เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 102 สามพี่น้องเข้าสู่เกม

บทที่ 102 สามพี่น้องเข้าสู่เกม

บทที่ 102 สามพี่น้องเข้าสู่เกม


บทที่ 102 สามพี่น้องเข้าสู่เกม

“นี่นายเป็นคนช่วยพวกเราเอาไว้งั้นเหรอ?” ฮั่นจงถามขึ้นมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อเมื่อได้เห็นลู่หยางขว้างมีดบิน 3 เล่มโดนเข้าจุดสำคัญของนักฆ่าทั้งสามคนอย่างแม่นยำ

“ตอนนั้นผมตกใจมาก ผมก็เลยลองขว้างมีดออกไป ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นแบบนี้” ลู่หยางพูดโกหก

ฮั่นอิ่งเดินออกมาจากห้องอย่างตกใจ เมื่อสักครู่เธอได้ยินเสียงการต่อสู้แถว ๆ ประตูเธอจึงตั้งใจจะวิ่งเข้ามาช่วยพ่อ แต่ไม่คิดเลยว่าก่อนที่เธอจะมาถึงลู่หยางจะช่วยพ่อของเธอให้คลี่คลายสถานการณ์ได้แล้ว

“ขอบคุณค่ะพี่ลู่หยาง” ฮั่นอิ่งกล่าว

เมื่อได้ยินเสียงพี่สาว ฮั่นเฟยกับฮั่นอวี่ก็ได้สติ สองฝาแฝดจึงโค้งคำนับลู่หยางพร้อม ๆ กัน

“ขอบคุณครับพี่ลู่หยาง”

ฮั่นจงก็รู้สึกซาบซึ้งจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมาเหมือนกัน เพราะเพื่อทำการช่วยเหลือครอบครัวพวกเขาเอาไว้ ลู่หยางจึงจำใจจะต้องทำการฆ่าคนไปถึงสามคน

“ลู่หยาง แถวนี้พอจะมีภูเขาร้างไหม? เอาแบบที่คนปกติไม่ค่อยมีใครไปกันน่ะ”

“แถว ๆ นี้มีอยู่ลูกหนึ่งครับ” ลู่หยางตอบ

สถานที่ที่เขาอยู่เป็นหมู่บ้านบริเวณชานเมือง ซึ่งห่างออกไปไม่ไกลมันก็มีภูเขาลูกใหญ่อยู่ลูกหนึ่ง

“ดี ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยหากระสอบกับจอบให้ฉันหน่อย พวกเราจะเอามันไปฝังบนภูเขา” ฮั่นจงกล่าว

ในบ้านของลู่หยางมีอุปกรณ์พวกนี้อยู่พอดี หลังจากยัดศพทั้งสามลงไปในกระสอบแล้วพวกเขาก็เดินทางไปขุดหลุมบนภูเขา

“ลู่หยางไม่ต้องกลัว ถ้าหากว่ามันมีเรื่องขึ้นมาทีหลัง ลุงจะสารภาพว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของลุงเอง คนพวกนี้มันมีแต่คนชั่ว ดังนั้นนายไม่จำเป็นจะต้องรู้สึกไม่ดี” ฮั่นจงกล่าวขณะกลบดินฝังศพ

ลู่หยางเผยรอยยิ้มขึ้นมาภายในใจ เพราะชาติก่อนเขาเคยฆ่าคนพวกนี้จนเลิกนับศพไปแล้ว แต่เนื่องมาจากการเกิดใหม่เขาจึงจำเป็นจะต้องแสดงละครว่ารู้สึกหวาดกลัวกับความผิด

“เราเอาศพพวกมันมาฝังแล้ว ไม่น่าจะมีใครมาเจอศพของพวกมัน ในเมื่อศัตรูตายไปแล้วช่วงนี้อาจารย์ก็พักฟื้นอยู่ที่บ้านของผมสักพักเถอะครับ ถ้าคุณกลับไปในตอนนี้มันจะยิ่งทำให้พวกนั้นรู้สึกสงสัย” ลู่หยางกล่าว

การที่ฮั่นจงและลูก ๆ หายตัวไปจะทำให้อีกฝ่ายคิดว่าพวกเขาหนีเข้าไปหลบซ่อนภายในป่า อย่างน้อยศัตรูก็จะไม่คิดว่าคนที่ถูกส่งมาถูกจัดการไปแล้ว ซึ่งมันก็จะทำให้ฮั่นจงมีเวลาพักฟื้นไปอีกสักระยะ

เหตุการณ์ในคืนนี้ทำให้ทั้งสามพี่น้องรู้สึกซาบซึ้งต่อลู่หยางมากยิ่งขึ้น และพวกเขาก็มองว่าลู่หยางเป็นพี่ชายที่พวกเขาพึ่งพาได้ ทั้งสามจึงมองไปที่ฮั่นจงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

“ก็ได้ ลุงจะพักอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพัก” ฮั่นจงกล่าวเพราะเขาก็รู้ว่านี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่เขาจะได้มีเวลาพักฟื้น

“เยี่ยม!” สามพี่น้องพูดขึ้นมาพร้อมกัน

“ต่อไปนี้พวกคุณก็พักผ่อนกันไปก่อน ส่วนเรื่องอื่น ๆ เดี๋ยวผมจะจัดการให้เอง” ลู่หยางกล่าวอย่างดีใจ

ในที่สุดดวงอาทิตย์ก็เริ่มพ้นฟากฟ้า ทุกคนที่เหนื่อยล้าจากเหตุการณ์เมื่อคืนจึงทิ้งตัวลงนอนไปบนเตียง

ลู่หยางปูที่นอนลงบนพื้นพร้อมกับนอนหลับพักผ่อนไปด้วยเช่นเดียวกัน กว่าที่เขาจะตื่นขึ้นมามันก็เป็นเวลาช่วงบ่ายแล้ว

“แป๊บนึงขอเล่นก่อน เกมนี้โคตรสนุกเลย”

“ขอฉันเล่นบ้างสิ นายเล่นมาชั่วโมงหนึ่งแล้วนะ!”

ลู่หยางตื่นขึ้นมาเพราะเสียงทะเลาะของสองพี่น้อง เมื่อเขาลืมตาชายหนุ่มก็ได้พบว่าฮั่นเฟยกำลังสวมหมวกเสมือนจริงของเขาอยู่

ฮั่นอิ่งก็กำลังมองหมวกเสมือนจริงอย่างสนใจ เมื่อเธอเห็นลู่หยางตื่นเธอจึงรีบดึงแขนฮั่นอวี่ก่อนจะช่วยกันถอดหมวกออกจากหัวของฮั่นเฟย

“ถอดทำไม?! ฉันกำลังตีมอนสเตอร์อยู่เลย ถ้าถอดหมวกออกมาแบบนี้ฉันก็โดนมอนสเตอร์ฆ่าตายน่ะสิ” ฮั่นเฟยบ่น

“ไม่ต้องห่วงหรอก ก่อนที่มอนสเตอร์จะทันได้ฆ่านาย คนรอบรอบตัวของนายก็คงจะฆ่ามันไปก่อนแล้ว” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เมื่อฮั่นเฟยสังเกตเห็นลู่หยาง เขาก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกรงใจ

“ขอโทษครับที่ผมเอาหมวกเกมของพี่ไปเล่นโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน”

ฮั่นอิ่งกับฮั่นอวี่ก็แสดงสีหน้าสำนึกผิดออกมาด้วยเหมือนกัน

ลู่หยางไม่ได้ใส่ใจเรื่องเล็กน้อยพวกนั้น ก่อนที่เขาจะถามว่า

“เกมนี้เป็นยังไงบ้าง?”

“สนุกครับ/ค่ะ!” ทั้งสามคนพูดพร้อมกัน

เหตุการณ์นี้ทำให้ลู่หยางตกใจเล็กน้อย เพราะในชาติก่อนเขาเคยเสนอให้ทั้งสามเล่นเกมเพื่อหาเงินแต่ไม่มีใครสนใจจะเล่นเกมเลย แต่ในตอนนี้พวกเขากลับบอกว่าเซคคัลเวิลด์สนุกซะอย่างอย่างนั้น

อย่างไรก็ตามเมื่อชายหนุ่มลองนึกดูเขาก็พบว่าทุกสิ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะในตอนนั้นฮั่นจงสูญเสียแขนไป ส่วนสามพี่น้องก็โตกว่าตอนนี้มากแล้ว ทุกคนจึงเคยชินกับการระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา และพวกเขาก็ไม่มีทางยอมเล่นเกมที่ต้องอยู่นิ่ง ๆ เป็นเวลากว่า 10 ชั่วโมง

ในทางกลับกันสถานการณ์ในตอนนี้แตกต่างจากในชาติก่อนอย่างสิ้นเชิง เพราะสามพี่น้องเพิ่งจะเป็นเด็กอายุ 13-14 ปี และตอนนี้พ่อของพวกเขาก็ไม่ได้รับบาดเจ็บเหมือนกับในชาติก่อน เมื่อสภาพแวดล้อมไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงอันตราย ทั้งสามจึงแสดงนิสัยไม่ต่างจากเด็กวัยรุ่นทั่วไปออกมา

“ถ้าอย่างนั้นพี่จะซื้อหมวกให้ทุกคนเองแล้วจะพาทุกคนเล่นเกมนี้ไปด้วย” ลู่หยางกล่าว

“จริงเหรอครับ!?” ฮั่นเฟยถามอย่างตื่นเต้น แต่ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็หม่นหมองลงอย่างรวดเร็ว

“ไม่เอาดีกว่าครับ หมวกนี่มันคงแพงมากแน่ ๆ”

“พวกเราแค่ดูพี่เล่นก็พอแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องซื้อให้พวกเราหรอก” ฮั่นอิ่งกล่าว

“พวกเราไม่เล่นดีกว่าครับ อีกไม่นานพ่อก็ต้องไปทำงานแล้ว พวกเราก็ต้องไปช่วยแบ่งเบาภาระจากพ่อด้วย” ฮั่นอวี่กล่าว

เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต มันก็ยิ่งทำให้ลู่หยางเจ็บปวดใจ เพราะเขารู้ดีว่าพี่น้องทั้งสามจะต้องทนทุกข์ทรมานแค่ไหนกับงานที่พวกเขาต้องทำ

“หมวกพวกนี้ไม่แพงหรอกแค่ใบละ 500 เครดิตเอง ถ้าพวกเธออยากหาเงินก็ลองเข้าไปเล่นเกมดูสิ ฉันขอบอกเลยนะว่าเกมนี้หาเงินได้เร็วกว่าในโลกแห่งความเป็นจริงอีก” ลู่หยางกล่าว

“เล่นเกมมันหาเงินได้ด้วยเหรอ?” ฮั่นอิ่งถามอย่างประหลาดใจ

“ได้สิ พวกเธอรอที่นี่กันก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะไปซื้อหมวกเล่นเกมมาให้ ส่วนวิธีการหาเงินพี่จะค่อย ๆ สอนให้ทีหลัง” ลู่หยางกล่าว

พี่น้องทั้งสามต่างก็มองหน้ากันอย่างปรึกษา และในที่สุดความอยากรู้อยากเห็นก็เอาชนะความระแวดระวังภายในใจของทุกคนได้ สามพี่น้องจึงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ลู่หยางเดินไปกดเงินพร้อมกับโทรไปหาพ่อแม่ว่าทุกคนยังปลอดภัยดี จากนั้นเขาก็เดินไปร้านหน้ามหาลัยเพื่อซื้อหมวกเล่นเกมมาเพิ่มอีกสามใบ

หลังจากที่เขากลับมาที่บ้านพี่น้องทั้งสามต่างก็ดีใจมาก ทุกคนถือหมวกเล่นเกมของตัวเองไว้อย่างทะนุถนอม ก่อนที่พวกเขาจะเข้าเล่นเกมได้สำเร็จ

พี่สาวฮั่นอิ่งเลือกเล่นเป็นวอลอค, ฮั่นเฟยน้องชายคนรองเลือกเล่นเป็นโจร และน้องชายคนเล็กฮั่นอวี่เลือกที่จะเล่นเป็นนักธนู

ในที่สุดลู่หยางก็ได้พบกับพี่น้องทั้งสามในจัตุรัสกลางเมือง เขาจึงพูดคุยกับทั้งสามว่า

“พวกเธอลองเดินเล่นรอบ ๆ ก่อนแล้วอีกเดี๋ยวพี่จะพาไปเก็บเลเวล”

ลู่หยางอยากจะให้ทั้งสามเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของตัวเกมก่อน ไม่อยากจะพาทั้งสามไปเก็บเลเวลเลย เพราะหากทำแบบนั้นบางทีมันก็อาจจะทำให้ทั้งสามไม่รู้ว่าเกมนี้มันสนุกตรงไหน

“ได้ครับ/ค่ะ” ทั้งสามคนพูดด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะวิ่งออกไปเที่ยวอย่างมีความสุข

ลู่หยางมองดูทั้งสามด้วยรอยยิ้มเพราะอย่างน้อยในชาตินี้ทั้งสามก็มีเวลาได้แสดงความเป็นเด็กของตัวเองออกมา ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ก่อนที่เขาจะได้พบว่ามันเป็นการติดต่อเข้ามาของชิงเฟิง

งื้ออออ พี่หยางอบอุ่นสุด ๆ ว่าแต่ชิงเฟิงจะมาขอความช่วยเหลืออะไรอีกน๊อ?

จบบทที่ บทที่ 102 สามพี่น้องเข้าสู่เกม

คัดลอกลิงก์แล้ว