ่มก็รวบรวมของทั้งหมดที่จำเป็น ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นเมื่อนึกถึงค่าสถานะของดีวายไฟร์สตาฟ

ลู่หยางเริ่มท่องคาถาก่อนที่ร่างของเขาจะกลายเป็นสีแดงและมาปรากฏตัวอีกครั้งในวิหารเทพอสูร

ชายหนุ่มเดินไปยังแท่นบูชาเพื่อทำการวางอาซันนิสท์สตาฟ, แร่เหล็กดำ 2 ก้อนที่มีคุณภาพรวมกันเกิน 20 หน่วย, แหวนสติปัญญา 2 วงและกำไลสติปัญญา 2 วงลงบนแท่นบูชา

จากนั้นลู่หยางก็ได้นำลูกเต๋าแห่งโชคชะตาออกมาจากกระเป๋า ซึ่งไอเท็มชิ้นนี้เป็นไอเท็มพิเศษที่เขาได้รับมาจากกล่องแพนดอร่า หากเขาสามารถทอยลูกเต๋าทั้งสามลูกได้แต้มรวมกันเกินกว่า 10 แต้ม มันก็จะทำให้โชคของเขาเพิ่มขึ้น 10 หน่วยเป็นเวลา 30 นาที

การตีบวกอุปกรณ์ไม่ได้มีโอกาสประสบผลสำเร็จ 100% และถ้าหากการตีบวกล้มเหลวอุปกรณ์และวัตถุดิบทั้งหมดจะถูกทำลายในทันที หรือมันก็หมายความว่าหากลู่หยางตีบวกล้มเหลวในคราวนี้ อาซันนิสท์สตาฟและวัตถุดิบที่เขาเตรียมเอาไว้บนแท่นก็จะหายไปอย่างถาวร

ในชาติที่แล้วผู้เล่นเป็นจำนวนมากได้ข้อสรุปหลังจากประสบการณ์อันเจ็บปวดว่าพวกเขาควรจะต้องมีค่าโชค 10 แต้มขึ้นไป มันถึงจะเพิ่มอัตราการตีบวกสำเร็จถึง 10 ระดับในอัตรา 100% ซึ่งถ้าหากค่าโชคลดน้อยลง อัตราการตีบวกสำเร็จก็จะลดต่ำลงไปด้วย โดยอัตราการตีบวกสำเร็จที่ต่ำที่สุดจะอยู่ที่ 10% เพียงเท่านั้น

ลู่หยางโยนลูกเต๋าแห่งโชคชะตาลงบนพื้น ก่อนที่พวกมันจะกระเด้งกระดอนไปมาและหยุดลงในที่สุด

3, 6, 6

ระบบ: ผู้เล่นลู่หยางทอยลูกเต๋าแห่งโชคชะตาได้ 15 แต้ม โชค +10 เป็นเวลา 30 นาที

ลู่หยางกำหมัดแน่นอย่างยินดี ก่อนที่เขาจะเรียกเมนูบนแท่นบูชาเพื่อเริ่มต้นทำการหลอม

จบบทที่ บทที่ 109 อัปเกรดอุปกรณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว