เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 103 ผู้นำครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์

บทที่ 103 ผู้นำครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์

บทที่ 103 ผู้นำครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์


บทที่ 103 ผู้นำครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์

“ว่าไง?” ลู่หยางถามหลังจากกดรับสาย

“อาจารย์ พวกเรารวบรวมไพลินได้ครบ 7 เม็ดแล้ว” ชิงเฟิงตอบ

“เร็วมาก!” ลู่หยางอุทาน เพราะตอนแรกเขาคิดว่ามันจำเป็นจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 วันพวกฉือมู่จึงจะรวบรวมอัญมณีพวกนั้นได้ครบ

“กิลด์ของเราทุ่มเทอย่างสุดกำลังเพื่อรวบรวมอัญมณีให้กับคุณ หัวหน้าบอกว่าของที่คุณต้องการพวกเราต้องหาให้ได้โดยเร็วที่สุด” ชิงเฟิงกล่าว

ลู่หยางรู้ดีว่าคำพูดของชิงเฟิงอาจจะเกินเลยไปบ้าง แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าฉือมู่กำลังพยายามทำตามคำขอของเขาอย่างเต็มที่จริง ๆ

ในเกมมีอัญมณีอยู่มากกว่า 10 ชนิดและถึงแม้พวกเขาจะเคลียร์ดันเจียนได้สำเร็จ แต่มันก็ไม่มีอะไรการันตีว่าพวกเขาจะได้รับไพลินมาเป็นสิ่งตอบแทน การที่พวกฉือมู่สามารถหาไพลินมาได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้ มันก็หมายความว่าอีกฝ่ายจะต้องระดมคนเป็นจำนวนมากไปลงดันเจียนเพื่อทำการเก็บเสี้ยวอัญมณีเหล่านี้มา

“ฝากขอบคุณคุณฉือมู่แทนผมด้วย” ลู่หยางตอบ

ชิงเฟิงอยากจะลองชวนลู่หยางเข้าร่วมกิลด์อีก แต่เขาก็พอจะคาดเดาคำตอบของอีกฝ่ายได้เขาจึงเปลี่ยนเรื่องถามออกมาว่า

“ตอนนี้คุณอยู่ไหน? ผมกำลังอยู่ในดันเจียน เอาเป็นว่าผมจะส่งคนเอาอัญมณีไปให้กับคุณ”

“ฉันอยู่หน้าธนาคาร” ลู่หยางกล่าว

“โอเค ผมขอเวลา 2 นาที” ชิงเฟิงกล่าวก่อนจะรีบสั่งให้ลูกน้องนำอัญมณีจากคลังไปให้ลู่หยางในทันที

ไพลิน

เลเวล 0

สติปัญญา +6

ลู่หยางทำการเก็บอัญมณีทั้งแปดเม็ดไว้ในคลัง เพราะเขาจำเป็นจะต้องตีบวกอุปกรณ์ก่อนถึงจะสามารถฝังอัญมณีลงไปในอุปกรณ์ได้

อย่างไรก็ตามสถานที่ที่เขากำลังจะไปมันก็ค่อนข้างพิเศษและมันก็จำเป็นจะต้องใช้ตัวแทงค์เพื่อรับความเสียหาย ชายหนุ่มจึงทำการติดต่อไปหาเสี่ยวเหลียง

“ว่าไงครับลูกพี่” เสี่ยวเหลียงถามอย่างดีใจ

“นายตีมอนไปถึงไหนแล้ว?” ลู่หยางถาม

“ผมกำลังจะบอกพี่เรื่องนี้พอดีเลย วันนี้ผมไปเจอฮาล์ฟออร์คที่ตัวใหญ่กว่าฮาล์ฟออร์คปกติ บนตัวมันสวมใส่ชุดเกราะเหล็กอยู่เต็มตัว มันคือตัวอะไรงั้นเหรอครับ?” เสี่ยวเหลียงถามพร้อมกับส่งรูปไปให้ลู่หยาง

ลู่หยางเปิดรูปดูพร้อมกับเปิดปากกว้างด้วยความตกใจ

“นี่นายยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหมเนี่ย?! มอนสเตอร์ตัวนั้นคือหัวหน้าฮาล์ฟออร์ค มันสามารถใช้สกิลขว้างขวานทะลุหินที่เป็นจุดบัคได้”

“เมื่อกี้ผมเพิ่งโดนมันไล่ออกมาจากจุดบัค โชคดีที่ตอนมันโจมตีมันใช้แรงมากเกินไป ขวานของมันเลยกระแทกเข้ากับกำแพงถ้ำทำให้หินถล่มลงมาปิดทางเข้า ตอนนี้ผมเลยกำลังรมพิษมันผ่านทางซอกหิน” เสี่ยวเหลียงพูดอย่างเซ็ง ๆ

ลู่หยางอดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ เพราะเขาไม่คิดว่าเสี่ยวเหลียงจะโชคดีขนาดนี้ เพราะโดยปกติเมื่อมอนสเตอร์ระดับอีลิทเกิดขึ้นมา พวกมันมักจะถล่มถ้ำเป็นอันดับแรกทำให้ผู้เล่นไม่สามารถหนีออกไปจากถ้ำและถูกบังคับให้ต้องสู้กับมอนสเตอร์อย่างไม่มีทางเลือก

อย่างไรก็ตามเสี่ยวเหลียงก็โชคดีสามารถวิ่งออกมานอกห้องโถงของตัวถ้ำได้ก่อนทำให้เด็กหนุ่มสามารถโจมตีผ่านกำแพงได้อย่างสบาย ๆ และบอสก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงกว่าที่มันจะสามารถทำลายหินที่มันเป็นคนสร้างขึ้นมา

“ว่าแต่ลูกพี่ติดต่อผมมาทำไมเหรอครับ?” เสี่ยวเหลียงถาม

“นายจัดการกับมอนไปก่อน เดี๋ยวค่อยคุยกันหลังจากที่นายสู้กับมันเสร็จ” ลู่หยางกล่าว

“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะเปิดไลฟ์ให้ลูกพี่ดูนะ”

ไม่นานภาพของเสี่ยวเหลียงก็ปรากฏหน้าลู่หยาง โดยเด็กหนุ่มกำลังยืนอยู่นอกถ้ำหินที่พังทลาย พร้อมกับทำการปล่อยพิษใส่ผู้นำฮาล์ฟออร์คที่พยายามทุบหินอยู่ด้านในอย่างบ้าคลั่ง

“มันเหลือเลือดเท่าไหร่?” ลู่หยางถาม

“ประมาณแสนหนึ่งครับ” เสี่ยวเหลียงตอบ

“โอเค ประมาณครึ่งชั่วโมงนายฆ่ามันได้แน่นอน” ลู่หยางตอบหลังจากคำนวณภายในใจ

ตอนแรกเสี่ยวเหลียงไม่ค่อยมั่นใจในการเผชิญหน้ากับบอสตัวนี้มากนัก แต่เมื่อเขาได้ยินคำยืนยันจากลู่หยาง เด็กหนุ่มก็จู่โจมบอสต่อไปอย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

30 นาที

20 นาที

10 นาที

ไม่นานเลือดของผู้นำฮาล์ฟออร์คก็เหลือเพียงแค่ 10,000 หน่วย อย่างไรก็ตามหินที่ปิดประตูส่วนใหญ่ก็ถูกกำจัดออกไปแล้ว เสี่ยวเหลียงจึงได้ยินเสียงบอสที่กำลังพังก้อนหินก้อนสุดท้าย

“ลูกพี่เอายังไงดี?” เสี่ยวเหลียงถามอย่างตื่นตระหนก

“ไม่ต้องกลัว นายฆ่ามันตายก่อนแน่นอน” ลู่หยางตอบอย่างใจเย็น

เสี่ยวเหลียงพยายามปล่อยพิษต่อไปอย่างหวาดระแวง ซึ่งหลังจากเวลาผ่านพ้นไป 3 นาทีผู้นำฮาล์ฟออร์คก็สามารถพุ่งทะลุหินผ่านมาได้ แต่ในทันใดนั้นร่างของมันก็ล้มลงไปกับพื้นก่อนที่จะได้โจมตีเข้าใส่เด็กหนุ่ม

“ลูกพี่ ผมทำได้แล้ว!” เสี่ยวเหลียงตะโกนอย่างตื่นเต้น

“รีบไปดูสิว่ามันดรอปอะไรลงมา ตอนนี้นายฆ่าบอสได้เชียวนะ” ลู่หยางกล่าว

“นั่นสิ ผมลืมไปเลย” เสี่ยวเหลียงตบหัวตัวเอง ก่อนที่เขาจะรีบเข้าไปเปิดกล่องสมบัติจากบอส โดยด้านในมีหนังสือสกิลอัญเชิญหมานรกสามหัวของวอลอค 1 เล่มและดาบอีกหนึ่งเล่ม

ดาบทมิฬคืออาวุธระดับเงินเลเวล 10 คุณสมบัติโดยรวมของอาวุธค่อนข้างธรรมดา ซึ่งมันสามารถสร้างความเสียหายได้เพียง 10-30 หน่วย

“ลูกพี่ ผมโคตรโชคร้ายเลย มันดรอปมาให้แต่อาวุธขยะ” เสี่ยวเหลียงพูดอย่างเซ็ง ๆ

“น้องชาย นายเป็นคนที่โชคดีมากต่างหาก หลังจากที่นายอัปเกรดลูกปัดอสรพิษเป็นเลเวล 9 มันจะพัฒนาเป็นลูกปัดทมิฬ อุปกรณ์ชิ้นนี้คืออุปกรณ์เซ็ตเดียวกันกับดาบทมิฬและเกราะทมิฬ หากนายสามารถรวบรวมพวกมันได้ครบเซ็ต ตัวของนายก็แทบจะไร้เทียมทานไปจนถึงเลเวล 30 เลย”

“มันดีขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” เสี่ยวเหลียงถาม

“ใช่สิ ฉันเคยโกหกนายตั้งแต่เมื่อไหร่” ลู่หยางตอบ

“แล้วผมจะอัปเกรดมันยังไง?” เสี่ยวเหลียงถามอีกครั้ง

“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันจะช่วยนายเอง ตอนนี้นายกลับเมืองมาก่อนเดี๋ยวฉันจะพานายไปเก็บเลเวลที่ใหม่ อีกอย่างฉันจะแนะนำน้อง ๆ ให้รู้จักอีกสามคน พวกเขาเป็นพี่น้องของฉันเอง” ลู่หยางกล่าว

“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะรีบกลับเดี๋ยวนี้เลย” เสี่ยวเหลียงตอบก่อนที่เขาจะเก็บของจากบอสทั้งหมดแล้ววาร์ปกลับเมือง

ลู่หยางดูเวลาและได้พบว่าสามพี่น้องเที่ยวเล่นมาเกือบชั่วโมงแล้ว เขาจึงทำการสร้างแชทกลุ่มพร้อมกับเชิญสามพี่น้องเข้ามาภายในห้อง

“เป็นยังไงบ้าง?” ลู่หยางถาม

“พี่ลู่หยางเกมนี้โคตรสนุกเลย! ผมไม่คิดเลยว่าอาคารในเกมมันจะสร้างได้อย่างยิ่งใหญ่ขนาดนี้ แต่ว่าเกมนี้มันเก็บเลเวลได้ยากมากเลย ทำไมมันถึงมีคนมาเล่นเกมเยอะจัง พอมอนสเตอร์เกิดก็มีคนมาแย่งมอนสเตอร์กับผมตั้งเจ็ดคน ถึงผมจะเปิดโหมดอิสระแต่ก็ยังแย่งฆ่ามอนสเตอร์ได้ไม่ทันอยู่ดี” ฮั่นเฟยกล่าวโดยมีฮั่นอิ่งกับฮั่นอวี่พยักหน้าอยู่ข้าง ๆ

“พวกสายระยะประชิดยังดี ฉันกับฮั่นอวี่แทบยังไม่ทันได้โจมตีมอนสเตอร์ก็ถูกคนอื่นแย่งไปแล้ว” ฮั่นอิ่งบ่น เพราะเธอกับน้องชายคนสุดท้องต่างก็ล้วนแล้วแต่เลือกเล่นสายอาชีพระยะไกล

ลู่หยางอดที่จะหัวเราะขึ้นมาไม่ได้และเขาพอจะคาดเดาได้ว่าทำไมทั้งสามถึงมีปฏิกิริยาแบบนี้

“พี่ลู่หยางทำไมในเกมมันถึงมีกิลด์มาจองพื้นที่เก็บเลเวลด้วยล่ะ? พอพวกเราจะเข้าไปเก็บเลเวลในพื้นที่ของมัน พวกคนในกิลด์ก็ไล่ฆ่าพวกเราเฉยเลย แบบนี้มันจะรังแกคนอื่นมากจนเกินไปแล้ว” ฮั่นอิ่งพูดอย่างโมโห

“กิลด์ไหน? แล้วพวกเธอโดนพวกมันฆ่าหรือเปล่า?” ลู่หยางถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มตึงเครียด เพราะหากกิลด์ไหนกล้ามารังแกน้อง ๆ ของเขา ชายหนุ่มย่อมไม่มีทางปล่อยคนพวกนั้นไปง่าย ๆ

“ใครมันจะมาฆ่าพวกเราได้ กลับกันพวกผมฆ่าคนพวกนั้นไปได้ตั้งเยอะ น่าเสียดายพวกมันมีคนเยอะกว่าเราเกินไป พวกผมเลยต้องหนีออกมาก่อน ถ้าจำไม่ผิดกิลด์ของพวกมันน่าจะชื่อว่าเมอริเอดซอร์ด”

ลู่หยางรู้จักกิลด์นี้เป็นอย่างดี โดยในปัจจุบันเมอริเอดซอร์ดถือว่าเป็นกิลด์ขนาดกลางที่มีสมาชิกอยู่ประมาณ 20,000 คน

“เอาล่ะ พวกเธอกลับมาที่เมืองก่อน อย่าพึ่งไปทะเลาะกับคนพวกนั้น ฉันจะพาทุกคนไปเก็บเลเวลแล้วค่อยกลับมาจัดการกับพวกมันทีหลัง” ลู่หยางกล่าว

สามพี่น้องกำลังรู้สึกเซ็ง ๆ และถึงแม้พวกเขาจะพูดกับลู่หยางอย่างสบาย ๆ แต่ในความเป็นจริงทั้งสามถูกไล่ล่าจนต้องวิ่งกลับเข้ามาภายในเมือง มันจึงทำให้ทุกคนรอดชีวิตมาได้จนถึงปัจจุบัน

“ได้ครับ/ค่ะ พวกเราจะรีบไป” สามพี่น้องพูดพร้อมกัน

เอ็นดู เชื่อฟังพี่หยางกับสุด ๆ 55555

จบบทที่ บทที่ 103 ผู้นำครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์

คัดลอกลิงก์แล้ว