เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 91 อัลเฟร็ดคลั่ง

บทที่ 91 อัลเฟร็ดคลั่ง

บทที่ 91 อัลเฟร็ดคลั่ง


บทที่ 91 อัลเฟร็ดคลั่ง

หลังจากสมาชิกภายในทีมมาหยุดอยู่ห่างจากอัลเฟร็ดประมาณ 50 เมตร ลู่หยางก็เริ่มออกคำสั่งจัดวางตำแหน่งให้ทุกคนยืนห่างกันประมาณ 5 เมตร โดยยืนในลักษณะเป็นสามเหลี่ยมรูปเล็ก ๆ ส่วนผู้เล่นระยะไกลทั้งหมดถูกจัดวางให้ยืนอยู่ในแนวโค้ง

ลู่หยางยืนตรงกลางของแนวโค้ง โดยด้านหน้าของเขาคือชิงเฟิงผู้ซึ่งเป็นตัวแทงค์หลักของทีม

“ชิงเฟิงวิ่งเข้าไปดึงบอสมา คนอื่น ๆ รออยู่ที่เดิมพอบอสวิ่งมาถึงให้ชิงเฟิงอ้อมไปอีกด้านเพื่อให้บอสหันหลังมาทางพวกเรา” ลู่หยางสั่ง

“ครับ” ชิงเฟิงรับคำสั่งก่อนที่เขาจะใช้สกิลชาร์จพร้อมกับวิ่งลากบอสมายังตำแหน่งที่เตรียมการเอาไว้ เมื่อบอสอยู่ห่างจากทุกคนในระยะ 30 เมตร เขาก็อ้อมไปทางด้านหลังเพื่อให้ผู้เล่นคนอื่นสามารถโจมตีได้อย่างสะดวก

“ทุกคนโจมตีเต็มกำลัง นักบวชให้โฟกัสไปที่ชิงเฟิงเพียงคนเดียว ส่วนคนอื่น ๆ ที่ติดพิษฉันจะเป็นคนรับผิดชอบเอง” ลู่หยางตะโกน

จากนั้นชายหนุ่มก็ใส่สกิลคอมบัสชันเข้าใส่บอส 5 ชั้นเพื่อเพิ่มพลังโจมตีให้กับนักเวทไฟ ทำให้ภายในเวลาไม่ถึง 1 นาทีพลังชีวิตของอัลเฟร็ดก็ลดเหลือเพียงแค่ 60,000 หน่วย

ระหว่างการต่อสู้อัลเฟร็ดพยายามฟื้นฟูเลือดตัวเอง 2 ครั้ง แต่เขาก็ได้ถูกลู่หยางใช้สกิลเคาน์เตอร์สเปลขัดจังหวะอย่างแม่นยำ จนทำให้บอสไม่สามารถฟื้นฟูพลังชีวิตของตัวเองกลับมาได้เลย

“ไอ้พวกชั่วช้า ข้าจะลงโทษพวกเจ้าเอง!!” ค้อนคู่ภายในมือของอัลเฟร็ดเปล่งแสงสีดำ ก่อนที่เขาจะฟาดค้อนลงมาใส่ชิงเฟิง

-574

“ฮีลเร็วเข้า!” ชิงเฟิงตะโกน

นักบวชทั้งห้าคนต่างก็ใช้สกิลฮีลใส่ชิงเฟิงพร้อม ๆ กัน แต่เนื่องมาจากประสิทธิภาพในการรักษาถูกลดลง 50% ชิงเฟิงจึงถูกฟื้นฟูพลังชีวิตกลับมาเพียงแค่ 200 กว่าหน่วยเท่านั้น

ระหว่างที่นักบวชกำลังร่ายสกิลฮีล ร่างของอัลเฟร็ดก็เปล่งแสงสีเขียวก่อนที่นักเวท 3 คนข้าง ๆ ลู่หยางจะเกิดไอคอนติดพิษขึ้นมาพร้อมกัน

-100

“ชิบหายแล้ว! พิษโคตรแรงเลย!!” นักเวทคนหนึ่งตะโกนอย่างตื่นตระหนก เพราะเขามีพลังชีวิตเพียงแค่ 200 กว่าหน่วย หรือมันก็หมายความว่าอีกเพียงแค่ 2 วินาทีเขาจะถูกพิษกัดกินจนตายแน่ ๆ

นักเวทอีกสองคนก็เริ่มตะโกนอย่างตื่นตระหนกด้วยเช่นกัน แต่ในทันใดนั้นลู่หยางก็ยกมือขึ้นใช้สกิลฮีลเข้าใส่พวกเขาทั้งสามอย่างต่อเนื่อง

นักเวททั้งสามมองดูหลอดพลังชีวิตที่กำลังเด้งขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างตื่นตระหนก ซึ่งหลังจากที่พิษหายไปแต่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ นักเวททั้งสามจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

“ขอบคุณครับอาจารย์” นักเวททั้งสามขอบคุณลู่หยางพร้อม ๆ กัน เพราะถ้าหากมันเกิดการเสียชีวิตในดันเจียน มันก็หมายถึงการสูญเสียค่าประสบการณ์ไปถึง 10% ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายสำหรับทุกคน

“ตั้งใจตีบอสต่อเร็วเข้า เราต้องบังคับให้มันเข้าสู่เฟสที่ 2 ให้ได้” ลู่หยางสั่ง

“ครับ” นักเวททั้งสามพยักหน้าก่อนที่จะโจมตีอย่างสุดกำลังทำให้อีก 1 นาทีต่อมาอัลเฟร็ดก็เริ่มเข้าสู่เฟสที่ 2 แล้วจริง ๆ

“จงออกมาทาสทั้งหลายของข้า แล้วฆ่าพวกมันให้สิ้นซาก” ร่างของอัลเฟร็ดเริ่มเปล่งแสงเป็นประกาย จากนั้นมันก็มีวิญญาณสีขาว 8 ดวงลอยลงมาบนพื้น

“สายตีไกลทั้งหมดเล็งไปที่วิญญาณ ให้คอยสังเกตไอคอนของสกิลคอมบัสชันเป็นหลักแล้วโฟกัสไปที่มอนสเตอร์ตัวนั้นก่อน ส่วนสายระยะประชิดให้โจมตีบอสต่อไป” ลู่หยางตะโกน

วิญญาณสีขาวแต่ละดวงมีพลังชีวิต 8,000 หน่วยและมีพลังโจมตีอยู่มากกว่า 80 หน่วย วิธีการโจมตีของพวกมันคือการปล่อยลำแสงสีขาวซีดเข้าใส่ผู้เล่น ยิ่งไปกว่านั้นลำแสงเหล่านี้ยังสามารถชิ่งได้ถึง 4 ครั้ง

นักรบที่มีพลังชีวิตสูงจะสามารถอดทนต่อการโจมตีของวิญญาณเหล่านี้ได้เป็นการชั่วคราว แต่สำหรับผู้เล่นสายโจมตีระยะไกลแล้ว การโจมตีเพียงแค่ไม่กี่ครั้งก็สามารถปลิดชีวิตพวกเขาลงได้เลย

เมื่อพวกชิงเฟิงเห็นวิญญาณที่ปรากฏตัวออกมาพวกเขาก็เริ่มรู้สึกปวดหัว เพราะในตอนลงดันเจี้ยวระดับเอ็กซ์เพิร์ทพวกเขาก็แทบจะไม่สามารถผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ และการปรากฏตัวของวิญญาณพวกนี้นี่เองที่ทำให้สถานการณ์ของทีมเริ่มพบกับความยากลำบากมากขึ้นเรื่อย ๆ

ท้ายที่สุดวิญญาณแต่ละดวงก็มีพลังชีวิตสูงมากทำให้พวกเขาไม่สามารถจะฆ่าพวกมันได้ในทันที นอกจากนี้การโจมตีของวิญญาณยังสามารถชิ่งเข้าใส่ผู้เล่นที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้ ซึ่งมันก็หมายความว่าพวกเขาต้องกระจายตัวกันออกไปเพื่อไม่ให้โดนชิ่ง และสิ่งนี้มันก็จะทำให้การโจมตีของผู้เล่นช้าลง

อัลเฟร็ดทำการปล่อยสกิลลดการฟื้นฟูและสกิลปล่อยพิษออกมาตลอดเวลา เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาถูกวิญญาณทำให้สูญเสียตำแหน่งการยืนไป ในเวลานั้นพวกเขาจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน

แน่นอนว่าลู่หยางย่อมรู้ถึงปัญหาเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะท้ายที่สุดวิญญาณแต่ละดวงก็มีพลังชีวิตเพียงแค่ 8,000 หน่วยเท่านั้น เขาจึงใช้สกิลคอมบัสชันเข้าใส่วิญญาณอย่างรวดเร็ว

เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาใช้สกิลคอมบัสชันใส่วิญญาณตัวหนึ่งครบ 5 ครั้ง เขาก็จะเล็งสกิลไปยังวิญญาณตัวต่อไป ขณะเดียวกันนักเวทไฟภายในทีมก็จะทำการโจมตีเข้าใส่วิญญาณที่ติดผลจากสกิลคอมบัสชันก่อน ซึ่งการโจมตีระลอกเดียวก็สามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่า 2,500 หน่วยแล้ว ทำให้ในเวลาเพียงแค่ 5 วินาทีพวกเขาก็สามารถฆ่าวิญญาณร้ายได้หนึ่งดวง

ด้วยความช่วยเหลือจากสกิลคอมบัสชันนี่เอง มันจึงทำให้ภายในเวลาไม่ถึง 40 วินาทีวิญญาณร้ายทั้งแปดดวงก็ถูกกำจัดลงจนหมด ซึ่งในเวลานั้นอัลเฟร็ดก็กำลังยกค้อนของมันขึ้นอีกครั้งเพื่อทำการปล่อยสกิลลดอัตราการฟื้นฟูและสุ่มปล่อยพิษ

“ผมติดพิษ” นักบวชคนหนึ่งส่งเสียงตะโกน

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังคิดว่าการสู้บอสในคราวนี้อาจจะไม่เป็นปัญหา แต่ในทันใดนั้นอัลเฟร็ดก็เลือกนักบวช 3 คนเป็นเป้าหมาย

นักบวชทั้งสามตื่นตกใจเป็นอย่างมากและพวกเขาก็เคยชินกับการใช้สกิลฮีลใส่ตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยเหตุนี้นักบวชจึงหลุดโฟกัสจากชิงเฟิงไปชั่วขณะ และถ้าหากว่าตัวแทงค์คนนี้ถูกโจมตีธรรมดาอีกครั้ง มันก็มากพอที่จะสังหารชิงเฟิงลงไปได้เลย

ชิงเฟิงมีพลังชีวิตทั้งหมดเพียงแค่ 700 กว่าหน่วย ซึ่งการโจมตีจากการใช้สกิลครั้งแรกก็สามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่า 500 หน่วยแล้ว การโจมตีครั้งที่ 2 ย่อมมากพอจะทำให้เขาเสียชีวิตอย่างแน่นอน แต่ในวินาทีที่ขวานกำลังฟันลงมาร่างของลู่หยางก็กลายเป็นแสงสีขาวปรากฏตัวตรงหน้าของตัวแทงค์อย่างฉับพลัน

ชายหนุ่มเปลี่ยนโหมดการโจมตีไปเป็นการโจมตีทั้งหมด จากนั้นเขาก็ได้ใช้สกิลรีซิสท์ไฟร์ริงผลักชิงเฟิงออกไปจากตำแหน่งเดิม

ในทางกลับกันตอนที่ชิงเฟิงสังเกตเห็นว่ามันไม่มีสกิลฮีลมาที่ตัวเอง เขาก็เตรียมยอมรับชะตากรรมแล้ว แต่จู่ ๆ เขากลับรู้สึกถูกผลักอย่างรุนแรงก่อนที่จะกระเด็นออกไปมากกว่าสิบก้าวโดยไม่รู้ตัว และมันก็ทำให้เขาสามารถหลบหลีกการโจมตีจากอัลเฟร็ดได้อย่างพอดิบพอดี

พลาด!

อัลเฟร็ดไม่คิดว่ามันจะโจมตีพลาดเป้า มันจึงวิ่งไล่ตามไปฟันชิงเฟิงอย่างต่อเนื่อง

ลู่หยางกลัวว่าค่าความเกลียดชังของบอสจะไม่มั่นคง เขาจึงเริ่มตะโกนดึงสติทุกคนกลับมาอีกครั้ง

“ทุกคนหยุดโจมตีก่อน นักบวชเข้าประจำตำแหน่งโฟกัสการฮีลไปที่ชิงเฟิงคนเดียว ชิงเฟิงใช้สกิลเจาะเกราะ 3 ครั้งเพื่อดึงความเกลียดชังเอาไว้”

ชิงเฟิงไม่คิดว่าลู่หยางจะช่วยชีวิตเขาเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด เขาจึงตะโกนออกไปด้วยความตื่นเต้น

“ไว้ใจผมได้เลย”

เมื่อได้เห็นบอสอยู่ห่างจากตัวเอง 8 เมตร ชิงเฟิงจึงได้ใช้สกิลอินเตอร์เซปพุ่งเข้าหาอัลเฟร็ดจนเกิดเป็นภาพเงาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง

ขณะเดียวกันพวกฉือมู่ต่างก็คิดว่าการสู้กับบอสครั้งนี้จบสิ้นลงแล้ว แต่การลงมือของลู่หยางกลับทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นจนแทบคลั่ง

มันจะต้องมีความเร็วในการตอบสนองระดับไหนถึงสามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงทีถึงขนาดนั้น

นอกจากนี้พวกเขายังไม่รู้ว่ารีซิสท์ไฟร์ริงที่ลู่หยางใช้เมื่อสักครู่เป็นความตั้งใจหรือเรื่องบังเอิญ เพราะไม่เพียงแต่มันจะผลักชิงฟิงออกไปเท่านั้น แต่มันยังดันผู้เล่นระยะประชิดคนอื่น ๆ ให้กระเด็นถอยหลังกลับไปด้วย ซึ่งการเคลื่อนไหวในครั้งนี้มันก็ทำให้ทุกคนสามารถหลบการโจมตีจากบอสจนทำให้ทีมรอดพ้นจากวิกฤตมาได้

“เมื่อกี้โคตรเท่เลย! ทุกคนตั้งใจหน่อยพวกเราจะต้องเอาชนะบอสตัวนี้ให้ได้” ลั่วซืออวี่ตะโกนให้กำลังใจ

ซิลเวอร์วูฟ, ลอร์ดเดสทรอยเยอร์และสมาชิกคนอื่น ๆ ต่างก็ชื่นชมลู่หยางด้วยเช่นกัน ท้ายที่สุดการได้มีหัวหน้าทีมดี ๆ แบบนี้มันก็ทำให้การเผชิญหน้ากับบอสกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากขึ้นกว่าเดิม

ทันใดนั่นเองขวัญกำลังใจของทีมก็เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน และใน 2 นาทีต่อมาพลังพลังชีวิตของอัลเฟร็ดก็ลดลงมาเหลือ 30%

“ไอ้พวกผู้บุกรุก พวกเจ้าจะบังอาจมากเกินไปแล้ว!” อัลเฟร็ดร้องตะโกนพร้อมกับร่างกายที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง

“บอสคลั่งแล้ว!”

“เป็นไปได้ยังไง? ตอนลงดันเจียนระดับเอ็กซ์เพิร์ทไม่เห็นมันจะคลั่งแบบนี้เลย”

ทุกคนต่างก็อุทานอย่างตื่นตระหนกจนทำให้สถานการณ์ภายในทีมเริ่มวุ่นวาย เพราะท้ายที่สุดเมื่อบอสอยู่ในสถานะคลั่งจะทำให้พลังโจมตีกับความเร็วในการโจมตีของบอสเพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้ในตอนนี้ขวัญกำลังใจของพวกเขามันก็ถูกทำลายลงไปอย่างฉับพลันอีกครั้ง

“ทุกคนจงออกมาแล้วฆ่าศัตรูพวกนี้ซะ!” อัลเฟร็ดร้องคำรามก่อนที่เขาจะอัญเชิญวิญญาณสีขาวออกมา 24 ดวง

“ทำไมมันเยอะจังวะ? แบบนี้พวกเราจะสู้ยังไง” ลอร์ดเดสทรอยเยอร์ตะโกนอย่างตื่นตระหนก

โฟกัสหน้าที่ รอคำสั่งจากลู่พี่ลู่หยาง อย่าเพิ่งสติแตก! อ๊ากกกกก ตายแน่ ๆ ๆ ๆ

จบบทที่ บทที่ 91 อัลเฟร็ดคลั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว